ตอนที่ 259 เจ้าปกครอง

“ทำอย่างไรถึงหาเงินได้เร็ว?”

ในลานบ้านเฟิงซิวผู่ เฟิงซิวผู่ตะลึงไปชั่วขณะเมื่อได้ยินคำถามของเฉินเฟย จากนั้นอดไม่ได้ที่จะหัวเราะและตอบ “ใช้ศิลาหยวนกับโอสถหลิงเสวี่ยที่แจกให้ทุกเดือนหมดแล้วหรือ?”

“ขอรับ ข้าใช้หมดตั้งแต่วันแรกเลย” เฉินเฟยพยักหน้า

ศิลาหยวนกับโอสถหลิงเสวี่ยใช้งานง่าย แต่ละอย่างช่วยเฉินเฟยประหยัดเวลาบ่มเพาะได้สองวัน หากสามารถใช้งานในระยะยาว เฉินเฟยจะใช้เวลาเปิดจุดทวารน้อยลงมาก

แต่เห็นได้ชัดว่านั่นไม่ใช่ความจริง คำนวณตามราคาพื้นฐานแต่ละอย่างมีค่าสามหมื่นตำลึง สองอย่างรวมเป็นหกหมื่นตำลึง สำนักยินดีมอบทรัพยากรหกหมื่นตำลึงให้ทุกเดือน ในความเห็นของเฉินเฟยนั่นถือว่ามีน้ำใจมากแล้ว

หากต้องการมากกว่านี้ แม้สำนักสำนักต้องการมอบให้ก็ไม่อาจทำได้ การสร้างรายได้เป็นเรื่องยาก แม้สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวจะมีตระกูลและธุรกิจขนาดใหญ่ซึ่งหาเงินได้ง่ายกว่าคนธรรมดา แต่ค่าใช้จ่ายก็สูงกว่าคนธรรมดาเช่นกัน

“ตอนนั้นอาจารย์เคยคิดเรื่องนี้เช่นกัน ต้องทำอย่างไรถึงจะได้สิ่งเหล่านี้อย่างรวดเร็ว”

เฟิงซิวผู่มองเฉินเฟยและนึกถึงเรื่องราวเกิดขึ้นในตอนนั้น สุดท้ายคนที่พบทางลัดก็อยากจะใช้มัน น้อยคนนักที่เลือกทางลำบาก

“แล้วอาจารย์พบวิธีหรือไม่?” เฉินเฟยถามด้วยความกังวล

“ไม่ ทุกวิธีในการหาเงินอย่างรวดเร็วถูกสำนักต่างๆยึดครอง แม้ระดับบ่มเพาะพวกเราจะไม่แย่ แต่หากเทียบกับพลังของสำนักยังถือว่าอ่อนแอนัก เว้นแต่ระดับบ่มเพาะของเราจะสูงกว่านี้”

เฟิงซิวผู่ส่ายหน้า ที่ใดมีความสนใจที่นั่นย่อมมีสัตว์กินเนื้อ สำหรับระดับปรับแต่งร่างกาย ระดับขัดเกลาทวารเป็นสัตว์กินเนื้อ และสำนักก็เป็นสัตว์กินเนื้อที่แข็งแกร่งกว่า

“ระดับรวมทวาร?” เฉินเฟยนึกถึงนักพรตหลงเซี่ยงซึ่งร่างกายไม่เน่าเปื่อยและแข็งแกร่งอย่างมาก คนที่แข็งแกร่งเช่นนี้สามารถยืนหยัดต่อนิกายเพียงลำพังหรือแม้แต่อยู่เหนือกว่า

“ระดับรวมทวาร?”

เฟิงซิวผู่ตกใจครู่หนึ่งจากนั้นหันไปมองเฉินเฟย “ ระดับรวททวารเป็นมากกว่าการบ่มเพาะที่สูงกว่า เจ้ารู้หรือไม่ว่าเหตุใดสำนักรอบเมืองเซียนเมฆาจึงมองว่าสำนักกระบี่เซียนเมฆาเป็นเจ้าปกครอง?”

“ทำไม? เพราะระดับรวมทวาร?”

เฉินเฟยยืดตัวตรงเล็กน้อย เมื่อคุยเรื่องนี้ความอยากรู้ของเฉินเฟยก็ถูกกระตุ้นทันที

เฉินเฟยเคยคิดเกี่ยวกับคำถามนี้ตอนอยู่ในระดับปรับแต่งร่างกาย แต่เฉินเฟยไม่ได้ถามเพราะมันไม่มีความหมาย นักยุทธ์ตัวเล็กระดับปรับแต่งร่างกายไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไร

แต่ตอนนี้เฉินเฟยทะลวงเข้าสู่ระดับขัดเกลาทวารแล้ว ความแข็งแกร่งของเขาเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดและมีคุณสมบัติที่จะรู้เรื่องเหล่านี้

วันนั้นในห้องโถงหลักของสำนัก คนรอบตัวล้วนเป็นระดับขัดเกลาทวารทวาร แต่ส่วนใหญ่เป็นระดับขัดเกลาทวารขั้นต้น มีเพียงไม่กี่คนที่อยู่ในขั้นกลางและขั้นปลาย

เนื่องด้วยข้อจำกัดวิชายุทธ์ของสำนักจึงทำให้ไม่มีระดับขัดเกลาทวารขั้นสูงสุด ดังนั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึงระดับรวมทวาร

“ใช่ เพราะระดับรวมทวาร!”

เฟิงซิวผู่หยิบชาบนโต๊ะขึ้นมาดื่ม มองเหม่อไปไกลแล้วพูดด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ “ตอนนี้มีนักยุทธ์ขัดเกลาทวารกี่คนที่คุกคามเจ้าได้?”

“เว้นแต่จะไร้ทางออก จำนวนที่เป็นภัยคุกคามคือไม่มี!”

เฉินเฟยคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบเสียงทุ้มลึก หากมีมดมากเกินไปก็ฆ่าช้างได้ หากมีระดับขัดเกลาทวารมากกว่านี้ย่อมมีพลังสยบเช่นกัน แต่นั่นอยู่ในเงื่อนไขที่นักยุทธ์ขัดเกลาทวารจะไม่ถอยหนี

ไม่เช่นนั้นในด้านความคล่องตัว นักยุทธ์ขัดเกลาทวารชนะขัดเกลาทวารอวัยวะภายในโดยสมบูรณ์ หากระดับขัดเกลาอวัยวะภายในมีน้อยกว่าก็จะถูกระดับขัดเกลาทวารกวาดล้าง หากมีคนมากกว่าหลายสิบคน การจู่โจมแบบกองโจรก็เพียงเอาชนะพวกเขา

อยากไปก็ไปอยากอยู่ก็อยู่ นั่นคือเหตุผลว่าทำไมระดับขัดเกลาทวารถึงมองข้ามระดับขัดเกลาอวัยวะภายใน

“ผู้แข็งแกร่งรวมทวารมองระดับขัดเกลาทวารเหมือนกับที่เรามองระดับขัดเกลาอวัยวะภายใน”

เฟิงซิวผู่ส่ายหัวด้วยรอยยิ้มเบี้ยว “เว้นแต่เราจะใช้ค่ายกลจับระดับรวมทวารได้ จำนวนคนระดับขัดเกลาทวารแทบจะไม่สามารถสร้างภัยคุกคามใดต่อผู้แข็งแกร่งรวมทวาร”

“และสำนักกระบี่เซียนเมฆามีผู้แข็งแกร่งรวมทวารถึงสองคน”

ดวงตาเฉินเฟยเบิกกว้าง สำนักกระบี่เซียนเมฆามีระดับรวมทวารสองคน?

“สำนักอื่นมีระดับรวมทวารหรือไม่?” เฉินเฟยถาม

“ข้าไม่รู้ แต่น่าจะไม่มี อายุขัยของระดับรวมทวารอยู่ที่สามร้อยปี หากพบสมุนไพรยืดอายุอาจอยู่ได้นานกว่านั้น”

เฟิงซิวผู่ดื่มชาทั้งหมดแล้ววางลงบนโต๊ะ “ผู้แข็งแกร่งรวมทวารหนึ่งคนสามารถกวาดล้างพวกเราทั้งหมดด้วยตัวคนเดียว และสำนักกระบี่เซียนเมฆามีระดับขัดเกลาทวารอีกมากมาย นอกจากศิษย์ที่ก้าวหน้ายังมีแขกรับเชิญให้เข้าร่วมสำนักอีก”

เฉินเฟยขมวดคิ้ว ในด้านของพลังต่อสู้ระดับสูง สำนักกระบี่เซียนเมฆาเหนือกว่าพวกเขามาก ระดับขัดเกลาทวารกดข่มทุกทิศโดยตรง สิ่งที่เลวร้ายกว่านั้นคือสำนักกระบี่เซียนเมฆายังมีถึงสองคน มรดกที่สืบทอดกันมาช่างน่าอิจฉานัก

นอกจากนี้ยังมีผู้ฝึกตนฝังทั่วไปที่เข้าร่วมสำนักกระบี่เซียนเมฆาในฐานะแขกรับเชิญ ด้วยปัจจัยทั้งหมดนี้ ตำแหน่งเจ้าปกครองของสำนักกระบี่เซียนเมฆามั่นคงมากจนทำให้หนังศีรษะผู้คนชาวาบ

แม้สำนักทั้งหมดรอบเมืองเซียนเมฆาจะร่วมมือกัน แต่พวกเขาก็แข็งแกร่งไม่พอสำหรับสำนักกระบี่เซียนเมฆา ยิ่งไปกว่านั้นทุกสำนักจะร่วมมือกันได้อย่างไร?

ในเมื่อรู้ว่าการสู้กับสำนักกระบี่เซียนเมฆาเป็นทางตัน แล้วทำไมต้องรีบวิ่งเข้าไปตายด้วย?

เว้นแต่ระดับรวมทวารของสำนักกระบี่เซียนเมฆาจะหายไป สำนักอื่นคงพอมีความกล้าร่วมมือกันสู้ ไม่มีการกดข่มข้ามขอบเขตของระดับขัดเกลาทวาร ทั้งสองฝ่ายต่างอยู่ในระดับขัดเกลาทวาร แม้จะมีช่องว่างชัดเจน แต่มันก็พอมีหวังไม่ใช่หรือ?

“อย่าไปคิดมากเลย วันนี้บังเอิญคุยเรื่องนี้เลยเล่าให้ฟังก่อน ไม่ช้าก็เร็วเจ้าจะรู้เรื่องนี้อยู่ดี”

เมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของเฉินเฟย เฟิงซิวผู่ก็อดไม่ได้ที่จะยิ้ม “เจ้าพูดถึงวิธีหาเงินสินะ กลับมาคุยเรื่องนี้กันอีกครั้ง”

เฉินเฟยโยนความคิดในใจทิ้งไปเมื่อเห็นเฟิงซิวผู่กลับเข้าหัวข้อเดิม ระดับรวมทวารอยู่ไกลเกินไปและเฉินเฟยเพิ่งเปิดจุดทวารได้จุดเดียวเท่านั้น

“เจ้าหลอมโอสถได้ แม้หลอมได้เพียงโอสถระดับปรับแต่งร่างกายก็ยังทำเงินได้อย่างรวดเร็ว หากเจ้าสามารถหลอมโอสถระดับขัดเกลาทวาร รายได้จะมากขึ้นไม่น้อย สิ่งที่เจ้าขาดคือแหล่งซื้อสมุนไพรวิญญาณ” เฟิงซิวผู่พูดเสียงเบา

เฟิงซิวผู่รู้เรื่องความสามารถหลอมโอสถของเฉินเฟย ไม่เช่นนั้นคงเป็นไปไม่ได้ที่จะได้รับรางวัลโอสถแรกเริ่มจากสมาคมนักหลอมโอสถ

“อาจารย์ ท่านทราบเรื่องนั้นดี” เฉินเฟยชื่นชมโดยตรง

เฟิงซิวผู่ยิ้ม “สำนักของเรามีแหล่งสมุนไพรวิญญาณแต่ไม่มากนัก เพียงศิษย์พี่สวี่คนเดียวก็เกินพอสำหรับการหลอม ชัดแล้วว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะมอบให้กับเจ้า ดังนั้นหากต้องการสมุนไพรวิญญาณ สมาคมนักหลอมโอสถย่อมเป็นทางออก”

“สมาคมนักหลอมโอสถ?”

เฉินเฟยตกใจ “ข้ารู้ว่าสมาคมนักหลอมโอสถมีสมุนไพรวิญญาณ แต่ข้ามีค่าผลงานไม่พอจึงยากจะแลกปลี่ยนในระยะยาว”

“ตอนนี้เจ้าเป็นระดับขัดเกลาทวารแล้ว หากเจ้าไปที่สมาคมนักหลอมโอสถอีกครั้งมันควรมีการเปลี่ยนแปลง”

เฟิงซิวผู่หัวเราะเบา “ยังมีวิธีอื่นนอกจากการหลอมโอสถแต่มันยากกว่า แต่เจ้าลองทำได้เช่นกัน”

“วิธีใด?”

“หอคุมวิญญาณของสำนักภายใน อยู่ที่นั่นเป็นเวลาหนึ่งเดือนสำนักจะให้ศิลาหยวนสองก้อนเป็นการตอบแทน” สีหน้าเฟิงซิวผู่แปลกไปเล็กน้อยเมื่อพูดถึงหอคุมวิญญาณ

“ที่นั่นมีอะไรพิเศษหรือไม่?” เฉินเฟยเห็นสีหน้าเฟิงซิวผู่เปลี่ยนไปจึงถามอย่างสงสัย

“จิตควบคุมผนึกวิญญาณ! หอคุมวิญญาณเป็นอาวุธวิญญาณของบรรพบุรุษสำนัก ศิลาหยวนของสำนักจะถูกใช้รักษาส่วนหนึ่งของหอคุมวิญญาณ” เมื่อพูดถึงบรรพบุรุษ เฟิงซิวผู่กฌแสดงสีหน้าเคารพ

“แต่เท่านั้นยังไม่เพียงพอและน้อยคนนักที่เต็มใจเข้าไป เจ้าลองเข้าไปดูสักครั้งก็ได้ ท้ายที่สุดพลังของหอคุมวิญญาณก็คุ้มค่าที่จะได้เห็น”

สีหน้าเฉินเฟยขยับเล็กน้อย หอคุมวิญญาณอาจเป็นอาวุธสังหารสำคัญของสำนัก ไม่เช่นนั้นมันคงไม่ได้รับการดูแลอย่างระมัดระวัง ศิลาหยวนสองก้อนถือว่าเยอะแน่นอน มันมีมูลค่าถึงหกหมื่นตำลึง

แต่การใช้จิตควบคุมผนึกวิญญาณส่งผลต่อการฝึกฝนประจำวันของเฉินเฟย สิ่งนี้ได้รับน้อยกว่าสูญเสีย

เฉินเฟยคุยกับเฟิงซิวผู่สักพักก่อนจะขอตัวลา

เฉินเฟยไม่ได้กลับบ้าน เขาเดินตรงเข้าเมืองเซียนเมฆาน หอคุมวิญญาณจะไปดูตอนไหนก็ได้ ตอนนี้เฉินเฟยกังวลว่าสมาคมนักหลอมโอสถจะช่วยอะไรได้บ้าง

ผ่านไปไม่ถึงหนึ่งเค่อ เฉินเฟยมาถึงเมืองเซียนเมฆา

เมืองเซียนเมฆายังคึกครื้นเช่นเดิม หลังไม่ได้มาที่นี่พักหนึ่ง เฉินเฟยรู้สึกว่าผู้คนในเมืองเซียนเมฆาเหมือนจะมากขึ้น เฉินเฟยไม่ได้ไปหาฉือเต๋อเฟิงและตรงไปยังสมาคมนักหลอมโอสถทันที เมื่อเดินเข้าไปก็เห็นฉินจิ้งหลัน

ฉินจิ้งหลันตกใจเมื่อเห็นเฉินเฟย จากนั้นรอยยิ้มสดใสก็ปรากฏบนใบหน้า นี่ก็นานแล้วที่นางไม่ได้พบเฉินเฟย

พอได้พบเฉินเฟยอีกครั้ง หัวใจฉินจิ้งหลันยังคงเต้นแรงอยู่ แต่เมื่อเทียบกับเมื่อก่อน ตอนนี้ฉิงจิ้งหลันเข้าใจแล้วว่าผู้ชายตรงหน้าไม่ใช่ของนาง

แต่ถึงอย่างนั้นฉินจิ้งหลันก็ไม่สามารถหยุดชื่นชมเฉินเฟยได้ บางทีนี่อาจเป็นความดื้อรั้นและสัญญาณของความไม่เต็มใจ

“คุณชาย ข้าช่วยอะไรท่านได้บ้าง?” ฉินจิ้งเดินเข้าหาและโค้งคำนับ

“เมื่อทะลวงระดับขัดกลาทวาร จะมีอะไรแตกต่างในสมาคมหรือไม่?” เฉินเฟยพูดด้วยรอยยิ้ม

ฉินจิ้งหลันก็ตัวแข็งทื่อเมื่อได้ยินคำพูดของเฉินเฟย จากนั้นมองเฉินเฟยด้วยความไม่อยากเชื่อ เมื่อครู่นางเอาแต่มองหน้าเฉินเฟยจึงไม่ได้ใส่ใจมากนัก ตอนนี้จึงรับรู้ถึงความผันผวนที่แผ่ออกมา

ความผันผวนนี้เป็นของผู้แข็งแกร่งขัดเกลาทวารเท่านั้น ในพันธมิตรจะมีผู้แข็งแกร่งขัดเกลาทวารเป็นครั้งคราว แม้จะมีไม่มาก แต่ฉินจิ้งหลันได้เห็นพวกเขาหลายครั้งหลังจากการอยู่ที่นี่มานาน

ฉินจิ้งหลันเงยมองเฉินเฟย ความผันผวนส่องแสงริบหรี่

มีข่าวลือไปทั่วเมืองเซียนเมฆาว่าเฉินเฟยไปถึงตำแหน่งศิษย์แท้จริงอันสองของสำนักกระบี่เซียนเมฆา ในเวลานั้นบางคนคาดการณ์ว่าเฉินเฟยจะทะลวงระดับขัดเกลาทวารภายในไม่กี่ปี

ผ่านไปได้ไม่ถึงปีเฉินเฟยก็ทะลวงระดับขัดเกลาทวารที่นักยุทธ์หลายคนใฝ่ฝันถึง

“คุณชายโปรดตามข้ามา นักหลอมโอสถระดับขัดเกลาทวารสามารถทำภารกิจบางอย่างได้แน่นอน”

ใบหน้าฉินจิ้งหลันเต็มไปด้วยรอยยิ้ม นางมีความสุขมากที่เฉินเฟยเป็นเช่นนี้ และรู้สึกว่าวิสัยทัศน์ของตัวเองที่ชื่นชมคนแบบนี้ช่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก

ตอนที่เฉินเฟยมาประเมินนักหลอมโอสถระดับเก้าครั้งแรก ฉินจิ้งหลันได้เห็นพรสวรรค์ของเฉินเฟยกับตา ถ้าในเวลานั้นนางกล้ามากว่านี้ นางจะคู่ครองกับเฉินเฟยตลอดไปหรือไม่?