ตอนที่ 232 เสียงปีศาจ

“มนุษย์ช่างเป็นสิ่งมีชีวิตที่ขัดแย้งนัก”

เฉินเฟยนึกถึงวิธีจัดการวิชานี้ของนักพรตหลงเซี่ยงกับ ต้องการให้ผู้อื่นประกอบวิชาได้อย่างสมบูรณ์แต่ไม่สนใจว่าส่วนสยบร่างกายจะหายไปหรือไม่

ในมุมมองของนักพรตหลงเซี่ยง การประกอบชิ้นส่วนเหล่านี้ต้องใช้ความพยายาม สติปัญญาอันยอดเยี่ยมและโชค หากไม่พบที่แห่งนี้หลังฝึกฝนส่วนสยบร่างกายแสดงว่าไม่มีโชค

โดยปกติแล้วมันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะนำส่วนฉีกขาดของวิชามาประกอบกัน หากสุดท้ายวิชานี้สูญหายไป เพียงปล่อยให้มันหายไป

“ออกไปจากที่นี่ก่อน!”

เฉินเฟยใช้เท้าขวาเหยียบพื้นจนเกิดหลุมลึก ใส่ร่างนักพรตหลงเซี่ยงลงด้านล่างแล้วใช้ดินกลบไว้ นี่ถือเป็นการฝังศพแล้ว

เฉินเฟยหันไปมองหลิงฮั่นจุน คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วสกัดจุด

หลิงฮั่นจุนตรงมุมถ้ำรู้สึกว่าร่างกายตัวเองแข็งทื่อ การบ่มเพาะถูกผนึกอีกครั้ง หลิงฮั่นจุนอดไม่ได้ที่จะเงยมองเฉินเฟย

“ในอดีตเรามีความแค้นต่อกัน แต่เจ้าแสดงความจริงใจในระหว่างการเดินทางครั้งนี้ ดังนั้นข้าจึงมอบโอกาสมีชีวิตรอดให้ ที่เหลือขึ้นอยู่กับเจ้าว่าจะกลับไปเมืองซิ่งเฝินได้อย่างปลอดภัยหรือไม่”

การบ่มเพาะถูกปิดไว้ มากสุดหลิงฮั่นจุนเพียงแข็งแกร่งกว่าคนธรรมดา ทุกวันนี้ด้านนอกเต็มไปด้วยสงครามวุ่นวาย หากโชคดีหลิงฮั่นจุนอาจรอดไปได้

แต่หากโชคไม่ดีไปเจอโจรภูเขา หลิงฮั่นจุนคงทำได้เพียงคุกเข่าขอความเมตตา

“ขอบคุณผู้อาวุโสที่ไว้ชีวิต!”

หลิงฮั่นจุนก้มหัวขอบคุณอย่างรวดเร็วและนึกถึงสิ่งที่เฉินเฟยพูดเมื่อครู่ พวกเขาเคยมีความแค้นต่อกัน แต่หลิงฮั่นจุนจำไม่ได้เลยว่าเคยทำให้เฉินเฟยขุ่นเคืองตอนไหน

ด้วยพลังที่เฉินเฟยแสดงให้เห็น หากตอนนั้นไปทำให้ขุ่นเคืองคงโดนทุกบตีจนตาย แล้วเขารอดมาได้อย่างไร?

เมื่อไม่ได้รับการตอบกลับ หลิงฮั่นจุนเลยเงยหน้ามอง พบว่าเฉินเฟยหายไปแล้ว

หลิงฮั่นจุนล้มลงพื้นและถอนหายใจโล่งอก ในที่สุดก็รอดตาย หากเขาหย่อนยานหรือตอนแรกพยายามหนี เกรงว่าตอนนี้คงตายเช่นเดียวกับสวี่หวังเลี่ยงทั้งหกที่นอนกองอยู่บนพื้น

เมื่อนึกถึงพวกสวี่หวังเลี่ยง หลิงฮั่นจุนก็ลุกยืนอย่างตื่นเต้นและรีบวิ่งไปหาทันที แต่สุดท้ายต้องยิ้มอย่างขมขื่น เฉินเฟยเอาของมีค่าจากคนเหล่านี้ไปแล้ว

ในถ้ำ ร่างเฉินเฟยวูบไหว มองสิ่งของภายในมือ ของที่ได้มาจากพวกสวี่หวังเลี่ยงไม่ค่อยมีค่านัก

พูดอีกอย่างคือสำหรับเฉินเฟยในเวลานี้ สิ่งของหลายอย่างของพวกเขาไม่ได้อยู่ในสายตาเฉินเฟย

สิ่งมีค่าที่สุดน่าจะเป็นสมุนไพร เฉินเฟยหาสถานที่ลับตาและเก็บสมุนไพรทั้งหมดลงช่องมิติเพื่อไม่ให้เกะกะ

แสงส่องมาจากด้านหน้า ใกล้ถึงทางเข้าถ้ำเต็มที เฉินเฟยเห็นหมอกด้านนอกหายไป อาจเป็นเพราะเขาปลดค่ายกลอันนั้นออกแล้วค่ายกลด้านนอกถูกปลดไปพร้อมกัน

เฉินเฟยถีบเท้าขวากำลังรีบออกจากถ้ำ แต่ทันใดนั้นต้องหยุดเท้าลง

เคล็ดพันต้นกำเนิดตรวจใจสั่นไหวเตือนเฉินเฟยตลอดเวลา เฉินเฟยขมวดคิ้วค่อยๆถอยกลับ ขณะที่ถอยกลับของเคล็ดพันต้นกำเนิดตรวจใจไม่เพียงสั่นไหวลดลงแต่ยังเพิ่มขึ้น

“ฟิ้ว!”

ทันใดนั้นมีพลังหยวนพุ่งมาจากทางเข้าถ้ำพุ่งมายังหว่างคิ้วเฉินเฟย เฉินเฟยกำลังระวังตัวรอก่อนแล้ว เมื่อเห็นการโจมตีนี้จึงโคจรท่องหนีสุญญตาถึงขีดสุดและเคลื่อนตัวหลบไปด้านข้าง

ก่อนที่เฉินเฟยจะยืนได้มั่นคง พลังหยวนพลิกกลับกลางอากาศวนมาหาเฉินเฟย

“เคร้ง!”

กระบี่เฉียนหยวนถูกชักออกเพราะสายเกินกว่าจะหลบอีกครั้ง ความเร็วในการโจมตีของพลังหยวนนี้ผิดปกติ เฉินเฟยกางโล่กระบี่ออกป้องกันพลังหยวน

“ปัง!”

พลังเหนือจินตนาการที่พุ่งใส่ถูกสยบมังกรคชสารควบคุมไว้ แต่มันไม่อาจต้านทานได้อยู่ดี เฉินเฟยถูกพลังนี้โจมตีจนตัวลอยไปกระแทกผนังถ้ำ

“โฮ่? ป้องกันการโจมตีของข้าได้ด้วย เจ้ามีคุณสมบัติได้เห็นข้า”

เสียงหนึ่งดังขึ้น ร่างคลุมเครือปรากฏอย่างอยู่ทางเข้าถ้ำ

มุมปากเฉินเฟยหลั่งเลือด ยังไม่ทันได้มองทางเข้าถ้ำ หลังหลุดออกจากกำแพงแล้วก็รีบวิ่งกลับไปเข้าไปในถ้ำสุดชีวิต

ระดับขัดเกลาทวาร!

มีเพียงระดับขัดเกลาทวารเท่านั้นที่สามารถทำร้ายเฉินเฟยด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว สิ่งสำคัญคือตอนนี้ต้นไม้จิตวิญญาณในทะเลจิตสำนึกของเฉินเฟยมีพลังงานสีเขียวเข้มปรากฏบนกิ่งและใบไม้

พริบตาเดียวพลังงานเขียวเข้มกัดกร่อนกิ่งก้านและใบส่วนใหญ่ของต้นจิตวิญญาณเฉินเฟย และมันยังแผ่ขยายไปยังลำต้น

ผู้แข็งแกร่งขัดเกลาทวารซ่อนตัวอยู่ทางเข้าถ้ำและลอบโจมตีนักยุทธ์ขัดเกลาอวัยวะภายใน ไม่เพียงแต่ลอบโจมตีแต่ยังใช้ทักษะจิตวิญญาณซึ่งไม่คำนึงจริยธรรมในการต่อสู้

หากระดับขัดเกลาอวัยวะภายในทั่วไปโดนการโจมตีเมื่อครู่คงไม่รอดแน่นอน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงพลังหยวนเลย มันสามารถทำลายร่างกายนักยุทธ์ขัดเกลาอวัยวะภายในโดยตรง

แม้เขาจะโชคดีที่ป้องกันไว้ได้ แต่สิ่งปนเปื้อนจิตวิญญาณของทักษะจิตวิญญาณนี้จะทำลายพลังชีวิตอยู่ดี

เคล็ดพันต้นกำเนิดตรวจใจโคจรถึงขีดสุด ต้นจิตวิญญาณสั่นเทาระงับพลังงานสีเขียวเข้มเอาไว้ แต่เมื่อพยายามกำจัดก็พบว่าทำได้ยากเย็นนัก

การปนเปื้อนนี้ค่อนข้างคล้ายกับของโลกหัวใจประหลาด เฉินเฟยอาศัยการปนเปื้อนของโลกหัวใจประหลาดในการขัดเกลาพลังจิตวิญญาณ

แต่การปนเปื้อนในโลกหัวใจประหลาดถือเป็นการปนเปื้อนไม่มีเจ้าของ หลังเฉินเฟยกลับโลกความจริง การปนเปื้อนนั้นจะถูกตัดขาดไปเอง

แต่การปนเปื้อนสีเขียวเข้มนี้มีเจ้าของแถมยังอยู่ใกล้เฉินเฟยอย่างยิ่ง มันจึงเป็นเรื่องยากที่เฉินเฟยจะกำจัดได้

พลังจิตวิญญาณของเฉินเฟยได้รับการขัดเกลาหลายครั้งและเขายังมีวิชาจิตใจอย่างเคล็ดพันต้นกำเนิดตรวนใจ หากเป็นนักยุทธ์ขัดเกลาอวัยวะภายในคนอื่น เกรงว่าตอนนี้พลังจิตวิญญาณคงถูกทำลายเพราะการปนเปื้อน

หลิงฮั่นจุนค้นหาศพสวี่หวังเลี่ยงทั้งหกและได้รับอะไรบางอย่าง เฉินเฟยไม่ต้องการสิ่งนี้ แต่มันค่อนข้างมีคุณค่าสำหรับหลิงฮั่นจุนซึ่งเป็นเพียงระดับหลอมกระดูก

หลิงฮั่นจุนลังเลว่าจะขุดศพที่เฉินเฟยฝังเอาไว้ออกมาค้นดูว่ามีของมีค่าดีหรือไม่

แม้ศพจะใส่เสื้อผ้าขาดหลุดลุ่ยและมองแวบแรกดูไม่มีอะไร แต่หากค้นให้ดี บางทีอาจพบของน่าประหลาดใจก็ได้?

“ฟิ้ว!”

เสียงแหวกอากาศดังขึ้น ทันใดนั้นเฉินเฟยปรากฏตัวออกมา นี่ทำให้หลิงฮั่นจุนที่กำลังค้นศพตกใจ เขาล้มตัวพิงกำแพงด้วยความกลัวที่ว่าเฉินเฟยจะกลับคำพูด

เฉินเฟยไม่สนใจหลิงฮั่น เมื่อเห็นจุดที่นักพรตหลงเซี่ยงนั่งสมาธิ เขาก็โคจรสยบมังกรคชสารและตบฝ่ามือลงพื้น

“วู่ม!”

ม่านพลังซึ่งถูกเฉินเฟยทำลายลอยขึ้นจากพื้นและห่อหุ้มเฉินเฟยไว้ข้างใน

ค่ายกลนี้เชื่อมต่อกับเขากวานโจว นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมมันถึงทรงพลังนัก ก่อนหน้านี้เฉินเฟยใช้พลังทำลายไม่สำเร็จ แต่พอใช้สยบมังกรคชสารกลับเปิดมันได้อย่างง่ายดาย

“ฮู่ว!”

เฉินเฟยถอนหายใจโล่งอกเมื่อเห็นค่ายกลปรากฏรอบตัว และรู้สึกปลอดภัยขึ้นบ้าง

หลิงฮั่นจุนมองท่าทางของเฉินเฟยด้วยความสับสน ทำไมเขาถึงขังตัวเองไว้ในค่ายกลเช่นนั้น?

ก่อนหลิงฮั่นจุนจะเข้าใจ ทันใดนั้นร่างหนึ่งปรากฏขึ้นในถ้ำ หลิงฮั่นจุนหันไปมองโดยไม่รู้ตัว เมื่อสบตากับร่างนั้นก็รู้สึกเหมือนถูกโจมตีอย่างหนัก เลือดของเขาไหลออกจากเจ็ดทวารทันที

หลิงฮั่นจุนคร่ำครวญ หันหน้าไปข้างหลังอย่างไม่อาจควบคุมแล้วพุ่งไปชนผนังถ้ำจนเลือดท่วม

ลู่จือชุนเหลือบมองหลิงฮั่นจุนแล้วมองเฉินเฟยในค่ายกล เมื่อเห็นว่าพลังจิตวิญญาณของเฉินเฟยไม่ได้ถูกทำลายและยังหยุดการปนเปื้อนได้ สีหน้าลู่จือชุนจึงเปลี่ยนไปเล็กน้อย

ทักษะจิตวิญญาณของเขาเป็นพิษร้ายแรงสำหรับนักยุทธ์ขัดเกลาทวาร หากสัมผัสโดนจะต้องตาย นี่เป็นครั้งแรกที่ลู่จือชุนเคยเห็นคนต้านทานพลังจิตวิญญาณของเขาได้โดยไม่พึ่งอาวุธวิญญาณ

ลู่จือชุนมองไปรอบด้านแต่ไม่พบอะไรมากนัก บนพื้นมีศพนักยุทธ์ขัดเกลาไขกระดูกอยู่หลายศพ และคนสุดท้ายคือเฉินเฟยที่อยูในค่ายกลตรงหน้า

“เจ้าได้อะไรมาบ้าง?”

ลู่จื่อชุนยื่นมือไปหยิบ หลิงฮั่นจุนไม่มีแม้แต่แรงต้านทาน ดังนั้นเขาจับได้เพียงอากาศแล้วล้มลงแทบเท้าลู่จือชุน

“กล่องดำ”

หลิงฮั่นจุนไม่กล้าลังเล เขาเห็นแล้วว่าความแข็งแกร่งของลู่จื่อชุนบิดเบือนยิ่งกว่าเฉินเฟยเสียอีก เฉินเฟยไม่มีทางเลือกนอกจากต้องกลับมาที่นี่เพื่อใช้ค่ายกลปกป้องตัวเอง

“กล่องดำ?”

สีหน้าลู่จือชุนเปลี่ยน รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้า “บอกสิ่งที่เจ้ารู้มา”

“ขอรับขอรับ!”

หลิงฮั่นจุนพยักหน้าเหมือนไก่จิกข้าวแล้วบอกทุกอย่าง แน่นอนว่ารวมถึงวิชาในแผ่นหนังสัตว์และศพไม่เน่าเปื่อย

ดวงตาลู่จือชุนเป็นประกาย คาดไม่ถึงว่าการมาที่นี่โดยบังเอิญจะพบกับโอกาสวาสนาเช่นนี้

ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรเฉินเฟยต้องตายเท่านั้น ลงมือไปหนึ่งครั้งแต่ระดับขัดเกลาอวัยวะภายในกลับไม่ตาย แบบนี้ยังปล่อยไปได้อีกหรือ?

“ปลดค่ายกลเสีย แล้วข้าจะไว้ชีวิต” ลู่จือชุนมองเฉินเฟยด้วยรอยยิ้ม

หลุมนั้นอยู่ในค่ายกลเช่นกัน ลู่จือชุนอยากรู้ว่าหลังตายไปหลายปีแล้วยังสามารถรักษาร่างให้เป็นแบบนั้นได้อย่างไร

เฉินเฟยไม่ตอบ หากเฉินเฟยเชื่อคำพูดนี้เขาคงโง่ยิ่งนัก ในเวลานี้เฉินเฟยโคจรเคล็ดพันต้นกำเนิดตรวนใจต่อเนื่องโดยตั้งใจขจัดสิ่งปนเปื้อนในทะเลจิตสำนึก แต่ขจัดได้เพียงนิดเดียวและยังต้องใช้เวลาอีกมาก

“ทะลวงระดับขัดเกลาทวารที่นี่เลยดีไหม?”

ความคิดนี้แวบเข้ามาในใจแต่ก็ถูกปัดทิ้งทันที ค่ายกลนี้ทรงพลัง เฉินเฟยโจมตีด้วยพลังทั้งหมดแต่ยังทำให้สั่นสะเทือนไม่ได้

แม้เฉินเฟยทำไม่ได้แต่ไม่ได้หมายความว่าคนตรงหน้าทำไม่ได้ แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเฉินเฟยจะไม่ทะลวงระดับขัดเกลาทวาร

หากอีกฝ่ายปั่นป่วนปราณหยวนโดยรอบ ต่อให้เฉินเฟยทะลวงระดับได้ จุดทวารของเขาอาจเสียหายอยู่ดี

“ความอดทนของข้ามีขีดจำกัด!”

รอยยิ้มบนหน้าลู่จือชุนหายไป ดวงตาเต็มไปด้วยความเย็นชา

“เจ้าคิดว่าค่ายกลนี้จะหยุดข้าได้หรือ?”

ทันใดนั้นเสียงลู่จือชุนก็แหลมคมราวกับเสียงปีศาจ หลิงฮั่นจุนกระอั่กเลือดออกมาเต็มปาก ร่างกายสั่นเทิ้มล้มลงพื้น

เพียงครู่เดียวก็สิ้นลมหายใจ