ตอนที่ 189 มรดกแท้จริง

“กระบี่จ้งหยวน เปิดแปดสิบจุดทวาร ใช้พลังปราบผู้คนปิดล้อมสี่ทิศ!”

โจวฉุนซานพาเฉินเฟยมายังแผ่นศิลาสุดท้าย เฉินเฟยรอกระทั่งโจวฉุนซานพูดจบจึงวางมือลงไป

“ฟู่ม!”

เมื่อภาพของแผ่นศิลาปรากฏในใจ ความกดดันหนักอึ้งที่เฉินเฟยรู้สึกก่อนหน้านี้ได้เข้ากระทบใบหน้า

มีคนหนึ่งยืนอยู่บนที่ราบ ทั้งสี่ทิศเต็มไปด้วยสัตว์อสูรและเสียงคำราม แต่พวกมันไม่กล้าเดินเข้าไปแม้แต่ก้าวเดียว แต่ความอดทนของสัตว์อสูรนั้นมีจำกัด ไม่รู้ผ่านไปเท่าไหร่ เมื่อสัตว์อสูรตัวหนึ่งเข้าโจมตี สัตว์อสูรจากทุกทางก็รุมกรูเข้าไป

“สงบ!”

เสียงไม่แย่แสดังมาจากร่างนั้น ระลอกคลื่นซึ่งมีศูนย์กลางจากร่างนั้นแผ่ออกไปทุกทิศทุกทาง เพียงพริบตาเดียวเข้าครอบคลุมในระยะร้อยหมี่

ในขณะที่ระลอกคลื่นกระจายออกไป สัตว์อสูรที่กระโจนเข้ามาเหมือนถูกโจมตีอย่างรุนแรง ร่างกายพวกมันถูกกระแทกลงพื้น สัตว์อสูรอ่อนแอบางตัวกระแทกพื้นจนกลายเป็นเศษเนื้อ

สัตว์อสูรหลายสิบตัวถูกตรึงและไม่อาจขยับ พวกมันทำได้เพียงส่งเสียงครวญครางขอความเมตตา

เฉินเฟยสะดุ้งตกใจและปล่อยมือออก

หากเทียบกับการโจมตีของกระบี่วิญญาณยักษ์ กระบี่จ้งหยวนอันนี้เน้นไปทางควบคุม ยับยั้งทุกทางด้วยแรงถ่วง ศัตรูที่อ่อนแออาจตายทันที

“เจ้าได้เห็นวิชามรดกทั้งสามแล้ว ตัดสินใจได้หรือยังว่าจะเลือกอันไหน?” โจวฉุนซานมองเฉินเฟยและถามด้วยรอยยิ้ม

เฉินเฟยครุ่นคิดไม่ได้ตอบทันที

วิชาทั้งสามส่งต่อมาได้จนถึงวันนี้ เป็นธรรมดาที่วิชาเหล่านี้จะทรงพลัง ไม่ว่าจะเลือกวิชาก็เพียงพอให้เฉินเฟยฝึกจนถึงระดับขัดเกลาทวารหรือแม้กระทั่งระดับขัดเกลาทวารขั้นปลาย

แต่ทุกวิชาล้วนทรงพลัง เฉินเฟยจึงต้องการเลือกอันที่เหมาะกับตัวเอง

กระบี่วิญญาณยักษ์เน้นการฆ่า เมื่อเผชิญกับคนที่มีการป้องกันแข็งแกร่ง กระบี่วิญญาณยักษ์จะมีประโยชน์มากกว่า

เดินหนีสวรรค์นั้นชัดเจนแล้ว มันเป็นท่าร่างที่ทรงพลังอย่างยิ่งและสามารถฝึกร่วมกับวิชาอื่นได้ แต่เฉินเฟยปัดมันทิ้งอันแรกเลย

เนื่องจากเฉินเฟยเรียนรู้ท่องหนีสวรรค์ซึ่งเป็นส่วนแยกของเดินหนีสวรรค์ แม้ตอนนี้เฉินเฟยจะเลือกวิชาเดินหนีสวรรค์ แต่คาดว่าตอนอยู่ในระดับขัดเกลาอวัยวะภายในคงแข็งแกร่งขึ้นเพียงเล็กน้อย

เฉินเฟยตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ตอนนี้ต้องเลือกว่าจะเอากระบี่วิญญาณยักษ์ที่เน้นการโจมตีหรือกระบี่จ้งหยวนที่เน้นการควบคุม ทั้งสองมีทิศทางแตกต่างกัน และหลังจากนี้มันจะเป็นตัวกำหนดวิธีต่อสู้ของเฉินเฟย

หลังคิดอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดเฉินเฟยก็ตัดสินใจได้และหันไปมองโจวฉุนซาน

“เลือกได้หรือยัง?” โจวฉุนซานสงสัยตัวเลือกของเฉินเฟย

“เลือกได้แล้ว ข้าเลือกกระบี่จ้งหยวน!”

เฉินเฟยพยักหน้าบอกสิ่งที่เลือก เฉินเฟยมองสิ่งที่ตัวเองฝึกฝนเป็นหลักและพบว่าเด่นด้านป้องกัน

กระบี่จ้งหยวนและกระบี่วิญญาณยักษ์มีจำนวนจุดทวารเท่ากัน ความแตกต่างอยู่ที่วิธีต่อสู้ หลังฝึกกระบี่จ้งหยวน เฉินเฟยจะจำกัดความเร็วของศัตรูได้

ในเวลานั้นจะขึ้นอยู่กับเฉินเฟยว่าต้องการไปหรือไม่ ซึ่งทำให้เขามีตัวเลือกมากขึ้น

“ได้”

โจวฉุนซานพยักหน้าโดยไม่แสดงเห็นเกี่ยวกับการเลือกของเฉินเฟย ศิษย์แท้จริงสามารถเลือกได้หนึ่งวิชาจากสามวิชา แต่ศิษย์แท้จริงส่วนใหญ่จะเลือกกระบี่วิญญาณยักษ์มากกว่า

พลังเข้าใจต้นกำเนิดซึ่งเป็นวิชาของสำนักภายในกับกระบี่วิญญาณยักษ์เกือบพูดได้ว่ามีต้นกำเนิดเดียวกัน คุณสมบัติพิเศษที่ตื่นขึ้นของพลังเข้าใจต้นกำเนิดคือกำลังมหาศาลและกระดูกเหล็ก อันที่จริงอาจพูดได้ว่าเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับกระบี่วิญญาณยักษ์ ดังนั้นการทำความเข้าใจกระบี่วิญญาณยักษ์จึงง่ายกว่า

แต่มันไม่ได้หมายความว่ากระบี่จ้งหยวนไม่ดี เพียงแต่มันเข้าใจยากกว่า แต่สำหรับศิษย์ที่มีความเข้าใจแข็งแกร่ง ความแตกต่างของพวกมันจึงมีไม่มากนัก

เฉินเฟยอยู่ในระดับขัดเกลาไขกระดูกและฝึกพลังเข้าใจต้นกำเนิดถึงขั้นห้า เขาได้พิสูจน์ความเข้าใจของตัวเองแล้ว การเลือกกระบี่จ้งหยวนจึงไม่ใช่ปัญหา และนี่เป็นเหตุผลที่โจวฉุนซานไม่ชักชวนให้เปลี่ยน

“ผู้อาวุโส ในสำนักของเรามีวิชากระบี่ฟ้าคำรามหรือไม่?” เฉินเฟยถามทันที นี่เป็นวิชาที่เฉินเฟยเรียนรู้ก่อนเข้าร่วมสำนัก

“มี แต่กระบี่ฟ้าคำรามไปถึงเพียงระดับขัดเกลาทวารขั้นต้น ส่วนวิธีฝึกหลังจากนั้นล้วนหายไป หลังเจ้าเข้าสู่ระดับขัดเกลาทวาร หากสนใจก็สามารถไปนำมาฝึกได้”

โจวฉุนซานมองเฉินเฟยด้วยสีหน้ามืดมน “ตอนนี้จงไปที่แผ่นศิลากระบี่จ้งหยวน ข้าจะเปิดใช้งานข้อห้าม เจ้าจะได้รับวิชามรดก!”

“ขอรับ!”

เฉินเฟยพยักหน้าและมายืนอยู่หน้าแผ่นศิลา พลังในร่างโจวฉุนซานเพิ่มขึ้น จากนั้นเขาใช้มือเปิดผนึก แผ่นศิลาสั่นเล็กน้อยก่อนปล่อยแสงจาง ครู่ต่อมาแสงเข้าปกคลุมตัวเฉินเฟย

แสงสว่างส่องเข้ามาหา วิชานับไม่ถ้วนถูกนำเข้าสู่ทะเลจิตสำนึก ในบรรดาวิชาเหล่านี้ไม่ได้มีเพียงวิธีฝึกกระบี่จ้งหยวน แต่ยังมีข้อมูลเชิงลึกที่ปรมาจารย์กระบี่จ้งหยวนรุ่นก่อนทิ้งไว้

ทะเลจิตสำนึกของเฉินเฟยขยายตัว เคล็ดพันต้นกำเนิดหมุนเวียนอย่างรวดเร็วโดยดูดซับเนื้อหาของวิชาไปที่ละส่วน

การสืบทอดวิชากินเวลานานหนึ่งชั่วยามถึงสิ้นสุดลง เฉินเฟยยืนหลับตาอยู่ที่เดิม หลังจากนั้นครู่หนึ่งพ่นลมหายใจออกยาว

กระบี่จ้งหยวนไม่ได้มีเพียงวิธีฝึกฝน แต่มีวิธีจับการเคลื่อนไหวของศัตรูด้วย

“การสืบทอดจะไปถึงระดับขัดเกลาทวารขั้นต้นเท่านั้น วิธีบ่มเพาะสามสิบหกจุดทวารจะรับได้ต่อเมื่อไปถึงระดับขัดเกลาทวาร” โจวฉุนซานมองเฉินเฟยแล้วอธิบาย

สำกระบี่เริ่มดวงดาวทำแบบบี้เพราะกลัวการถ่ายทอดเข้าทะเลจิตสำนึกในครั้งเดียวจะก่อให้เกิดภาระมากเกินไป และมีอีกเหตุผลที่สำคัญกว่านั้นคือการสังเกตการกระทำของศิษย์สาวก

แม้ศิษย์สาวกจะเข้ารับการทดสอบลูกปัดหลอมจิตมาก่อนแล้ว แต่ลูกปัดหลอมจิตเป็นเพียงอาวุธวิญญาณ

ในขั้นตอนฝึกฝนศิษย์แท้จริง สำนักจะสังเกตการกระทำของศิษย์ต่อไปจนกว่าจะถือว่าศิษย์ไม่มีปัญหา เมื่อศิษย์สาวกถึงระดับขัดเกลาทวารจะส่งมอบส่วนสมบูรณ์ให้

ถึงอย่างไรก็มอบวิชาสำหรับระดับขัดเกลาทวารขั้นต้นให้แล้ว มันไม่ทำให้การฝึกฝนล่าช้าอยู่ดี หากต้องการสืบทอดต่อต้องทะลวงระดับเท่านั้น

“ขอบคุณผู้อาวุโสที่สั่งสอน!” เฉินเฟยมองโจวฉุนซานแล้วกุมมือ

ในเวลานี้ทะเลจิตสำนึกของเฉินเฟยมีความรู้มากมาย เฉินเฟยไม่สารมารถตรวจสอบทีละอย่าง ดังนั้นเขาจะอ่านอย่างระวังตอนอยู่คนเดียว

“มอบมรดกแท้จริงให้เจ้าแล้ว ไปเถอะ มีเรื่องที่ศิษย์แท้จริงต้องรู้อีกมาก หลังจากนี้ศิษย์ดูแลจะอธิบายให้เจ้าฟังเอง”

โจวฉุนซานมองดวงตาแจ่มเจนของเฉินเฟยแล้วเปลี่ยนสีหน้าไปเล็กน้อย พลังจิตใจของเฉินเฟยอยู่เหนือความคาดหมายของเขา หลังจากศิษย์แท้จริงธรรมดาได้รับวิชาเหล่านี้ พลังจิตใจและร่างกายจะถูกกดข่มระยะหนึ่ง

พอปรับตัวได้แล้วถึงจะค่อยๆฟื้นตัว แต่ดูจากท่าทางเฉินเฟยแล้วพลังจิตใจคงไม่ได้รับผลกระทบใด เห็นได้ชัดว่าพลังจิตใจของเฉินเฟยเหนือว่าศิษย์แท้จริงทั่วไปมาก

เฉินเฟยตามโจวฉุนซานกลับไปที่ห้องโถงสืบทอด โจวฉุนซานให้กำลังใจเฉินเฟยสองสามคำก่อนจะหายไป

เฉินเฟยตามศิษย์จริงไปลงทะเบียนชื่อและได้อยู่ในรายชื่อศิษย์แท้จริงของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว

“ศิษย์น้องเฉิน ตอนนี้ในสำนักของเรามีศิษย์แท้จริงเก้าสิบแปดคนซึ่งรวมเจ้าด้วย การจัดอันดับเริ่มต้นตามระดับบ่มเพาะ ศิษย์น้องเฉินอยู่ที่อันดับเก้าสิบแปดพอดี”

ศิษย์ดูแลมอบป้ายเหล็กอันใหม่ให้เฉินเฟย เฉินเฟยรับมาดูและพบว่ามันต่างจากป้ายเหล็กของศิษย์ภายใน

“ข้าจะพาเจ้าไปดูที่อาศัยของศิษย์แท้จริง” ศิษย์ดูแลพูดแล้วเดินออกจากห้องโถง เฉินเฟยเก็บป้ายเหล็กแล้วเดินตามไป

“มีอะไรพิเศษเกี่ยวกับที่อยู่อาศัยของศิษย์แท้จริงหรือไม่?” เฉินเฟยด้านข้างถามเสียงเบา

“มีบางสิ่งต่างกัน ปราณหยวนของที่นั่นมีมากกว่าซึ่งเป็นผลดีต่อเรื่องการบ่มเพาะมาก”

หนึ่งก้านธูปต่อมา ทั้งสองมาถึงยอดเขาสืบทอด ศิษย์ดูแลพาเฉินเฟยไปที่บ้าน เฉินเฟยมองไปรอบบริเวณ สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ครึ่งทางของยอดเขาสืบทอด บริเวณโดยรอบร่มรื่นและเต็มไปด้วยต้นไม้

“ที่แห่งนี้จะเป็นที่อยู่อาศัยของเจ้า เจ้าสามารถจัดคนรับใช้มาที่นี่เพื่อดูแลชีวิตประจำวันได้”

ศิษย์ดูแลมองเฉินเฟยแล้วกระซิบ “ขึ้นไปด้านบนคือบ้านของศิษย์แท้จริงคนอื่น หากเจ้าต้องการบ้านด้านบน เจ้าต้องเลื่อนอันดับศิษย์แท้จริง”

“ยิ่งสูงปราณหยวนยิ่งมากหรือ?” เฉินเฟยถามอย่างสงสัย

“ใช่ ขึ้นไปสูงจะหนาแน่น”

ศิษย์ดูแลพยักหน้าและพูดต่อ “จะมีการประเมินศิษย์แท้จริงทุกครึ่งปี หากในเวลานั้นศิษย์น้องมีความมั่นใจก็สามารถท้าทายพวกเขาได้ หากชนะอันดับจะเปลี่ยนแปลง ในเวลานั้นไม่เพียงแต่ได้เปลี่ยนบ้าน โอสถและค่าผลงานที่เจ้าได้รับทุกเดือนจะเปลี่ยนไปตามอันดับ”

เฉินเฟยพยักหน้า ศิษย์แท้จริงจะได้รับโอสถและค่าผลงานที่สำนักมอบให้ทุกเดือน อันดับยิ่งสูงยิ่งได้เยอะ

เฉินเฟยอยู่อันดับล่างสุด ดังนั้นเป็นธรรมดาที่จะได้น้อยสุด

“ต้องรออีกเวลาครึ่งปีถึงจะท้าทายได้หรือ?” เฉินเฟยถามทันที

“ไม่หรอก หากเจ้าท้าทายในการแข่งขันครึ่งปี ศิษย์แท้จริงที่เจ้าท้าทายจะปฏิเสธไม่ได้ ถ้าเจ้าต้องการท้าทายล่วงหน้าจะต้องให้อีกฝ่ายยอมรับด้วย หากชนะอันดับจะเปลี่ยนแปลง ทรัพยากรในเดือนหน้าจะเปลี่ยนไปเช่นกัน”

ศิษย์ดูแลมองดูเฉินเฟยและอดไม่ได้ที่จะยิ้ม เป็นไปได้ไหมว่าศิษย์น้องเฉินซึ่งมีระดับบ่มเพาะต่ำที่สุดวางแผนจะเลื่อนอันดับภายในครึ่งปี แค่วางแผนก็ล้มเหลวแล้ว

เวลาครึ่งปีเป็นการให้เวลาศิษย์แท้จริงคนใหม่ได้ฝึกฝน ใช้เวลาครึ่งปีนี้ฝึกฝนวิชาแท้จริงให้ดีเพื่อจะได้ไม่ต้องอยู่อันดับสุดท้ายทุกครึ่งปี

เพราะในเวลานั้นจะมีศิษย์ภายในคนอื่นจับตาดูอันดับสุดท้าย

เฉินเฟยเห็นการมองของศิษย์ดูแลจึงยิ้มเล็กน้อยโดยไม่อธิบายอะไร การท้าทายก่อนครึ่งปีต้องได้รับความยินยอมจากทั้งสองฝ่าย สำหรับศิษย์ภายในที่จะท้าทายศิษย์แท้จริงอันดับสุดท้าย คาดว่าต้องได้รับการยินยอมจากศิษย์อันดับสุดท้าย

พอผ่านไปครึ่งปี เมื่อความท้าทายมาถึงจะต้องเลือกคนใดคนหนึ่งโดยไม่มีทางหลีกเลี่ยง

“ขอบคุณศิษย์พี่สำหรับคำแนะนำ” เฉินเฟยกุมมือพูด

“ไม่เป็นไร หากเจ้าไม่เข้าใจอะไรสามารถมาหาได้ที่ห้องโถงสืบทอด” เมื่อเห็นเฉินเฟยไม่มีข้อสงสัยอื่นใด ศิษย์ดูแลจึงกุมมือแล้วหันหลังกลับไป

เฉินเฟยยืนลูบคางคิดถึงเฉียนกวงจี๋ คนพวกนั้นต้องการโอสถทะลวงทวารในมือเขา อีกครึ่งปีต้องมาท้าทายแน่

บางทีอาจไม่ถึงครึ่งปีก็คงมาท้าทายด้วยซ้ำ

อย่างไรแล้วตอนนี้เฉินเฟยอยู่ในระดับขัดเกลาไขกระดูก มันคงเป็นเรื่องยากสำหรับพวกเขาในการหาใครสักคนที่อยู่ในระดับขัดเกลาไขกระดูก ท้ายที่สุดแล้วเฉินเฟยฝึกพลังเข้าใจต้นกำเนิดถึงขั้นห้า มีระดับขัดเลกาไขกระดูกเพียงไม่กี่คนที่สำเร็จถึงขั้นนี้ได้

“ลองสัมผัสปราณหยวนของที่นี่ก่อนดีกว่า มันเยอะแค่ไหนกันเชียว” เฉินเฟยมองบ้านตัวเองแล้วเดินเข้าไป

เฉินเฟยที่ได้เลื่อนเป็นศิษย์แท้จริงไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ท้ายที่สุดแล้วช่วงนี้ศิษย์ภายในหลายคนได้เลื่อนเป็นศิษย์แท้จริงและคนส่วนใหญ่รู้เรื่องนี้ทั้งนั้น