ตอนที่ 138 รอยยิ้มทรงเสน่ห์

“ดี!”

เฉินเฟยอดยิ้มไม่ได้ ปราณหยวนใช้ได้ผล

เฉินเฟยหันไปมองกัวหลินซานคนอื่นแล้วกุมมือ “ศิษย์พี่กัว ศิษย์พพี่เก่อ ศิษย์พี่หญิงจาง ข้าต้องฝากทางนี้ไว้กับพวกท่านแล้ว!”

กัวหลินซานและเก่อหงเจี๋ยพยักหน้า จางฟางฉยงเดินไปช่วยจัดเสื้อให้เฉินเฟยแล้วพูดเสียงต่ำ “ข้าไม่เคยเข้าโลกหัวใจประหลาดนั้นแต่คาดว่ามันคงอันตรายนัก ระวังตัวด้วย”

เฉินเฟยตัวแข็งทื่อ เขาคิดไม่ถึงว่าจางฟางฉยงจะทำแบบนี้ต่อหน้าผู้คนมากมาย

จางฟางฉยงปิดปากยิ้มเมื่อเห็นสีหน้าเฉินเฟย รอยยิ้มทรงเสน่ห์ของจางฟางฉยงเหมือนกับลูกพลับสุกงอมที่เห็นแล้วต้องน้ำลายหยด

“อี้หนาน เริ่มกันเถอะ”

เฉินเฟยไอกลบเกลื่อนแล้วหันไปหาซืออี้หนาน

ซืออี้หนานพยักหน้า หยิบหยกประหลาดออกมาและประกบมือ ครู่ต่อมาหยกประหลาดลอยขึ้นปล่อยแสงจางปกคลุมเฉินเฟยทั้งสอง

ความง่วงเข้าครอบงำ เฉินเฟยหลับตาลง

กัวหลินซานคนอื่นมองภาพตรงหน้าอย่างสงสัย พอเห็นลมปราณเฉินเฟยทั้งสองถูกปกปิดไว้จึงรู้ว่าพวกเขาเข้าโลกหัวใจประหลาดแล้ว

ตามการสนทนาครั้งก่อน กัวหลินซานเฝ้าที่ลานบ้าน หากมีอะไรเกิดขึ้นเขาจะแจ้งเตือนล่วงหน้าได้ทันที จางฟางฉยงและเก่อหงเจี๋ยคอยปกป้องพวกเขาอยู่ในห้อง

ในโลกหัวใจประหลาด เฉินเฟยลืมตามองไปรอบด้าน ยังคงเป็นที่ราบเดิม ซืออี้หนานด้านข้างกลับมามีรูปลักษณ์เด็กสิบขวบ

“ขึ้นหลังมา พวกเราจะวิ่งไป!”

เฉินเฟยพูดกับซื้ออี้หนานด้วยท่าทางปาก ซืออี้หนานพยักหน้าแล้วปีนขึ้นหลังเฉินเฟย ในขณะเดียวกันก็ใช้เศษลูกปัดจิตใจคลุมปานจื่อ

เฉินเฟยจับซืออี้หนานด้วยมือทั้งสองให้ตัวนางคงที่ ในขณะเดียวกันก็ใช้ความคิดรวบรวมแสงเทียนจิต ซืออี้หนานมีแสงเทียนมากขึ้น ส่วนเฉินเฟยมีแสงเทียนติดอยู่กับผิวหนัง

เสียงกระซิบดังเข้าหูอีกครั้ง เคล็ดสงบต้นกำเนิดหมุนเวียนอย่างรวดเร็วกำจัดสิ่งแปดเปื้อนของโลกหัวใจประหลาด

เฉินเฟยมองไปด้านหน้าและเริ่มวิ่ง

พวกเขาอ้อมไปด้านขวาตามเส้นทางที่สำรวจครั้งก่อน หลังจากนั้นไม่นานทั้งสองได้ยินเสียงกระแสน้ำไหล

เนื่องจากห่างกันไม่ถึงวัน โลกหัวใจประหลาดจึงเปลี่ยนแปลงไม่มากนัก ทั้งสองได้มาถึงหมอกดำในตอนนั้น

ในหมอกดำมีสิ่งแปลกประหลาดอยู่ สิ่งแปลกประหลาดนี้เหมือนกับเฉินเฟยและซืออี้หนานทุกประการ มันเหมือนคนกระดาษแต่ก็ไม่ใช่คนกระดาษ ไม่รู้ว่ามันคืออะไรกันแน่

เฉินเฟยตัดสินใจบุกเข้าไป ท้ายที่สุดแล้วเขาไม่เคยไปทางอื่นเลยไม่รู้มีอันตรายอะไรรออยู่ การเข้าไปจากที่คุ้นเคยจึงดีกว่า

เฉินเฟยทั้งสองเข้าไปในหมอกดำ การมองเห็นยังคงมีไม่ถึงสิบหมี่ เฉินเฟยสังเกตสภาพแวดล้อม แม้เคยมาที่นี่ครั้งหนึ่งแต่เฉินเฟยยังคงระมัดระวังเพราะกลัวอันตรายอย่างอื่นที่ไม่ได้เจอในครั้งก่อน

หลังจากนั้นไม่นานเฉินเฟยเห็นร่างหนึ่งซึ่งมีบางอย่างอยู่ด้านหลังปรากฏตรงหน้า

เฉินเฟยไม่หยุดเท้าและเดินต่อไป เมื่อระยะห่างเข้าใกล้มากขึ้นจึงเห็นใบหน้าของร่างนั้น มันยังเป็นเฉินเฟยกับซืออี้หนานตัวปลอมที่เคยเห็นครั้งก่อน

สิ่งแปลกประหลาดทั้งสองกำลังจะยิ้ม แต่เฉินเฟยโจมตีด้วยช่วงเวลานิรันดร์ทันที

“วิ้ง!”

ระลอกคลื่นแผ่จากตรงกลางทั้งสองด้าน ใบหน้าสิ่งแปลกประหลาดเริ่มยิ้มออกมา มุมปากมันกว้างขึ้นราวกับจะกว้างไปถึงหู ช่วงเวลานิรันดร์ถูกขัดขวาง

เฉินเฟยเวียนหัว เสียงกระซิบข้างหูเริ่มดังขึ้น พอเห็นรอยยิ้มของสิ่งแปลกประหลาดเฉินเฟยก็สัมผัสได้ว่าเมื่อสิ่งแปลกประหลาดยิ้มออกมาเต็มที่ นั่นจะกลายเป็นช่วงเวลาอันน่าหวาดกลัว

ช่วงเวลานิรันดร์! ช่วงเวลานิรันดร์! ช่วงเวลานิรันดร์!

ทักษะจิตใจถูกใช้สามครั้งติด เฉินเฟยโจมตีสิ่งแปลกประหลาดอย่างไม่ลังเล

บางอย่างเช่นทักษะจิตใจ ตราบใดที่พลังจิตใจแข็งแกร่งพอและอีกฝ่ายไม่ได้แข็งแกร่งกว่า การโจมตีย้อนกลับย่อมทำได้เสมอ

สิ่งแปลกประหลาดนี้ไม่ได้แข็งแกร่งกว่าเฉินเฟย ดังนั้นเฉินเฟยจึงใช้ออกไปอย่างไม่ลังเล

สองครั้งแรกสิ่งแปลกประหลาดยังคงต้านทานชั่วนิรันดร์พริบตาได้ แต่ชั่วนิรันดร์พริบตาครั้งที่ได้สามได้ไปโดนตัวสิ่งแปลกประหลาดทำให้มันต้อง-ยื่นนิ่ง

เฉินเฟยเวียนหัวเพราะทักษะจิตใจถูกขัดขวางไว้ได้ โชคดีที่มันไม่แข็งแกร่งนักเฉินเฟยจึงต้านท้านได้

เฉินเฟยขยับเท้าวิ่งผ่านสิ่งแปลกประหลาดไปอย่างรวดเร็ว

หากไม่ใช่เพราะไม่มีเวลา เฉินเฟยก็อยากลองดูว่าจะกำจัดสิ่งแปลกประหลาดตัวนี้ได้ไหม การฆ่าสิ่งแปลกประหลาดในโลกหัวใจประหลาดต่างจากโลกข้างนอกหรือไม่?

เฉินเฟยอุ้มซืออี้หนานไว้บนหลังและวิ่งออกไปจากหมอกดำ ความรู้สึกเสี่ยวซ่านยังคงอยู่ด้านหลัง ต่อให้เฉินเฟยไม่หันกลับไปเขาก็รู้ว่าสิ่งแปลกประหลาดกำลังจ้องมองอยู่

ไม่รู้ว่ามันมีข้อจำกัดอะไรหรือไม่สิ่งแปลกประหลาดจึงไม่ได้หายไปจากสถานที่ที่ปกคลุมด้วยหมอกดำ แต่มันทำได้เพียงจ้องมองเฉินเฟยจากระยะไกลจนกระทั่งเฉินเฟยหายไป

ซืออี้หนานมองเทียนจิตในมือ จากตรงนั้นมาถึงตรงนี้เทียนจิตยังเผาไหม้ไม่ถึงหนึ่งส่วน ในครั้งนี้ใช้เวลาน้อยกว่าอย่างน่าเหลือเชื่อ

ซื้ออี้หนานสัมผัสได้ถึงตำแหน่งของท่านปู่ เทียนจิตนี้มากพอที่จะไปถึงที่นั่น

ซืออี้หนานกระตุกเสื้อเตือนให้เฉินเฟยช้าลงและไม่ต้องกังวล

เฉินเฟยพยักหน้า เส้นทางข้างหน้ายังไม่รู้จัก เฉินเฟยจะระวังมากขึ้นอยู่ดีแม้ซืออี้หนานไม่เตือน

เฉินเฟยพยายามรับรู้สภาพแวดล้อมอย่างเต็มที่และไม่วิ่งสุดกำลังเพื่อรักษาสมดุลระหว่างความเร็วและการรับรู้ เวลาเจออันตรายจะได้ตอบสนองทัน

พอเข้าใกล้ซือหยวนไห่ขึ้นเฉินเฟยก็เริ่มระวังมากขึ้น ไม่รู้ว่าเฉินเฟยโชคดีหรือเส้นทางนี้ไม่มีอันตราย ทั้งสองไม่เจออันตรายใดเลยในระหว่างทางที่มา

เฉินเฟยเพียงสัมผัสได้ถึงความน่ากลัวในความมืดมิดจากที่ห่างไกล แม้จะอยู่ห่างไกลยังรู้สึกกลัวจนจิตใจเฉินเฟยสั่นสะท้าย

เห็นได้ชัดว่านั่นเป็นการดำรงอยู่ที่ไกลเกินกว่าเฉินเฟยจะเผชิญได้

โชคดีที่มันอยู่ไกล

ซืออี้หนานกำเสื้อเฉินเฟยแน่น เมื่อเข้าใกล้มากขึ้นซืออี้หนานยิ่งสัมผัสได้ว่าปู่ของนางอยู่ไม่ไกลจางข้างหน้าแล้ว

เฉินเฟยรับรู้ถึงความตื่นเต้นของซืออี้หนาน เมื่อสัมผัสได้ว่าไม่มีอันตรายอยู่ใกล้เฉินเฟยจึงเร่งความเร็วเล็กน้อย

หลังจากนั้นไม่นานร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าเฉินเฟยทั้งสอง ในเวลานี้ร่างนั้นยืนตรงไม่ขยับเขยื้อน

เฉินเฟยหันหน้าไปมองซืออี้หนานซึ่งพยักหน้าให้อย่างแรง

เฉินเฟยปล่อยแขนลง ซืออี้หนานไหลตัวลงจากหลังเฉินเฟยและค่อยๆเดินไปหาร่างนั้น เฉินเฟยเดินตามไปจากด้านข้าง

หลังจากเห็นภาพนั้นชัดเจนเฉินเฟยก็ขมวดคิ้ว ตอนมองจากระยะไกลยังไม่เห็นอะไร แต่พอเข้ามาใกล้จึงรู้ว่าแท้จริงแล้วมีสองคนยืนอยู่ด้วยกัน และใบหน้าทั้งสองล้วนเป็นซือหยวนไห่

เฉินเฟยมองซืออี้หนานอย่างสงสัย ซืออี้หนานสัมผัสได้ถึงการจ้องมองของเฉินเฟยจึงหันไปมอง

“หนึ่งฝยนั้นเป็นสิ่งแปลกประหลาดในร่างท่านปู่ เมื่อวานสิ่งแปลกประหลาดคงตื่นตัววันนี้จึงกลายร่างเป็นท่านปู่” ซืออี้หนานพูดด้วยท่าทางปาก

“แล้วจะบอกความแตกต่างได้อย่างไร?” เฉินเฟยสัมผัสได้ถึงลมปราณซือหยวนไห่ทั้งสองและพบว่าทั้งสองเหมือนกันทุกประการ

“ข้าไม่รู้” ซืออี้หนานตื่นตระหนก นางไม่เคยพบสถานการณ์นี้มาก่อนและซือหยวนไห่ไม่เคยบอกนางเกี่ยวกับสถานการณ์นี้

เฉินเฟยขมวดคิ้วมองเทียนจิต ยังพอมีเวลาเหลืออยู่

“ถ้าบอกตัวได้แล้วเราจะพาปู่เจ้ากลับไปอย่างไร?” เฉินเฟยถาม

“ใส่ปานจื่อลงในร่างสิ่งแปลกประหลาดแล้วจิตวิญญาณท่านปู่จะกลับไปเอง แต่ถ้าเลือกผิด จิตวิญญาณท่านปู่อาจได้รับบาดเจ็บสาหัสหรือแม้แต่ถูกลบหายไป!” ซืออี้หนานชูปานจื่อในมือ

เฉินเฟยขมวดคิ้ว เดินไปอยู่ตรงหน้าซือหยวนไห่ทั้งสอง

ช่วงเวลานิรันดร์!

หลังใช้ทักษะจิตใจซือหยวนไห่ทั้งสองก็เริ่มเชื่องช้า ในขณะเดียวกันเวลาของเฉินเฟยถูกหยุดชั่วคราวครู่หนึ่ง

เฉินเฟยมองซือหยวนไห่ทั้งสอง พยายามตัดสินว่าคนไหนเป็นสิ่งแปลกประหลาดอย่างรอบคอบ แต่ลักษณะและการตอบสนองของซือหยวนไห่ทั้งสองเหมือนกันทุกประการ

ทั้งสองเป็นดั่งกระจกสองด้านที่ทำเหมือนกันทุกอย่าง

“แยกแยะได้หรือไม่?”

ซืออี้หนานดึงเสื้อเฉินเฟยและถามอย่างมีความหวัง

เฉินเฟยส่ายหัว ปัญหานี้ค่อนข้างใหญ่ สิ่งแปลกประหลาดตัวนี้สัมพันธ์กับซือหยวนไห่มากเกินไป พูดได้ว่าทั้งสองเป็นร่างกายเดียวกันที่มีสองด้าน การแยกแยะด้วยวิธีอย่างง่ายเป็นเรื่องยาก

ซืออี้หนานไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร นางเดินไปหาซือหยวนไห่ทั้งสอง เงยหน้ามองปู่ อยากสัมผัสตัวเขาแต่ไม่กล้าเพราะกลัวว่าจะเกิดผลบางอย่าง

เฉินเฟยเกิดความคิดหลายวิธีในใจ แต่เฉินเฟยก็เริ่มตัดออกไป

ทันใดนั้นเฉินเฟยหันไปมองชิ้นส่วนลูกปัดจิตใจบนนิ้วซืออีหนาน ดวงตาเขาก็เป็นประกาย

ไม่ว่าจิตวิญญาณซือหยวนไห่กับสิ่งแปลกประปลาดจะคล้ายกันแค่ไหนก็ควรมีส่วนสำคัญต่างกัน เศษลูกปัดจิตใจในตอนนี้ไม่มีอะไรน่าทึ่งแล้ว แต่มันยังมีผลปิดกั้นป้องกันอยู่

คิดได้ดังนั้นเฉินเฟยจึงหยิบเศษลูกปัดจิตใจออกมา เดินไปหาซือหยวนไห่แล้วทาบเศษลูกปัดจิตใจใส่หน้าผากซือหยวนไห่ด้านซ้าย

เมื่อเศษลูกปัดจิตใจเข้าใกล้ ระลอกคลื่นเล็กน้อยปรากฏบนหน้าผากซือหยวนไห่ ลมปราณบนผิวกระจายออกไปและเปิดเผยต้นกำเนิดของมัน

ดวงตาเฉินเฟยเป็นประกายทันใด เขาใช้ช่วงเวลานิรันดร์โจมตีซื้อหยวนไห่ด้านขวาโดยตรงจากนั้นนำเศษลูกปัดจิตใจเข้าไปใกล้หน้าผาก เมื่อลมปราณบนผิวกระจายออกไป ลมปราณเยือกเย็นก็ตีเข้าหน้าเฉินเฟย

เฉินเฟยยิ้มออกมา ถอดปานจื่อจากมือซืออี้หนานแล้วสอดเข้าไปในหน้าผากสิ่งแปลกประหลาด

แววตาสิ่งแปลกประหลาดเต็มไปด้วยความดิ้นรน แต่มันไม่อาจเคลื่อนไหวได้และทำได้เพียงมองปานจื่อทะลุเข้ามาในหน้าผาก

ปานจื่อสั่นไหวแล้วสิ่งแปลกประหลาดก็หายไป เฉินเฟยหันไปมองซือหยวนไห่ตัวจริงที่อยู่ด้านข้าง เห็นดวงตาเขากลับมาชัดเจน

ซือหยวนไห่มองซืออี้หนาน แววตาเขาเต็มไปด้วยความโล่งใจ เขาพยักหน้าให้เฉินเฟยจากนั้นหายไป

“ไป!”

ดับเทียนจิต เฉินเฟยทั้งสองหายไปจากโลกหัวใจประหลาด

ในบ้านในเมืองเซียนเมฆา

เฉินเฟยกับซืออี้หนานลืมตาขึ้น ซืออี้หนานรีบไปข้างเตียงซือหยวนไห่และมองเขาอย่างใกล้ชิด ดวงตานางเต็มไปด้วยความคาดหวัง

หลังผ่านไปพักหนึ่งนิ้วซือหยวนไห่ก็สั่นไหว เขาลืมตาขึ้นเห็นซืออี้หนานกับเฉินเฟย

เฉินเฟยอดยิ้มไม่ได้ สำเร็จแล้ว!

ในตอนนี้เองเฉินเฟยก็สัมผัสพลังจิตใจของตัวเอง เป็นไปตามที่คาดไว้ มันบริสุทธิ์ขึ้น

ดูแล้วโลกหัวใจประหลาดคงมีอะไรให้ทำอีกเยอะ!