“เฟิงซิวผู่จากสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว ไม่ทราบว่าให้เรียกท่านอย่างไร?” เฟิงซิวผู่ก้าวไปข้างหน้าและกุมมือพูด
แม้ชื่อเสียงของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวจะไม่ดีเท่าสำนักกระบี่เซียนเมฆาแต่ก็เป็นที่รู้จักในบริเวณโดยรอบ ในสำนักมีผู้แข็งแกร่งขัดเกลาทวารขั้นปลายและมีอาวุธวิญญาณระดับสูงคุ้มครองสำนัก
เมื่อผู้ฝึกตนทั่วไปเผชิญกับสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว หากไม่ใช่สถานการณ์ไม่ต่ายไม่เลิกราก็จะไว้หน้าให้บ้าง ท้ายที่สุดการรุกรานสำนัก หากไปไกลเกินไปจะดึงดูดผู้แข็งแกร่งในสำนัก
“ทำไม คิดจะใช้สำนักกดดันชายชรา?”
โฉวหยวนเฉิงได้ยินคำพูดเฟิงซิวผู่แล้วหัวเราะเสียงดัง “สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวนั้นแข็งแกร่ง แต่ฆ่าพวกเจ้าเสร็จก็แค่เดินทางหลายพันลี้ อยากเห็นนักว่าสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวจะไล่ล่าชายชราได้อย่างไร!”
ในตอนท้ายของคำพูดของ โฉวหยวนเฉิงแสดงสีหน้าดุร้าย ลมปราณกดข่มของเขาครอบงำทุกทิศทางล้อมรอบทุกคนไว้ในนั้น
เกิงหยุนเฟยสบตาโฉวหยวนเฉิง หัวใจถึงกับสั่นไหว เขาขยับไปยืนอยู่ข้างแม่โดยไม่รู้ตัว ในระหว่างทางเกิงหยุนเฟยได้เห็นแล้วว่าคนคนนี้แข็งแกร่งเพียงใด
สิ่งที่เกิงหยุนเฟยเห็นก่อนหน้านี้คือ พ่อผู้มีอำนาจทุกอย่างไม่อาจทำให้โฉวหยวนเฉิงขยับมือได้แม้แต่ครั้งเดียว สุดท้ายยังได้รับบาดเจ็บสาหัส ถ้าไม่ใช่เพราะใช้อาวุธวิญญาณค่ายกลจับอีกฝ่าย การจะมาถึงที่นี่ในเวลานี้ได้หรือไม่นั้นคงเป็นคำถาม
ใบหน้าภรรยาของเกิงเยี่ยนหลินซีดลง ในขณะนี้นางไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร ระดับขัดเกลาทวารขั้นกลางแข็งแกร่งกว่าระดับขัดเกลาทวารขั้นต้นมาก
แม้จะเป็นระดับขัดเกลาทวารขั้นต้นระยะสาม แต่มันไม่มีข้อได้เปรียบใดเลยเมื่อเทียบกับระดับขัดเกลาทวาร อาจเป็นไปได้ว่าการต่อสู้นี้จะจบลงในเวลาอันสั้น
ในระดับขัดเกลาทวาร บางครั้งพลังต่อสู้ยังแตกต่างกันมาก ไม่ใช่ว่าขอบเขตเดียวกันแล้วจะสามารถบุกหาและถอยกลับได้ เว้นแต่วิชาที่ทั้งสองฝ่ายเรียนรู้และเข้าใจเกือบจะเหมือนกัน แบบนั้นจึงเป็นไปได้ที่จะสู้อย่างเท่าเทียม
ไม่อย่างนั้นบางครั้งต่อให้เป็นขอบเขตเดียวกันก็อาจกลายเป็นการสังหารหมู่
“เป็นหนี้ต้องจ่ายเป็นคนร้ายต้องชดใช้ คนที่กำลังเจ้าตามห้าคือข้า คนอื่นไม่เกี่ยวข้อง!” เกิงเยี่ยนหลินก้าวไปข้างหน้า จ้องโฉวหยวนเฉิงและพูดเสียงทุ้ม
“พูดถูก!”
โฉวหยวนเฉิงพยักหน้า แต่ความดุร้ายบนใบหน้ากลับไม่ลดลงแม้แต่น้อย มองเกิงเยี่ยนหลินแล้วพูด “ถ้าอย่างนั้นเข้ามาให้ข้าฟันอย่างเชื่อฟัง หากเจ้าตายข้าจะปล่อยพวกเขาไป!”
กัวหลินซานด้านหลังเผลอไปสบตาโฉวหยวนเฉิง ร่างกายถึงกับหนาวสั่น โฉวหยวนเฉิงผู้นี้บอกว่าหากเกิงเยี่ยนหลินตายจะปล่อยคนอื่นไป
แต่ดูจากสีหน้าท่าทางเขาไม่คิดจะปล่อยใครไปแน่
ใช่แล้ว โฉวหยวนเฉิงตั้งใจจะฆ่าทุกคนเพราะเขาแข็งแกร่ง ในเมื่อแข็งแกร่ง เขาย่อมกินทุกโดยธรรมชาติ
ในโลกวิถียุทธ์ ผู้อ่อนแอเป็นเหยื่อของผู้แข็งแกร่ง คว้าทุกสิ่งที่สามารถคว้าได้ สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวไม่ง่ายที่จะยุ่งด้วย แต่สถานที่นี้อยู่ห่างจากสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว
ตราบใดที่มือเท้าสะอาดก็ไม่มีใครติดตามเขาได้
คนในสำนักนั้นดีกว่าผู้ฝึกตนทั่วไปมาก ไม่ต้องพูดถึงสิ่งอื่นใด เพียงแค่นำกระบี่วิญญาณไปขายก็จะเป็นรายได้มหาศาล
ตอนนี้มีข้อแก้ตัวแล้ว โฉวหยวนเฉิงไม่มีเหตุผลที่จะปล่อยคนเหล่านี้ไป!
“เยี่ยนหลิน อย่า!”
“พ่อ!” ภรรยาของเกิงเยี่ยนหลินและเกิงหยุนเฟยตะโกนอย่างกังวลใจ
“อย่าหลงกล ต่อให้เจ้าตายเขาก็ไม่ยอมปล่อยพวกเราที่เหลือ!” เฟิงซิวผู่พูดเสียงทุ้มและมองเฉินเฟยศิษย์ของตัวเอง
ในขณะนี้เฟิงซิวผู่ยังคงรักษาความสงบในใจได้เล็กน้อย ทั้งหมดนี้เป็นเพราะความเชื่อมั่นที่เฉินเฟยมอบให้ในดินแดนลับ ในตอนนั้นเฉินเฟยได้แสดงพลังต่อสู้ระดับขัดเกลาทวารขั้นต้นสูงสุด
ต่งซิวจื่อซึ่งเป็นระดับขัดเกลาทวารขั้นต้นสูงสุดและถือกระบี่วิญญาณระดับกลางยังถูกเฉินเฟยฆ่าในสองกระบี่ ในสถานที่อันตรายอย่างเมืองประหลาด ในขณะที่สำนักอื่นถูกกวาดล้าง เฉินเฟยกลับพาคนสองคนกลับออกมาได้
ต้องแข็งแกร่งขนาดไหนถึงทำแบบนั้นได้
แม้ระดับขัดเกลาทวารขั้นกลางจะแข็งแกร่งกว่าระดับขัดเกลาทวารขั้นต้นมาก แต่หากเป็นเพียงการต้านทานช่วงสั้นๆก็ยังพอมีความหวัง
“ไม่อยากตายหรือ?”
โฉวหยวนเฉิงมองเกิงเยี่ยนหลินและหัวเราะเยาะเย้ย “เพราะเจ้าไม่อยากตาย คนอื่นจึงต้องตายไปพร้อมกับเจ้า เจ้ามันเห็นแก่ตัวยิ่งนัก!”
สีผิวเกิงเยี่ยนหลินเปลี่ยนไปเล็กน้อย ในขณะที่เขากำลังจะพูด เฉินเฟยด้านข้างก็เคลื่อนไหว กระบี่เฉียนหยวนกลายเป็นเส้นแสงฟันไปด้านข้าง
“แคว่ก!”
เสียงผ้าขาดดังขึ้น ปราณหยวนด้านหลังผันผวนตลอดเวลา ไม่รู้ว่ามีค่ายกลปกคลุมสถานที่นี้โดยสมบูรณ์ตั้งแต่เมื่อไหร่ พวกเขาไม่สังเกตุเห็นมันเลย
ประสาทสัมผัสดั้งเดิมของพวกเขาถูกปกคลุมโดยลมปราณของโฉวหยวนเฉิงอย่างสมบูรณ์ หากไม่ใช่เพราะกระบี่ของเฉินเฟย เมื่อค่ายกลถูกเปิดใช้อย่างสมบูรณ์คงไม่มีใครสามารถออกไปได้
นี่คือสาเหตุที่โฉวหยวนเฉิงเต็มใจพูดมากกับพวกเขา เขากำลังถ่วงเวลา เมื่อตกอยู่ในค่ายกลแล้วโฉวหยวนเฉิงสามารถฆ่าทีละคนได้เหมือนฆ่าไก่ฆ่าแกะ แทนที่จะต้องกังวลว่าจู่ๆก็มีคนหนีไปและเอาข้อมูลไปแจ้ง
สีหน้าเฟิงซิวผู่และเกิงเยี่ยนหลินเปลี่ยนไป เมื่อครู่พวกเขารับรู้อะไรไม่ได้เลย พวกเขาไม่ได้สังเกตด้วยซ้ำว่าอีกฝ่ายตั้งค่ายกลต่อหน้า
“อาจารย์ ท่านไปก่อน!” เฉินเฟยมองเฟิงซิวผู่และพูดเสียงทุ้ม
“ไป!”
เฟิงซิวผู่มองสีหน้าจริงจังของเฉินเฟย ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะจับกัวหลินซานกับเกิงหยุนเฟย โคจรเดินหนีสวรรค์ถึงขีดสุด ร่างกลายเป็นภาพติดตาหายไปจากจุดนั้น
เกิงเยี่ยนหลินมึนงง เขาคิดไม่ถึงว่าเฟิงซิวผู่จะมั่นใจขนาดนี้และทิ้งเฉินเฟยไว้เพียงลำพัง แต่เมื่อเห็นเฟิงซิวผู่จากไป เกิงเยี่ยนหลินจึงจับตัวภรรยาและตามหลังไป
“ปัง!”
ทันใดนั้นเสียงปะทะกันดังขึ้น ไม่รู้ว่าเฉินเฟยปรากฏตัวด้านหลังเกิงเยี่ยนหลินโดยปิดกันแสงดาบให้ตั้งแต่เมื่อไหร่
แสงดาบสีแดงชาด หากดูมากกว่าหนึ่งครั้งเหมือนจะทำให้ผู้คนบ้าคลั่ง ในขณะเดียวกันยังส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วทำให้ผู้คนรู้สึกเวียนหัวและอยากอาเจียน
โฉวหยวนเฉิงประหลาดใจ แม้นั่นจะเป็นเพียงการโจมตีแบบสุ่ม แต่ระดับขัดเกลาทวารขั้นต้นธรรมดาไม่สามารถหยุดมัน เฉินเฟยกลับป้องกันได้อย่างง่ายดาย
มองผ่านค่ายกลล่วงหน้าและยังปิดกั้นการโจมตีได้อีก คนคนนี้ย่อมแข็งแกร่งกว่าขัดเกลาทวารขั้นต้นทั่วไป ไม่น่าแปลกใจเลยที่กล้าพูดว่าจะหยุดเขาสักพัก
แต่ระดับขัดเกลาทวารขั้นต้นยังคงระดับขัดเกลาทวารขั้นต้น สิ่งนี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม!
“เจ้า คิดหรือยังว่าจะทำอย่างไรต่อ อยากตายหรือ!?”
โฉวหยวนเฉิงมองเฉินเฟย ดวงตาค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีแดงเลือด เดิมทีวางแผนเก็บเอาทุกอย่าง ตอนนี้เกรงว่าจะยากสักหน่อย
จุดนี้ห่างจากสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวไม่มากนัก หลังฆ่าเฉินเฟย แม้จะไล่ตามคนอื่นได้แต่มันมีความเสี่ยงอยู่บ้าง
แม้โฉวหยวนเฉิงจะโลภแต่ก็รักชีวิตตัวเอง ตอนนี้ทำได้เพียงให้บทเรียนแก่บุตรแห่งสวรรค์ของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวคนนี้ ให้เขาเข้าใจว่าผู้ฝึกตนทั่วไประดับขัดเกลาทวารขั้นกลางก็เป็นขัดเกลาทวารขั้นกลางเช่นกัน!
เฉินเฟยยิ้มเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดโฉวหยวนเฉิง ขยับคอคลายเส้นแล้วชี้ทแยงกระบี่เฉียนหยวนลงพื้น
“แล้วเจ้าคิดหรือยังว่าจะตายอย่างไร?” เฉินเฟยมองโฉวหยวนเฉิงและพูดอย่างสงบ
“อวดดี!”
โฉวหยวนเฉิงตะโกนด้วยความโกรธ แม้เขาจะระวังเฉินเฟยอยู่ในใจและไม่ได้ถือว่าเฉินเฟยเป็นระดับขัดเลกาทวารทั่วไป แต่เขาจะไม่ยอมให้เฉินเฟยมาอวดดีต่อหน้าเขา!
โฉวหยวนเฉิงก้าวไปข้างหน้า ในขณะที่เขากำลังจะเคลื่อนไหว ลูกปัดกระบี่สีดำก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า
“ปัง!”
โฉวหยวนเฉิงทำลายลูกปัดกระบี่ สีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อยเมื่อรับรู้ได้ถึงพลังภายในลูกปัดกระบี่ กระบี่จ้งหยวนของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว? พลังในลูกปัดกระบี่นี้ค่อนข้างเกินความคาดหมายของเขา
“ชู่ว!”
ลูกปัดกระบี่แตกกระจาย มันไม่ได้หายไปและปล่อยค่ายกลกระบี่ห่อหุ้มโฉวหยวนเฉิงโดยตรง กระบี่จ้งหยวนระดับรู้แจ้ง ความเร็วของค่ายกลกระบี่นั้นรวดเร็วมาก
บางทีผู้แข็งแกร่งระดับขัดเกลาทวารขั้นปลายอาจหลีกเลี่ยงได้ แต่ระดับขัดเกลาทวารขั้นกลางไม่มีทางหลบนีค่ายกลกระบี่ได้แน่นอน
“ฟิ้วฟิ้วฟิ้ว!”
ลูกปัดกระบี่ทั้งหมดแปดสิบเอ็ดเม็ดส่งเสียงหวีดหวิวอยู่ในค่ายกลกระบี่ ด้วยพลังละเอียดอ่อนครอบคลุมทุกทิศทาง แม้จะไม่มีการโจมตีที่แท้จริง แต่แรงดันนี้เพียงอย่างเดียวก็ทำให้สีหน้าโฉวหยวนเฉิงเปลี่ยนไป
นี่คือกระบี่จ้งหยวนจริงหรือ?
แม้โฉวหยวนเฉิงจะไม่รู้เรื่องกระบี่จ้งหยวนของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวมากนัก แต่รับรู้ได้ว่าพลังของค่ายกลกระบี่ตรงหน้าไม่ใช่สิ่งที่ระดับขัดเกลาทวารขั้นต้นแสดงออกมาได้
หากระดับขัดเกลาทวารขั้นต้นของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวแข็งแกร่งขนาดนี้ เกรงว่าเจ้าสำนักเซียนเมฆาคงไม่ใช่มหาอำนาจเดียวของที่นี่
“พวกเขาควรไปไกลแล้ว”
เฉินเฟยรับรู้จากด้านหลัง ลมปราณของเฟิงซิวผู่และคนอื่นหายไป ดูเหมือนพวกเขาจะไปไกลแล้ว เฉินเฟยไม่สามารถรับรู้ถึงพวกเขาได้ ดังนั้นพวกเขาย่อมไม่สามารถรับรู้ถึงสถานการณ์ของที่นี่เช่นกัน
“แสร้งทำเป็นผี ทำลายมันให้ข้า!”
โฉวหยวนเฉิงเกิดลางสังหรณ์ไม่ดีในใจ ร่างกายใช้พลังอย่างบ้าคลั่ง จุดทวารเชื่อมโยงกันสร้างพลังมหาศาล แสงดาบสีแดงเลือดยาวขึ้นไปบนฟ้า
ในขณะเดียวกันโฉวหยวนเฉิงถูกปกคลุมไปด้วยแสงสีเลือดและเดินไปตามหลังแสงกระบี่โดยหวังจะทะลวงค่ายกลกระบี่
“ตู้ม!”
ค่ายกลกระบี่เกิดละลอกคลื่น ลูกปัดกระบี่หลายสิบเม็ดร่วมกันทำลายแสงดาบของโฉวหยวนเฉิงและยังบังคับให้แสงเลือดที่ปกคลุมโฉวหยวนเฉิงหยุดลง
ในค่ายกลกระบี่มีเจตจำนงกระบี่อยู่ทุกหนทุกแห่ง ออกตกเหนือใต้บนฟ้าบนดินล้วนเป็นแสงกระบี่ โดยปกติแล้วไม่มีเส้นทางใดที่สามารถทะลวงผ่านไปได้
ในแสงเลือด ท่าทางโฉวหยวนเฉิงเปลี่ยนไป การโจมตีเมื่อครู่ทำให้เขารู้ถึงพลังของค่ายกลกระบี่ เขาโจมตีด้วยพลังทั้งหมดแต่ไม่สามารถทำลายค่ายกลกระบี่ได้
นี่เป็นกระบวนท่าของระดับขัดเกลาทวารขั้นต้นหรือ? ครอบครองพลังต่อสู้ขนาดนี้?
โฉวหยวนเฉิงสังหารผู้คนมากมาย เป็นระดับปรับแต่งร่างกายและบางส่วนเป็นระดับขัดเกลาทวาร มีกระทั่งผู้ฝึกตนทั่วไปและคนของสำนัก แต่ในคนกลุ่มนี้ไม่มีใครเหมือนเฉินเฟยเลย
หากนักยุทธ์สำนักแข็งแกร่งเหมือนเฉินเฟย โฉวหยวนเฉิงคงทำได้เพียงวิ่งหนีไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ ความแข็งแกร่งของเฉินเฟยนั้นผิดปกติแน่นอน
เฉินเฟยถือกระบี่เฉียนหยวน ร่างวูบไหวก้าวเข้าไปในค่ายกลกระบี่ เสียงคำรามมังกรคชสารดังขึ้น
เห็นได้ชัดว่าร่างกายเฉินเฟยไม่ได้เปลี่ยนแปลง แต่ตอนนี้ในสายตาโฉวหยวนเฉิงเหมือนเห็นเฉินเฟยเป็นอสูรโบราณขนาดยักษ์กำลังแยกเขี้ยวใส่ ใบหน้าโฉวหยวนเฉิงซีดลงทันใด
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved