ตอนที่ 154 ชีวิตและความตาย

เฉินเฟยเปลี่ยนสีหน้า เสียงนี้ช่างคุ้นเคยนัก มันเป็นเสียงของสัตว์อสูรงูที่พุ่งเข้ามาอย่างอาละวาด

สิ่งที่เฉินเฟยสับสนคือเขาอยู่ห่างจากต้นผลแดงชาดตั้งหลายร้อยหมี่ แล้วเขาตกเป็นเป้าหมายได้อย่างไร?

เฉินเฟยวูบไหวไปอยู่บนยอดต้นไม้ จากตำแหน่งสูงนี้จึงเห็นร่างงูซึ่งอยู่ห่างไม่ถึงร้อยหมี่

ราวกับสัมผัสได้ถึงการจ้องมองของเฉินเฟย งูยักษ์เงยหน้ามองเฉินเฟยด้วยดวงตาเขียว สายตามันเต็มไปด้วยความเย็นชา

“มันไล่ตามข้าจริงด้วย” เฉินเฟยประหลาดใจ เขาไม่อยากเผชิญกับสัตว์อสูรสูงสุดขั้นหนึ่งจึงสั่นไหววิ่งหนีไป

หลังวิ่งไปประมาณหนึ่งเค่อ การเคลื่อนไหวด้านหลังหายไป เฉินเฟยหยุดฝีเท้าลง

เฉินเฟยยืนขมวดคิ้วอยู่บนยอดต้นไม้

เดิมทีเฉินเฟยคิดว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญที่งูไล่ตามมา แต่พอเห็นรูปลักษณ์ของงูจึงมั่นใจแล้วว่ามันมุ่งเป้ามาที่ตัวเอง เห็นได้ชัดว่าอยู่ห่างไกลกันมาก มันไม่ควรตามมาสิ

“หรือว่าหลังจากกินผลแดงชาด ระยะเตือนภัยของต้นผลแดงชาดกับงูยักษ์จะขยายไกลขึ้น?”

เฉินเฟยคาดเดาในใจแต่รู้สึกว่าไม่น่าเป็นไปได้ หากเป็นเช่นนั้นจริงไม่ว่าต้นผลแดงชาดจะแข็งแกร่งแค่ไหนก็คงยุ่งจนตาย และมันไม่ได้มีแรงมากพอที่จะทำแบบนั้น

“หรืออาจเป็นเพราะข้าดูดซับผลแดงชาดทำให้มีความเหนี่ยวนำถึงกัน”

เฉินเฟยคิดว่าผลของผลแดงชาดทรงพลังกว่าในข่าวลือมาก ดูแล้วผลแดงชาดคงสำคัญต่อต้นผลแดงชาดเช่นกันแถมยังมีเพียงสามผล

ต้นผลแดงชาดต้องเกลียดเฉินเฟยที่แย่งผลแดงชาดไปแน่นอน เมื่ออยู่ห่างกันหลายร้อยหมี่และสัมผัสได้ถึงเฉินเฟย มัก็ส่งงูยักษ์ออกไปไล่ล่า

เห็นได้ว่ามันเกลียดเฉินเฟยมากแค่ไหน

“ลองอีกรอบ!”

เฉินเฟยคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะลองอีกครั้ง ย่องไปข้างหน้าอย่างเงียบเชียบจากตำแหน่งอื่น

ในเวลาเดียวกันเฉินเฟยใช้จี้หยกซ่อนลมปราณตัวเอง

ครั้งนี้อยู่ห่างกันหลายร้อยหมี่ สภาพแวดล้อมยังคงเงียบสงบ งูยักษ์ยังไม่รีบวิ่งมาหา แต่เมื่อระยะทางเข้าใกล้มากขึ้น สภาพแวดล้อมก็เงียบลง ในเวลาเดียวกันเคล็ดพันต้นกำเนิดก็เริ่มเตือน

ห่างกันอีกไม่ถึงสองร้อยหมี่ เฉินเฟยหยุดแล้วถอนหายใจ

เดินหน้าต่อไม่ได้แล้ว สภาพแวดล้อมเงียบลง นกและสัตว์อสรูทั้งหมดต่างซ่อนตัว เห็นได้ชัดว่าพวกมันรู้สึกถึงอันตราย

เฉินเฟยรู้ว่าตัวเองยังตกเป็นเป้าหมาย ไม่รู้ว่าต้นผลแดงชาดทำได้อย่างไร บางทีตราบใดที่ดูดซับผลแดงชาด การเหนี่ยวนำกันนี้อาจไม่ถูกกำจัดออกในเวลาอันสั้นแม้จะปกปิดลมปราณไว้ก็ตาม

ต้นผลแดงชาดฉลาดไม่น้อย มันไม่ได้ส่งงูมาไล่โดยตรงและหวังรอให้เฉินเฟยเข้ามาใกล้ก่อนจะเริ่มโจมตีแบบไม่ทันตั้งตัว

“ต้นไม้นี้ฉลาดไม่น้อย!”

เฉินเฟยถอนหายใจ น่าเสียดายที่มันเป็นเพียงต้นไม้ เมื่อมันมุ่งเป้ามาที่นี่จะทำให้สภาพแวดล้อมเงียบสงบเกินไป เป็นธรรมดาที่ผู้คนจะตื่นตัวขึ้น

เฉินเฟยมองตำแหน่งต้นผลแดงชาดจากระยะไกลแล้วหันหลังจากไป

“ตู้ม!”

ราวกับมันเห็นเฉินเฟยเคลื่อนตัวออกไป ทันใดนั้นมีเสียงระเบิดขนาดใหญ่ดังมาจากด้านหลัง ในเวลาเดียวกันเสียงงูยักษ์วิ่งอาละวาดเริ่มดังขึ้นอีกครั้ง

เฉินเฟยส่ายหัวเล็กน้อย เป็นกับดักจริงด้วย

หลังจากนั้นครู่หนึ่ง งูยักษ์ด้านหลังยอมแพ้ไป ส่วนเฉินเฟยวิ่งออกจากป่าทึบ

ความรู้สึกที่ป่าทึบแห่งนี้มอบให้กับเฉินเฟยนั้นแย่ยิ่งนัก เฉินเฟยรู้สึกเหมือนโดนแอบมองรอบตัวตั้งแต่เข้าไป

เห็นได้ชัดว่าลึกเข้าไปในป่าทึบมีความลับยิ่งใหญ่ซ่อนอยู่ แต่เฉินเฟยไม่มีความคิดจะเข้าไป ตอนนี้ยังจัดการงูยักษ์ตัวนั้นไม่ได้ด้วยซ้ำ การเข้าไปจัดการสิ่งที่อยู่ลึกเข้าไปในป่าทึบย่อมเป็นไปไม่ได้แน่นอน

เฉินเฟยมองสภาพแวดล้อม คิดครู่หนึ่งแล้วตัดสินใจมุ่งไปทางตะวันตกเฉียงใต้ ด้วยวิธีนี้จะสามารถหลีกเลี่ยงป่าทึบและอยู่ห่างจากภูเขาป้านผิง

เป็นเรื่องน่าเสียดายที่ต้องละทิ้งผลแดงชาดไป แต่เฉินเฟยไม่ได้ละทิ้งสมุนไพรที่พบระหว่างทาง

แม้ผลของสมุนไพรเหล่านี้จะน้อยกว่าวัตถุวิญญาณมาก แต่เนื่องจากพวกมันเติบโตในดินแดนลับตลอดปี ผลของพวกจึงดีกว่าสมุนไพรในโลกภายนอก ด้วยการปรับแต่งเพียงเล็กน้อยก็สามารถเปลี่ยนเป็นลวดลายโอสถได้

วัตถุวิญญาณพบเจอได้แต่เรียกร้องหาไม่ได้ แต่การใช้โอสถฝึกฝนประจำวันเป็นเส้นทางหลัก

เฉินเฟยเดินไปตามทางและไม่พบใคร ในระหว่างเดินทางเขามุ่งความสนใจกับการขุดสมุนไพรตามทาง

ไม่รู้ว่าโชคดีหรือเป็นเพราะสถานการณ์ในดินแดนลับ ในระหว่างทางเฉินเฟยได้รับสมุนไพรไม่น้อบกว่าสิบ การเก็บเกี่ยวเกินจริงยิ่งกว่าวันแรก

สิ่งนี้บังคับให้เฉินเฟยต้องไปหาสถานที่เงียบสงบ นำตู้ไม้ออกมาจากช่องมิติและเก็บสมุนไพรเต็มห่อด้านหลังเข้าไป

“หืม?”

ในขณะที่เฉินเฟยกำลังเก็บสมุนไพรอันที่สิบสามซึ่งมีอายุมากกว่าสิบปี หินแฝดที่เงียบงันในอ้อมแขนเฉินเฟยก็เริ่มขยับ

เฉินเฟยหยิบหินแฝดออกมาและสัมผัสถึงทิศทาง ก่อนจะระบุทิศทางเฉพาะได้ หินแฝดก็สูญเสียการสัมผัสอีกครั้ง

“ศิษย์พี่กัวเคลื่อนไหวเร็วหรือ?”

เฉินเฟยขมวดคิ้ววิ่งไปข้างหน้าเป็นระยะหลายร้อยหมี่ หินแฝดไม่ขยับ เฉินเฟยไม่หยุดและเปลี่ยนตำแหน่งทันที

ใช้เวลาครู่หนึ่งหินแฝดก็เริ่มขยับอีกครั้ง เฉินเฟยจับทิศทางเฉพาะของกัวหลินซานแล้ววิ่งไป

ห่างออกไปหลายลี้

“พวกเจ้าทั้งสองมันระยำ ไหนบอกแบ่งของที่พบเท่ากัน พอได้ของมาพวกเจ้ากลับโจมตีข้าและมอบหญ้าพันผาให้หนึ่งต้น!”

กัวหลินซานใช้กระบี่ปัดหอกซุนจงไห่ออกไป กลิ้งไปหนึ่งครั้งเพื่อหลบการแทงจากด้านหลังของหยูเพ่ยเยี่ยนพร้อมกับด่าสาปแช่ง

“มันคงดีกว่าหากยอมตายดีๆ ทำไมต้องดิ้นรนก่อนตายด้วย!”

หยูเพ่ยเยี่ยนยิ้มอย่างมีเสน่ห์ สายตามีเสน่ห์และรอยยิ้มอ่อนโยนมากจนผู้คนอดไม่ได้ที่จะหันไปมองนาง

สีหน้ากัวหลินซานนิ่งเฉย แม้เขาจะได้สติทันทีแต่ก็ยังถูกซุนจงไห่แทงไหล่จนเกิดรูเลือด

“ไสหัวไป!”

กัวหลินซานคำรามด้วยความโกรธแล้วใช้กระบี่กว้างแทงซุนจงไห่ทำให้อาการบาดเจ็บแย่ลง ซุนจงไห่ถอยหลังสองก้าวหลบหลีกการโต้กลับของกัวหลินซาน

“กระดูกเหล็กพลังเข้าใจต้นกำเนิด ชื่อเสียงสมคำร่ำรือ”

ซุนจงไห่เผยรอยยิ้ม หอกที่เขาแทงเมื่อครู่ใช้กำลังทั้งหมดของเขา หากเป็นนักยุทธ์คนอื่นคงเกิดบาดแผลทะลุด้านหน้าไปด้านหลัง แม้จะมีกระดูกขวางอยู่ผลลัพธ์ก็ไม่ต่างกัน

แต่ร่างกายกัวหลินซานมีเพียงรู พลังการแทงส่วนใหญ่ถูกป้องกันโดยกระดูกของกัวหลินซาน

แต่ในเวลานี้กัวหลินซานรู้สึกไม่ดีเลยแม้แต่น้อย แม้กระดูกเหล็กจะต้านแรงส่วนใหญ่ได้ แต่สะบักของเขาหักไปแล้ว ตอนนี้เขาจึงเสียปรียบยิ่งกว่าเดิม

กัวหลินซานคิดจะวิ่งหนี แต่ท่าร่างของหยูเพ่ยเยี่ยนดีกว่าตัวเอง ตราบใดที่เขาติดพันกันอยู่ครู่หนึ่งซุนจงไห่จะตามมาทัน โอกาสหลบหนีจึงไม่มีเลย

“พวกเจ้าอย่าได้คิดว่าจะสังหารข้าได้!”

กัวหลินซานหายใจเข้าลึกๆ ถุยไอเลือดออกมาเต็มปาก ในทางกลับกันร่างกายลมปราณและจิตใจก็ฟื้นกลับมา

ซุนจงไห่ทั้งสองยิ้มเล็กน้อยโดยไม่สนใจคำพูดของกัวหลินซาน สู้กันสองต่อหนึ่ง พวกเขาอยู่ระดับขัดเกลาอวัยวะภายในและยังเป็นเมล็ดพันธุ์แท้จริงของสำนัก

พูดได้ว่าพลังต่อสู้ของทุกคนเกือบเท่ากัน แม้แต่ฐานฝึกฝนของกัวหลินซานยังเพิ่งเข้าระดับขัดเกลาอวัยวะภายในขั้นต้น ในทางกลับกันหยูเพ่ยเยี่ยนอยู่ในระดับขัดเกลาอวัยวะภายในขั้นกลางซึ่งเหนือกว่ากัวหลินซานทั้งด้านพละกำลังและความเร็ว

พูดอีกอย่างคือกัวหลินซานอาจไม่ชนะการสู้แบบตัวต่อตัวกับหยูเพ่ยเยี่ยนด้วยซ้ำ ดังนั้นไม่ต้องพูดถึงการสู้สองต่อหนึ่งเลย

“ปัง!”

กัวหลินซานเงยหน้าแล้วถ่มเลือดออกมา แม้จะชนะซุนจงไห่ไปได้แต่เขายังต้องถอยไปหลายก้าว

กัวหลินซานคิดว่าคราวนี้ตัวเองคงไม่รอดแล้ว ในสถานการณ์แบบนี้มันพลิกกลับมาได้ยากมาก

กัวหลินซษนรู้สึกเสียใจขึ้นมาทันใด เขาไม่ได้เสียใจที่มาดินแดนลับ การทดสอบศิษย์แท้จริงล้วนเกี่ยวกับการเอาชีวิตรอดของผู้เหมาะสมซึ่งมันมีอันตรายอยู่ทุกแห่ง

ถ้าต้องการได้บางสิ่งก็ต้องจ่ายด้วยบางอย่าง

สิ่งที่กัวหลินซานเสียใจคือเขาไม่ได้พัฒนาท่าร่างอย่างเหมาะสมตอนเริ่มฝึกยุทธ์ แม้หลังจากทะลวงระดับขัดเกลาอวัยวะภายในจะฝึกฝนท่าร่างเพิ่มและประสบความสำเร็จอย่างมาก แต่สุดท้ายมันยังไม่เพียงพอ

หากท่าร่างดีกว่านี้ต่อให้สู้ไม่ไหวก็ยังหนีได้ และเขาจะไม่ต้องตกอยู่ในสถานการณ์สิ้นหวังเหมือนตอนนี้

“ชึก”

หยูเพ่ยเยี่ยนปรากฎตัวด้านหลังกัวหลินซานและแทงมีดสั้นใส่ กัวหลินซานขยับร่างกายในช่วงเวลาวิกฤต ไม่อย่างนั้นหัวใจเขาอาจแตกสลายได้หากยังปล่อยให้การเคลื่อนไหวนี้ดำเนินต่อ

“อ๊าก!”

กัวหลินซานคำรามด้วยความโกรธแล้วใช้กระบี่กว้างฟันกวาดบังคับให้หยูเพ่ยเยี่ยต้องถอย แต่ถึงอย่างนั้นร่างกายเขาก็เริ่มโซเซ อาการบาดเจ็บของเขาแย่ลง กัวหลินซานไม่อาจทนได้มากกว่านี้แล้ว

“เมื่อฆ่าเจ้าแล้วข้าจะโยนร่างเจ้าลงไปในสระ จะได้รู้ว่ามีตัวอะไรอยู่ในนั้น!”

หยูเพ่ยเยี่ยนมองกัวหลินซานซึ่งใกล้ทนไม่ไหวอีกต่อไป หันไปมองซุนจงไห่ด้านข้างซึ่งพูดอะไรบางอย่าง

“ยังจะไปสระน้ำนั้นอีกหรือ? ตรงนั้นอันตรายนัก ก่อนหน้านี้เราโยนนักยุทธ์ขัดเกลาอวัยวะภายในลงไปแต่สุดท้ายก็เห็นเพียงภาพติดตา ด้วยกำลังของเราในตอนนี้คงทำอะไรมันไม่ได้” ซุนจงไห่พูดอย่างลังเล

“ดอกบัวฝันหวานเป็นวัตถุวิญญาณหายาก ดูจากภายนอกคงเป็นเรื่องยากที่เราจะได้รับมัน สุดท้ายเจ้ากับข้าก็ต้องเตรียมตัวทะลวงเข้าระดับขัดเกลาทวารอยู่ดี หากได้รับดอกบัวฝันหวานมา ข้าไม่อาจพูดว่าทะลวงระดับขัดเกลาทวารได้แน่นอน แต่อย่างน้อยมันจะเพิ่มโอกาสให้เราสองส่วน!”

หยูเพ่ยเยี่ยนเลียมุมปาก ดวงตานางเต็มไปด้วยความโลภ วัสดุจิตวิญญาณอย่างดอกบัวฝันหวานเป็นสิ่งที่พบเจอได้แต่เรียกร้องหามันไม่ได้

“ได้ ไปลองอีกครั้ง!” ซุนจงไห่คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพยักหน้า

เป็นเช่นเดียวกับที่หยูเพ่ยเยี่ยนพูด โลกภายนอกมีดอกบัวฝันหวานเช่นกัน แต่ยากมากที่จะมาตกอยู่ในมือพวกเขา และแทบไม่มีโอกาสพบเห็นมันด้วยซ้ำ

“เหล่าจื้อยังไม่ทันตาย พวกเจ้ากลับคิดจัดการศพแล้วรึ!”

เมื่อเห็นซุนจงไห่ทั้งสองเริ่มเตรียมการกัน กัวหลินซานเลยหัวเราะเสียงดังโดยถือกระบี่กว้างในมือขวา กัวหลินซานมองซุนจงไห่ทั้งสองด้วยสายตาเย็นชาแล้วถ่มน้ำลายใส่