ตอนที่ 127 หาจุดทวาร

“ทั้งสองท่าน ไม่ว่าตอนนี้หรือเมื่อก่อนพวกเราก็ไม่เคยมีเรื่องแค้นเคืองกัน หยุดข้าไว้เช่นนี้ไม่เกินไปหน่อยหรือ?”

ฟางชิ่งหงมองฉินติ่งอวี่ทั้งสอง แม้หัวใจเขาจะลุกเป็นไฟด้วยความโกรธแต่ยังต้องสำรวมท่าทางไว้ ครั้งนี้ฟางชิ่งหงระเบิดพลังแปดส่วนจนเกือบทำลายตัวเองเพื่อแลกกับโอกาสได้มีชีวิตรอด

“เจ้าเป็นผู้ผนึกทางเข้าดินแดนประหลาดใช่ไหม รู้หรือไม่การกระทำของเจ้าทำให้ศิษย์สำนักข้าตายไปเท่าไหร่?”

ซุนชวนมองฟางชิ่งหงและพูดอย่างเย็นชา

ซุนชวนตำหนิตัวเองอย่างหนักเพราะตัวเองไปยับยั้งสถานการณ์ของดินแดนประหลาดได้ไม่ทันจึงทำให้เสียศิษย์สำนักไปมากมาย ในเวลานี้ผู้กระทำผิดมาอยู่ตรงหน้า สีหน้าซุนชวนจะยังดีอยู่ได้อย่างไร

“นั่นเป็นฝีมือสิ่งแปลกประหลาด ไม่เกี่ยวอะไรกับข้า!” ฟางชิ่งหงปฏิเสธ

“กล้าทำต้องกล้ายอมรับ เก๋อเซี่ย[1]ควรใจกว้าง ราชาประหลาดกำลังรอเจ้าอยู่ เก๋อเซี่ยไปหาราชาประหลาดดีดีเถอะ”

ฉินติ่งอวี่หัวเราะเบา ผสานมือทั้งสองปิดผนึก ค่ายกลโดยรอบสว่างขึ้น ทันใดนั้นมีพลังเข้าไปกระแทกร่างฟางชิ่งหง

ผิวฟางชิ่งหงเปลี่ยนไป กลุ่มหมอกดำระเบิดออกมาจากร่างเขาต่อต้านพลังค่ายกล แต่แล้วร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นข้างฟางชิ่งหงและเตะเขากลับเข้าไปยังสุสาน

“พวกเจ้าต้องไม่ตายดี!”

เสียงตะโกนของฟางชิ่งหงดังออกมาแต่เสียงคำรามของราชาประหลาดได้ระงับเสียงเขาไว้ ภายในสุสานได้เกิดเสียงปะทะกันอย่างรุนแรงดังขึ้น

สำหรับสิ่งแปลกปะหลาด มนุษย์ทุกคนล้วนมีหน้าตาเหมือนกัน นั่นจึงเป็นธรรมดาที่จะถูกจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกัน คนอ่อนแอคืออาหารของมัน ส่วนคนแข็งแกร่งเป็นศัตรู

พูดได้ว่าสิ่งแปลกประหลาดนั้นเป็นการดำรงอยู่ของความดื้นรั้นอย่างหนึ่ง ยิ่งแข็งแกร่งน้อยกว่าสถานการณ์แบบนี้ยิ่งชัดเจน ในทางกลับกันสำหรับคนที่เปลี่ยนเป็นความประหลาดก็จะมีภูมิปัญญาสูงกว่า

ดังนั้นสำหรับราชาประหลาดแล้วทั้งสามคนที่อยู่ด้านนอกล้วนเป็นศัตรูทั้งนั้น หากไม่รีบลงมือตอนนี้พวกนั้นย่อมต้องมีการร่วมมือกัน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการร่วมมือกันราชาประหลาดจึงต้องสังหารฟางชิ่งหงก่อน

เมื่อตายไปสักคนราชาประหลาดจะได้รับแรงกดดันน้อยลง และตอนนี้มันยังอยู่ในสุสานซึ่งเป็นบ้านของตัวเอง โอกาสแบบนี้จึงไม่อาจปล่อยให้หลุดมือ

สุสานสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงอยู่หนึ่งเค่อและมักจะมีเสียงฟางชิ่งหงดังออกมาเป็นบางครั้ง แต่หลังจากนั้นก็ไม่ได้ยินเสียงตะโกนอีกและมีเพียงแรงสั่นสะเทือน

“ต้องการให้ข้าตาย พวกเจ้าอย่าได้หวัง เคล็ดผกผันประหลาด ไป!”

เสียงไม่เต็มใจของฟางชิ่งหงดังออกมา ความผันผวนแปลกประหลาดออกมาจากสุสานและแผ่ซ่านไปทั่วดินแดนประหลาด

ทั่วดินแดนประหลาดเงียบลงทันใด หลังจากนั้นรอยต่อนับร้อยก็เปล่งแสงพร่างพราว ปราณหยวนในรอยต่อเริ่มผันผวน ดินแดนประหลาดสั่นไหวอย่างบ้าคลั่ง

“หืม?”

สีหน้าซุนชวนอดเปลี่ยนไป มันเป็นวิชาหรือค่ายกลที่ทำให้ทั้งดินแดนประหลาดเกิดการเปลี่ยนแปลงได้ ซุนชวนอดไม่ได้ที่จะหันไปมองฉินติง่อวี่

“คนคนนี้ปิดทางเข้าดินแดนประหลาด เขายังควบคุมส่วนหนึ่งของดินแดนประหลาดได้ แต่หากทำแบบนั้นเขาจะเอาตัวเองไม่รอด”

ฉินติ่งอวี่ขมวดคิ้วแต่ไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนก มือทั้งสองเปลี่ยนแบบไปมาปล่อยตราประทับชุดหนึ่งไปบนอากาศ ค่ายกลรอบสุสานกลายเป็นเส้นประมากมายล้อมสุสาน

ฉินติ่งอวี่ปล่อยตราประทับเร็วขึ้น เส้นประของค่ายกลมีมากขึ้นจนกระทั่งไม่อาจเห็นค่ายกลด้านในได้ชัดเจน

“ผนึก!”

ฉินติ่งอวี่ตะโกน ค่ายกลส่องสว่างจากนั้นเปลี่ยนเป็นมืดมิด ในการเปลี่ยนแปลงระหว่างความสว่างเป็นความมืด ดินแดนประหลาดที่กำลังสั่นสะเทือนก็กลับมานิ่งสงบ

สิ่งที่ฉินติ่งอวี่ทำคือแยกการควบคุมของฟางชิ่งหงออกจากดินแดนประหลาด

“อ๊าก ข้าไม่ยอมรับ ข้าไม่ควรมีชะตากรรมเช่นนี้ ข้าไม่ยอมรับ!”

เมื่อพบสถานการณ์ภายนอกฟางชิ่งหงก็ตะโกนออกมา เขาควรได้เห็นแสงตะวันอีกครั้ง และแม้แต่นกขมิ้นข้างหลังก็ควรถูกลผนึกเอาไว้ แต่ตอนนี้เหตุการณ์กลับตาลปัตร ฟางชิ่งหงไม่เข้าใจว่าทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้

ทันใดนั้นร่างหนึ่งปรากฏขึ้นในใจฟางชิ่งหง แต่ฟางชิ่งหงไม่อาจเปลี่ยนแปลงอะไรได้แล้ว

ราชาประหลาดคำราม ฉีกเสี้ยววิญญาณสุดท้ายของฟางชิ่งหงแล้วยัดลงท้อง แต่ฟางชิ่งหงได้ระเบิดพลังไปหมดแล้ว พลังที่ราชาประหลาดได้รับจึงมีไม่มากนัก

“สุสานด้านล่างถูกทำลายไปครึ่งเดียว แต่เขาเข้าไปด้านในแล้วบังคับมันออกมา ข้าจึงผนึกมันอีกครั้ง!” ฉินติ่งอวี่หันไปมองซุนชวน

ซุนชวนพยักหน้า เส้นผมขยับโดยไม่มีลม รัศมีเปลี่ยนไปเหมือนดาบไร้ฝัก มันคมมากจนผู้คนไม่อาจมองโดยตรง

ครู่ต่อมาซุนชวนพุ่งเข้าไปในสุสาน เสียงระเบิดดังก้องไปทั่วดินแดนประหลาด

ค่ายพักนอกดินแดนประหลาด

“ครั้งนี้ถือว่ารอดมาได้หวุดหวิด อาการบาดเจ็บเกาของข้ากับศิษย์น้องจางยังหายดีด้วย เมื่อกลับไปพักฟื้นอีกไม่กี่เดือนคาดว่าคงทะลวงระดับขัดเกลาทวารได้อีกครั้ง”

ข้างกองไฟ ตอนนี้เก่อหงเจี๋ยรอดออกมาแล้วแต่เขายังคงหวาดกลัวอยู่

หนึ่งชั่วยามก่อนเก่อหงเจี๋ยคิดแล้วว่าตัวเองไม่รอดแน่ ในสถานการณ์นั้นเขาคิดอะไรไม่ออกจริงๆ ฟางชิ่งหงนั้นแข็งแกร่งเกินไปจนทำให้ผู้คนสิ้นหสัง

พูดได้ว่าความเป็นความตายของพวกเขาขึ้นอยู่กับความคิดของฟางชิ่งหง

แต่ท่าทางของฟางชิ่งหงแสดงให้เห็นว่าไม่คิดจะปล่อยพวกเขาไป ขอถามหน่อยว่าสถานการณ์แบบนี้จะกดดันและสิ้นหวังแค่ไหน

ตั้งแต่ความคิดมาเดินพันที่ดินแดนลมประหลาดไปจนถึงการเจอรอยต่อมากกว่าสิบเพราะสัญชาตญาณของเฉินเฟย การยินดีที่รักษาอาการบาดเจ็บ และความสิ้นหวังความเป็นความตายในตอนท้าย

ตอนนี้หนีออกมาได้อย่างปลอดภัย แขนขาไม่ขาดและไม่บาดเจ็บสาหัส

อะไรคือการพลิกผัน นี่แหละคือการพลิกผัน มันทำร้ายจิตใจผู้คนมากมายนัก

“เมื่อกลับไปแล้วข้าจะทำให้มั่นคง บางทีอาจพอมีหวังทะลวงระดับขัดเกลาทวาร” มู่หลางเทาด้านข้างหัวเราะเบา

ก่อนหน้านี้ระดับขัดเกลาทวารอยู่ไกลเกินเอื้อมสำหรับมู่หลางเทา มู่หลางเทาจึงตั้งใจฝึกให้ถึงระดับขัดเกลาอวัยวะภายในเป็นอย่างมาก ที่มู่หลางเทามาเดิมพันในดินแดนประหลาดเพราะได้ค่าผลงานของสำนักและโอกาสได้รับปราณหยวน

ความฝันเป็นจริงอย่างรวดเร็วอย่างคาดไม่ถึง แต่เมื่อฟางชิ่งหงจับตัวเขาไป มู่หลางเทาก็สงสัยว่าตัวเองฝันหวานมากเกินไปจึงได้มาพบฝันร้ายแบบนี้

“ศิษย์น้องเฉิน เมื่อกลับไปแล้วเจ้าจะทำอย่างไรต่อ?” จางฟางฉยงมองเฉินเฟยด้วยแววตาเต็มไปด้วยรอยยิ้ม

“ฝึกฝนต่อ ฐานฝึกฝนข้าต่ำเกินไป”

เฉินเฟยพูดด้วยรอยยิ้ม เมื่อเขากำลังจะพูดต่อสีหน้าก็เปลี่ยนไปทันใด ในเวลานี้พลังประหลาดที่หลงเหลือในจิตใจเขาสลายไปเองและไปหล่อเลี้ยงพลังจิตใจ

ในสถานการณ์นี้มีความเป็นไปได้เดียวคือฟางชิ่งหงตาย ตายอย่างสมบูรณ์

เฉินเฟยถอนหายใจโล่งอก เฉินเฟยจงใจเก็บพลังประหลาดไว้เพราะต้องการตัดสินสถานการณ์สุดท้ายของฟางชิ่งหง ศัตรูแบบนี้น่ากลัวเกินไปสำหรับเฉินเฟยในตอนนี้

โชคดีที่ผู้อาวุโสสองคนของสำนักไม่มีความตั้งใจที่จะวางมือและฆ่าฟางชิ่งหงโดยตรง

“ศิษย์น้องเฉิน ด้วยอายุของเจ้าแม้ระดับขัดเกลาไขกระดูกจะไม่สูงแต่ยังเป็นระดับเฉลี่ยของสำนัก ในอนาคตเจ้ายังมีโอกาสเข้าระดับขัดเกลาทวารด้วย”

เก่อหงเจี๋ยมองเฉินเฟยและพูดด้วยรอยยิ้ม “ศิษย์น้องเฉินมีความสามารถในการหารอยต่อดีที่สุด ในอนาคตหากมีดินแดนประหลาดอีก เจ้าไปที่นั่นสองสามครั้งคาดว่าคงทะลวงระดับขัดเกลาอวัยวะภายในได้ในไม่ช้า”

“ใช่ใช่ใช่ ศิษย์น้องเฉิน ในอนาคตต้องมีดินแดนประหลาดปรากฏขึ้นอีกแน่ ไว้เรามารวมกลุ่มกันอีกเถอะ”

มู่หลางเทาพยักหน้ารัว ภาพของการได้รับปราณหยวนหลายครั้งต่อวันยังคงอยู่ในใจมู่หลางเตา มันช่างสดชื่นยิ่งนัก

“ดินแดนประหลาดนี้คงมีไม่มาก”

สีหน้าเฉินเฟยเปลี่ยนไปเล็กน้อย ดินแดนประหลาดเป็นสถานที่ที่เขาจะทะลวงระดับได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเฉินเฟยที่หารอบต่อจริงได้รวด

“มีไม่มากจริง ข้าอยู่ในสำนักมาสิบกว่าปี นี่เป็นดินแดนประหลาดอันที่สองที่ค้นพบ”

เก่อหงเจี๋ยพยักหน้า “แต่ตอนนี้โลกไม่มั่นคง ข้าได้ยินจากผู้อาวุโสสำนักว่าการปรากฏดินแดนประหลาดอาจเพิ่มขึ้น”

“ศิษย์พี่เก่อศิษย์พี่หญิงจาง ช่วยบอกเรื่องการทะลวงระดับขัดเกลาทวารได้หรือไม่?”

เฉินเฟยพยักหน้า เมื่อจำได้ว่าทั้งสองจะทะลวงระดับขัดเกลาทวารหลังจากกลับไปจึงอดไม่ได้ที่จะถาม

เร็วๆนี้เฉินเฟยได้สัมผัสกับพลังของระดับขัดเกลาทวารอยู่หลายครั้ง และการคุกคามของฟางชิ่งหงทำให้เฉินเฟยได้เผชิญกับพลังของระดับขัดเกลาทวารโดยตรง

ตอนนี้เฉินเฟยยังอยู่ในระดับขัดเกลาขไกระดูก แต่ต่อให้ฝึกทีละขั้นเฉินเฟยก็มั่นใจว่าจะทะลวงระดับขัดเกลาอวัยวะภายในได้ในหนึ่งปี

มันจึงเป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องเตรียมตัวสำหรับระดับขัดเกลาทวาร ตอนนี้เฉินเฟยสงสัยเล็กน้อยว่าการทะลวงระดับขัดเกลาทวารเป็นอย่างไร

“ขัดเกลาทวาร ก่อนอื่นต้องหารจุดทวารก่อนจากนั้นค่อยใช้พลังจิตใจขุดมันและขัดเกลามัน”

เก่อหงเจี๋ยลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แม้จะรู้สึกว่าเรื่องนี้ยังเร็วไปสำหรับเฉินเฟยแต่เขายังพูดออกมา

“ในวิชายุทธ์ไม่ชี้แนะตำแหน่งจุดทวารหรือ?” มู่หลางเทาถาม

“ตามปกติวิชายุทธ์ย่อมมีทิศทางให้ แต่มันเป็นเพียงทิศทางทั่วไป ทุกคนเกิดมาไม่เหมือนกันตำแหน่งของจุดทวารย่อมต่างกัน ในร่างกายมนุษย์มีจุดทวารอยู่มากมาย ตำแหน่งของจุดทวารที่ทุกคนเปิดได้ครั้งแรกไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน” เก่อหงเจี๋ยพูดเสียงต่ำ

เฉินเฟยกับมู่หลางเทาขมวดคิ้ว พวกเขาคิดเสมอว่าจุดทวารแรกที่ทุกคนเปิดนั้นอยู่ในตำแหน่งเดียวกันเช่นเดียวกับการฝึกพลังภายในซึ่งเริ่มต้นจากจุดตันเถียน

ตอนนี้รู้แล้วว่าการขัดเกลาจุดทวารนั้นแตกต่างกับตันเถียนโดยสิ้นเชิง

“ใช้พลังจิตใจหาจุดทวารของตัวเอง ขุดมันขึ้นมาอย่างระวังและใช้ปราณหยวณชำระ ทำให้มันพร้อมกันสำหรับดูดซับและกักเก็บปราณหยวน เมื่อทำแบบนั้นแล้วเจ้าจะก้าวเข้าระดับขัดเกลาทวารอย่างแท้จริง

เมื่อพูดถึงเรื่องนี้เก่อหงเจี๋ยก็ถอนหายใจเล็กน้อย ตอนแรกเจอจุดทวารแล้ว แต่ตอนขุดจุดทวารออกมาได้ทำให้จุดทวารเสียหายเลยทำให้ทะลวงล้มเหลว

จางฟางฉยงแย่ยิ่งกว่า นางไม่ได้กำหนดตำแหน่งอย่างแม่นยำตอนหาจุดทวาร อาการบาดเจ็บจึงร้ายแรงกว่าและทะลวงยากกว่าเก่อหงเจี๋ย

[1]เก๋อเซี่ย ใช้เรียกผู้มีตำแหน่งขุนทางหรือมียศบรรดาศักดิ์