ตอนที่ 137 สิ่งแปดเปื้อนพลังจิตใจ

“ข้าไม่รู้เช่นกัน ท่านปู่เป็นคนสอนข้าตั้งแต่ยังเด็ก”

ซืออี้หนานส่ายหัวทรุดตัวลงพื้นด้วยใบหน้าสิ้นหวัง “ท่านปู่คอยบอกให้ข้าฝึกหนักเพื่อแข็งแกร่งขึ้น แต่ข้าเป็นคนขี้เล่นและคอยโกหกท่านปู่เสมอว่าข้าฝึกฝนแล้ว หากข้าฝึกหนักตั้งแต่แรกบางทีข้าอาจใช้ครั้งที่สี่ได้”

ความสำนึกผิดเติมเต็มจิตใจซืออี้หนาน นี่เป็นการตระหนักรู้ที่เจ็บปวดที่สุดเมื่อไร้ซึ่งพลังเผชิญกับสิ่งต่างๆ

เฉินเฟยไม่พูดและพยายามใช้ยกประหลาดด้วยอาวุธวิญญาณ หยกประหลาดสั่นเล็กน้อยแต่ก็สงบลงทันที

สีหน้าเฉินเฟยเปลี่ยนไป มันมีการตอบรับซึ่งบ่งบอกว่าพลังจิตใจใช้กับหยกประหลาดได้ แต่การตอบรับไม่ค่อยดีนัก บ่งบอกว่าวิธีใช้พลังจิตใจยังไม่เหมาะสม

เฉินเฟยมองซืออี้หนาน นอกจากร่างกายพิเศษของนางซึ่งผนึกสิ่งแปลกประหลาดไว้ในร่างกาย เหตุผลหลักคงอยู่ที่พลังจิตใจ

เพียงแต่วิธีใช้พลังจิตใจของนักควบคุมความประหลาดต่างจากนักยุทธ์โดยสิ้นเชิง ทั้งสองฝ่ายเป็นสิ่งที่อยู่ตรงข้ามกัน

แต่ตามความคิดของเฉินเฟย ในเมื่อทุกฝ่ายล้วนมีพลังจิตใจ วิธีฟื้นฟูควรเหมือนกันใช่ไหม? เช่นการใช้ปราณหยวน?

เฉินเฟยหยิบลูกปัดเก็บปราณหยวนออกมาจากอก แต่ตอนนี้ลูกปัดเก็บปราณหยวนอยู่ในสภาพไม้แห้ง วันนี้เฉินเฟยใช้ปราณหยวนในลูกปัดเก็บปราณหยวนฝึกสยบมังกรคชสารหมดแล้ว

หากจะใช้อีกครั้งคงต้องรอวันพรุ่งนี้

คิดได้ดังนั้นเฉินเฟยจึงตรวจสอบอาการซือหยวนไห่อย่างรอบคอบ

อาการแย่ยิ่งนัก แต่น่าจะอยู่ได้จนถึงพรุ่งนี้ พรุ่งนี้ต้องเสริมร่างกายซือหยวนไห่ด้วยปราณหยวน บางทีมันอาจทำให้ซือหยวนไห่อยู่ได้นานขึ้น

ซืออี้หนานมองเฉินเฟยอยู่ โดยเฉพาะตอนที่เห็นหยกประหลาดขยับซืออี้หนานก็แทบจะร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจ แต่สุดท้ายหยกประหลาดกลับนิ่งเงียบและทำลายความหวังของซืออี้หนานลง

“พรุ่งนี้ข้าจะพยายามฟื้นพลังของเจ้าดู ไม่รู้ว่ามันจะได้ผลหรือไม่ แต่เราลองก่อนได้” เฉินเฟยคืนหยกประหลาดให้ซืออี้หนาน

“มีวิธีจริงหรือ?” ดวงตาซืออี้หนานเป็นประกาย

“ยังไม่รู้ ต้องลองก่อน” เฉินเฟยส่ายหัว เรื่องนี้ไม่อาจรับประกันได้ ท้ายที่สุดแล้วเฉินเฟยมีความรู้เรื่องนักควบคุมความประหลาดน้อยเกินไป

“ต้องการให้ข้าทำอะไรหรือไม่?” ซืออี้หนานถาม

“อืม ข้าต้องการให้เจ้าพักผ่อนมากๆ หากมันเป็นไปได้จริง พรุ่งนี้เราจะต้องเข้าโลกหัวใจประหลาดอีกครั้ง!”

เฉินเฟยต้องการลูบหัวซืออี้หนาน แต่พอเห็นซืออี้หนานในรูปลักษณ์หญิงสาวอายุยี่สิบปีเลยรู้สึกว่ามันไม่ค่อยเหมาะสมและลดมือลง

“ได้ พรุ่งนี้เราจะเข้าโลกหัวใจประหลาดอีกครั้ง!” ซืออี้หนานพยักหน้าแรง ในดวงตานางเกิดแสงแห่งความหวังอีกครั้ง

เฉินเฟยมาที่บ้าน หลังจากคิดเรื่องนี้ก็ตัดสินใจขอความช่วยเหลทอจากกัวหลินชานกับเก่อหงเจี๋ย

เฉินเฟยไม่แน่ใจว่าเศษลูกปัดจิตใจสามารถขัดขวางการไล่ตามของเยี่ยนเต๋อฉวนได้หรือไม่ หากวันพรุ่งนี้เยี่ยนเต๋อฉวนตามมาหลังจากพวกเขาเข้าไปช่วยคนในโลกหัวใจประหลาด เฉินเฟยคงอาเจียนเป็นเลือดจริงๆ

แต่ถ้ากัวหลินซานทั้งสองมา ด้วยพลังระดับขัดเกลาอวัยวะภายในของพวกเขา โอกาสที่จะป้องกันหรือแม้แต่ฆ่าเยี่ยนเต๋อฉวนได้จึงสูงกมาก สิ่งนี้จะรับประกันว่าการเข้าไปในโลกหัวใจประหลาดของเฉินเฟยจะไม่ถูกรบกวน

เฉินเฟยไปที่บ้านหลังอื่นอย่างเงียบๆ ปล่อยนกพิราบส่งข้อความกลับไปยังสำนัก จากนั้นเฉินเฟยกลับมาที่บ้านหลังเดิม นั่งสมาธิในห้องถัดไป คอยปกป้องซืออี้หนานทั้งสอง

“หืม?”

เฉินเฟยที่กำลังนั่งสมาธิอยู่สัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงในร่างกาย โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงของพลังจิตใจซึ่งทำให้เขาอดประหลาดใจไม่ได้

พลังจิตใจบริสุทธิ์ขึ้น!

หลังฝึกเคล็ดสงบต้นกำเนิดเฉินเฟยสามารถรับรู้การเปลี่ยนแปลงของพลังจิตใจได้เล็กน้อย ซึ่งต่างจากนักยุทธ์คนอื่นที่ยังสัมผัสพลังจิตใจไม่ได้

ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงพลังจิตใจในตอนนี้จึงถูกเฉินเฟยรับรู้

ส่วนใหญ่แล้วเคล็ดสงบต้นกำเนิดจะค่อยๆเพิ่มพลังจิตใจและไม่มีผลต่อความบริสุทธิ์ของพลังจิตใจ แต่วันนี้พลังจิตใจบริสุทธิ์ขึ้น ความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียวคือการเข้าโลกหัวใจประหลาด

“โลกหัวใจประหลาดทำให้พลังจิตใจบริสุทธิ์ขึ้น?”

เฉินเฟยประหลาดใจและนึกถึงนักควบคุมความประหลาดที่เชี่ยวชาญพลังจิตใจ นอกจากจะมีร่างกายพิเศษแล้ว โลกหัวใจประหลาดยังช่วยด้านการฝึกฝนด้วย?

เฉินเฟยนึกถึงเสียงกระซิบในจิตใจประหลาด แม้จะคิดถึงมันในตอนนี้ก็ยังรู้สึกหงุดหงิด

“เป็นอารมณ์หงุดหงิดหรืออาการคลั่งกันแน่?”

ทันใดนั้นเฉินเฟยคิดถึงความเป็นไปได้นี้ การไปโลกจิตใจต้องได้รับการคุ้มกันจากเทียนจิต ไม่เช่นนั้นจิตใจจะแปดเปื้อน และด้วยการวิ่งของเฉินเฟยทั้งสองย่อมมีสิ่งแปดเปื้อนเข้ามาพัวพันแน่นอน

สิ่งที่ทำลายคุณไม่ได้จะทำให้คุณแข็งแกร่งขึ้น!

เผชิญหน้า ทำลาย เติบโต!

ดวงตาเฉินเฟยเป็นประกาย นักควบคุมความประหลาดอาจค้นพบผลของโลกหัวใจประหลาดนานแล้ว นั่นเป็นเหตุผลที่แต่ละคนฝึกพลังจิตใจจนแข็งแกร่งมาก

เฉินเฟยไม่ต้องการวิธีของนักควบคุมความประหลาด แต่ถ้าสามารถชำระพลังจิตใจผ่านโลกหัวใจประหลาดได้มันจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อพลังต่อสู้และความสามารถในการทะลวงระดับขัดเกลาทวารในอนาคต

“หากเป็นแบบนั้นจริง หลังจบเรื่องนี้แล้วสามารถให้ศิษย์พี่กัวกับคนอื่นเข้าไปฝึกฝนในโลกหัวใจประหลาดได้”

เฉินเฟยพูดกับตัวเองแต่ก็ส่ายหัวทันที

เฉินเฟยนึกได้ว่าตัวเองมีเคล็ดสงบต้นกำเนิดจึงทำให้ต้านทานสิ่งแปดเปื้อนของโลกหัวใจประหลาดได้ นักยุทธ์คนอื่นไม่ค่อยฝึกวิชาประเภทนี้ ไม่ใช่ว่าไม่ต้องการฝึกฝนแต่เพราะมันฝึกอยากเกินไป

หากไร้ซึ่งการต้านทานของเคล็ดสงบต้นกำเนิด สิ่งแปดเปื้อนโลกหัวใจประหลาดจะสามารถกำจัดออกไปได้หรือไม่นั้นเป็นเรื่องใหญ่

เฉินเฟยคิดถึงความพิเศษของนักควบคุมความประหลาด พวกเขาผนึกสิ่งแปลกประหลาดไว้ในร่างกายจึงทำให้พลังจิตใจจึงแปดเปื้อน นี่อาจเป็นทางเลือกที่จำเป็นต้องเป็นแบบนี้ หากพลังจิตใจนักยุทธ์แปดเปื้อน ระดับขัดเกลาทวารจะถูกปิดกั้นทันที

“ไว้ต้องไปถามเรื่องนี้” เฉินเฟยส่ายหัว สงบใจลงและเข้าสู่การบ่มเพาะ

เช้าวันรุ่งขึ้น กัวหลินซานทั้งสองมาที่บ้าน

“ศิษย์น้องเฉิน”

กัวหลินซานเดินไปตบไหล่เฉินเฟยด้วยรอยยิ้ม เก่อหงเจี๋ยเดินมาด้านข้างด้วยรอยยิ้มเช่นกัน นอกจากสองคนนี้แล้วเฉินเฟยยังคิดไม่ถึงว่าจางฟางฉยงจะมาด้วย

“พี่ใหญ่เฉิน พวกเขาเป็นใคร?” ซืออี้หนานยืนอยู่ด้านหลังเฉินเฟยอย่างเขินอาย นางรู้จักกัวหลินซาน แต่สองคนที่เหลือล้วนเป็นคนแปลกหน้า

“สาวสวย”

จางฟางฉยงขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นซืออี้หนาน นางเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้ม “เราเป็นศิษย์ร่วมสำนักของเฉินเฟย พอรู้ว่าเขากำลังเจอปัญหาก็เลยมา”

จางฟางฉยงมองซืออี้หนานขึ้นลงขณะพูด สายตานางเปลี่ยนไป นางหันไปมองเฉินเฟยอย่างคิดไม่ถึงว่าเฉินเฟยจะชอบคนอายุน้อยกว่า พอแก่ตัวขึ้นจะไม่เจ็บเอาหรือ?

เฉินเฟยเห็นสายตาจางฟางฉยงแล้วรู้สึกหวาดกลัว เขาหันไปมองกัวหลินซานแต่พบว่ากัวหลินชานก็มองเขาด้วยสีหน้าสงสัยเช่นกัน

กัวหลินซานรู้สึกว่าหญิงสาวตรงหน้าดูคุ้นนัก แต่จำไม่ได้ว่าเคยพบนางที่ไหน

“นางคือซืออี้หนาน รูปลักษณ์ของนางเป็นผลมาจากวิชาลับ” เฉินเฟยอธิบาย

“เจ้าคือซืออี้หนาน?”

กัวหลินซานมองซืออี้หนานด้วยตาแทบจะถลนออกมา วิชาลับอะไรที่เปลี่ยนเด็กอายุสิบขวบให้เป็นหญิงสาวอายยุยี่สิบได้

“ใช่” ซืออี้หนานพยักหน้า

“คราวนี้เกิดเรื่องกับผู้เฒ่าซือหรือ?”

จดหมายจากเฉินเฟยไม่ได้บอกอะไรมากนัก บอกเพียงขอความช่วยเหลือจากเขาและเก่อหงเจี๋ย คิดไม่ถึงว่าจะมีบางอย่างเกิดขึ้นกับซือหยวนไห่

เก่อหงเจี๋ยทั้งสองสับสน เฉินเฟยเชิญทั้งสามเข้าไปในบ้านและอธิบายสั้นๆถึงเหตุผลก่อนจะคลายความสงสัยของทั้งสาม

“ศิษย์น้องเฉินไม่ต้องกังวล หากคนคนนั้นมาที่นี่ มันจะไม่ได้กลับไปอีก!” เก่อหงเจี๋ยพูดเสียงทุ้ม

ไม่ว่านักควบคุมความประหลาดจะน่าทึ่งเพียงใด เมื่อต้องเผชิญกับระดับขัดเกลาอวัยวะภายในสามคนโดยสองคนอยู่ในขั้นสูงสุดสองย่อมไม่มีทางหนีไปได้ เมื่อมาถึงแล้วก็อย่าคิดจะกลับไปเลย

จางฟางฉยงขยิบตาให้เฉินเฟยที่ทำให้นางกังวลเรื่องศัตรูหัวใจเสียเปล่า

“อาการผู้เฒ่าซือไม่ดีนัก ศิษย์น้องเล็กเจ้าจะทำอย่างไร?”

กัวหลินชานดูอาการของซือหยวนไห่แล้วขมวดคิ้ว ตอนนี้ซือหยวนไห่แทบจะไม่หายใจ หินยาไม่อาจรักษาได้[1] หากไม่จัดการเรื่องนี้เกรงว่าคงตายภายในวันนี้

“ข้าต้องการกระตุ้นเขาด้วยปราณหยวน”

เฉินเฟยหยิบลูกปัดเก็บปราณหยวนออกมาจากอกของเขา หลังลูกปัดเก็บปราณหยวนฟื้นฟูหนึ่งวันมันก็กลับสู่สภาพเดิม

ในห้องนี้ล้วนเป็นคนไว้ใจได้ ไม่เช่นนั้นหากหยิบลูกปัดเก็บปราณหยวนออกมา เกรงว่าแม้แต่นักยุทธ์ขัดเกลาอวัยวะภายยังคงถูกล่อลวงให้ขโมยมัน

“พี่ใหญ่เฉิน ข้าต้องทำอะไร?” ซืออี้หนานมองเฉินเฟย

“เจ้านั่งข้างเตียง พอปราณหยวนเข้าสู่ร่างกายแล้วให้เจ้าดูดซับมันด้วยวิธีบ่มเพาะตามปกติ” เฉินเฟยพูดเสียงทุ้มลึก

“ได้!” ซืออี้หนานพยักหน้าและนั่งลงที่ข้างเตียง

เฉินเฟยมองลูกปัดเก็บปราณหยวนในมือ ใช้อาวุธวิญญาณ วงกลมแสงล้อมรอบเฉินเฟย

เมื่อก่อนเฉินเฟยดูดซับปราณหยวนด้วยตัวเอง แต่ตอนนี้มันเป็นเรื่องยากสำหรับเฉินเฟยที่จะถ่ายปราณหยวนไปยังร่างกายคนอื่น

เฉินเฟยสัมผัสสภาพแวดล้อมด้วยพลังจิตใจและตรวจพบลมปราณของซืออี้หนานกับซือหยวนไห่ ช่วงเวลาต่อมาแสงเริ่มผันผวน ปราณหยวนเริ่มไหลเข้าสู่ร่างกายทั้งสอง

ตอนนี้เฉินเฟยอยู่ในลูกปัดเก็บปราณหยวนจึงยังไม่เห็นสิ่งใด แต่กัวหลินชานคนอื่นเห็นผิวของซือหยวนไห่เปลี่ยนเป็นสีดอกกุหลาบด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าอย่างชัดเจน

ซืออี้หนานด้านข้างหลับตาแน่น ใช้วิชานักควบคุมความประหลาดดูดซับปราณหยวนในร่างกายอย่างต่อเนื่องและเปลี่ยนให้เป็นพลังของตัวเอง

วงกลมแสงที่รอบตัวเฉินเฟยแตกสลาย เฉินเฟยลืมตาขึ้นมองซือหยวนไห่ทั้งสอง

เมื่อเห็นผิวสีดอกกุหลาบของซือหยวนไห่เฉินเฟยจึงเกือบยิ้มออกมา แต่ทันใดนั้นก็เห็นสีหน้าซือหยวนไห่เริ่มซีดลง แม้มันจะไม่เร็วนัก แต่อย่างมากสุดคงใช้เวลาหนึ่งชั่วยามในการกลับสู่สภาพเดิม

กัวหลินชานและอีกสองคนพบสถานการณ์นี้ด้วยจึงอดไม่ได้ที่จะมองหน้ากัน แม้ปราณหยวนจะมีประโยชน์อย่างมาก แต่ตอนนี้มันไม่อาจแก้ไขปัญหาของซือหยวนไห่ได้

หากไร้ซึ่งจิตวิญญาณ รักษาเท่าไรก็ไร้ผล ทำได้เพียงรักษาตามอาการแต่ไม่ใช่ที่ต้นเหตุ สุดท้ายแล้วเขายังคงต้องไปโลกหัวใจประหลาดเพื่อนำจิตวิญญาณซือหยวนไห่กลับมา

หลังจากนั้นครู่หนึ่ง ซืออี้หนานลืมตาขึ้น ดวงตาของเขาดูสดใสขึ้นมาก

“ข้าสามารถใช้หยกประหลาดได้อีกครั้ง!”

ซืออี้หนานมองเฉินเฟยด้วยสีหน้าตื่นเต้น

[1]หินยาไม่อาจรักษาได้ ป่วยระยะสุดท้ายไม่อาจรักษาให้หายขาด