ตอนที่ 221 โดนทุบตีตลอด

เมื่อเฉินเฟยฝึกกระบี่จ้งหยวนถึงระดับสมบูรณ์ เขาสามารถย่อพลังกระบี่จ้งหยวนทั้งหมดไว้ที่ตัวกระบี่

ในเวลานั้นกระบี่จ้งหยวนสามารถใช้พลังอันมหาศาล แสดงถึงระดับวิชามรดกนี้ควรมี

กระบี่จ้งหยวนของเหมียวเต๋าซินอยู่ในระดับนี้หรืออาจก้าวหน้ากว่า แต่นั่นยังไม่ถึงระดับรู้แจ้งซึ่งเป็นขีดจำกัดแท้จริง

ไม่นานนี้เฉินเฟยฝึกกระบี่จ้งหยวนถึงระดับรู้แจ้ง เขาพบว่ายังสามารถย่อพลังกระบี่จ้งหยวนได้อีกและเก็บรวมไว้ที่ขอบกระบี่

ด้วยการย่อพลังกระบี่จ้งหยวน พลังที่แสดงออกมาจึงเพิ่มอีกหลายส่วน หากเฉินเฟยโจมตีด้วยกระบี่นี้ ต่อให้เป็นวิชากระบี่เต่าดำซึ่งเป็นวิชาป้องกันชั้นยอดก็ไม่อาจต้านทาน

ถือได้ว่านี่เป็นสถานะขีดสุดของกระบี่จ้งหยวนบทขัดเกลาอวัยวะภายใน ไม่รู้ว่านั่นเป็นเพราะพลังจิตวิญญาณเฉินเฟยหรือการควบคุมร่างกายของสยบมังกรคชสาร เฉินเฟยจึงพบว่าสามารถย่อพลังกระบี่จ้งหยวนไว้ที่ปลายกระบี่ได้

กระบี่ในสถานะนี้เหมือนได้รับจุดฝังเข็มซึ่งครอบครองพลังของระดับขัดเกลาทวาร มันเพียงใกล้เคียงเท่านั้น ไม่ใช่ระดับขัดเกลาทวารของจริง นักยุทธ์ขัดเกลาอวัยวะภายในไม่สามารถป้องกันสิ่งนี้ได้อยู่ดี

แม้เสิ่นถูฉางโคจรกระบี่เต่าดำอยู่ แต่หากโดนกระบี่นี้โจมตี การป้องกันของร่างกายเขาจะถูกทำลายโดยตรง เมื่อกระบี่จ้งหยวนหลุดจากการควบคุมของเฉินเฟยและเข้าไปในร่างเสิ่นถูฉาง มันจะฉีกเขาเป็นชิ้นๆทันที

นี่คือกระบี่ที่แข็งแกร่งที่สุดของเฉินเฟยในตอนนี้ มันไร้เทียบเคียงแต่ไม่สามารถควบคุมได้อย่างสมบูรณ์ หากใช้กระบี่นี้ศัตรูต้องตาย!

เฉินเฟยลังเลอยู่ครู่หนึ่งและสุดท้ายเลือกไม่ใช้มัน ที่แห่งนี้คือสำนักกระบี่เซียนเมฆา เสิ่นถูฉางยังเป็นศิษย์แท้จริงอันดับสองของสำนักเซียนเมฆา

ในการประลองเช่นนี้สามารถชนะเสิ่นถูฉางหรือแม้แต่ทำให้เขาบาดเจ็บปางตาย แต่ไม่สามารถฆ่าเขาได้เด็ดขาด เพราะนั่นเท่ากับการตบหน้าสำนักกระบี่เซียนเมฆา

แม้แต่คนอวดดีอย่างหวังกุ้ยหวู่ยังไม่ได้ฆ่าใครจริง เพียงแค่ทุบตีคนของสี่สำนัก เพราะเป็นเช่นนั้นสถานการณ์จึงต่างกันโดยสิ้นเชิง ดังนั้นมากที่สุดก็แค่บาดเจ็บสาหัส

ในเวลานี้เฉินเฟยไม่ได้อยู่ในระดับที่เหยียบย่ำกฎเกณฑ์ได้ตามใจชอบ เขายังไม่แข็งแกร่งถึงขนาดนั้น ยิ่งไปกว่านั้นเฉินเฟยกับเสิ่นถูฉางไม่มีความแค้นส่วนตัว อย่างมากแค่มีจุดยืนต่างกัน

การฆ่าใครสักคนค่อนข้างมากเกินไป

เสิ่นถูงฉางยืนตั้งรับเตรียมพร้อม พลังที่เฉินเฟยปล่อยออกมาเมื่อครู่น่ากลัวยิ่งนัก วิชากระบี่เต่าดำถึงกับเตือนให้เสิ่นถูฉางรีบหนี

นับตั้งแต่เสิ่นถูฉางฝึกวิชากระบี่เต่าดำสำเร็จ เขาไม่เคยรู้สึกแบบนี้เลยไม่ว่าสู้กับนักยุทธ์ขัดเกลาอวัยวะภายในคนไหน แม้แต่ศิษย์แท้จริงอันดับหนึ่งของสำนักกระบี่เซียนเมฆาก็เช่นกัน

แต่เมื่อครู่เฉินเฟยทำให้เสิ่นถูฉางหวาดกลัวอย่างยิ่ง ราวกับตัวเองกำลังจะตายในอีกครู่หนึ่ง

ความรู้สึกนี้หายไปในพริบตา พลังอันดุเดือดของเฉินเฟยลดลงทันใด นั่นทำให้เสิ่นถูฉางสับสันและไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น

“ปัง!”

เฉินเฟยฟันกระบี่ เสิ่นถูฉางถอยไปครึ่งก้าว เขาทำให้ร่างกายมั่นคงและในขณะเดียวกันพลังที่สะสมในร่างกายยังเพิ่มมากขึ้น เสิ่นถูฉางกำลังรอโอกาสโจมตีเฉินเฟยกลับ

เฉินเฟยมองกระบี่เฉียนหยวน ขยายสีดำบนปลายกระบี่กลับไปขอบกระบี่ แต่ไม่อาจทำได้สำเร็จ

ตอนแรกเฉินเฟยย่อพลังกระบี่จ้งหยวนไว้ปลายกระบี่อย่างสุดกำลัง ตอนนี้อยากปล่อยกลับไปขอบกระบี่แต่ไม่สามารถทำได้

พูดได้ว่าตัวกระบี่ดำคือขั้นหนึ่ง

ขอบกระบี่ดำคือขั้นสอง

สีดำกลายเปลี่ยนเป็นแก่นสารคือขั้นสาม

ตอนนี้เฉินเฟยต้องการสร้างรูปแบบระหว่างขั้นสองกับสามเพื่อเพิ่มพลัง แต่เขาไม่อาจทำได้

หรือตามจริงแล้วยังขาดการควบคุมอยู่? รวมแก่นสารในลมหายใจเดียวจัดเป็นการระเบิดพลัง สามารถใช้แต่ไม่อาจควบคุม

การใช้สิ่งนี้ในการประลองค่อนข้างน่าอึดอัด เกรงว่าจะพลั้งมือไปฆ่าคน

บางทีอาจควบคุมได้เมื่อเคล็ดพันต้นกำเนิดตรวนใจพัฒนาขึ้นเช่นผสานกับเคล็ดพันไหมขั้นที่เหลือจากสมาคมนักหลอมโอสถ หรือสยบมังกรคชสารซึ่งช่วยในการควบคุมร่างกายถึงระดับรู้แจ้ง

“ปังปังปัง!”

เฉินเฟยฟันกระบี่เฉียนหยวนสามครั้ง เสิ่นถูฉางถอยไปด้านหลังน้อยลง ในการโจมตีครั้งที่สาม ร่างกายเสิ่นถูฉางสั่นเทาครู่หนึ่งแล้วหยุดลง

เฉินเฟยยกกระบี่เฉียนหยวนเตรียมโจมตีครั้งที่สี่ แต่ยกได้เพียงครึ่งเดียวเฉินเฟยก็ใช้ฝีเท้าไล่ล่าวิญญาณกับท่องหนีสุญญตาสุดกำลังเพื่อออกห่างจากเสิ่นถูฉาง

เสิ่นถูฉางกำลังรอโอกาสโต้กลับอยู่ แต่เฉินเฟยผลักเขาถอยไปทีละก้าวซึ่งทำให้เสิ่นถูฉางหมดความอดทน เขารอให้กระบี่ตกลงแล้วจะระเบิดพลังในร่างกายทันที

ผลคือเฉินเฟยหนีไป!

เพราะเฉินเฟยเริ่มโจมตีก่อน เมื่อเฉินเฟยฉีกสนามพลังกระบี่เต่าดำเสิ่นถูฉางจึงไม่ตอบโต้ เพียงมองเฉินเฟยออกจากระยะโจมตีอย่างช่วยไม่ได้

ตั้งแต่เฉินเฟยขึ้นสนามประลอง สู้กับกระบี่ขุนเขาสวรรค์ของหวังกุ้ยหวู่ กระบี่ข่มจิตของเนี่ยไห่ชุน และธนูกวาดล้างปีศาจของหลัวเมิ่งซือ เฉินเฟยไม่เคยถอยเลย

แม้ต้องเผชิญกับกระบี่เต่าดำของเสิ่นถูฉาง เขาก็ยังเลือกสู้ซึ่งหน้า

การถอยอย่างกะทันหันเช่นนี้ทำให้เสิ่นถูฉางประหลาดใจนัก

วิชากระบี้เต่าดำทรงพลังมาก เป็นได้ทั้งฝ่ายบุกและฝ่ายกัน ยังสามารถยืมพลังอีกฝ่ายเก็บไว้ใช้เองแล้วค่อยระเบิดพลังในครั้งเดียว วิชากระบี่เต่าดำแทบไม่มีข้อบกพร่อง

นอกจากความเร็วที่ไม่ค่อยดี ข้อบกพร่องที่ใหญ่กว่าคือหลังสะสมพลังมากเกินไป ความเร็วที่ไม่ดีอยู่แล้วจะช้าลงไปอีกเพราะร่างกายสะสมพลังเอาไว้

พลังนี้คล้ายกับสถานะกระบี่เมื่อครู่ของเฉินเฟย มันสามารถระเบิดพลังในครั้งเดียว แต่ไม่สามารถควบคุมได้อย่างอิสระ

หากเป็นเมื่อก่อนเสิ่นถูฉางคงไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายออกจากระยะโจมตี แต่เมื่อครู่เฉินเฟยเริ่มโจมตีก่อนและเสิ่นถูฉางยังมีพลังน้อยอยู่

ที่สำคัญ เสิ่นถูฉางคาดไม่ถึงว่าเฉินเฟยจะล่าถอยเช่นนี้

เฉินเฟยหยุดห่างจากเสิ่นถูฉางหลายสิบหมี่ เฉินเฟยมองแก้มแดงก่ำของเสิ่นฉางแล้วอดยิ้มไม่ได้

ตอนนี้เสิ่นถูฉางไม่รู้แล้วว่าต้องทำอย่างไรต่อ

ไล่ตาม? ด้วยสภาพแบบนี้ไล่ตามเฉินเฟยไม่ทันแน่นอน หรือต้องคลายพลังที่ยืมมาเพื่อให้เข้าใกล้เฉินเฟยได้?

แต่ถ้าคลายพลังออก พอเข้าใกล้แล้วต้องโดนเฉินเฟยทุบตีเช่นกัน ด้วยท่ากระบี่ของเฉินเฟย เสิ่นถูฉางที่ไร้ซึ่งพลังต้องโดนทุบตีซ้ำแล้วซ้ำเล่าเป็นแน่

ในเวลานั้นหากเฉินเฟยหนีไปในขณะที่เขายืมพลังครึ่งหนึ่ง เสิ่นถูฉางคงทำอะไรไม่ได้เช่นเคย

มันกลายเป็นวงจรอุบาทว์!

ในกลุ่มคนดูนอกสนามประลอง ศิษย์หลายคนที่มีระดับบ่มเพาะต่ำกว่าไม่เข้าใจว่าทำไมเฉินเฟยถอยหนี เห็นได้ชัดว่าเมื่อครู่เขาได้เปรียบอยู่และใกล้ชนะเสิ่นถูฉาง

แต่ศิษย์แท้จริงที่อยู่ในอันดับใกล้เคียงรวมถึงผู้แข็งแกร่งขัดเกลาทวารต่างเข้าใจสถานการณ์ของเสิ่นถูฉาง

ตอนนี้เสิ่นถูฉางอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกและไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร ในมุมมองของพวกเขา พวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะให้คำแนะนำเสิ่นถูฉางอย่างไร

สิ่งนี้ถูกกำหนดโดยลักษณะของวิชา และเหตุผลสำคัญกว่านั้นคือพลังต่อสู้ของเฉินเฟยแข็งแกร่งมาก

ไม่เพียงแข็งแกร่ง แต่ทุกด้านยังสมดุลกันจนแทบไม่มีช่องโหว่

ด้วยเหตุนี้เสิ่นถูฉางที่ใช้วิชากระบี่เต่าดำจึงเสียบเปรียบและไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร

ในมุมมองของระดับขัดเกลาทวารบางคน เกรงว่าการป้องกันการโจมตีของเสิ่นถูฉางอาจไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับเฉินเฟิย

ธนูกวาดล้างปีศาจหลายสิบดอกของหลัวเมิ่งซือไม่ได้อ่อนแอกว่าการโจมตีสะสมพลังของเสิ่นถูฉาง

เนื่องจากเฉินเฟยป้องกันธนูกวาดล้างปีศาจได้ การป้องกันกระบี่เต่าดำจึงไม่น่ามีปัญหา

แต่เห็นได้ชัดว่าเฉินเฟยไม่คิดจะป้องกัน

“อ๊ากก!”

เสิ่นถูฉางคำรามแล้วคลายพลังออก ตัวเขาเบาขึ้นมากทันที เวลาต่อมาเสิ่นถูฉางรีบพุ่งเข้าไปหาเฉินเฟย

เสิ่นถูฉางหงุดหงิดกับการเข้าสู้และถอยหลังของเฉินเฟยยิ่งนัก เสิ่นถูฉางไม่เต็มใจยอมโดนตีอยู่ฝ่ายเดียว เขาจึงจะสู้กลับ!

เฉินเฟยมองเสิ่นถูฉางที่วิ่งเข้ามาแล้วยิ้ม เขาวิ่งเข้าไปหาเสิ่นถูฉางเช่นกัน

“เคร้งเคร้งเคร้ง...”

เสียงปะทะกระบี่ดังขึ้นอีกครั้งซึ่งดูไม่ต่างจากก่อนหน้านี้ แม้เสิ่นถูฉางจะใช้พลังทั้งหมดที่มี แต่ยังไม่สามารถหยุดกระบี่จ้งหยวนของเฉินเฟย

เป็นเหมือนก่อนหน้านี้ เขาถอยกลับเพื่อลดพลัง

แต่คราวนี้เสิ่นถูฉางไม่คิดจะสะสมพลังให้ถึงขีดสุด หลังยืมพลังสองกระบี่ เขาก็ระเบิดพลังตอบโต้เฉินเฟยทันที

ทั้งสองเป็นดั่งอสูรยักษ์สู้กันในสนามประลอง เสียงกระบี่ปะทะกันไม่รู้จบ ภาพนี้ดุเดือดราวกับเวลาต่อไปจะเป็นการสู้เป็นตาย

แต่หากสังเกตให้ดีจะพบว่าในสถานการณ์นี้ยังมีอะไรมากมายที่ไม่สามารถทำได้ เฉินเฟยในสถานะนี้ไม่สามารถทำลายการป้องกันของเสิ่นถูฉาง

ส่วนเสิ่นถูฉางพ่ายแพ้ไปแล้วครึ่งหนึ่ง เขาอยากจะชนะแต่ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร!

สิ่งที่ทำให้เสิ่นถูฉางสับสนที่สุดคือเฉินเฟยฝึกฝนร่างกายอะไรกัน ขนาดสู้กันรุนแรงเช่นนี้เฉินเฟยยังแทบไม่มีบาดแผลเลย

มันเทียบได้กับร่างกายของเขาหลังฝึกวิชากระบี่เต่าดำ หรือบางทีอาจดีกว่าด้วย?

ผ่านไปหนึ่งเค่ออย่างรวดเร็ว พื้นสนามประลองโดนถูไถจนเละไปหมด มีทั้งรอยแตก ก้อนดิน และหลุมบ่อ

“ตู้ม!”

เฉินเฟยลอยไปด้านหลังและร่อนลงบนพื้นอย่างมั่นคง เสิ่นถูฉางถอยไปสองสามก้าวแล้วหายใจเข้าลึก

“การประลองครั้งนี้นับว่าเสมอกันเถอะ” เฉินเฟยมองเสิ่นถูฉางแล้วพูด

เสิ่นถูฉางกันฟันแน่น ลังเลอยู่หนึ่งก่อนพยักหน้าเห็นด้วย

นี่เป็นการต่อสู้ที่น่าหงุดหงิดอย่างมากสำหรับเสิ่นถูฉาง เพราะทุกคนล้วนเห็นเขาโดนทุบตี แม้แต่เสิ่นถูฉางยังสงสัยตัวเองว่าการเลือกฝึกวิชากระบี่เต่าดำเป็นสิ่งที่ถูกหรือไม่