ตอนที่ 292 ลึกลับซ่อนเร้น

นั่นคือกุญแจเข้าดินแดนลับที่สำนักฉางหงครอบครอง

แผ่นหยกสั่นเมื่อทางเข้าดินแดนลับในระยะไกลถูกเปิดออก รอยแสงส่องมาจากแผ่นหยกและทำให้เกิดระลอกคลื่นในอากาศ

“สำนักกระบี่เซียนเมฆาเข้าไปแล้ว!”

อู๋หยงจ้าวเห็นการเคลื่อนไหวของแผ่นหยกจึงหันไปมองเฉวียนเฉินหมิง เฉวียนเฉินหมิงไม่พูดอะไร เขาประสานมือทั้งสองข้างเปิดใช้พลังของแท่นบูชา ปราณหยวนรอบตัวเริ่มผันผวนและไหลเข้าแท่นบูชา

แม้หลายสำนักไม่ได้เผยแพร่เรื่องดินแดนลับระดับสอง แต่เป็นไปไม่ได้เลยที่จะซ่อนการเคลื่อนไหวของคนจำนวนมากจากการสืบสวนของสำนักเพลิงเทพ

เมื่อเผชิญกับดินแดนลับระดับสองที่เพิ่งปรากฏขึ้น ขนาดสำนักกระบี่เซียนเมฆายังถูกล่อลวง สำนักเพลิงเทพย่อมไม่มีข้อยกเว้น แต่เห็นชัดว่าเป็นไปไม่ได้ที่สำนักกระบี่เซียนเมฆาจะให้สำเพลิงเทพเข้าไปด้วย

สำนักเพลิงเทพเปลี่ยนความคิดไปยังกุญแจเข้าดินแดนลับที่สำนักฉางหงครอบครอง

โดยปกติแล้วกุญแจดินแดนลับใช้เปิดในหุบเขา แต่เห็นได้ชัดว่าทำแบบนั้นไม่ได้ ด้วยแท่นบูชาจึงสามารถฉีกสิ่งกีดขวางของดินแดนลับจากระยะไกลและปล่อยให้คนของสำนักเพลิงเทพเข้าไป

ขณะที่แท่นบูชาโคจรเร็วขึ้น แสงบนแผ่นหยกก็หนานแน่นกว่าเดิมและเห็นได้ลางๆว่าประตูกำลังจะเปิด

“แปะแปะแปะ!”

ศิลาหยวนบนพื้นแตกออกทีละก้อน พลังของศิลาหยวนที่แท่นบูชาสกัดออกมาไหลเข้าสู่แผ่นหยกหยกอย่างต่อเนื่อง แต่ทางเข้าดินแดนลับยังไม่ปรากฏ

เฉวียนเฉินหมิงขมวดคิ้ว ท้ายที่สุดประตูไม่ได้ถูกเปิดที่ทางเข้าดินแดนลับ แความยากจึงเพิ่มขึ้นมาก เฉวียนเฉินหมิงขยับมือขวาเล็กน้อย อาวุธวิญญาณตรงเท้าลอยเข้าไปในแท่นบูชา

อาวุธวิญญาณรูปทรงดาบสั้นสั่นเล็กน้อยเหมือนกำลังทนทุกข์ วิญญาณของมันเดือดพล่าน จากนั้นถูกดึงออกมาและฉีดเข้าแผ่นหยก

เมื่อแท่นบูชาได้รับวิญญาณนี้ก็ส่องสว่าง แผ่นหยกดินแดนลับสั่นอย่างรุนแรงและฉายลำแสงออกมากระทบอากาศด้านหน้า

อากาศปั่นป่วน ระลอกคลื่นยังคงปรากฏต่อไป

“แกรกแกรกแกรก!”

เสียงแตกดังขึ้นและมีรอยแตกปรากฏใต้แสง สามารถมองเห็นน้ำภูเขาสีเขียวด้านในได้เล็กน้อยผ่านรอยแตก ในขณะเดียวกันปราณหยวนเข้มข้นก็เล็ดรอดออกมาจากฝั่งนั้น

สีหน้าคนของสำนักเพลิงเทพดีขึ้นทันที แต่ก่อนที่พวกเขาได้แสดงสีหน้าดีใจ รอยแตกนั้นเปิดออกเพียงครู่หนึ่ง จากนั้นก็หยุดอย่างกะทันหันและหดตัวลง

“เกิดอะไรขึ้น!?” อู๋หยงจ้าวมองเฉวียนเฉินหมิงอย่างสับสน ทางเข้าดินแดนลับถูกฉีกออกแล้วไม่ใช่หรือ ทำไมมันถึงเริ่มรักษาตัว?

“พวกเขาแก้ไขกุญแจอีกสามดอกที่เหลือ สิ่งที่พวกเขาทำคือปิดกั้นกุญแจของสำนักฉางหง!” เฉวียนเฉินหมิงขมวดคิ้ว

มีกุญแจสมบูรณ์สี่ดอกในการเข้าดินแดนลับ เดิมทีมันอยู่ในการครอบครองของสี่สำนัก

หากต้องการเปิดดินแดนลับ วิธีที่ดีสุดคือนำกุญแจทั้งสี่มารวมกันเพื่อไม่ให้เกิดปัญหา แน่นอนว่าหากเป็นสถานการณ์พิเศษ ต่อให้มีกุญแจสองดอกก็ใช้ไม่ได้

การเปิดดินแดนลับจะมีความเชื่อมโยงระหว่างกุญแจแต่ละดอก ในเวลานั้นจึงไม่มีสำนักใดเข้าดินแดนลับอย่างลับๆได้ ดินแดนลับระดับหนึ่งยังไม่คู่ควรให้สำนักไหนทำแบบนั้น

ครึ่งปีก่อนสำนักฉางหงถูกทำลาย ทั้งสามสำนักไม่พบกุญแจของสำนักฉางหง สามสำนักจึงแก้ไขวิธีใช้กุญแจ

แค่กุญแจอยู่อีกฟากหนึ่งของหุบเขาก็ยากจะเปิดดินแดนลับแล้ว หากกุญแจถูกสามสำนักแก้ไข การเข้าดินแดนลับแทบเป็นไปไม่ได้เลย

ตอนนี้อยู่ห่างหลายสิบลี้ โอกาสเปิดดินแดนลับจึงน้อยลงไปอีกหลายเท่า พูดได้ว่าหากไม่มีสถานการณ์พิเศษจะไม่สามารถเข้าดินแดนลับด้วยกุญแจดอกเดียว

“ไม่มีทางอื่นแล้วหรือ?” อู๋หยงจ้าวขมวดคิ้ว

ในการเดินทางเข้าดินแดนลับครั้งนี้ สำนักเพลิงเทพได้ระดมระดับขัดเกลาทวารเพื่อปิดล้อมสังหารคนของสำนักกระบี่เซียนเมฆาในดินแดนลับ

ครั้งก่อนระดับขัดเกลาทวารของสำนักเพลิงเทพถูกฆ่าตายนับสิบ นั่นทำให้สำนักเพลิงเทพหายใจไม่ออก ในขณะเดียวกันก็ยากจะลืมเรื่องนี้ ตอนนี้วางแผนใช้ประโยชน์จากโอกาสนี้เพื่อปิดล้อมสำนักกระบี่เซียนเมฆาที่ไม่ระวังตัว

แต่ถ้าวันนี้เข้าดินแดนลับไม่ได้ แผนนี้คงกลายเป็นเรื่องตลก ประตูยังผ่านเข้าไปไม่ได้แล้วทำไมถึงพูดเรื่องฆ่าคนอีก!

“ไม่ต้องกังวล!”

เฉวียนเฉินหมิงขยับมือขวา อาวุธวิญญาณอีกอันลอยไปที่แท่นบูชา วิญญาณของมันถูกดึงออกและฉีดเข้าแผ่นหยกอีกครั้ง แผ่นหยกสั่นอย่างรุนแรง รอยแตกในดินแดนลับที่หดตัวลงอย่างรวดเร็วเริ่มชะลอตัวลง

ร่างเฉวียนเฉินหมิงวูบไหวมาถึงรอยแตกและหยิบขวดหยกจากอก สีหน้าเฉวียนเฉินหมิงไม่ค่อยเต็มใจนัก หลังลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเปิดจุกและเทสิ่งที่อยู่ในขวดลงบนรอยแตกร้าว

“ซื่อ!”

ราวกับมีอะไรกัดกร่อน สารในขวดนั้นดำมากจนทำให้คนที่เห็นรู้สึกไม่สบายใจ แม้แต่ในใจยังถูกปกคลุมไปด้วยชั้นหมอกดำ

ในขณะนี้ชั้นสสารดำเกาะติดกับรอยแตก รอยแตกอ่อนลงทันทีเหมือนกับเหล็กที่กำลังละลายและอ่อนตัวลง

เฉวียนเฉินหมิงกลับมาที่แท่นบูชา ศิลาหยวนหลายร้อยก้อนถูกโยนลงในแท่นบูชา แท่นบูชาสั่นสะเทือนอย่างต่อเนื่องโดยดูดปราณหยวนจากทุกทาง แผ่นหยกเริ่มปรากฏรอยแตก แต่แสงของมันบานสะพรั่งถึงขีดสุด

รอยแตกดินแดนลับถูกเปิดออก แสดงประตูให้ผู้คนเข้าไปได้

“ดีมาก!”

อู๋หยงจ้าวอดยิ้มไม่ได้ เมื่อกำลังจะเดินเข้าดินแดนลับก็ถูกเฉวียนเฉินหมิงหยุดไว้ก่อน อู๋หยงจ้าวมองเฉวียนเฉินหมิงด้วยความสับสน

“เข้าได้เพียงระดับขัดเกลาทวารขั้นต้นเจ็ดคน หากมากกว่านั้นกุญแจจะพัง กุญแจนี้ได้รับการแก้ไขเหมือนสามดอกที่เหลือแล้ว”

สีหน้าเฉวียนเฉินหมิงน่าเกลียดเล็กน้อย หลังทำงานมานาน ศิลาหยวนหลายร้อยก้อนและอาวุธวิญญาณระดับต่ำสองอันยังถูกใช้หมด สิ่งสำคัญคือขวดสมบัติที่เจ้าสำนักมอบให้นั้นหายไปแล้ว

ผลลัพธ์คือคนที่เข้าไปได้ยังมีจำกัด!

ดวงตาอู๋หยงจ้าวเบิกกว้างเล็กน้อย เข้าได้แค่ระดับขัดเกลาทวารขั้นต้นเจ็ดคน แถมระดับขัดเกลาทวารยังไม่เหมือนของสำนักกระบี่เซียนเมฆา พวกเขาไม่มีข้อได้เปรียบใดเลย

“แล้วทำไมคนพวกนั้นถึงเข้าไปได้เยอะนัก?”

“เพราะทางเข้านั้นเปิดตามปกติ แต่พวกเราไม่ใช่”

เฉวียนเฉินหมิงถอนหายใจ สำนักกระบี่เซียนเมฆาเฝ้าติดตามพวกเขานานแล้ว แม้พวกเขาฉีกสิ่งกีดขวางของดินแดนลับออกไป แต่กุญแจดอกนี้ยังต้องปฏิบัติตามกฎที่กำหนดโดยกุญแจอีกสามดอกที่เหลือ

ไม่เช่นนั้นกุญแจจะพัง เมื่อไม่มีการนำทางจากกุญแจ พอเข้าสู่ดินแดนลับจะถูกกระแสปั่นป่วนพัดพาไปแบบสุ่มโดยไม่รู้ว่าตัวเองถูกโยนไปที่ไหน แน่นอนว่าไม่ได้อยู่ในดินแดนลับ

“หลังเข้าดินแดนลับไปแล้วจะถูกสุ่มสถานที่ ข้าใช้แท่นบูชาปกปิดความผันผวนสำคัญแล้ว พวกเขาจะไม่รู้ว่าพวกเราเข้ามา แต่นั่นขึ้นอยู่กับว่าเจ้าจะเข้าไปหรือไม่!” เฉวียนเฉินหมิงถอนมือออก มองอู๋จ้าวหมิงแล้วพูด

“ไม่มีทางอื่นแล้วหรือ?” อู๋จ้าวหมิงพูดอย่างไม่เต็มใจ

ดินแดนลับในตอนนี้ ไม่ว่าเป็นสำนักกระบี่เซียนเมฆาหรือพันธมิตรของสำนักกระบี่เซียนเมฆา หากคนที่สำนักเพลิงเทพส่งเข้าไปไม่มีข้อได้เปรียบด้านจำนวน พวกเขาอาจถูกคนเหล่านั้นฆ่าตาย

ในโลกภายนอก สำนักอื่นไม่กล้าทำอะไรกับสำนักเพลิงเทพเพราะกลัวโดนตอบโต้

แต่ในดินแดนลับ ตราบใดที่มือเท้าสะอาด หลังจากโยนความผิดไปให้สำนักกระบี่เซียนเมฆา สำนักเพลิงเทพก็ไม่อาจพูดอะไร

พูดได้ว่าในดินแดนลับคือศัตรูทั้งหมด หากเข้าไปแบบนี้ แทนที่พวกเขาจะได้ไล่ล่าสำนักกระบี่เซียนเมฆาไปทั่วดินแดนลับ คงเป็นสำนักกระบี่เซียนเมฆาที่ไล่ล่าพวกเขาไปทั่วดินแดนลับ

“หมดทางแล้ว กุญแจเปราะบางเกินไป!” เฉวียนเฉินหมิงส่ายหน้า

อู๋หยงจ้าวมองเฉวียนเฉินหมิงด้วยใบหน้าจริงจังและพูดเสียงทุ้ม “ถ้าอย่างนั้นมีวิธีทำลายดินแดนลับหรือไม่!?”

“นี่...ข้าทำไม่ได้!” เฉวียนเฉินหมิงตกใจแล้วส่ายหน้า

อู๋จ้าวหยางกัดฟันแน่นเมื่อนึกถึงอารมณ์ของเจี่ยนจิ้นเซิง หากกลับไปแบบนี้คงไม่ใชการโดนลงโทษง่ายๆแน่ ท้ายที่สุดแล้วสำนักกระบี่เซียนเมฆากำลังเข้าควบคุมดินแดนลับอีกแห่ง ซึ่งมันไม่เป็นผลดีต่อสำนักเพลิงเทพอย่างยิ่ง

อู๋จ้าวหยงมองอาวุธวิญญาณระดับสูงในมือ หากพบโอกาสสังหารเหลียวฮั่นชินของสำนักกระบี่เซียนเมฆา ความแข็งแกร่งของสำนักกระบี่เซียนเมฆาในดินแดนลับจะลดลงมาก ดังนั้นสำนักอื่นอาจไม่กล้าลงมือกับพวกเขา

ท้ายที่สุดหากไม่สามารจัดการคนของสำนักเพลิงเทพทั้งหมดที่เข้าไปข้างใน ทุกสำนักที่ลงมือจะต้องเดือดร้อน เรื่องที่ทำให้เกิดการกวาดล้างง่ายดายเช่นนี้ คนเหล่านั้นย่อมไม่อาจประมาท

“เจ้าหกคน ตามข้าเข้าไป!”

อู๋จ้าวหยงหันไปมองทั้งหกคน ตะโกนอย่างดุเดือดและรีบเข้าไป สมาชิกหกคนของสำนักเพลิงเทพมองหน้ากันแล้ววิ่งตามเข้าไป

ในดินแดนลับ

เมื่อก้าวเข้าสู่ดินแดนลับ เฉินเฟยเสียความรู้สึกของร่างกายไปชั่วขณะหนึ่ง โชคดีที่ความรู้สึกนี้กลับเป็นปกติในทันที เมื่อเฉินเฟยลืมตาขึ้นเขาก็ร่อนลงภูเขาลงแล้ว

ลมปราณลึกล้ำกดดันปกคลุมบริเวณโดยรอบ เฉินเฟยขมวดคิ้วและเงยหน้ามองโดยไม่รู้ตัว ภูเขาสูงปรากฏขึ้นในสายตา ตอนนี้เฉินเฟยกำลังยืนอยู่ที่เชิงเขา

เฉินเฟยมีขนาดเล็กมากเมื่อเทียบกับภูเขาสูงลูกนี้

ไม่เพียงแค่แรงกดดันเท่านั้น ลมปราณที่แผ่จากภูเขาสูงแห่งนี้ยังทำให้ผู้คนตัวสั่น แม้เฉินเฟยเป็นระดับขัดเกลาทวาร แต่เขายังรู้สึกไม่สบายใจอย่างยิ่ง

“ภูเขาป้านผิง?”

เฉินเฟยมองภูเขาที่คุ้นเคย มันค่อนข้างคล้ายกับภูเขาป้านผิงที่เคยเห็นตอนเข้าดินแดนลับเป็นครั้งแรก แต่มันแตกต่างกันมาก

ไม่ต้องพูดถึงสิ่งอื่นใด แม้ว่าภูเขาป้านผิงเดิมจะลึกลับและน่าประหลาดใจ แต่มันไม่ได้น่ากลัวเท่าตอนนี้

ร่างเฉินเฟยวูบไหวกลายเป็นภาพติดตาออกไปจากเชิงเขา หนึ่งเค่อต่อมา เฉินเฟยหยุดเท้ามองย้อนกลับไป

ตอนนี้เฉินเฟยแน่ใจแล้วว่าภูเขาลูกนี้คือภูเขาป้านผิงที่เคยเห็น

“การเลื่อนขั้นของดินแดนลับเปลี่ยนแปลงภูเขาป้านผิงไปมาก ในดินแดนลับมีความลับอะไรกันแน่?”

ดวงตาเฉินเฟยเต็มไปด้วยความประหลาดใจ เฉินเฟยคิดว่าการเลื่อนขั้นของดินแดนลับจะไม่เป็นภัยคุกคามต่อตัวเองที่แข็งแกร่งขึ้น แต่ตอนนี้ดูแล้วคงมองโลกในแง่ดีเกินไป

แค่ลมปราณกดดันจากภูเขาป้านผิงอย่างเดียวก็ทำให้เฉินเฟยไม่กล้าขึ้นภูเขาแล้ว

คาดว่าความลับของดินแดนลับน่าจะอยู่บนภูเขาป้านผิง แต่เฉินเฟยยังไม่ตัดสินใจว่าจะขึ้นไปหรือไม่ ท้ายที่สุดแล้วมันสามารถเห็นอันตรายได้ด้วยตาเปล่า

“ไปหาปาข่าก่อน!”

เฉินเฟยคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วเดินทางต่อในทิศทางเดิม