เฉินเฟยอดยิ้มไม่ได้เมื่อเห็นผลของการทำให้เป็นแบบง่าย เขาชอบการทำให้เป็นแบบง่ายประเภทตุ๊กตาแม่ลูกดกจริงๆ เพราะการทำให้เป็นแบบง่ายบางอย่างจะไม่รู้ว่าผลลัพธ์คืออะไร
จะบอกว่าง่ายก็ง่ายแต่มันซับซ้อนกว่าหน่อย สิ่งที่ต้องทำอาจยุ่งยากเล็กน้อย ถ้ามันทำได้ยากเกินไปก็ต้องทำให้เป็นแบบง่ายครั้งที่สอง
แต่การทำให้วิชาของระดับขัดเกลาทวารเป็นแบบง่ายครั้งแรกยังต้องใช้เงินหลายแสน ค่าใช้จ่ายในการทำให้เป็นแบบง่ายครั้งที่สองต้องเกินจริงกว่ามาก และตอนนี้เฉินเฟยไม่มีเงินทำแบบนั้น
ในห้องลับ เฉินเฟยกำลังโคจรท่องหนีสุญญตา ภาพติดหลายร่างของเฉินเฟยปรากฏขึ้น ในขณะเดียวกันความเข้าใจเดินหนีสวรรค์เริ่มปรากฏในใจ
ไม่กี่เดือนก่อนที่เฉินเฟยเรียนรู้ท่องหนีสุญญตาครั้งแรก ทุกครั้งที่ฝึกฝนจะได้รับความเข้าใจที่สอดคล้อง มากน้อยก็ยังพอมีบ้าง
หากวันนั้นอยู่ในสถานะดี เมื่อเข้าใจบางส่วนของวิชาก็จะตระหนักได้หลายสิ่ง
แต่พอวิชาลึกซึ้งกว่าเดิมก็ไม่อาจรับประกันว่าทุกครั้งที่ฝึกเดินหนีสวรรรค์จะเกิดความเข้าใจ บางทีต้องฝึกฝนหลายครั้งจึงปรับปรุงการฝึกเดินหนีสวรรค์
เมื่อเวลาผ่านไปและฝึกฝนได้ลึกซึ้งขึ้น สถานการณ์นี้จะหนักขึ้นเรื่อยๆ
นี่เป็นสถานการณ์ที่นักยุทธ์ส่วนใหญ่เผชิญ เว้นแต่พวกเขาจะมีพรสวรรค์และมีความเข้าใจในระดับน่าเหลือเชื่อ ไม่เช่นนั้นการฝึกวิชาจะเป็นเหมือนน้ำหยดลงหิน
ตอนนี้ด้วยเดินหนีสวรรค์แบบง่าย เฉินเฟยจึงโคจรท่องหนีสุญญตา ความรู้สึกของการเข้าใจเดินหนีสวรรค์ในทะเลจิตสำนึกเหมือนจะพาเฉินเฟยย้อนกลับไปตอนที่เขาเริ่มฝึกท่องหนีสวรรค์ครั้งแรก
เป็นเพราะความรู้สึกนี้เองที่ทำให้เฉินเฟยรู้ว่าความเข้าใจของตัวเองดีขึ้น ไม่ว่านั่นจะเป็นเพราะหมู่บ้านหมี่หรือเกิดขึ้นเองจากการทะลวงระดับขัดเกลาทวารก็ตาม
อย่างไรแล้วความเข้าใจของเฉินเฟยดีขึ้นมาก แต่ในเวลาต่อมามันได้พิสูจน์แล้วว่าความเข้าใจที่พัฒนาขึ้นเล็กน้อยยังห่างไกลจากความน่าอัศจรรย์
สิบวันผ่านไปในพริบตา เฉินเฟยยังมีงานแน่นหนาเช่นเคย
ความชำนาญของเดินหนีสวรรค์และกระบี่จ้งหยวนกำลังเพิ่มขึ้นอย่างมั่นคง
ความชำนาญสูตรโอสถหลิงเสวี่ยก้าวสู่ระดับรู้แจ้งเร็วขึ้น เนื่องจากในช่วงสามวันที่ผ่านมามีสมุนไพรของโอสถทะยานเนินเขาเพียงพอ
ในช่วงสิบวันนี้ นอกจากการฝึกวิชาเฉินเฟยยังไปสมาคมนักหลอมโอสถและทำภารกิจหลอมโอสถหลิงเสวี่ยสองอย่าง ภารกิจแรกเป็นการหลอมโอสถหลิงเสวี่ยสามเตาและอีกภารกิจเป็นการหลอมห้าเตา
เฉินเฟยทำภารกิจสำเร็จตามปกติและได้รับค่าผลงานสองหมื่นสี่พันคะแนน
นอกจากค่าผลงาน สิ่งสำคัญคือเฉินเฟยได้รับโอสถหลิงเสวี่ยอีกห้าเม็ด
ครั้งนี้เฉินเฟยไม่ได้นำโอสถไปขายให้ร้านค้าและกินเอง โอสถหลิงเสวี่ยห้าเม็ดช่วยเพิ่มระดับบ่มเพาะของเฉินเฟยเป็นเวลาสิบห้าวัน
คาดว่าจุดทวารที่หนึ่งของเฉินเฟยจะเต็มในเวลาไม่ถึงเดือน
ใช้เวลาประมาณครึ่งปีในการเติมเต็มจุดทวารที่หนึ่ง ความเร็วนี้เป็นสิ่งที่ผู้ฝึกตนทั่วไปไม่อาจจินตนาการ แม้แต่ภายในสำนักยังต้องเป็นผู้มีภูมิหลังแข็งแกร่งเท่านั้นที่สามารถใช้โอสถไปถึงจุดนั้น
เฉินเฟยในระดับขัดเกลาทวารไม่ได้กินโอสถมากนัก เขาอาศัยตอนทะลวงระดับครั้งแรกดูดซับพลังหยวนเติมเต็มร่างกายและจุดทวารที่หนึ่งจนได้ครึ่งหนึ่ง
ตอนนี้เฉินเฟยมีวิธีรับโอสถหลิงเสวี่ย ความเร็วในการบ่มเพาะของเฉินเฟยจึงไม่ช้าลง พูดอีกย่างคือสำหรับเฉินเฟยแล้ว การเปิดหนึ่งจุดทวารในครึ่งปีเป็นสิ่งที่สามารถทำได้
นอกจากฝึกฝนกระบี่จ้งหยวนถึงระดับรู้แจ้งจะเสริมผลของการบ่มเพาะ เมื่อโอสถหลิงเสวี่ยถึงระดับรู้แจ้ง จำนวนโอสถที่ได้รับจะช่วยเร่งบ่มเพาะให้เร็วขึ้นอีก
สองวันต่อมา เฉินเฟยยืนอยู่ในห้องโถงหลักของสำนัก มองผู้อาวุโสสำนักรอบตัว
เฉินเฟยกำลังบ่มเพาะอยู่ในบ้านและถูกเจ้าสำนักเรียกตัวอย่างกะทันหัน พอมาถึงที่นี่ก็เห็นภาพนี้แล้ว เมื่อเทียบกับตอนที่มาครั้งก่อน คราวนี้มีระดับขัดเกลาทวารเพิ่มมาหนึ่งคน
เพียงแต่ผู้อาวุโสคนนี้ดูแก่มาก ไม่เพียงแค่อายุ จิงชี่เสินเหมือนจะอ่อนแอด้วย
แม้จิงชี่เสินจะอ่อนลง แต่ลมปราณกลับมหาศาลอย่างยิ่ง พูดได้ว่าทัดเทียมกับเจ้าสำนำฉวีชิงเซิง
ในด้านของแรงกดดัน ความรู้สึกที่ผู้อาวุโสคนนี้มอบให้กับเฉินเฟยนั้นรุนแรงมากกว่า
“เขาคือผู้อาวุโสโจวที่เก็บตัวมานาน” เฟิงซิวผู่ด้านข้างกระซิบบอกเฉินเฟย
“พยายามทะลวงระดับหลอมทวารหรือ?”
ผู้อาวุโสโจวอยู่ในระดับขัดเกลาทวารขั้นปลาย ตอนนี้จิงชี่เสินลดลง เห็นได้ชัดว่าอายุขัยใกล้ถึงขีดจำกัด หากต้องการยืดอายุขัยต้องทะลวงสู่ระดับรวมทวารเท่านั้น
อายุขัยของระดับรวมทวารคือสามร้อยปี หากทะลวงระดับสำเร็จจะมีอายุเพิ่มหนึ่งร้อยปีทันที
“ใช่!”
เฟิงซิวผู่พยักหน้าไม่พูดอะไรอีก เห็นได้ชัดว่าผู้อาวุโสโจวล้มเหลวในการทะลวงผ่าน ไม่อย่างนั้นจิงชี่เสินคงไม่เป็นเช่นนี้
สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวมีวิชามรดกฉบับสมบูรณ์สามชุด เมื่อเทียบกับผู้ฝึกตนทั่วไปมันเป็นสิ่งที่ทรงพลังแน่นอน ท้ายที่สุดวิชาส่วนใหญ่ที่ผู้ฝึกตนทั่วไปใช้บ่มเพาะไม่สามารถไปถึงระดับขัดเกลาทวารขั้นปลาย
วิชาบ่มเพาะหลายอย่างยังเป็นส่วนเสียหายด้วยซ้ำ ใช้บ่มเพาะได้ถึงแค่ระดับขัดเกลาทวารข้นต้นหรือได้แค่สิบจุดทวาร
เมื่อเปรียบเทียบกันแล้วผู้ฝึกตนทั่วไปดูลำบากไม่น้อย แต่เป็นธรรมดาที่สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวจะไม่สนใจความรู้สึกของคนเหล่านั้น
วิชามรดกสามชุดของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวสามารถบ่มเพาะได้ถึงระดับขัดเกลาทวารขั้นปลาย แต่ไปถึงเพียงขั้นปลายเท่านั้น ไม่สามารถไปถึงระดับขัดเกลาทวารขั้นสูงสุด
หากต้องการทะลวงระดับรวมทวารจะทำได้เมื่อระดับบ่มเพาะอยู่ในระดับขัดเหลาทวารขั้นปลาย แต่เมื่อพูดถึงการทะลวงขอบเขต ยิ่งระดับบ่มเพาะสูงโอกาสที่จะทะลวงผ่านยิ่งมากตาม
เดิมทีระดับรวมทวารหาตัวยากอยู่แล้ว สำนักกระบี่เซียนเมฆามีระดับรวมทวารเพียงสองคนซึ่งวางรากฐานสำหรับอำนาจปกครองอย่างสมบูรณ์ สำนักรอบด้านไม่มีระดับรวมทวารแม้แต่คนเดียว ดังนั้นเข้าใจได้ว่าการทะลวงผ่านนั้นยากเพียงใด
ก่อนที่วิชาของสำนักระบี่เริ่มดวงดาวจะสูญหาย ตราบใดที่มีพรสวรรค์เพียงพอก็สามารถบ่มเพาะถึงระดับขัดเกลาทวารขั้นสูงสุด แต่ตอนนี้มันกลายเป็นเพียงความหวังอันงดงามเท่านั้น
เรื่องนี้ทำให้คนในสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวทะลวงระดับรวมทวารยากยิ่งขึ้น
ไม่ใช่ว่าคนในสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวไม่คิดจะซ่อมแซมคัมภีร์กระบี่เริ่มดวงดาวหรือหาชิ้นส่วนที่สูญหาย แต่หลังผ่านไปหลายปีกลับคืบหน้าเพียงเล็กน้อย
สำหรับการวิชาที่เทียบได้กับคัมภีร์กระบี่เริ่มดวงดาว ระดับความยากของเรื่องนี้ยากยิ่งกว่าการซ่อมแซมคัมภีร์กระบี่เริ่มดวงดาวเสียอีก เว้นแต่สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวจะส่งผู้แข็งแกร่งรวมทวารออกไปทำงานนี้
ด้วยผู้แข็งแกร่งเช่นนั้นจึงเป็นไปได้ที่จะทำสำเร็จ แต่การทะลวงระดับรวมทวารจะง่ายดายได้อย่างไร
“วันนี้เรียกทุกคนมารวมตัวกันด้วยเรื่องหนึ่ง”
ฉวีชิงเซิงด้านบนมองผู้คนด้านล่างและพูดเสียงทุ้ม “ตามข้อมูลที่ได้รับมา สำนักกระบี่เซียนเมฆาพบร่องรอยของสำนักเพลิงเทพแล้ว หลังจากนี้มีโอกาสที่สำนักกระบี่เซียนเมฆาตะส่งคนไปล้อมทำลายสำนักเพลิงเทพ”
“สำนักเพลิงเทพ?” สีหน้าผู้อาวุโสหลายคนเปลี่ยนไป
ความบาดหมางระหว่างสำนักเพลิงเทพกับสำนักกระบี่เซียนเมฆาเกิดขึ้นมาหลายปี บางครั้งสำนักกระบี่เพลิงเทพจะคุกคามสำนักอื่นโดยรอบ แต่เป้าหมายหลักยังคงเป็นสำนักกระบี่เซียนเมฆา
การบอกว่าทั้งสองกำลังต่อสู้กันค่อนข้างจะยกย่องสำนักเพลิงเทพไปหน่อย
พูดได้ว่าสำนักกระบี่เซียนเมฆาผลักดันสำนักเพลิงเทพได้ทุกเวลา เมื่อพบร่องรอยสำนักเพลิงเทพก็จะส่งคนไปทำลายทันที
ด้วยเหตุนี้เองสำนักเพลิงเทพจึงต้องซ่อนตัวมาตลอดหลายปีเพราะกลัวว่าสำนักกระบี่เซียนเมฆาจะพบที่ซ่อน
“เจอโถงรวมตัวของสำนักเพลิงเทพแล้วหรือ?” อู๋กวงอินเงยหน้าถาม
เจ้าสำนักเรียกรวมตัวเป็นพิเศษ เกรงว่าสิ่งที่สำนักกระบี่เซียนเมฆาค้นพบจะใหญ่สักหน่อย ไม่เช่นนั้นฉวีชิงเซิงคงไม่ทำเช่นนี้
“ยังไม่แน่ชัด แม้จะไม่ใช่โถงรวมตัวของสำนักเพลิงเทพ แต่ขนาดน่าจะไม่เล็ก”
ฉวีชิงเซิงพูดต่อด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “ในเวลานั้นสำนักกระบี่เซียนเมฆาควรเรียกรวมหลายสำนักให้ไปมีส่วนร่วมในการปิดล้อม ทุกคนต้องเตรียมตัวให้พร้อม!”
เฉินเฟยยืนอยู่ด้านหลัง เกรงว่านี่คือสิ่งที่ฉวีชิงเซิงต้องการเตือนในวันนี้ หากโดนเรียกตัว สำนักอื่นจะต้องให้ความช่วยเหลือ
ทุกการต่อสู้ย่อมมีอันตราย สำนักเพลิงเทพถูกสำนักกระบี่เซียนเมฆาผลักดัน แต่ไม่ได้หมายความว่าอีกฝ่ายจะเป็นลูกพลับอ่อนนุ่ม
เพราะสำนักกระบี่เซียนเมฆาแข็งแกร่งเกินไปจึงทำให้สำนักเพลิงเทพดูอ่อนแอ สำนักอื่นไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนสำนักกระบี่เซียนเมฆา เมื่อเผชิญหน้ากับสำนักเพลิงเทพจึงต้องคอยระวัง!
หลังจากนั้นไม่นานทุกคนทยอยออกจากโถงหลัก
“ในช่วงหลายปีที่ผ่านมามีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นหลายครั้ง แต่ละครั้งสำนักเพลิงเทพไม่ถูกทำลายก็จะพิการ แต่หลังจากนั้นไม่กี่ปีสำนักเพลิงเทพจะปรากฏอีกครั้ง” เฟิงซิวผู่ด้านข้างพูดกับเฉินเฟย
“เจ้าสำนักเพลิงเทพยังไม่ตายหรือ?”
เฉินเฟยพูดอย่างสงสัย ในตอนนั้นเคยได้ยินเรื่องสำนักเพลิงเทพมากมาย ท้ายที่สุดมีเพียงสำนักเพลิงเทพที่กล้าแข็งข้อกับสำนักกระบี่เซียนเมฆา
“อาจจะตายไปแล้วหรือยังมีชีวิตอยู่ก็ได้ ไม่มีใครรู้เรื่องนี้”
เฟิงซิวผูส่ายหน้า “คราวนี้เจ้าสำนักมาบอกเรื่องสำนักกระบี่เซียนเมฆาพบร่องรอยของสำนักเพลิงเทพ คาดว่าในเวลานั้นแต่ละสำนักต้องส่งคนไปไม่น้อย”
“เป็นเช่นนี้เสมอเลยหรือ?”
“ใช่ แต่ตราบใดที่เจ้าเก็บตัวบ่มเพาะอยู่ในสำนัก เจ้าสำนักจะไม่ปล่อยให้เจ้าออกไป” เฟิงซิวผู่พูดด้วยรอยยิ้ม
เฉินเฟยเพิ่งทะลวงระดับขัดเกลาทวารและไม่มีแม้แต่กระบี่วิญญาณ เขาเป็นคนที่อ่อนแอที่สุด เป็นไปไม่ได้ที่เฉินเฟยจะเข้าร่วมการต่อสู้
ไม่อย่างนั้นหากได้เจอระดับขัดเกลาทวารที่แข็งแกร่งกว่าเล็กน้อย ชีวิตเฉินเฟยจะตกอยู่ในอันตรายทันที
สำหรับการปล่อยให้เฉินเฟยสู้กับระดับปรับแต่งร่างกายของสำนักเพลิงเทพ เรื่องนี้ทำได้ลับๆเท่านั้น ไม่อย่างนั้นหากเฉินเฟยถูกพบเห็น เขาจะถูกระดับขัดเกลาทวารของสำนักเพลิงเทพปิดล้อมและตกอยู่ในอันตรายกว่าเดิม
มันเป็นความเข้าใจโดยปริยาย ระดับเดียวกันเผชิญกับระดับเดียวกัน หากเจ้าไม่ลงมือนักยุทธ์ปรับแต่งร่างกายของข้า ข้าจะไม่ลงมือกับระดับปรับแต่งร่างกายของพวกเจ้า
แน่นอนว่าหากระดับปรับแต่งร่างกายบางคนรนหาที่ตายโดยเข้าไปผสมโรงกับระดับขัดเกลาทวารและถูกทุบตีจนตาย แบบนั้นจะไม่มีใครว่าอะไรได้
ดังนั้นหากเฉินเฟยได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมการต่อสู้ เขาจะต้องเผชิญกับนักยุทธ์ระดับขัดเกลาทวารแน่นอน ซึ่งแบบนั้นอันตรายเกินไปสำหรับเฉินเฟย
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved