ดวงตาเฉินเฟยเบิกกว้าง ผู้แข็งแกร่งรวมทวารมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?
ครู่ต่อมา เฉินเฟยนึกถึงหยูจงซินที่พบในเมืองประหลาด ระดับขัดเกลาทวารขั้นปลายกับผู้แข็งแกร่งรวมทวารที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนอาจเกี่ยวข้องกัน
เฉินเฟยมองไม่นานและหันหน้าวิ่งลงภูเขาต่อ ผู้แข็งแกร่งแบบนี้เกินความสามารถของเฉินเฟย สิ่งสำคัญคือการออกไปจากที่นี่โดยเร็วที่สุด
“ครืน!”
ลมปราณระดับรวมทวารกวาดไปทั่วดินแดนลับ ทั้งดินแดนลับสั่นสะเทือน ศิษย์ปรับแต่งร่างกายที่ยังอยู่ในดินแดนลับต่างหยุดทำทุกอย่างแล้วเงยหน้ามองฟ้า
สัตว์อสูรในดินแดนลับเหมือนสัมผัสได้ถึงบางสิ่ง ทุกตัววิ่งกลับรังตัวเองและซุกตัวอยู่ในมุมหนึ่งด้วยร่างกายสั่นเทา นี่เป็นการตอบสนองต่ออันตรายจากจิตใต้สำนึก บางครั้งสัตว์อสูรจะอ่อนไหวมากกว่านักยุทธ์มนุษย์
“ระดับรวมทวาร? ระดับรวมทวารมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?”
เฟิงซิวผู่เดินออกจากถ้ำแล้วมองภูเขาป้านผิง ดวงตาเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ ที่นี่เป็นเพียงดินแดนลับระดับสองที่เพิ่งกำเนิดขึ้น ระดับรวมทวารนั้นยากจะเข้ามา
ผลคือผู้แข็งแกร่งรวมทวารปรากฏตัวเหนือท้องฟ้าดินแดนลับ สิ่งสำคัญคือลมปราณของระดับรวมทวารคนนี้เป็นของคนแปลกหน้า
“พวกเขาจะไม่เป็นไรใช่ไหม!?” เว่ยเหยียนเทายืนเคียงข้างอย่างกังวล
เฟิงซิวผู่ขมวดคิ้วไม่รู้ว่าจะตอบคำถามนี้อย่างไร คงเกิดเรื่องไม่คาดฝันบนภูเขาป้านผิงแต่ไม่สามารถแก้ไขได้
“ครืน!”
ดินแดนลับสั่นสะเทือนแรงกว่าเดิม พลังของระดับรวมทวารอยู่เหนือความสามารถของดินแดนลับที่เพิ่งถือกำเนิดนี้ ดินแดนลับต้องการขับไล่ระดับรวมทวารออกไปแต่มันไม่มีความสามารถเช่นนั้น
เหมือนในท้องมีอาหารมากเกินไปจึงต้องย่อยหรือคายออก หากย่อยหรือคายออกไม่ได้ท้องจะแตก
สถานการณ์ของดินแดนลับเป็นเช่นนั้น หากไม่สามารถขับไล่ระดับรวมทวารออกไป ดินแดนลับอาจพังทลาย
“ฟิ้ว!”
เสียงเจาะผ่านอากาศดังขึ้น เฟิงซิวผู่กับเว่ยเหยียนเทาตื่นตัวและชักกระบี่วิญญาณอกมา แต่หลังจากเห็นว่าใครมา เฟิงซิวผู่จึงแสดงสีหน้าดีใจ เว่ยเหยียนเทาก็เช่นกัน
“อาจารย์ ผู้อาวุโสเว่ย!”
เฉินเฟยวางฉือซูชิงกับเหรินจงหยางลงจากมือและกุมมือทักทายเฟิงซิวผู่ทั้งสอง
“เกิดอะไรขึ้นบนภูเขาป้านผิง?”
เว่ยเหยียนเทามองสองคนบนพื้นด้วยสีหน้าประหลาดใจ อาการของฉือซูชิงกับเหรินจงหยางย่ำแย่มาก พวกเขาอยู่ห่างจากความตายเพียงเล็กน้อย
โชคดีที่หลังออกจากเมืองประหลาดก็ไม่มีพลังเย็นใหม่บุกรุกอีก การปราบปรามของเมืองประหลาดไม่มีอีกต่อไป พลังหยวนในร่างกายฉือซูชิงกับเหรินจงหยางจึงเริ่มโคจร แต่มันแทบไม่สามารถต้านทานการแพร่กระจายของพลังเย็นได้
“บนภูเขาป้านผิงมีเมืองประหลาด พวกเราทุกคนต่างหลุดเข้าไปในนั้น เมืองประหลาดแห่งนี้ควรนำไปสู่ที่อื่น ระดับรวมทวารควรมาจากอีกทาง!” เฉินเฟยพูดเสียงทุ้มลึก
“เมืองประหลาด? เชื่อมต่อกับที่อื่น?” ดวงตาเว่ยเหยียนเทาค่อยๆเบิกกว้าง
“ออกไปจากที่นี่ก่อน ไว้ค่อยคุยกันเรื่องอื่นทีหลัง!”
เฉินเฟยยัดโอสถเข้าปากฉือซูชิงกับเหรินจงหยาง จากนั้นจับทั้งสองอีกครั้งแล้ววิ่งไปทางออกดินแดนลับ
เฟิงซิวผู่กับเว่ยเหยียนเทาไม่ถามต่อ
ดินแดนลับไม่อาจต้านทานพลังของระดับรวมทวาร ผลลัพธ์เลวร้ายที่สุดคือดินแดนลับพังทลาย เมื่อถึงเวลานั้นทุกคนในดินแดนลับจะตกอยู่ในอันตราย
แม้สุดท้ายดินแดนลับจะไม่เป็นอะไร แต่ไม่มีใครรู้ว่าระดับรวมทวารที่ถือกำเนิดใหม่คนนี้เป็นอย่างไร
หากคนคนนั้นเป็นมารที่ถือว่าชีวิตคนไร้ค่าเหมือนดอกหญ้าริมทาง ในเวลานั้นทุกคนในดินแดนลับจะได้ตายกันหมด ดังนั้นไม่ว่าเป็นอย่างไร การออกดินแดนลับคือทางเลือกที่ดีสุด
เฉินเฟยกับคนอื่นมาถึงทางออกดินแดนลับเร็วดั่งสายฟ้า ไม่เพียงเฉินเฟยและคนอื่น เหล่าศิษย์ปรับแต่งร่างกายต่างรีบมาทางนี้หลังจากรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงในดินแดนลับ
“ยังไม่ถึงเวลา ดินแดนลับยังเปิดไม่ได้” เว่ยเหยียนเทาขมวดคิ้ว
“ใกล้แล้ว!”
เฉินเฟยหันไปมองภูเขาป้านผิงซึ่งเต็มไปด้วยความผันผวนของลมปราณระดับรวมทวาร อย่างไรก็ตามเมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้ ลมปราณนั้นถูกเก็บไว้แล้ว
แต่ไม่ว่าจะเก็บไว้เพียงใด พลังในดินแดนลับก็ยังขับไล่ชายผู้แข็งแกร่งรวมทวาร การปะทะของพลังดังกล่าวยังคงทำให้ดินแดนลับสั่นสะเทือนรุนแรงขึ้น
“แกรกแกรกแกรก!”
เสียงประหลาดดังก้องไปทั่วดินแดนลับ ไม่รู้ว่าเสียงนี้มาจากไหนแต่มันก้องอยู่ในหูทุกคน นี่คือเสียงพังทลายของกฎในดินแดนลับ ดินแดนลับไม่อาจดำรงอยู่ได้อีกต่อไป
“พวกท่านถอยไปก่อน!”
เฉินเฟยส่งฉือซูชิงกับเหรินจงหยางให้อยู่ห่างไปหลายสิบหมี่ หันไปมองทางออกดินแดนลับตรงหน้า ในขณะนี้ม่านพลังของที่นี่กระเพื่อมขึ้นลงอย่างต่อเนื่องและอาจแตกในเวลาไม่กี่เค่อ
แต่เฉินเฟยไม่ต้องการรอนานขนาดนั้น เขาจะบังคับเปิดทางออก ตราบใดที่สร้างช่องโหว่ได้ โดยปกติแล้วจะมีแรงภายนอกเข้ามาชี้นำและเปิดทางออก
เมื่อได้ยินคำพูดของเฉินเฟย เฟิงซิวผู่กับเว่ยเหยียนเทาจึงรีบถอยไป ทั้งสองเข้าใจเกี่ยวกับพลังของเฉินเฟยเป็นอย่างดี
“ชิ้ง!”
บนกระบี่เฉียนหยวน แสงดำเปล่งประกาย ไหมกระบี่นับไม่ถ้วนเข้าพันกระบี่และเริ่มโคจร พลังมหาศาลของเลือดลมในตัวเฉินเฟยเดือดพล่าน
ด้วยการใช้สังหารวิญญาณ แสงดำบนกระบี่เฉียนสั่นไหวเล็กน้อย แต่พลังจิตวิญญาณอันแข็งแกร่งของเฉินเฟยควบคุมมันทันทีและยึดมันไว้กับกระบี่เฉียนหยวนอย่างหนาแน่น
เวลาต่อมา เฉินเฟยยกกระบี่เฉียนหยวนฟันไปข้างหน้า
คลื่นดำเส้นหนึ่งทะยานขึ้นฟ้า พุ่งตัดเส้นม่านพลังดินแดนลับที่กระเพื่อมขึ้นลง
“ตู้ม!”
ม่านพลังดินแดนลับหยุดนิ่ง จากนั้นเกิดเสียงระเบิดรุนแรง ลมแรงพัดย้อนกลับมา หินทรายปลิวว่อน รอยแตกสีดำถูกเฉินเฟยตัดออก
เว่ยเหยียนเทาในระยะไกลกลืนน้ำลายเมื่อเห็นพลังของกระบี่นี้ เว่ยเหยียนเทาพบว่าเมื่อเทียบกับตอนที่เฉินเฟยฆ่าต่งซิวจื่อจากสำนักเพลิงเทพ ตอนนี้เฉินเฟยแข็งแกร่งขึ้นกว่านั้น
ขึ้นไปภูเขาป้านผิงนานแค่ไหนกัน เฉินเฟยถึงได้แข็งแกร่งขึ้นอีกแล้ว? บอกว่ามีเมืองประหลาดไม่ใช่หรือ? มีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้นหรือเปล่า?
ด้วยความแข็งแกร่งที่เฉินเฟยแสดงออกมา หากเจอคนอย่างต่งซิวจื่ออีกครั้ง เพียงกระบี่เดียวก็เกินพอที่จะฆ่าอีกฝ่าย ระดับขัดเกลาทวารขั้นต้นแข็งแกร่งได้ขนาดนี้เชียวหรือ?
เฟิงซิวผู่กะพริบตาปริบ พยายามทำให้สีหน้าตัวเองสงบลงแม้ในใจตกตะลึงสุดขีดก็ตาม เฟิงซิวผู่พบว่าไม่ว่าจะประเมินความแข็งแกร่งของศิษย์ตัวเองสูงเพียงใด เฉินเฟยก็จะทำให้เขาหวาดกลัวได้ทุกครั้งที่พบกัน
เฉินเฟยเก็บกระบี่แล้วก้าวถอยหลัง มองรอยแตกตรงหน้าที่ค่อยๆขยายออก เห็นได้ชัดว่าคนภายนอกดินแดนลับสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงในดินแดนลับและเริ่มทำงานหนักเพื่อเปิดทางออก
เวลาผ่านไป รอยแตกบนม่านพลังใหญ่ขึ้นเรื่อย ระลอกคลื่นเริ่มหนาแน่น ในที่สุดประตูก็เปิดออก
“เปิดแล้ว!” เว่ยเหยียนเทาพูดอย่างประหลาดใจ
ในขณะนี้การปะทะระหว่างดินแดนลับกับระดับรวมทวารเริ่มยาวนานขึ้น ทั้งดินแดนลับเป็นเหมือนจุดจบของโลก ทุกชั่วขณะที่ผู้คนอยู่ที่นี่ล้วนเต็มไปด้วยวิตกกังวลและหวาดกลัว พวกเขาแทบรอไม่ไหวที่จะหนีออกจากดินแดนลับ
“พรู่ด!”
ทันใดนั้นเฉินเฟยที่ยืนอยู่ด้านข้างพ่นเลือดออกมาเต็มปาก นั่นทำให้เฟิงซิวผู่กับเว่ยเหยียนเทาที่กำลังยิ้มแย้มตื่นตระหนกโดยตรง
“เจ้าเป็นอะไรไป!?” เฟิงซิวผู่เดินเข้าไปหาเฉินเฟยและถามอย่างเป็นกังวล
“อาจารย์ มีคนตายบนภูเขาป้านผิงมากเกินไป!”
เฉินเฟยมองเฟิงซิวผู่ด้วยรอยยิ้ม ใบหน้าสีดอกกุหลาบเริ่มซีดขาว ลมปราณลดหวบเหมือนกำลังจะตาย
เฟิงซิวผู่ผงะ จากนั้นเข้าใจทันทีว่าเฉินเฟยหมายถึงอะไร
ผู้คนจำนวนมากล้มตายในเมืองประหลาดบนภูเขาป้านผิง หากเฉินเฟยไม่บาดเจ็บคนอื่นจะคิดอย่างไร? สำนักอื่นจะคิดอย่างไร?
แม้จะไม่ใช่ความผิดของเฉินเฟย แต่การระบายความโกรธไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นต้องใช้เหตุผล เมื่อเป็นเช่นนั้นก็ทำให้ตัวเองเป็นทุกข์ดีกว่าจะได้ลดความสนใจลง
เพียงแค่ระดับการบาดเจ็บที่เฉินเฟยแสร้งทำนั้นสมจริงเกินไป ดวงตาเฟิงซิวผู่เป็นประกาย เขาไม่เห็นข้อบกพร่องใดเลย เว่ยเหยียนเทาก็เช่นกัน เขาตกใจกับฝีมือของเฉินเฟยจนพูดอะไรไม่ออก
“รบกวนอาจารย์กับผู้อาวุโสเว่ยด้วย” เฉินเฟยพูดจบก็หมดสติล้มพับไป
สยบมังกรคชสาร ควบคุมร่างกายถึงขีดสุด ด้วยการฝึกสยบจิตสยบมังกรคชสาร การควบคุมนี้จึงพัฒนาขึ้นเช่นกัน ดังนั้นอาการบาดเจ็บของเฉินเฟยในขณะนี้ นอกจากจุดทวารแล้ว เฉินเฟยได้ทำร้ายร่างกายขั้นพื้นฐานทั้งหมดของตัวเอง
อวัยวะภายในมีรอยฉีก กล้ามเนื้อและกระดูกก็เช่นกัน แม้อาการบาดเจ็บจะน้อยกว่าของฉือซูชิงกับเหรินจงหยาง แต่มันเบากว่าและมีข้อจำกัด
ข้อแตกต่างเพียงอย่างเดียวคือหากเฉินเฟยต้องการฟื้นตัว เขาสามารถฟื้นตัวในเวลาอันสั้น แต่ฉือซูชิงกับเหรินจงหยางต้องประสบปัญหามากมายและถึงกับสูญเสียต้นกำเนิด
“ไป!”
เฟิงซิวผู่ผยุงร่างเฉินเฟยและรีบวิ่งไปยังทางออก เว่ยเหยียนเทาจับฉือซูชิงกับเหรินจงหยางและวิ่งตามเฟิงซิวผู่ไป
แต่ในขณะนี้ศิษย์ปรับแต่งร่างกายบางคนซึ่งอยู่ใกล้กับทางออกได้ออกไปแล้ว เมื่อพวกเขาเห็นทางออกดินแดนลับเปิดขึ้น พวกเขาก็รีบวิ่งเข้าไปด้วยใบหน้ายินดี
นอกดินแดนลับ เมื่อเฟิงซิวผู่กับเฉินเฟยออกมาก็รับรู้ได้ถึงสายตาหลายสิบจ้องมองที่ตัวเอง และหนึ่งในนั้นยังหนักอึ้งราวกับภูเขา
เฟิงซิวผู่ใจสั่นเล็กน้อย เมื่อเงยหน้ามองก็เห็นถงจ้งชิวซึ่งใช้เวลาทั้งชีวิตปกป้องสำนักกระบี่เซียนเมฆา
เห็นได้ชัดว่าลมปราณระดับรวมทวารที่ส่งมาจากดินแดนลับทำให้เสาหลักสำนักกระบี่เซียนเมฆาตื่นตระหนก ไม่เพียงแค่ถงจ้งชิว เฟิงซิวผู่ยังสัมผัสได้ถึงลมปราณระดับเดียวกันนี้อยู่ห่างออกไปสิบลี้
เจี่ยนจิ้นเซิงจากสำนักเพลิงเทพอยู่ที่เช่นกัน!
ระดับรวมทวารแปลกหน้าปรากฏใกล้เมืองเซียนเมฆา ไม่ใครกล้าดูถูกอีกฝ่าย
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved