“ศิษย์พี่กวง นั่นใช่ผลแดงชาดหรือไม่?”
หยูโต้วซานซ่อนตัวอยู่ในพุ่มไม้ มองต้นไม้ใหญ่ด้านหน้าถัดไปอีกร้อยหมี่ซึ่งมีผลสีแดงสามผลอยู่บนนั้น พื้นผิวส่วนใหญ่ของผลไม้เป็นสีแดง มีสีเขียวเพียงเล็กน้อยตรงมุม
“มันเป็นผลแดงชาด หากยังสุกไม่เต็มที่จะให้ผลน้อยลง แต่สำหรับนักยุทธ์อย่างพวกเรา การกินโดยตรงจะมีประโยชน์ต่อฐานฝึกฝนอย่างยิ่ง”
กวงติ้งป๋อมองสีแดงน่าดึงดูดของผลแดงชาดแล้วเลียริมฝีปาก เขาทะลวงระดับมาหนึ่งเดือนแล้ว ตอนนี้อยู่ในระดับขัดเกลาอวัยวะภายในขั้นต้น
ไม่ว่าจะเป็นฐานฝึกฝนหรือท่าร่าง เขากับนักยุทธ์ขัดเกลาอวัยวะภายในยังมีช่องว่างที่ชัดเจน
เมื่อกวงติ้งป๋อมาถึงดินแดนลับ เขาหวังว่าจะได้ป้ายเหล็กห้าอันและผ่านการทดสอบแท้จริง แต่หากทำอะไรไม่ได้ก็จะมุ่งเน้นปรับปรุงฐานฝึกฝนแทน
ในดินแดนลับมีวัตถุวิญญาณมากมาย โดยเฉพาะวัตถุวิญญาณเสริมพลังจิตใจซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุดและนักยุทธ์ทุกคนจะต้องแสวงหา
สิ่งดีที่สุดรองมาคือวัตถุวิญญาณปรับปรุงฐานฝึกฝนได้โดยตรง หากเขากินผลแดงชาดสามผลนั้นได้ ฐานฝึกฝนกวงติ้งป๋อจะก้าวหน้าขึ้นไปถึงระดับขัดเกลาอวัยวะภายในขั้นกลางทันที
ในเวลานั้นไม่ว่าเป็นการแย่งชิงวัตถุวิญญาณหรือการคว้าป้ายเหล็กจะมีความมั่นใจมากขึ้น
แต่วัตถุวิญญาณในดินแดนลับล้วนได้รับการปกป้องจากสัตว์อสูร แน่นอนว่าสัตว์อสูรปกป้องมันเพื่อเก็บไว้กินเอง ท้ายที่สุดแล้ววัตถุวิญญาณประเภทนี้มีประโยชน์สำหรับนักยุทธ์ ผลที่สัตว์อสูรได้รับจึงไม่เลวเช่นกัน
ในเวลานี้เองบนต้นผลแดงชาดมีงูหลามยักษ์อยู่ตัวหนึ่ง
งูตัวนี้มีความกว้างประมาณหนึ่งหมี่ ความยาวยังเห็นได้ไม่ชัดเนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบัน แต่มันมีขนาดใหญ่แน่นอน ลมปราณที่มันปล่อยออกมายังอยู่ระดับสูงสุดขั้นแรกซึ่งมีเพียงนักยุทธ์ขัดเกลาอวัยวะภายในขั้นสูงสุดเท่านั้นที่สู้กับมันได้
หากเกิดการต่อสู้จริง โดยเฉลี่ยแล้วนักยุทธ์ขัดเกลาอวัยวะภายในขั้นสูงสุดอาจชนะสัตว์อสูรงูตัวนี้ไม่ได้ ท้ายที่สุดแล้วงูเป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องพลังชีวิตแข็งแกร่ง
ผลแดงชาดนี้เป็นเป้าหมายของสัตว์อสูรอย่างชัดเจน วิธีล่อสัตว์อสรูออกไปเป็นปัญหาใหญ่ที่สุด
“ศิษย์พี่กวง ที่นี่เหมือนจะมีคนอื่นอยู่ด้วย”
หยูโต้วซานกระซิบทันใด สีหน้ากวงติ้งป๋อเปลี่ยนไปเล็กน้อย เขามองทางขวาและเห็นว่าเป็นศิษย์หอเป๋ย์โตว กวงติ้งป๋อเห็นแล้วจึงเลิกมอง
อีกฝ่ายเป็นนักยุทธ์ขัดเกลาไขกระดูก ในเวลานี้ไม่ได้มีแค่พวกเขาสามคนที่จ้องมองผลแดงชาด กวงติ้งป๋อยังสัมผัสได้ถึงลมปราณคลุมเครือจากตำแหน่งอื่นด้วย
ในเวลานี้ทุกคนนั่งนิ่งอยู่เพราะไม่อาจจัดการกับสัตว์อสูรงูตัวนั้น เว้นแต่จะมีใครเต็มใจสละตนเองล่องูตัวนั้นออกไป ไม่อย่างนั้นการพุ่งเข้าไปโดยตรงจะเป็นการเอาชีวิตไปทิ้ง
ห่างออกไปหนึ่งลี้ เฉินเฟยยืนขึ้นปัดเสื้อผ้าแล้วมองสมุนไพรในมือ มันเป็นสมุนไพรอายุสามสิบปีอีกอัน แน่นอนว่ายังไม่ใช่วัตถุวิญญาณ แต่มันเป็นสมุนไพรหายากเช่นกัน
สมุนไพรนี้เพียงจัดการสักหน่อยก็กินได้เลย แม้ผลที่ได้จะไม่ดีเท่าการหลอมเป็นโอสถ แต่ในช่วงเวลาแบบนี้ไม่อาจทำได้ดีกว่านี้แล้ว
เดิมทีเฉินเฟยจะนำเตาหลอมเข้ามาด้วย แต่เตาหลอมมีขนาดใหญ่และใช้พื้นที่มากเกินไป เฉินเฟยคิดเรื่องนี้อยู่นานก่อนจะล้มเลิก
เฉินเฟยได้เดินมาตามทางและเก็บสมุนไพรไม่น้อยกว่าสิบ สิ่งที่เฉินเฟยเก็บมาล้วนมีอายุไม่ต่ำกว่าสิบปี
เมื่อถึงเวลานั้น เฉินเฟยสามารถหาสถานที่เงียบสงบและใช้วิธีพิเศษบางอย่างในการปรับแต่งพวกมัน
เทียบกับสมุนไพรชนิดเดียวกันในโลกภายนอก สมุนไพรในดินแดนลับมีฤทธิ์แรงกว่ามาก หลังกินแล้วฐานฝึกฝนเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
เฉินเฟยเหลือบมองป่าทึบตรงหน้าและคิดว่าจะเดินไปต่อหรือไม่ ทันใดนั้นมีกลิ่นหอมจางลอยเข้ามาในจมูก
สีหน้าเฉินเฟยเปลี่ยนไป กลิ่นสมุนไพรนี้ต่างจากสมุนไพรทั่วไป เฉินเฟยรู้สึกได้ว่าเลือดลมของตัวเองกำลังสั่นเทา
“วัตถุวิญญาณ?”
เฉินเฟยเดาว่ามีเพียงวัตถุวิญญาณเท่านั้นที่ทำให้เกิดผลกระทบแบบนี้
เมื่อเทียบกับสมุนไพรธรรมดาที่เฉินเฟยเก็บมา พูดได้ว่าวัตถุวิญญาณเป็นการดำรงอยู่ที่มีเอกลักษณ์ พวกมันเติบโตในสถานที่มีปราณหยวนมากมาย มันไม่จำเป็นต้องนำไปปรับแต่ง การกินโดยตรงสามารถเพิ่มฐานฝึกฝนได้เลย
เฉินเฟยลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเดินเข้าไปในป่าทึบ ตอนนี้เจอวัตถุวิญญาณแล้ว มันไม่มีเหตุผลที่จะไม่ลองดูว่ามีโอกาสหรือไม่
เฉินเฟยเดินไปข้างหน้าอย่างระวัง กลิ่นหอมในอากาศหอมละมุนขึ้น แต่เมื่อเดินต่อไปเสียงนกและแมลงที่อยู่รอบด้านเบาลงจนกระทั่งหายไป
ในที่สุดเฉินเฟยเห็นต้นไม้ใหญ่ด้านหน้า ใต้ต้นไม้ใหญ่มีงูหลามยักษ์อยู่ตัวหนึ่ง แม้จะอยู่ห่างกันหลายร้อยหมี่เฉินเฟยยังได้รับผลกระทบจากงูตัวนั้น
“ระดับสูงสุดขั้นหนึ่ง!”
เฉินเฟยเดินช้าลง เหตุผลที่เฉินเฟยเห็นสัตว์อสูรแล้วไม่หลีกเลี่ยงเพราะเห็นผลแดงชาด
นั่นคือผลไม้วิญญาณที่ปรับปรุงฐานฝึกฝนได้ มันให้ผลดีที่สุดเมื่อเก็บหลังจากโตเต็มที่ แต่เมื่อถึงเวลานั้นสัตว์อสูรคงกินพวกมันได้คำเดียว
เพราะฉะนั้นตอนที่มันยังไม่สุกจึงเป็นโอกาสดีที่สุด
เฉินเฟยสัมผัสถึงสภาพแวดล้อมรอบตัวและพบลมปราณที่ซ่อนอยู่มากมาย เห็นได้ชัดว่ามีผู้คนมากมายจับตามองผลแดงชาดสามผลนี้ เพียงแต่ตอนนี้ทุกคนต่างกลัวงูจึงไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่าม
“ศิษย์พี่กวง ตรงนั้นมีมาอีกคน” หยูโต้วซานเห็นเฉินเฟยและกระซิบกับกวงติ้งป๋อ
กวงติ้งป๋อเหลือบมอง พอรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นนักยุทธ์ขัดเกลาไขกระดูกเขาจึงยิ้มเยาะเย้ย ในสนามแห่งนี้มีนักยุทธ์ขัดเกลาไขกระดูกอยู่หลายคน ไม่รู้ว่าวพวกมันจะรอดหรือตาย
แม้ผลแดงชาดจะดี แต่ด้วยพลังของระดับขัดเกลาไขกระดูกเกรงว่างูตวัดหางครั้งเดียวคงถึงตาย
ไม่รู้จักประเมินสถานการณ์เอาซะเลย คนแบบนี้สมควรตาย!
แม้สุดท้ายอาจโชคดีได้รับผลแดงชาดและหลบหนีจากการไล่ล่าของสัตว์อสูรได้ แต่จะหนีจากนักยุทธ์ขัดเกลาอวัยวะภายในคนอื่นได้หรือไม่?
“ไม่ต้องสนใจคนพวกนั้น โอกาสใกล้เข้ามาแล้ว เตรียมตัวรีบเข้าไปให้ดี!”
กวงติ้งป๋อมองงู งูเหมือนจะสังเกตเห็นลมปราณอยู่รอบตัวมากมายจึงตื่นตัว แม้ว่าจะไม่รู้สึกโดนคุกคามแต่มันไม่ชอบความรู้สึกโดนจับตามอง
“ฟ่อออ!”
เปลือกตางูเปิดขึ้นเผยให้เห็นม่านตาสีเขียว มันมองไปรอบด้านอย่างเย็นชาและเห็นลมปราณกระจ้อยร่อยมากมาย
งูยกหัวแลบลิ้นสองแฉกออกมา ลมปราณสัตว์อสูรระดับหนึ่งขั้นสูงสุดไหลไปทุกทิศทาง เสียงร้องของแมลงในระยะไกลหายไปทันที ในระยะหลายร้อยหมี่ตกอยู่ในความเงียบงัน
เฉินเฟยมองงูเหลือม เห็นได้ชัดว่าสัตว์อสูรกำลังจะลงมือ แต่บอกไม่ได้ว่ามันจะกระโจนไปที่ใด
เฉินเฟยเหลือบมองกวงติ้งป๋อจากด้านข้างแล้วยกยิ้ม
กวงติ้งป๋ออาจจำเฉินเฟยไม่ได้ ท้ายที่สุดแล้วตอนอยู่บนภูเขาเฉินเฟยยังไม่โดดเด่นนัก
ระดับหลอมกระดูกไม่อาจดึงดูดความสนใจจากคนอื่นได้จริงๆ
แต่เฉินเฟยจำกวงติ้งป๋อได้เป็นอย่างดี สุดท้ายแล้วเขาเคยปลอมตัวกวงติ้งป๋อมาก่อน ตอนนี้พอได้มาเจอกันอีกครั้งอีกฝ่ายอยู่ในระดับขัดเกลาอวัยวะภายใน ส่วนเฉินเฟยอยู่ในระดับขัดเกลาไขกระดูก ยังคงต่างกันหนึ่งระดับ
แม้ระดับบ่มเพาะต่ำกว่าหนึ่งระดับ แต่มันไม่ได้หมายความว่าพลังต่อสู้จะน้อยกว่าหนึ่งระดับด้วย
เฉินเฟยดึงธนูจากด้านหลังแล้วมองงูตรงหน้า ช่วงเวลาต่อมาลูกธนูหลายดอกพุ่งโค้งผ่านหน้ากวงติ้งป๋อทั้งสองไปกระแทกหัวงู
“ติ๊งติ๊ง…ฉึก!”
ลูกธนูพุ่งผ่านไป ก่อนที่ใครจะทันตอบสนอง ลูกธนูหลายดอกชนเข้ากับเกล็ดงู หลังจากลูกธนูทำลายจุดนั้นลูกธนูดอกที่สามได้แทงทะลุเข้าหัวงู
“ฟ่อ!”
รูม่านตางูเบิกกว้างและรู้สึกเจ็บปวดอย่างรุนแรง ในเวลาต่อมางูพุ่งออกไปในทางที่ลูกธนูพุ่งมาซึ่งมันมาจากด้านหน้า
ดวงตากวงติ้งป๋อเบิกกว้าง เกิดอะไรขึ้นกับลูกธนู เกิดอะไรขึ้นกับงู?
เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้น งูถูกยิงแล้วรีบมาหาเขา ใคร ใครมันวางแผนต่อต้านเขา!
“รีบไปเอาผลแดงชาด!”
ทุกอย่างเกิดขึ้นในพริบตา เมื่องูพุ่งออกไป นักยุทธ์คนอื่นที่กำลังรอโอกาสสับสนเล็กน้อยแต่พวกเขาตอบสนองในทันที
ถึงจะไม่รู้ว่าสถานการณ์นี้เป็นมาอย่างไร แต่ในเมื่อเกิดจุดเปลี่ยนแล้วก็ไม่ควรรีรอ
กวงติ้งป๋อโกรธจนแทบอาเจียนเป็นเลือด เขารีบวิ่งไปที่อื่นทันที ในเวลานี้แม้แต่หยูโต้วซานก็ไม่อาจดูแลเขาได้ สัตว์อสรูงูกำลังโกรธจัด ความสนใจของมันจับจ้องอยู่ที่กวงติ้งป๋อและไม่สนใจคนอื่น
งูหน้าต้นไม้สูงเป็นเหมือนวัชพืช แค่สัมผัสตามใจมันจะล้มลงโดยไม่มีอะไรขวางกั้น
แม้งูจะมีขนาดใหญ่แต่มันรวดเร็วมาก เพียงพริบตาเดียวก็มาถึงกวงติ้งป๋อ
“ย่าห์!”
กวงติ้งป๋อตระหนักว่าหนีไม่พ้น เขาจึงคำรามแล้วใช้หอกแทงหัวงู
“ติ๊ง!”
เสียงกระทบดังชัด หัวงูส่ายไปมาเล็กน้อย ปลายหอกแทงเกร็ดงูไม่เข้า ความรู้สึกไร้พลังแล่นเข้ามาในใจกวงติ้งป๋อ
กวงติ้งป๋อคิดว่ามีบางอย่างผิดปกติ ร่างเขาเหวี่ยงออกมาไม่กี่หมี่หัวงูก็เข้ามากระแทกใส่ ในขณะที่กระดูกแตกร้าวกวงติ้งป๋อก็กระอักเลือดออกมาเต็มปาก ร่างกายเขากระเด็นไปไกลหลายสิบหมี่และกระแทกลงพื้นอย่างแรง
เช่นเดียวกับเหยี่ยวโฉบลงมา ตั้งแต่งูไล่ตามอย่างเกรี้ยวกราดไปจนถึงกวงติ้งป๋อได้รับบาดเจ็บสาหัสเกิดขึ้นในเวลาสั้นๆ จนถึงตอนนี้นักยุทธ์เหล่านั้นเพิ่งวิ่งเกินครึ่งทางและยังไปไม่ถึงหน้าต้นผลแดงชาด
งูหันกลับมา ม่านตาสีเขียวมองย้อนไปที่ต้นผลแดงชาดและเห็นมนุษย์กระโดดเข้าไป ดวงตามันจึงเต็มไปด้วยความเย็นชา
นักยุทธ์สองคนด้านหน้าสุดมีสีหน้าตื่นเต้น งูถูกล่อออกไปแล้ว เมื่อได้ผลแดงชาดมาพวกเขายังมีเวลาหลบหนีอีก
เฉินเฟยอยู่ห่างเพียงสิบหมี่ เขาสามารถเก็บผลแดงชาดเป็นคนแรกได้ แต่พอเข้าไปใกล้เฉินเฟยก็หยุดเท้าลง เคล็ดพันต้นกำเนิดหมุนเวียนอย่างรวดเร็วและได้รับคำเตือนจากพลังจิตใจ
“ฟิ้วฟิ้วฟิ้ว!”
กิ่งก้านต้นผลแดงชาดพลิ้วไหวตามสายลม แต่ทันใดนั้นมันก็พุ่งไปเจาะหัวนักยุทธ์สองคนนั้น เสียงดูดดังขึ้น เพียงพริบตาเดียวผิวหนังสองคนนั้นแห้งเหี่ยวติดกระดูก
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved