เฉินเฟยลืมตาขึ้นมองคนที่พรวดพราดเข้ามา เครื่องแต่งกายคนนำหน้าเป็นสมาชิกของหอคุมกฎ
“ผู้ที่ลุกล้ำที่พักศิษย์จะต้องถูกลงโทษตามกฎสำนัก!”
เฉินเฟยขมวดคิ้วลุกขึ้นมองคนกลุ่มนั้น ความคิดแรกในใจเขาคือนี่เป็นการตอบโต้ของสำนักกระบี่เซียนเมฆา แต่คิดไม่ถึงเลยว่าคนแรกที่เข้ามากลับเป็นคนของหอคุมกฎ
อู๋กวงอินเพิ่งพูดไปว่าจะช่วยทวงความเป็นธรรมให้เฉินเฟย แต่ในเวลานี้กลับมีคนมาจับกุมเขา?
“เจ้ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของศิษย์สำนักกระบี่เซียนเมฆา ตามพวกข้ามา!”
โจวฮั่นจงแสดงสีหน้าเยาะเย้ยเมื่อได้ยินคำพูดเฉินเฟย คนของหอคุมกฎไม่เคยสนใจกฎของสำนักเพราะพวกเขาเป็นผู้คุมกฎ เวลาเจอเรื่องอะไรก็จะบุกเข้าไปแบบนี้เสมอ
“ศิษย์สำนักเซียนกระบี่เมฆาหายตัวไป แต่พวกเจ้าหอคุมกฎกลับมาจับตัวข้า? พวกเจ้าเป็นผู้คุมกฎของสำนักกระบี่เซียนเมฆาหรือไง?” เฉินเฟยมองโจวฮั่นจง
“บังอาจ กล้าดีอย่างไรถึงพูดเช่นนี้!”
โจวฮั่นจงโกรธเหมือนโดนเหยียบหาง ร่างเขาสั่นไหวเข้ามาคว้าคอเฉินเฟย
ศิษย์หลอมกระดูกตัวน้อยกล้าหาญนัก โจวฮั่นจงกำลังจะสอนบทเรียนที่ให้เฉินเฟยเพื่อให้เข้าใจว่าบางสิ่งไม่อาจพูดตามใจชอบได้
“หยุดมือ!”
กัวหลินซานปรากฏตัวนอกประตู เมื่อเขาเห็นโจวฮั่นจงลงมือ เขาจึงตะโกนเสียงดังและใช้กระบี่ฟันโจวฮั่นจงจากด้านหลัง
“หยุดมือ!”
“หากโจมตีศิษย์ของหอคุมกฏจะถูกเพิ่มโทษ!”
คนอื่นๆตกใจเมื่อเห็นกระบี่กัวหลินซานพุ่งมา แต่มันสายเกินกว่าจะหยุดได้
โจวฮั่นจงสัมผัสได้ว่ามีการโจมตีมาจากด้านหลัง ร่างกายเขาสั่นไหวหลบกระบี่ของกัวหลินซาน
“กัวหลินซาน เจ้าช่างกล้านัก!”
โจวฮั่นตงยืนอยู่ที่มุมบ้าน จ้องมองกัวหลินซานและพูด “เจ้ารู้หรือไม่ว่ากำลังทำอะไรอยู่ เจ้ากล้าดียังไงถึงมาขัดขวางการทำงานของหอคุมกฏ เจ้าต้องไปหอคุมกฎเช่นกัน!”
“เจ้าพยายามจับกุมเฉินเฟยโดยไร้เหตุผล!”
กัวหลินซานยืนอยู่ด้านหน้าปกป้องเฉินเฟยด้านหลัง กัวหลินซานไปบ้านเฟิงซิวผู่หลังออกมาจากการเก็บตัว พอได้ยินเรื่องของเฉินเฟย กัวหลินซานก็รีบมาที่นี่จนได้เห็นภาพเมื่อครู่
เฉินเฟยมองกัวหลินซานแล้วรู้สึกสะเทือนใจ ในสำนักแห่งนี้ ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเฉินเฟยคือการได้พบกัวหลินซานและเฟิงซิวผู่
“ศิษย์สำนักกระบี่เซียนเมฆาหายตัวไป เฉินเฟยตกเป็นผู้ต้องสงสัย เขาต้องถูกพาไปที่สำนักกระบี่เซียนเมฆาเพื่ออธิบายเรื่องนี้ให้ชัดเจน หากไม่มีปัญหาอะไรเขาจะได้กลับมาเอง!”
โจวฮั่นจงรู้สึกถึงแรงกดดันอันแข็งแกร่งของกัวหลินซาน เขาไม่มั่นใจนักว่าจะบังคับกัวหลินซานได้
และโจวฮั่นจงรู้ว่ากัวหลินซานกำลังเตรียมตัวจะท้าทายมรดกแท้จริง หากกัวหลินซานทำสำเร็จ สถานะของเขาจะเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
“การหายตัวไปของศิษย์สำนักกระบี่เซียนเมฆาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรา ผู้อาวุโสอู๋รู้เรื่องนี้หรือไม่!” กัวหลินซานพูดเสียงดัง
“นี่เป็นคำสั่งผู้อาวุโสจง เจ้าอย่าได้เข้าใจผิด!” โจวฮั่นจงพูดเสียงทุ้ม
กัวหลินซานขมวดคิ้ว จงเป่ยหยวนเป็นผู้อาวุโสสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว แต่เป็นที่รู้กันดีกว่าเขาเอนเอียงไปทางสำนักกระบี่เซียนเมฆา บางครั้งเขากระตือรือร้นที่จะทำตามคำสั่งสำนักกระบี่เซียนเมฆายิ่งกว่าทำงานของสำนักตัวเองเสียอีก
หากเป็นคำสั่งของจงเป่ยหยวนมันก็ไม่น่าแปลกใจนัก
“ศิษย์น้องเฉินตกเป็นเหยื่อ โดนสำนักกระบี่เซียนเมฆาทำร้ายมา ตอนนี้ยังต้องการส่งเขาไปให้สำนักกระบี่เซียนมเฆาอีก เจ้าต้องการให้เขาตายหรือไง?”
กัวหลินซานตะโกน “หากต้องการถาม เพียงแค่มาที่สำนักเราก็ได้ ไม่จำเป็นต้องส่งคนไปที่สำนักกระบี่เซียนเมฆา!”
หากส่งเขาไปสำนักกระบี่เซียนเมฆาจริง เฉินเฟยคงไม่ได้กลับมาอีก หากโชคดีพอก็จะกลับมาได้ แต่เขาคงกลายเป็นคนไร้ประโยชน์
“เจ้าจะพูดอย่างไรไม่สำคัญ กัวหลินซาน ข้าจะเตือนเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย หลีกไปซะ!”
โจวฮั่นจงตะโกนอย่างเย็นชา ศิษย์หอคุมกฎอีกหลายคนชักกระบี่ยาวออกมาและชี้ใส่กัวหลินซาน เพียงสั่งมาก็จะเข้าปิดล้อมทันที
ขัดขวางการทำงานของหอคุมกฎ ต่อให้สุดท้ายจะโดนฆ่าตาย กฎสำนักก็อนุญาติ
“เรื่องนี้ยังไม่ถูกตัดสิน เป็นไปไม่ได้ที่จะส่งเขาไปสำนักกระบี่เซียนเมฆา”
เสียงหนึ่งดังขึ้น เฟิงซิวผู่ปรากฏตัวอยู่ด้านนอก
โจวฮั่นจงหรี่ตาลงเล็กน้อย เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเก็บกระบี่
เมื่อเทียบกับกัวหลินซานเขาอาจแข็งแกร่งกว่า แต่หากเทียบกับเฟิงซิวผู่โจวฮั่นจงไม่มีความมั่นใจแม้แต่น้อย เฟิงซิวผู่เคยอยู่ในระดับขัดเกลาทวารมาก่อน แม้ในเวลานี้ฐานฝึกฝนเขาจะลดลง แต่นักยุทธ์ขัดเกลาอวัยวะภายในทั่วไปยังไม่อาจเทียบเขาได้
เกรงว่าต่อให้ศิษย์หอคุมกฎพุ่งเข้าไปพร้อมกันก็ยังไม่พอที่จะทำให้เฟิงซิวผู่โจมตีหลายกระบี่
“เช่นนั้นไปหอคุมกฎก่อน วันนี้เฉินเฟยต้องถูกคุมขังในหอคุมกฎ” โจวฮั่นจงถอยหลังหนึ่งก้าว
“ไปหาผู้อาวุโสอู๋ ข้าจะไปหอคุมกฎพร้อมกับเฉินเฟย”
เฟิงซิวผู่หันไปพูดอะไรบางอย่างกับกัวหลินซาน กัวหลินซานพยักหน้าและวิ่งไปบนภูเขา
คนกลุ่มหนึ่งไปที่หอคุมกฎอย่างช้าๆ ส่วนใหญ่เป็นเพราะเฟิงซิวผู่ตั้งใจเดินข้า โจวฮั่นจงไม่กล้าโกรธและได้แต่อดกลั้นไว้
เมื่อคนกลุ่มหนึ่งมาถึงหอคุมกฎ พวกเขาพบว่าประตูหอคุมกฎปิดอยู่และมีเสียงทะเลาะวิวาทกันอย่างรุนแรงจากภายในหอคุมกฎ
“อาจารย์ ผู้อาวุโสอู๋มาแล้ว” กัวหลินชานวิ่งไปด้านข้างเฟิงซิวผู่และพูดเสียงต่ำ
เฟิงซิวผู่พยักหน้า นี่คือสาเหตุที่เมื่อครู่เขาเดินช้า เขาสามารถปราบโจวฮั่นจงได้ แต่เขาไม่อาจปราบจงเป่ยหยวน
หากเป็นก่อนที่ฐานฝึกฝนจะถดถอยมันคงไม่เป็นเช่นนี้ แต่ในเวลานี้มันยากจะต่อต้านและแทบเป็นไปไม่ได้
“ศิษย์น้องเล็ก มันไม่มีอะไรหรอก ผู้อาวุโสอู๋จะไม่ปล่อยให้เจ้าไปสำนักกระบี่เซียนเมฆา”
กัวหลินซานมองเฉินเฟยและพูดอย่างโล่งใจ เฉินเฟยพยักหน้ามองหอคุมกฎ
ภายในหอคุมกฎ
“จงเป่ยหยวน เจ้าจับกุมศิษย์สำนักตัวเองเพื่อเอาใจสำนักกระบี่เซียนเมฆา ดีจริงๆที่เจ้าคิดได้เช่นนี้ เจ้าไม่ละอายบ้างหรือไง!” อู๋กวงอินถามเสียงดัง
อู๋กวงอินโกรธยิ่งเมื่อกัวหลินซานมาบอกเรื่องนี้ ศิษย์สำนักตัวเองโดนคนสำนักกระบี่เซียนเมฆารังแกแต่ไม่สามารถเรียกร้องความยุติธรรมให้ได้ เช่นนั้นทำได้แต่ลืมมันไป อย่างไรแล้วทั้งสองฝ่ายยังมีช่องว่าเรื่องพลัง
แต่ตอนนี้ไม่เพียงแต่ไม่สามารถหาความยุติธรรมให้ได้ แต่ยังต้องการจับกุมศิษย์ไปให้สำนักกระบี่เซียนเมฆาสอบสวนด้วย
“เฉินเฟยตกเป็นผู้ต้องสงสัย สำนักกระบี่เซียนเมฆาไม่ได้บอกว่าเฉินเฟยเป็นฆาตกร พวกเขาแค่ต้องการทราบเรื่องทั้งหมด นี่เป็นเรื่องปกติ”
จงเป่ยหยวนมองอู๋กวงอิน “หากศิษย์ของเราหายไปและสำนักกระบี่เซียนเมฆามีส่วนเกี่ยวข้อง ข้าจะเรียกตัวศิษย์สำนักกระบี่เซียนเมฆามาสอบสวนเช่นกัน”
“สำนักกระบี่เซียนเมฆาเรียกไปสอบสวนธรรมดาหรือไง? เจ้าไม่รู้หรือว่าเฒ่าหงหยวนเฟิงมีนิสัยอย่างไร? หากเฉินเฟยไปที่สำนักกระบี่เซียนเมฆา อย่างดีสุดฐานฝึกฝนจะถูกทำลาย เลวร้ายสุดชีวิตเขาจะหายไป!”
อู๋กวงอินจ้องตาจงเป่ยหยวน “ข้าไม่ยอมให้เรื่องนี้เกิดขึ้นแน่! แม้สำนักจะอ่อนแอแต่เรายังมีศักดิ์ศรี ไม่เช่นนั้นเจ้าจะทำให้ศิษย์สำนักสามัคคีกันได้อย่างไร!”
“มันไม่ได้เกินจริงเช่นนั้น ด้วยสายตาจับจ้องมากมายสำนักกระบี่เซียนเมฆาย่อมไม่ทำเกินไป ตราบใดที่เฉินเฟยไม่มีปัญหาเขาย่อมไม่มีอันตรายถึงชีวิต” จงเป่ยหยวนโบกมือ
“เพราะเขาไม่ใช่คนของเจ้า เจ้าเลยไม่สนใจสินะ!” อู๋กวงอินพูดอย่างโกรธเคือง
“ผู้อาวุโสอู๋ ข้ารู้ว่าเจ้ากำลังพูดถึงอะไร แต่ข้าไม่ต้องการให้สำนักเราสู้กับสำนักกระบี่เซียนเมฆา เพียงแค่ให้ศิษย์ไปตอบคำถามสองสามคำ มันจะหนักหนาแค่ไหนกัน?” จงเป่ยหยวนหลบตาพูดด้วยรอยยิ้ม
“เรื่องนี้หยุดไว้เท่านี้ การหายตัวไปของศิษย์สำนักกระบี่เซียนเมฆาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเฉินเฟย และเฉินเฟยยังถูกอีกฝ่ายโจมตีอีก เฉินเฟยไม่มีทางไปสำนักกระบี่เซียนเมฆาเด็ดขาด!” อู๋กวงอินหายใจเข้าลึกแล้วพูดอย่างหนักแน่น
“ข้าเป็นผู้อาวุโสหอคุมกฎ หากมีศิษย์ที่เป็นอันตรายต่อความปลอดภัยของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว พวกเขาต้องถูกจัดการ นี่เป็นสิทธิ์ที่สำนักมอบให้ข้า!” จงเป่ยหยวนพูดด้วยเสียงทุ้มลึก
“ต่อให้เจ้าสำนักมาที่นี่เฉินเฟยก็จะไม่ไปอยู่ดี ไม่เช่นนั้นเจ้าพาข้าไปที่สำนักกระบี่เซียนเมฆาด้วย ให้ข้าดูว่าพวกเขาสอบสวนศิษย์ของเราอย่างไร!”
อู๋กวงอินทิ้งท้ายไว้หนึ่งประโยค ใช้หนึ่งฝ่ามือทำลายประตูหอคุมกฎ เมื่อเห็นเฉินเฟยและคนอื่นจึงโบกมือพูด “ตามข้ามา เจ้าไม่จำเป็นต้องอยู่ที่นี่”
“ผู้อาวุโสอู๋ นี่...”
โจวฮั่นจงเห็นสายตาจงเป่ยหยวนจึงรีบไปหยุดด้านหน้า แต่พอเห็นสีหน้าอู๋กวงอินเขาจึงไม่กล้าพูดต่อ
เห็นได้ชัดว่าอู๋กวงอินกลังโกรธ หากเข้าไปหยุดเขาในเวลานี้ เกรงว่าเขาคงมีชะตาเดียวกับประตูหอคุมกฎ
เฉินเฟยและคนอื่นตามอู๋กวงอินไปห้องโถงใหญ่ อู๋กวงอินไม่ดูโกรธอีกต่อไป แต่สีหน้าเขาดูหดหู่ไม่น้อย
“ขอบคุณผู้อาวุโสที่ช่วยศิษย์!” เฉินเฟยโค้งคำนับ
“เรื่องนี้ยังไม่จบ ข้ารู้นิสัยหงหยวนเฟิงดี เขาจะกดดันพวกเราต่อไปจนกว่าจะส่งเจ้าไปที่สำนักกระบี่เซียนเมฆา” อู๋กวงอินพูดเสียงต่ำ
นี่เป็นสถานการณ์ที่ต้องเผชิญหน้าผู้ทรงอำนาจแต่ไม่มีวิธีอื่นที่ดีกว่า
นั่นเป็นเพราะคุณอ่อนแอกว่าอีกฝ่าย หากคุณอ่อนแอในโลกนี้ก็จะถูกคนอื่นรังแกและกดขี่ เพียงแค่อีกฝ่ายพูดคำเดียวทุกคนก็พร้อมที่จะลงมือ
“สำนักกระบี่เซียนเมฆาคิดว่าเฉินเฟยที่อยู่ระดับหลอมกระดูกจะฆ่าระดับขัดเกลาไขกระดูกของสำนักตัวเองได้หรือไง?” เฟิงซิวผู่ขมวดคิ้ว
“แน่นอนว่าสำนักกระบี่เซียนเมฆาไม่คิดเช่นนั้น แต่หงหยวนเฟิงเป็นคนที่ตำหนิผู้อื่นตามอารมณ์ตัวเอง”
เมื่อพูดถึงหงหยวนเฟิงหลายครั้ง สีหน้าอู๋กวงอินเลยดูไม่ค่อยดีนัก
“แล้วเราจะทำอย่างไรดี? สำนักคงไม่ส่งศิษย์น้องไปจริงหรอกนะ” กัวหลินซานกังวล
“ข้าจะไม่ปล่อยให้สิ่งนี้เกิดขึ้น”
อู๋กวงอินพูดเสียงทุ้ม “ไม่ว่าจะเป็นเจ้าสำนักหรือแม้แต่ผู้อาวุโสใหญ่ ข้าจะทำให้เรื่องนี้กระจ่างชัด!”
“ขอบคุณผู้อาวุโส!” เฉินเฟยกุมมือ
“ผู้อาวุโสอู๋ ศิษย์น้องข้าเป็นนักหลอมโอสถระดับแปดของสมาคมนักหลอมโอสถ สถานะนี้มีประโยชน์หรือไม่?”
กัวหลินซานพยายามใช้ความคิด ทันใดนั้นก็จำตัวตนอื่นของเฉินเฟยซึ่งเป็นนักหลอมโอสถระดับแปดได้
“เจ้าเป็นนักหลอมโอสถของสมาคมนักหลอมโอสถด้วยหรือ?” อู๋กวงอินมองเฉินเฟยอย่างประหลาดใจ
แน่นอนว่าสมาคมนักหลอมโอสถจะไม่กับสำนักกระบี่เซียนเมฆาซึ่งหน้า และเจ้าสมาคมนักหลอมโอสถคนปัจจุบันคือเว่ยซิงซานผู้นำสูงสุดของยอดโอสถแห่งสำนักกระบี่เซียนเมฆา แต่เท่าที่อู๋กวงอินรู้มา ผู้นำสูงสุดของยอดโอสถเหมือนจะมีความสัมพันธ์ที่ไม่ค่อยดีกับหงหยวนเฟิง
เมื่อมีคนมากเกินไปในสถานที่หนึ่ง ที่นั่นจะแบ่งกลุ่มและมีความขัดแย้ง เช่นเดียวกับอู๋กวงอินกับจงเป่ยหยวน สำนักกระบี่เซียนเมฆาก็เป็นเช่นเดียวกัน
ลองใช้ตัวตนนักหลอมโอสถขอความช่วยเหลือจากสมาคมนักหลอมโอสถดีหรือไม่?
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved