ตอนที่ 115 เจ้าหลอกข้า

“ศิษย์น้องเฉิน เจ้าแข็งแกร่งยิ่งนัก”

มู่หลางเทาเห็นเฉินเฟยเดินเข้ามาก็พูดจากใจจริงเมื่อ ตามจริงแล้วมู่หลางเทาเกิดสับสนเมื่อการโจมตีจิตใจเกิดขึ้น จุดนี้แสดงถึงความยากในการสู้

คิดไม่ถึงว่าสิ่งที่เกิดขึ้นต่อจากนั้นจะเป็นเหตุการณ์ที่พลิกผัน

สิ่งแปลกประหลาดปรากฏตัว แต่โดนเฉินเฟยกดดันไว้ทันที แม้แต่เสียงร้องของมันยังไม่อาจหยุดเฉินเฟย ด้วยสถานการณ์แบบนี้ สำหรับระดับขัดเกลาอวัยวะภายในอย่างเก่อหงเจี๋ยจึงกลายเป็นเรื่องง่ายทันที

“ทำได้ดีมาก!”

เก่อหงเจี๋ยตบไหล่เฉินเฟย แม้รู้ว่าทักษะธนูของเฉินเฟยดีเพราะเคยเห็นมาก่อน แต่พออยู่ในการต่อสู้จริงเขาจึงตระหนักได้ว่าทักษะธนูของเฉินเฟยไม่เพียงดีเท่านั้น แต่มันยอดเยี่ยมมาก

เก่อหงเจี๋ยเคยฆ่าสิ่งแปลกประหลาดเช่นกัน แต่มันไม่ง่ายเท่าวันนี้

“ศิษย์พี่เก่อ การให้ศิษย์น้องเฉินอยู่ด้วยเป็นสิ่งที่ท่านตัดสินใจถูกที่สุด!” จางฟางฉยงยิ้ม เฉินเฟยทำให้นางประหลาดใจมาก

เฉินเฟยโบกมือด้วยรอยยิ้ม ชี้ลูกปัดประหลาดที่พื้น “ต้องเก็บมันอย่างไร?”

“เพียงนำไปใส่กล่องหยก”

เก่อหงเจี๋ยหยิบกล่องหยกออกมาและเก็บลูกปัดอย่างระมัดระวัง

แม้จะได้รับบาดเจ็บไม่น้อยแต่ยังคงเก็บเกี่ยวได้ สองสิ่งนี้สมดุลกันจึงพอทำเงินได้บ้าง แน่นอนว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือการพบความสามารถของเฉินเฟย นี่เป็นกำไรมากที่สุด

“เราจะกลับหรือไปหาต่อ?”

แม้การต่อสู้ครั้งนี้จะไม่พลิกพลัน แต่เก่อหงเจี๋ยทั้งสามยังถูกโจมตีจนบาดเจ็บ

“หาต่ออีกหนึ่งชั่วยาม หากไม่เจอค่อยกลับ”

จางฟางฉยงมองเก่อหงเจี๋ย เก่อหงเจี๋ยคิดอยู่ครู่หนึ่งและพยักหน้า แม้เขาจะได้รับบาดเจ็บแต่พลังต่อสู้ยังค่อนข้างดี ถึงจะค้นหาต่ออีกหนึ่งชั่วยามก็ได้รับผลกระทบไม่มากนัก

มู่หลางเทากับเฉินเฟยไม่ปฏิเสธ เฉินเฟยเดินไปเก็บลูกธนูที่ยังพอใช้ได้และไปค้นหารอยต่อ

หนึ่งชั่วยามผ่านไปอย่างรวดเร็ว ยังไม่พบรอยต่อใหม่

ทั้งสี่คนผิดหวังเล็กน้อย แต่การค้นหารอยต่อขึ้นอยู่กับโชคซึ่งมันไม่สามารถบังคับกันได้

ตามแผนเดิม ทั้งสี่คนออกจากดินแดนประหลาดกลับไปยังค่าย

พวกเฉินเฟยไม่ใช่กลุ่มแรกที่กลับมา ในค่ายยังมีกลุ่มอื่นอีกมากมาย

“ศิษย์พี่เก่อ ท่านบอกว่าลูกปัดประหลาดใช้หลอมโอสถได้? สิ่งนี้ต้องให้ความสำคัญอะไรบ้าง?” ข้างกองไฟ เฉินเฟยขอคำแนะนำ

“ไม่ต้องสนใจอะไรเป็นพิเศษ ข้าเคยถามศิษย์พี่คนหนึ่งมา เขาบอกว่ามันเหมือนกับหลอมโอสถธรรมดา เพียงแค่มีลูกปัดประหลาดด้วย”

เก่อหงเจี๋ยคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาส่ายหน้าพูด “แต่ลูกประหลาดเป็นสิ่งพิเศษ ความยากในการหลอมจึงเพิ่มขึ้นไม่น้อยและง่ายต่อการไหม้”

เฉินเฟยขมวดคิ้วถามต่อ “หากเพิ่มลูกปัดประหลาดลงในโอสถจะมีผลพิเศษอย่างไร?”

“ยังไม่ต้องพูดโอสถพิเศษ หากเพิ่มเข้าไปในโอสถที่พวกเราใช้ในการบ่มเพาะ มันจะเพิ่มประสิทธิภาพของโอสถ” เก่อหงเจี๋ยตอบ

“เหมือนสมุนไพรที่มีอายุ?”

“เกือบเป็นเช่นนั้น ลูกปัดประหลาดเม็ดหนึ่งมีคุณสมบัติสมุนไพรประมาณห้าสิบปี”

จางฟางฉยงโยนฟืนชิ้นหนึ่งลงกองไฟ มองเฉินเฟยแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “ศิษย์น้องเฉินศึกษาเรื่องโอสถด้วยหรือ?”

“อืม ปกติแล้วจะอ่านหนึ่งถึงสองอย่าง”

“ศิษย์น้องเฉินหลอมโอสถเป็นหรือ? ข้าหลอมโอสถเป็นเช่นกัน เพียงแต่หลังจากไม่ผ่านการประเมินของสมาคมนักหลอมโอสถจึงฝึกด้านนี้น้อยลง”

มู่หลางเทาหัวเราะ มองเฉินเฟยแล้วพูด “อย่างน้อยลูกปัดประหลาดเม็ดนี้ต้องเอาไปให้นักหลอมโอสถหลอมก่อน นั่นถึงจะรับประกันได้ว่าลูกปัดประหลาดนี้จะไม่เสียเปล่า”

ที่มู่หลางเทาพูดเช่นนี้เพราะกลัวเฉินเฟยจะคันมือ ดังนั้นเขาจึงจบเรื่องนี้ด้วยด้วยการใช้มันหลอมโอสถ

ลูกปัดประหลาดนั้นหายาก หากนักหลอมโอสถมีโอกาสก็อยากจะลองดู มู่หลางเทาเป็นเช่นเดียวกัน แต่น่าเสียดายที่เขาไม่อาจทำได้

เฉินเฟยมีส่วนร่วมมากมายกับลูกปัดประหลาดเม็ดนี้ มู่หลางเทากลัวว่าเฉินเฟยจะไม่อาจต้านทานสิ่งล่อใจและนำมันไปหลอมเอง

“เป็นนักหลอมโอสถของสมาคมก็พอใช่ไหม ท่านต้องการระดับใด?” เฉินเฟยถามด้วยความสนใจ

“เก้า...ข้าคิดว่าอย่างน้อยควรอยู่ระดับแปด การใช้ลูกปัดประหลาดหลอมกับโอสถเหนือสามัญจะทำให้มันไม่เสียเปล่า”

มู่หลางเตาเห็นท่าทางเฉินเฟยจึงเปลี่ยนคำพูดทันทีและยกมาตรฐานขึ้นเพื่อปัดเป่าความคิดเฉินเฟย

“หากต้องการหลอมมัน เจ้านำลูกปัดประหลาดไปใช้ได้เลย”

เก่อหงเจี๋ยเห็นสีหน้าเฉินเฟยก็ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนไปสบตาจางฟางฉยงแล้วหยิบลูกปัดออกมา อย่างไรก็เป็นเพียงลูกปัดประหลาด มันไม่มีอะไรให้เสียอยู่แล้ว

“ข้ายังหลอมโอสถทะยานเนินเขาไม่ดีนัก โอสถเหนือสามัญใช้ได้หรือไม่?”

เฉินเฟยไม่ได้กระตือรือร้นที่จะหลอมมัน เขาเพียงสงสัยเล็กน้อยว่าลูกปัดประหลาดนี้จะรวมกับสมุนไพรได้อย่างไร

“เจ้าหลอมโอสถทะยานเนินเขาได้?” มู่หลางเทาตะลึงไปชั่วขณะ เก่อหงเจี๋ยเป็นเช่นเดียวกัน

“อืม พอหลอมได้อยู่บ้างและรับประกันว่าสำเร็จ แต่อัตราการหลอมยังไม่ดี”

เฉินเฟยพยักหน้า เนื่องด้วยเหตุการณ์ต่างๆในช่วงนี้ความชำนาญโอสถทะยานเนินเขาจึงอยู่ในระดับสมบูรณ์เท่านั้น การหลอมไหม้จะไม่เกิดขึ้นแน่นอน แต่ยังไม่รับประกันว่าจะหลอมได้ยอดโอสถทุกเตา

“ศิษย์น้องเฉิน เจ้าเป็นนักหลอมโอสถหรือ?”

จางฟางฉยงถามอย่างสงสัย เขากล้าพูดว่าหลอมโอสถทะยานเนินได้ การหลอมโอสถจิตเบาและโอสถเหนือสามัญจะไม่ง่ายกว่าหรือ? หากมีความสามารถเช่นนั้นจริง เขาต้องผ่านการประเมินสมาคมนักหลอมโอสถแน่นอน

“อืม ข้าเป็นนักหลอมโอสถระดับแปดของสมาคม”

เฉินเฟยพยักหน้าและหยิบป้ายหยกของนักหลอมโอสถออกมาจากอก

ดวงตามู่หลางเทาเบิกกว้าง เยี่ยมจริงๆ เมื่อครู่เขาเพิ่งบอกว่าต้องใช้นักหลอมโอสถระดับแปด แต่แล้วเฉินเฟยก็หยิบป้ายหยกนักหลอมโอสถระดับแปดออกมา ช่างเป็นประสบการณ์โดนตบหน้าที่น่าตื่นเต้นนัก

มู่หลางเทาหยิบป้ายหยกของเฉินเฟยมาดูขึ้นลง มันเป็นใบรับรองที่ออกโดยสมาคมนักหลอมโอสถ

เก่อหงเจี๋ยและจางฟางฉยงมองหน้ากันอย่างตกตะลึง เฉินเฟยคนนี้มีความสามารถรอบด้านจริงๆ ด้วยอายุเพียงท่านี้กลับเป็นนักหลอมโอสถระดับแปดแล้ว

นักหลอมโอสถระดับแปดไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ด้วยอายุเท่านี้จึงค่อนข้างหายากในสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว เหตุผลหลักคือท่าร่างและทักษะธนูของเฉินเฟยแข็งแกร่งมากจึงทำให้หาตัวได้ยาก

“เช่นนั้นให้ศิษย์น้องหลอมดู?” มู่หลางเทามองเก่อหงเจี๋ยทั้งสอง

“ในเมื่อมีนักหลอมโอสถแล้วแน่นอนว่าต้องลอง เพื่อให้สูญเสียปราณหยวนน้อยลง หลอมโอสถเหนือสามัญก็พอ” เก่อหงเจี๋ยพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม

“ข้าไม่ได้นำเตาหลอมมา ไม่มีสมุนไพรด้วย” เฉินเฟยส่ายหัว

“ข้าจะไปยืมเตาหลอมให้ ในค่ายน่าจะมีสมุนไพรอยู่บ้าง”

เก่อหงเจี๋ยลุกขึ้นเดินไปหาคนอื่น เฉินเฟยอดยิ้มไม่ได้และรีบลุกขึ้นไปซื้อสมุนไพร

สมุนไพรของโอสถเหนือสามัญไม่ได้ซับซ้อนและไม่มีข้อกำหนดเรื่องอายุ ตามจริงแล้วในค่ายพอมีสิ่งเหล่านี้อยู่บ้าง คาดเดาว่าคงเตรียมไว้เผื่อต้องใช้

เมื่อเฉินเฟยกลับมา เก่อหงเจี๋ยได้เตรียมเตาหลอมไว้ให้ข้างกองไฟแล้ว

“ต้องการอะไรอีกหรือไม่? ไฟเท่านี้ใช้ได้ไหม?” เก่อหงเจี๋ยเงยหน้ามองเฉินเฟย เขาไม่ค่อยรู้เรื่องการหลอมโอสถมากนัก

“จะให้ดีต้องตัดฟืนให้ละเอียดกว่านี้ นั่นจะทำให้ควบคุมไฟได้ดีขึ้น”

มู่หลางเทามองฟืนบนพื้นแล้วเสนอแนะ แม้ระดับหลอมโอสถมู่หลงเทาจะอยู่ในระดับปานกลาง แต่เขายังเข้าใจอยู่หลายเรื่อง

“ไม่ต้อง เท่านี้ใช้ได้แล้ว”

เมื่อเห็นเก่อหงเจี๋ยกำลังจะลุกขึ้นไปสับฟืน เฉินเฟยจึงรีบโบกมือหยุดเก่อหงเจี๋ยไว้

มู่หลางเทามองเฉินเฟยด้วยความสงสัย ฟืนหนาเช่นนี้ให้ความร้อนได้จริง แต่สำหรับการหลอมโอสถแล้วไม่มีประโยชน์นัก

“การหลอมสมุนไพรกับลูกปัดประหลาดเข้าด้วยกันไม่มีลำดับอะไรใช่ไหม?” เฉินเฟยนั่งลงและพูดอย่างระมัดระวัง เหตุผลหลักคือเขาไม่เคยหลอมสิ่งนี้

“อืม ข้ารู้แค่ว่าต้องใส่มันเข้าไปด้วย” มู่หลางเทาพูดด้วยรอยยิ้ม

“ได้”

เฉินเฟยพยักหน้า หยิบเตาหลอมโอสถขึ้นมาตรวจสอบและไม่พบปัญหาใด ภายในนั้นสะอาดมากจึงไม่จำเป็นต้องทำความสะอาด

เฉินเฟยวางเตาหลอมโอสถลงบนกองไฟโดยตรง มู่หลางเทาที่นั่งมองจากด้านข้างดวงตาแทบหลุดออกมา เป็นการหลอมแบบหยาบหรือ?

เก่อหงเจี๋ยและจางฟางฉยงไม่รู้วิธีหลอมโอสถจึงไม่รู้ว่าวิธีของเฉินเฟยถูกต้องหรือไม่ แต่พอเห็นสีหน้ามู่หลางเทาไม่ปกติพวกเขาจึงเริ่มไม่มั่นใจ

ป้ายหยกนักหลอมโอสถระดับแปดไม่ควรเป็นของหลอม และเฉินเฟยไม่จำเป็นต้องโกหกเพราะมันไม่มีประโยชน์

เฉินเฟยไม่สนใจสีหน้าทั้งสาม เมื่อเตาหลอมโอสถร้อนขึ้น เฉินเฟยก็โยนสมุนไพรและลูกปัดลงไปในเตาหลอม

ดวงตามู่หลางเทาจ้องเขม็ง หลอมโอสถด้วยไฟแรงเกินไปแถมยังใส่สมุนไพรเช่นนั้น สิ่งนี้ทำให้มู่หลางเทาสงสัยว่าวิธีหลอมมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่หรือไม่ เพียงแต่เขาอาจยังไม่ได้รับรู้

เก่อหงเจี๋ยและจางฟางฉยงมองหน้ากัน พวกเขาไม่รู้วิธีหลอมโอสถและไม่เคยเห็นคนอื่นหลอมโอสถมาก่อน แต่การกระทำของเฉินเฟยในครั้งนี้บ้าคลั่งไปหน่อย

การหลอมโอสถควรเป็นสิ่งละเอียดอ่อนไม่ใช่หรือ? แล้วทำไมพอเฉินเฟยทำมันกลับให้ความรู้สึกเหมือนทำอาหาร?

ภายใต้สายเก่อหงเจี๋ยทั้งสาม เตาหลอมไม่ได้ไหม้และเริ่มส่งกลิ่นหอมสมุนไพร

ตอนแรกกลิ่นบางมาก แต่หลังจากนั้นไม่นานกลิ่นหอมสมุนไพรก็รุนแรงขึ้น

ดวงตามู่หลางเทาเต็มไปด้วยความแปลกใจและสงสัยในชีวิต นั่นเป็นเพราะเฉินเฟยไม่ได้ควบคุมไฟตลอดเวลาและใช้พลังภายในปรับแต่งคุณสมบัติสมุนไพรในเตาหลอม

สิ่งนี้ทำให้ความรู้ในการหลอมโอสถของมู่หลางเทาเปลี่ยนไป นี่ไม่ใช่สิ่งที่นักหลอมโอสถชราสอนเขาในเวลานั้น

หลายปีแล้วที่เขาไม่ประสบความสำเร็จในการหลอมโอสถ เป็นเพราะวิธีหลอมโอสถละเอียดอ่อนเกินไปหรือไม่?

“เจ้าหลอกข้า!”

หลังจากเฉินเฟยตบฝาเตาหลอม มู่หลางเทาจำใบหน้านักหลอมโอสถชราคนนั้นได้และหลั่งน้ำตาอยู่ในใจ เขาคิดเสมอว่าตัวเองเป็นนักหลอมโอสถอัจฉริยะ แต่สุดท้ายกลับได้รู้ความจริงในภายหลัง

ตอนนี้รู้แล้วว่าตัวเองเชื่องช้ายิ่งนัก!

เก่อหงเจี๋ยเข้าไปใกล้เตาปรุงยา อย่างอดใจรอไม่ไหว เมื่อเห็นโอสถเหนือสามัญห้าเม็ดอยู่ในเตาหลอม ใบหน้าเขาเลยเต็มไปด้วยความสุขอย่างควบคุมไม่ได้

การหลอมโอสถประสบความสำเร็จ แถมยังหลอมโอสถได้จำนวนมาก

เฉินเฟยหยิบโอสถออกมาเก็บไว้ในกล่องหยกทีละเม็ด

เฉินเฟยดูโอสถ มันแตกต่างจากโอสถเหนือสามัญที่เคยหลอมมาก ไม่เพียงแต่สีจะอวบอิ่มขึ้น แต่กลิ่นหอมของสมุนไพรยังไม่ได้แพร่กระจายเท่าที่คิดไว้

ในตอนนี้โอสถเหนือสามัญทั้งห้าเม็ดเหมือนจะเรืองแสงเล็กน้อย ผู้คนจึงอดไม่ได้ที่จะคว้ามันไปเล่น

“ศิษย์น้องเฉินสองเม็ด พวกเราสามคนคนละหนึ่งเม็ด?” เก่อหงเจี๋ยมองโอสถแล้วเสนอแนะ

“ไม่คัดค้าน!” จางฟางฉยง พยักหน้า

“ข้าด้วย!” มู่หลางเทามีความชื่นชมเฉินเฟยอยู่แล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่คัดค้านการแจกจ่ายนรี้

“ขอบคุณ!” เฉินเฟยลังเลก่อนจะยอมรับสิ่งนี้

มู่หลางเทาหยิบโอสถเหนือสามัญออกมากินในคำเดียว จากนั้นเริ่มย่อยมันอย่างรวดเร็ว