ตอนที่ 231 นักพรตหลงเซี่ยง

เฉินเฟยหยุดนิ่ง เมื่อครู่เขาได้ยินเสียงโจมตีดังมาแต่ไกล พอมาถึงกลับไม่เห็นสวี่หวังเลี่ยงทั้งหกกำลังสู้กับสัตว์อสูร

ดูแล้วพวกเขาควรพยายามทำลายม่านพลังนี้เพื่อเข้าไปเอากล่องดำข้างใน

“หมอกขาวข้างนอกกับความผันผวนเกิดจากการค่ายกลนี้หรือเป็นเพราะเหตุอื่น?”

เฉินเฟยสังเกตม่านพลังและไม่ได้โจมตีทันที เขาเดินมองไปมาสองครั้ง พบว่าม่านพลังนี้ปิดกั้นพื้นที่โดยรอบอย่างสมบูรณ์โดยไม่เหลือรูโหว่

ไม่เพียงบนพื้น เฉินเฟยยังเห็นหลุมหลายแห่งรอบม่านพลัง เห็นได้ชัดว่าสวี่หวังเลี่ยงทั้งหกพยายามเจาะใต้ดินแต่ไม่สามารถทะลุค่ายกลได้

เฉินเฟยคิดอยู่ครู่หนึ่ง สีดำบนกระบี่เฉียนหยวนปกคลุมตัวกระบี่ แสงดำกระพริบ กระบี่เฉียนหยวนฟันใส่ม่านพลังแล้ว

“ปัง!”

ม่านพลังไม่ขยับเลย แรงปะทะทำให้ถอยหลังหลับ เฉินเฟยตัวสั่นเล็กน้อย สยบมังกรคชสารโคจรทันทีเพื่อขจัดแรงนี้

“แข็งยิ่งนัก!”

เฉินเฟยขมวดคิ้ว การโจมตีเมื่อครู่ไม่ทำให้ค่ายกลผันผวนแม้แต่น้อย เฉินเฟยคิดครู่หนึ่งแล้วถอยหลังไปครึ่งก้าว สีดำบนตัวกระบี่เฉียนหยวนควบแน่นไปอยู่ปลายกระบี่

นี่เป็นกระบี่เฉียนหยวนที่รุนแรงที่สุด ตอนใช้ครั้งแรกในสำนักกระบี่เซียนเมฆา เฉินเฟยไม่สามารถควบคุมท่านี้ได้อย่างสมบูรณ์และทำได้เพียงใช้เป็นระเบิด

หลังฝึกฝนเกือบสิบเดือน แม้การบ่มเพาะของเฉินเฟยจะไม่เปลี่ยนแปลง แต่เมื่อสยบมังกรคชสารถึงระดับรู้แจ้งและด้วยการขัดเกลาพลังจิตวิญญาณอย่างต่อเนื่อง เฉินเฟยจึงควบคุมพลังได้ละเอียดอ่อนขึ้น

ตอนนี้เฉินเฟยสามารถควบคุมท่านี้ได้อย่างอิสระ จะปล่อยหรือปิดมันล้วยทำได้ดั่งใจ

ครู่ต่อมา ร่างเฉินเฟยวูบไหวแทงกระบี่เฉียนหยวนไปด้านหน้า แสดงพลังสูงสุดของกระบี่จ้งหยวน

“ปัง!”

ม่านพลังกระพริบแต่ยังไม่สั่นสะเทือน แต่หากเทียบกับความนิ่งสงบก่อนหน้า เฉินเฟยรับรู้ได้ว่าเมื่อครู่ค่ายกลเกิดการเคลื่อนไหว

แต่นั่นแสดงให้เห็นว่าเฉินเฟยทำให้ค่ายกลตอบสนองเพียงเล็กน้อย หนทางทำลายม่านพลังนี้และเข้าไปเอากล่องดำยังอีกยาวไกล

เฉินเฟยเก็บกระบี่เฉียนหยวน พื้นใต้เท้าเขาแตกร้าว ด้วยพลังของกระบี่เมื่อครู่ แม้แต่สยบมังกรคชสารยังต้องถ่ายเทพลังลงพื้นเพื่อให้แน่ใจว่าร่างกายเฉินเฟยจะไม่บาดเจ็บ

เฉินเฟยมองม่านพลังด้านหน้าแล้วขมวดคิ้ว เขาใช้พลังจิตวิญญาณสัมผัสถึงการเปลี่ยนแปลงของค่ายกล แต่ผ่านครู่หนึ่งเฉินเฟยก็เลิกทำสิ่งไร้ประโยชน์นี้

ทักษะค่ายกลจำเป็นต้องเรียนเฉพาะทาง โดยทั่วไปแล้วต้องไปถึงระดับขัดเกลาทวารก่อนจึงสามารถเริ่มต้นได้ ในระดับขัดเกลาทวาร สิ่งที่ทำได้คือสร้างค่ายกลแบบง่ายและตรวจสอบค่ายกล

การทำเรื่องเหล่านั้นแค่ต้องมีความรู้การสร้างค่ายกลแบบง่ายก็สามารถทำได้

แต่หากต้องการใช้ความรู้ทำลายค่ายกลตรงหน้า มันยากเกินไปสำหรับระดับขัดเกลาทวาร

แม้แต่ระดับขัดเกลาทวาร นักยุทธ์ส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจค่ายกล แม้จะรู้เกี่ยวกับมันก็ใช่ว่าจะทำลายค่ายกลได้ ส่วนใหญ่ยังคงใช้พละกำลังโจมตีให้เปิดแทน

พลังของเฉินเฟยในตอนนี้ไม่สามารถเปิดมันได้ ด้วยความเข้าใจเรื่องค่ายกลของเฉินเฟย พูดไม่ได้ว่าไม่รู้อะไรเลย แต่มันแทบไม่ต่างกัน

เฉินเฟยมองกล่องดำหลังม่านพลังแล้วสูดหายใจเข้าลึก อีกแค่ไม่กี่ก้าวเท่านั้น หากไม่ได้รับมันคงน่าหงุดหงิดนัก

“เดิมทีแผ่นหนังสัตว์อยู่ด้านนอกและสามารถเห็นได้หากสังเกตสักหน่อย ม่านพลังนี้มีเพียงการป้องกันไม่มีผลโจมตี เห็นได้ชัดว่าเขาต้องการส่งต่อสยบมังกรคชสาร หรือเขาตั้งใจส่งต่อมันให้ผู้อยู่ในระดับขัดเกลาทวารเท่านั้น? ต่ำกว่าระดับขัดเกลาทวารไม่อาจรับ?”

เฉินเฟยเกิดความคิดมากมายในใจ เป็นไปได้ว่าระดับต่ำกว่าขัดเกลาทวารจะไม่สามารถรับได้ ท้ายที่สุดสยบมังกรคชสารเริ่มต้นได้ยาก หากต้องการฝึกฝนจะต้องได้รับการช่วยเหลือจากปราณหยวน ไม่อย่างนั้นร่างกายทนรับไม่ไหว

เช่นนั้นหากต้องการบรรลุสยบมังกรคชสาร ระดับขัดเกลาทวารคงเป็นเพียงมาตรฐาน

หลังบ่มเพาะถึงระดับขัดเกลาทวาร เฉินเฟยในเวลานั้นไม่น่าจะมีปัญหา แต่เขาต้องใช้เวลาอีกพอควรในการเปิดจุดทวาร

หากสวี่หวังเลี่ยงทั้งหกไม่ได้มาที่นี่ก่อน เฉินเฟยคงรอจนกว่าหมอกจางหายไป ท้ายที่สุดหลายปีมานี้ที่นี่ไม่เกิดสิ่งผิดปกติ

แต่ตอนนี้มันเต็มไปด้วยหมอกและมีความผันผวนเป็นครั้งคราว สิ่งนี้ดึงดูดนักยุทธ์คนอื่นได้ง่ายดายหรือแม้กระทั่งผู้แข็งแกร่งขัดเกลาทวาร

บางทีหลังจากเฉินเฟยกลับมาพร้อมกับระดับขัดเกลาทวาร สถานที่นี้อาจว่างเปล่าแล้ว

ส่วนการทะลวงระดับขัดเกลาทวารที่นี่ เฉินเฟยคงไม่กล้า หากมีใครรบกวนเขาแม้แต่น้อย จุดทวารอาจได้รับความเสียหาย และยังไม่รู้ว่าคนที่เพิ่งทะลวงระดับขัดเกลาทวารสามารถเปิดม่านพลังได้หรือไม่

เฉินเฟยมองกล่องดำแล้วมองร่างกายที่กำลังนั่งสมาธิ เสื้อผ้าขาดรุ่ยแต่ร่างกายยังไม่เน่าเปื่อย สิ่งนี้จะเกิดขึ้นต่อเมื่อฝึกฝนร่างกายจนถึงระดับสูง

เฉินเฟยฝึกสยบมังกรคชสารส่วนร่างกายถึงระดับรู้แจ้งแล้ว แม้พลังจะละเอียดอ่อนแต่ยังไม่อาจทำได้ทำให้ร่างกายไม่เน่าเปื่อย จำเป็นต้องฝึกวิชาต่อเนื่องเพื่อเสริมร่างกายให้แข็งแกร่งขึ้นอีก

“สยบมังกรคชสาร สืบทอด…”

เฉินเฟยมองร่างนั้น ทันใดนั้นสีหน้าพลันเปลี่ยนไป เขานึกถึงตำแหน่งทางเข้า แผ่นหนังสัตว์สอดอยู่ในบอลหิน ทรงกลม ม่านพลัง สยบมังกรคชสาร?

เฉินเฟยโคจรพลังสยบมังกรคชสารในฝ่ามือเขาแล้ววางมือบนม่านพลัง

“ฟู่ม!”

แม้เฉินเฟยโจมตีสุดกำลังม่านพลังก็สั่นไหวเพียงเล็กน้อย แต่ตอนนี้มันกลับสั่นสะท้าน ม่านพลังกระพริบไม่หยุดหย่อน

“ได้ผล!”

ดวงตาเฉินเฟยเป็นประกาย เขาเริ่มโคจรสยบมังกรคชสารจนถึงขีดสุด ม่านพลังกระพริบเร็วขึ้นแต่ยังไม่มีวี่แววพังทลาย

เฉินเฟยเลิกคิ้ว สังเกตค่ายกลและแสงกระพริบของม่านพลัง ใบหน้าเริ่มปรากฏรอยยิ้ม

แสงในค่ายกลนี้บ่งบอกถึงวิธีฝึกสยบมังกรคชสาร เฉินเฟยเลิกโคจรสยบมันกรคชสารให้ถึงขีดสุดและหันมาตอบรับแสงกระพริบแทน

เช่นเดียวกับการแก้ปัญหา ม่านพลังสร้างคำถามและเฉินเฟยบอกคำตอบผ่านการส่งพลัง

ค่ายกลนี้เป็นการทดสอบระดับการฝึกฝนสยบมังกรคชสาร เพราะแสงจะยิ่งกะพริบเร็วขึ้นตามระดับการฝึกฝน และเฉินเฟยต้องเปลี่ยนพลังไปตามนั้น

หากฝึกสยบมังกรคชสารล้มเหลวย่อมรับมือการทดสอบนี้ได้ยาก

โชคดีที่เฉินเฟยฝึกสยบมังกรคชสารถึงระดับรู้แจ้งจึงเข้าใจรายละเอียดทั้งหมด มันย่อมแก้ปัญหานี้ได้ง่ายดาย

หลิงฮั่นจุนซึ่งซ่อนตัวอยู่มุมถ้ำมองเฉินเฟยอย่างเงียบๆ เมื่อครู่เขาเห็นว่าไม่ว่าเฉินเฟยโจมตีสักเท่าไหร่ก็ไม่สามารถทำลายม่านพลังได้ เขาคิดว่าเฉินเฟยคงเป็นแบบเดียวกับสวี่หวังเลี่ยงทั้งหกที่ไม่อาจทำอะไรกับค่ายกล

คาดไม่ถึงว่าตอนนี้เฉินเฟยจะทำให้ค่ายกลตอบสนองครั้งใหญ่

ดูจากสีหน้าเฉินเฟยแล้ว เกรงว่าจะทำลายค่ายกลได้จริงๆ

“เปาะ!”

หลิงฮั่นจุนมองอย่างสับสน ทันใดนั้นเกิดเสียงเหมือนฟองสบู่แตก ม่านพลังแตกและหายไปจากด้านหน้าเฉินเฟย

เฉินเฟยดึงมือขวากลับ มองกล่องดำบนพื้น กุมมือคำนับร่างนั้นแล้วหยิบกล่องดำบนพื้นด้วยกระบี่

ไม่มีพิษหรือสิ่งผิดปกติ ไม่รู้ว่ากล่องดำทำมาจากวัสดุอะไรถึงได้หนักยิ่งนัก เฉินเฟยสวมถุงมือและเปิดกล่องดำอย่างระวัง

“นี่มัน....

เฉินเฟยถึงกับขมวดคิ้วเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ในกล่องดำ มันเป็นหนังสัตว์เช่นกันและเป็นวัสดุเดียวกับแผ่นหนังสัตว์ที่เฉินเฟยมี

แต่หนังสัตว์ในกล่องถูกแบ่งออกเป็นหลายร้อยชิ้นเท่ากัน พวกมันไม่ใช่ชิ้นสมบูรณ์ เฉินเฟยหยิบหนังสัตว์ออกมาแล้วบันทึกข้อความไว้สองสามคำ

หนังสัตว์ฉีกขาดแต่ละชิ้นมีคำเขียนไว้หลายคำ ลายมือเหล่านั้นเหมือนกับในแผ่นหนังสัตว์ทุกประการ นี่เป็นส่วนหลังวิชาสยบมังกรคชสารของจริง

แต่แบ่งส่วนมากขนาดนี้แล้วจะประกอบอย่างไร?

ปริศนา? ชิ้นส่วนแต่ละชิ้นมีขนาดเท่ากัน ลายของหนังสัตว์หายไปนานแล้วจึงไม่อาจประกอบรวมกันได้

ด้านล่างกล่องมีผ้าไหมอีกผืน เฉินเฟยหยิบมันออกมา พบว่ามีข้อความเขียนอยู่ แต่เทียบกับข้อความบนสยบมังกรคชสารจะเห็นได้ว่าไม่ใช่ลายมือเดียวกัน

“ข้าคือนักพรตหลงเซี่ยงแห่งเฉียนหยาง...”

เฉินเฟยอ่านเนื้อหาบนผ้า พบว่าศพนี้เป็นคนเขียนมันไว้ ผ้าไหมนี้บอกเล่าถึงชีวิตของเขา ในขณะเดียวกันทุกอย่างในที่แห่งนี้ล้วนถูกเขาสร้างขึ้นเพื่อค้นหาผู้สืบทอดสยบมังกรคชสาร

ต้องฝึกฝนสยบมังกรคชสารส่วนร่างกายจนถึงขีดสุดเท่านั้นจึงสามารถทำลายค่ายกล หากใช้พลังทำลาย ทุกสิ่งหลังผ่านพลังรวมถึงร่างกายของเขาจะถูกทำลาย

“ระดับรวมทวาร น่าทึ่งยิ่งนัก!”

เฉินเฟยเก็บผ้าไหม นักพรตหลงเซี่ยงตรงหน้าเขาคือผู้แข็งแกร่งรวมทวาร รวมทวารในที่นี้คือขอบเขตถัดจากระดับขัดเกลาทวาร จุดทวารทั้งหมดที่เปิดออกจะรวมกันเป็นหนึ่ง

ในเวลานั้นทุกการเคลื่อนไหวจะมีพลังของจุดทวารทั้งหมดในร่างกาย การเปิดภูเขาตัดแม่น้ำจะเป็นเรื่องง่ายดาย

หนังสัตว์ฉีกขาดในกล่องไม่ใช่การทดสอบของนักพรตหลงเซี่ยง แต่มันอยู่ในสภาพนี้ตั้งแต่เขาได้รับ

นักพรตหลงเซี่ยงใช้เวลามากกว่าสิบปีในการประกอบสยบมังกรคชสารที่ถูกต้อง แต่น่าเสียดายที่สุดท้ายเขาล้มเหลว หรือพูดอีกอย่างคือทำไม่สำเร็จ

วิชาสยบมังกรคชสารนี้น่าอัศจรรย์อย่างยิ่ง แม้จะประกอบชิ้นส่วนผิดก็ยังสามารถฝึกฝนได้ แต่เมื่อฝึกฝนจนถึงระดับหนึ่งจะไม่สามารถก้าวหน้าได้อีก ในเวลานั้นหากต้องการย้อนกลับไปฝึกฝนใหม่ก็ไม่อาจทำได้แล้ว

นักพรตหลงเซี่ยงพบว่าสิ่งที่เขาประกอบและฝึกฝนนั้นผิด เมื่อฝึกฝนได้ครึ่งทางจึงหยุดทันที นักพรตหลงเซี่ยงเสียใจกับสิ่งนี้แต่ไม่อาจกลับไปเริ่มใหม่ได้

ดังนั้นนักพรตหลงเซี่ยงจึงจัดตั้งค่ายกลนี้ขึ้น มีเพียงผู้ฝึกฝนสยบมังกรคชสารส่วนร่างกายถึงขีดสุดเท่านั้นถึงจะได้รับส่วนที่เหลือ ปล่อยให้ผู้มาทีหลังใช้ความสามารถของตัวเอง ดูสิว่าสามารถประกอบวิชาสยบมังกรคชสารฉบับสมบูรณ์ได้หรือไม่

ส่วนจะทำอย่างไรหากไม่มีใครฝึกสยบมังกรคชสารสำเร็จหรือหาถ้ำไม่เจอ

เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับนักพรตหลงเซี่ยง พูดได้ว่าชะตากรรมของสยบมังกรคชสารคงมาได้เท่านี้