ตอนที่ 210 จิตใจปนเปื้อน

คนเลวเยี่ยนเต๋อฉวนถูกพี่เฉินฆ่าแล้ว?

ในใจซืออี้หนานเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ ชายที่ไล่ล่าพวกนางจนไม่มีทางขึ้นฟ้าและไม่มีทางลงดินกลับตายในเวลาเพียงชั่วครู่?

ซือหยวนไห่คิ้วกระตุก ไม่รู้ว่าควรอธิบายอารมณ์ของตัวเองอย่างไร หันไปมองเฉินเฟยและกุมมือโค้งคำนับให้จากใจจริง

เฉินเฟยสะดุ้งโหยงกับการกระทำของซือหยวนไห่ เขารีบยื่นมือจับซวนหยวนไห่ให้เงยขึ้นทันที เฉินเฟยทนรับการคำนับจากคนที่มีอายุขนาดนี้ไม่ไหว ไม่เช่นนั้นความสัมพันธ์ของพวกเขาจะเปลี่ยนไปทันที

ซึ่งเฉินเฟยไม่ต้องการให้เป็นเช่นนั้น

ซือหยวนไห่ถอนหายใจ รู้ถึงความหนักแน่นของเฉินเฟยจึงไม่ดื้อรั้นทำต่อ

เดิมทีถูกเยี่ยนเต๋อฉวนบังคับให้ออกจากเมืองเซียนเมฆา แต่สงครามด้านนอกเต็มไปด้วยวุ่นวาย พูดได้ว่าอนาคตไม่แน่นอนและเต็มไปด้วยอันตราย ตัวซือหยวนไห่ไม่ได้เกรงกลัว แต่กำลังทุกข์ใจเพราะซืออี้หนาน

ตอนนี้เฉินเฟยฆ่าเยี่ยนเต๋อฉวนแล้ว สิ่งนี้ได้ช่วยพวกเขาให้หลุดพ้นสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกจากการถูกบังคับให้ออกจากที่นี่ นั่นทำให้ซือหยวนไห่รู้สึกเสียศูนย์อยู่บ้าง

“พี่เฉิน ขอบคุณ!”

ซืออี้หนานเห็นการกระทำของซือหยวนไห่ นางจึงคุกเข่าขอบคุณเฉินเฟย

เฉินเฟยยิ้มอย่างขมขื่นเมื่อเห็นการกระทำของซืออี้หนาน เขาปล่อยพลังภายในผลักซืออี้หนานไปนั่งเก้าอี้ด้านหลัง

“พวกท่านไม่จำเป็นต้องเป็นแบบนี้ ข้าทำแบบนี้เพราะต้องการให้พวกท่านใช้หยกความประหลาดตามที่ข้าต้องการ” เฉินเฟยพูดด้วยรอยยิ้ม

“น้ำใจอันยิ่งใหญ่นี้ไม่อาจตอบแทนได้ด้วยคำขอบคุณ พวกเราจะจดจำความเมตตานี้ตลอดไป”

ซือหยวนไห่ฟื้นจากความตื่นเต้น เขาเข้าใจความตั้งใจของเฉินเฟยและไม่ต้องการทำลายความสัมพันธ์ระหว่างพวกเรา

“ข้าเห็นท่านเก็บข้าวของหมดแล้ว ตอนนี้จะกลับบ้านเดิมเลยหรือไม่?”

เฉินเฟยมองกระเป๋าใหญ่เล็กหลายใบด้านหลังซืออี้หนานแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม

“ดี พวกเรากลับกันเถอะ!”

ซือหยวนไห่พยักหน้า ซืออี้หนานด้านข้างแสดงรอยยิ้มที่หายนาน

หนึ่งก้านธูปต่อมา เฉินเฟยทั้งสามกลับมาถึงบ้านที่เคยเช่าในตอนแรก ฉือเต๋อเฟิงมองซือหยวนไห่ทั้งสองอย่างประหลาดใจ

ตอนนี้ไม่ต้องห่วงเรื่องศัตรูแล้วหรือ?

ซือหยวนไห่กลับไปอยู่บ้านด้านข้าง ภายในนั้นเริ่มเกิดเสียงออกมา

ซือหยวนไห่ทั้งสองหายไปหลายเดือน คาดไม่ถึงว่าจะกลับมาตอนนี้

“ข้าสังหารศิษย์น้องผู้เฒ่าซือแล้ว ผู้เฒ่าซือเลยไม่ต้องออกจากเมืองเซียนเมฆาอีก” พอเห็นสายตาสับสนของฉือเต๋อเฟิง เฉินเฟยจึงอธิบายด้วยรอยยิ้ม

ฉือเต๋อเฟิงมองเฉินเฟยด้วยความประหลาดใจ วันนี้เพิ่งกลับมาพบกัน เจ้าก็ลงมือทำเรื่องใหญ่เลยหรือ!

ฉือเต๋อเฟิงไม่สงสัยคำพูดของเฉินเฟย ในเวลานี้เฉินเฟยเป็นศิษย์แท้จริงอันดับสิบของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว ฉือเต๋อเฟิงรู้เรื่องนี้เพราะต้องไปส่งสมุนไพรทุกวัน

กล่าวคือซือหยวนไห่ที่ซ่อนตัวทุกวันไม่ได้รู้เรื่องนี้ด้วย

สำหรับตอนที่ซือหยวนไห่มาหาฉือเต๋อเฟิงและบอกว่าต้องการพบเฉินเฟย ฉือเต๋อเฟิงยังไม่ได้บอกเรื่องนี้ นี่เป็นเรื่องของเฉินเฟยซึ่งเขาไม่อาจเผยแพร่ไปทั่วได้

ฉือเต๋อเฟิงคิดด้วยว่าซือหยวนไห่ออกจากเมืองเซียนเมฆาอาจเป็นเพราะเยี่ยนเต๋อฉวน แต่ฉือเต๋อเฟิงไม่อาจพูดขอความช่วยเหลือแทนซือหยวนไห่

เป็นไปไม่ได้ที่ฉือเต๋อเฟิงจะทำตัวใจกว้างใช้งานคนอื่น

แต่ตอนนี้ซือหยวนไห่ไม่ต้องออกจากเมืองเซียนเมฆาเพราะไม่มีการไล่ล่าจากเยี่ยนเต๋อฉวนอีกต่อไป ดังนั้นฉือเต๋อเฟิงจึงมีความสุขด้วย ท้ายที่สุดซือหยวนไห่เคยช่วยฉือเต๋อเฟิงเอาไว้ แต่ฉือเต๋อเฟิงก็อ่อนแอเช่นกันจึงไม่สามารถช่วยซือหยวนไห่ได้

ตกดึก ซือหยวนไห่ออกมาตามลำพังและมาดื่มกับเฉินเฟย

สุราชั้นดีหลายขวดถูกดื่มจนหมด ทั้งสามต่างดื่มไปคุยไป ลากยาวตั้งแต่กลางคืนจนถึงรุ่งเช้า การพูดคุยส่วนใหญ่ล้วนเป็นซือหยวนไห่พูดและเฉินเฟยฟัง

ด้วยอายุเท่านี้ ความรู้ของซือหยวนไห่ย่อมมากว่าเฉินเฟยทั้งสองอย่างไม่ต้องสงสัย โดยเฉพาะการเป็นสายเลือดควบคุมความประหลาดจึงทำให้ประสบการณ์ของซือหยวนไห่ดูเหมือนเป็นตำนาน

ตอนเที่ยง เฉินเฟยกลับมาที่สำนักกระบี่เริ่มดวงดาว

แช่บ่อน้ำพุร้อน แช่น้ำตก ฝึกฝนโดยใช้โอสถน้ำค้างแข็ง เฉินเฟยไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์เมื่อวานและยังคงฝึกฝนตามปกติ

สำหรับสิ่งที่อยู่ในถุงคาดเอวของเยี่ยนเต๋อฉวน ภายในนั้นไม่มีอะไรน่าแปลกใจนัก ตั๋วเงินมีเยอะแต่แค่ไม่กี่พันตำลึง

นอกจากตั๋วเงินก็มีเพียงหินแปลกๆ เฉินเฟยลองถามซือหยวนไห่แล้ว คาดไม่ถึงว่ามันจะเป็นหินจากโลกหัวใจประหลาด

สำหรับสายเลือดควบคุมความระหลาด หินก้อนนี้มีลักษณะพิเศษบางอย่าง สำหรับนักยุทธ์ วิธีการใช้ก็เหมือนกับหินหัวใจประหลาดซึ่งใช้ควบคุมพลังจิตใจ

การบ่มเพาะของเฉินเฟยดำเนินต่อไปจนถึงช่วงเย็น

เฉินเฟยมาที่ห้องลับในบ้าน นั่งสมาธิแล้วหยิบหยกความประหลาดและเทียนจิตออกมา

ซือหยวนไห่เติมพลังให้หยกความประหลาดแล้ว ส่วนเทียนจิตก็ได้มาจากซือหยวนไห่เช่นกัน แน่นอนว่าเฉินเฟยซื้อวัสดุสำหรับทำเทียนจิตแต่ยังไม่ได้เริ่มทำ

เฉินเฟยใช้วิธีลับของสายเลือดควบคุมความประหลาดในการจุดเทียนจิต เฉินเฟยไม่ทำให้วิธีลับนี้เป็นแบบง่ายเพราะมันเป็นเพียงวิธีเข้าออกโลกหัวใจประหลาด

ตราบใดที่ใช้หยกความประหลาดได้ การไม่เชี่ยวชาญก็ไม่ส่งผลอันใด

หยกความประหลาดสั่นเทาและปล่อยความผันผวนออกมา เฉินเฟยชักนำความผันผวนนี้มาล้อมรอบร่างกาย ครู่ต่อมาความรู้สึกง่วงนอนเข้าครอบงำ

เฉินเฟยไม่ขัดขืนและปล่อยไปตามความรู้สึกนี้ ช่วงเวลาต่อมา เฉินเฟยลืมตามองไปรอบด้าน สภาพแวดล้อมเปลี่ยนไปอย่างมาก

เฉินเฟยยืนอยู่บนยอดเขา มองไปในระยะไกล สภาพแวดล้อมของที่นี่คล้ายกับสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวในโลกตวามจริง แต่มันยังไม่ใช่แบบจำลองที่สมบูรณ์

ยากจะพูดให้ชัดเจนว่าโลกหัวใจประหลาดสัมพันธ์กับโลกจริงอย่างไร ซือหยวนไห่ไม่สามารถอธิบายเรื่อฃนี้ได้ เป็นธรรมดาที่เฉินเฟยจะไม่เข้าใจ

บนยอดเขาเงียบสงบนัก เฉินเฟยไม่เห็นอันตรายใด แต่พอมองไปออกไปไกลกลับรู้สึกความสยดสยองส่งผ่านมา

เฉินเฟยไม่มีความตั้งใจออกจากที่นี่และไม่มีความคิดสำรวจโลกหัวใจประหลาด เฉินเฟยมาที่นี่เพียงเพื่อขัดเกลาพลังจิตใจของตัวเอง

เฉินเฟยนั่งลง หยิบเศษลูกปัดจิตใจในมือมาวางไว้รอบด้าน

แม้จะรู้สึกว่าไม่มีอันตรายอยู่รอบตัว แต่ต้องคอยระวังและปลอดภัยเอาไว้ก่อน

แสงของเทียนจิตสั่นไหวและเข้าปกคลุมร่างกาย พลังจิตใจเฉินเฟยเคลื่อนไปปิดแสงเทียน

แสงเทียนหรี่ลงจากอยู่ห่างหลายหมี่จนกระทั่งอยู่ติดร่างกาย เสียงกระซิบแผ่วเบาเริ่มดังก้องอยู่ในหู

หากฟังให้ดีจะรู้ว่าเสียงกระซิบพวกนี้ไม่มีความหมายใด ไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นเสียงชายหญิงหรือเป็นเสียงมนุษย์

เสียงกระซิบเหล่านี้มีแต่จะทำให้อารมณ์เสีย เกิดความเบื่อหน่ายและอยากทำลายทุกสิ่ง ความต้องการทำลายจะแพร่ไปทั่วหัวใจ

นั่นคือจิตใจปนเปื้อนจากโลกหัวใจประหลาด

เฉินเฟยรักษาจิตใจให้หนักแน่นและปล่อยเสียงพึมพำเหล่านี้เข้ามาเติมเต็ม คอยสังเกตการเปลี่ยนแปลงของพลังจิตใจในทะเลจิตสำนึก

ต้นไม้อันเขียวชอุ่มในตอนแรก กิ่งก้านและใบก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองและดำจนกระทั่งเหี่ยวเฉา

ใบเหี่ยวเฉาไม่ได้หายไปแต่ติดอยู่กับใบอื่น เช่นเดียวกับโรคร้ายที่แพร่จากหนึ่งเป็นสิบแล้วเป็นร้อย ในเวลาไม่นานกิ่งก้านและใบไม้สีเขียวบนต้นไม้พลังจิตใจดำลง

เฉินเฟยยังคงสงบนิ่ง ความดำในทะเลจิตสำนักแผ่ขยายไปยังกิ่งก้าน กิ่งก้านมีทนทานต่อสีดำนี้อย่างไม่ต้องสงสัย แต่มันไม่สามารถต้านทานการแพร่กระจายอย่างต่อเนื่องได้อยู่ดี

เมื่อถึงจุดหนึ่งปลายกิ่งก้านก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำ จนสุดท้ายทั้งกิ่งได้เปลี่ยนเป็นสีดำ

เมื่อเวลาผ่านไป หูของเฉินเฟยไม่ได้ยินเสียงกระซิบอีกต่อไป มีเพียงเสียงคำรามไร้ความหมาย มันทั้งน่ากลัวและสิ้นหวังจนทำให้ผู้คนต้องตัวสั่น

แต่เฉินเฟยยังคงสงบนิ่ง เพียงสังเกตการเปลี่ยนแปลงในทะเลจิตสำนึก

เมื่อกิ่งก้านทั้งหมดเปลี่ยนเป็นสีดำและเข้าปกคลุมลำต้นหลัก เฉินเฟยก็ลืมตาขึ้น

ครู่ต่อมา เทียนจิตดับลง เฉินเฟยหายตัวไปจากโลกหัวใจประหลาด

ในห้องลับของบ้านบนยอดเขาสืบทอด เฉินเฟยลืมตาขึ้น ดวงตาขาวเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้ม ไม่เพียงแต่ดวงตาขาวแต่รวมถึงม่านตาที่ดูแปลกไป

“เวิ้ง!”

เคล็ดพันต้นกำเนิดที่ถูกยับยั้งไว้เริ่มโคจร พลังชีวิตจากใจกลางจิตใจเฉินเฟยเริ่มแพร่กระจาย

ต้นไม้ใหญ่ที่เหลือเพียงกิ่งก้านสั่นไหว เศษสีดำร่วงหล่นจากกิ่งก้านและถูกบังคับให้ออกจากทะเลจิตสำนัก

การฟื้นฟูจุดเสียหายช้ากว่าที่เฉินเฟยคาดการณ์ไว้ การปนเปื้อนจากโลกหัวใจประหลาดน่ากลัวยิ่งนัก

ครั้งแรกที่ขัดเกลา เฉินเฟยไม่กล้าทำอย่างละเอียดเกินไปจึงเก็บส่วนหลักเอาไว้ โชคดีที่ระวังตัว ไม่อย่างนั้นหากเริ่มทำเหมือนในตอนนี้ เกรงว่าอาจช้าลงสามส่วนหรือมากกว่านั้น

สามชั่วโมงยามต่อมา เฉินเฟยนั่งสมาธิโดยไม่เคลื่อนไหว

จนกระทั่งผ่านไปอีกหนึ่งเค่อ เฉินเฟยจึงค่อยๆลืมตาขึ้นและหายใจออกยาว

ในทะเลจิตสำนึก สีดำที่ทำให้บ้าคลั่งถูกกำจัดออกไปหมดสิ้น ต้นไม้ใหญ่ที่เฉินเฟยใช้พลังจิตใจเปลี่ยนแปลงกลับมาเขียวชอุ่มอีกครั้ง

หากสังเกตให้ดีจะพบว่ากิ่งก้านและใบมีความเขียวกว่าเดิม และต้นไม้ยังให้ความรู้สึกราวกับมีพลังชีวิตมากขึ้น

“ผลที่ได้รับดีอย่างคาดไม่ถึง พลังจิตใจยังบริสุทธิ์ขึ้นเล็กน้อยด้วย! หากขัดเกลาเป็นเวลานาน ความก้าวหน้าของพลิงจิตใจต้องยอดเยี่ยมแน่”

เฉินเฟยคิดในใจ แต่การขัดเกลาแบบนี้ไม่อาจทำต่อเพราะการทำมากเกินไปจะพังทลายได้ง่าย จากการคาดการณ์ของเฉินเฟย ต้องใช้เวลาสิบวันถึงจะขัดเกลาพลังจิตใจได้อีกครั้ง

เวลาผ่านไปชั่วพริบตา

ชีวิตของเฉินเฟยกลับมาเรียบง่าย เฉินเฟยใช้เวลาทั้งหมดกับการบ่มเพาะอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

สามสิบห้าวันผ่านไปในชั่วพริบตา เฉินเฟยก้าวสู่ระดับขัดเกลาอวัยวะภายในขั้นสูงสุด สยบมังกรคชสารใกล้ถึงระดับสมบูรณ์ แต่สุดท้ายกระบี่เฉียนหยวนได้นำหน้าไปหนึ่งก้าว มันเลื่อนเป็นกระบี่กึ่งวิญญาณแล้ว!