“ครั้งนี้สำนักกระบี่เซียนเมฆาส่งคนเข้าดินแดนลับด้วย?”
ในลานบ้านของเฟิงซิวผู่ เฉินเฟยกับเฟิงซิ่วผู่นั่งอยู่ที่โต๊ะหิน กลิ่นหอมของชาอบอวลอยู่ในอากาศ
เฉินกลับมาที่สำนักทันทีหลังจากรู้ข่าว
ดินแดนลับเลื่อนขั้น ในเวลาอันสั้นนี้วัตถุวิญญาณจำนวนหนึ่งจะปรากฏขึ้น สิ่งที่เรียกว่าหนึ่งคนบรรลุเซียน หมูหมากาไก่รอบตัวพลอยได้ขึ้นสวรรค์ สถานการณ์นี้ใช้กับดินแดนลับได้เช่นกัน
การพัฒนาโดยรวมของดินแดนลับเป็นประโยชน์มหาศาลต่อทุกสิ่งภายในนั้น ด้วยเหตุนี้ในระหว่างการทดสอบศิษย์แท้จริง เมื่อปราณหยวนในดินแดนลับเปลี่ยนไป สิ่งมีชีวิตในดินแดนลับจึงน่ากลัวกว่าเดิม
ครั้งนั้นดินแดนลับเพียงเปลี่ยนแปลงความเข้มข้นของปราณหยวน คราวนี้เป็นการเลื่อนขั้นโดยรวม ผลประโยชน์ทุกสิ่งในดินแดนลับย่อมมากขึ้น ยิ่งไม่ต้องพูดถึงวัตถุวิญญาณซึ่งมีอยู่ทุกหนแห่ง พวกมันจะกลายเป็นเรื่องธรรมดา
สำหรับการบ่มเพาะของเฉินเฟย การพัฒนาจุดทวารอย่างต่อเนื่องเป็นทางเลือกโดยธรรมชาติ แต่เฉินเฟยเพิ่มได้อีกหนึ่งหรือสองจุดแล้วต้องหยุด ต้องรอปรับปรุงพลังจิตวิญญาณก่อนจึงพัฒนาจุดทวารต่อ
สยบจิตสยบมังกรคชสาร เคล็ดพันไหม และการขัดเกลาด้วยโลกหัวใจประหลาด ทั้งหมดนี้สามารถเพิ่มพลังจิตวิญญาณของเฉินเฟย
ในด้านความเร็ว แม้เทียบกับการใช้โอสถหลอมจิตไม่ได้แต่มันก็ไม่ช้า หากระดับขัดเกลาทวารอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีจะเปิดจุดทวารได้หนึ่งจุดต่อปี พลังจิตวิญญาณของเฉินเฟยสามารถตามทันแน่นอน
แม้กระทั่งพลังจิตวิญญาณของเฉินเฟยยังสนับสนุนการเปิดสองจุดทวารต่อปี
เปิดสองจุดทวารต่อปี ด้วยผลลัพธ์นี้ยิ่งไม่ต้องพูดถึงผู้ฝึกตนทั่วไป แม้แต่นักยุทธ์ของสำนักต่างๆยังได้แค่ฝัน แต่เฉินเฟยกลับไม่พอใจความเร็วเท่านี้
ในอดีตเคยสัมผัสประสบการณ์ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ทันใดนั้นความเร็วกลับลดลงกะทันหัน คนส่วนใหญ่ย่อมไม่อาจยอมรับได้ จากความฟุ่มเฟือยสู่ความตระหนี่ถือเป็นบททดสอบมนุษย์ที่มากเกินไป
เมื่อก่อนเฉินเฟยคิดด้วยซ้ำว่าควรไปสำรวจโลกหัวใจประหลาดดีหรือไม่ ในโลกหัวใจประหลาดย่อมมีสมบัติเสริมพลังจิตวิญญาณ
เฉินเฟยไม่คิดเข้าไปคนเดียวและวางแผนลากซือหยวนไห่กับหลานสาวเข้าไปด้วยกัน ท้ายที่สุดสายเลือดควบคุมความประหลาดรับมือกับโลกหัวใจประหลาดมาตลอดชีวิต พวกเขาต้องรู้และเข้าใจมากกว่าเฉินเฟย
ก่อนจะนำแผนนี้ไปใช้จริง ข่าวการเลื่อนขั้นดินแดนลับก็มาถึงก่อน
เมื่อเทียบกับความไม่แน่นอนของโลกหัวใจประหลาด ดินแดนลับนั้นคุ้นเคยกว่าไม่มากก็น้อย แน่นอนว่าเนื่องจากการเลื่อนขั้น ดินแดนลับจึงอันตรายขึ้นกว่าเดิม
แต่ความแข็งแกร่งของเฉินเฟยเพิ่มขึ้นเช่นกัน ไม่รู้ว่าเพิ่มขึ้นอีกกี่เท่า
ดังนั้นเฉินเฟยจะเข้าดินแดนลับด้วย
การตื่นขึ้นมาฝึกฝนนั้นเป็นทางเลือก แต่ในเส้นทางยุทธ์ เมื่อถึงเวลาสู้ก็ต้องสู้ ไม่เช่นนั้นตัวเองจะไม่ได้รับทรัพยากรที่เพียงพอ
ตอนนี้ความสัมพันธ์ระหว่างสำนักกระบี่เซียนเมฆาและสำนักเพลิงเทพเหมือนสงบลง แต่ความจริงแล้วมีคลื่นใต้น้ำคอยซัดอยู่ สำนักฉางหงซึ่งแข็งแกร่งกว่าสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวถูกกวาดล้างไปแล้ว
หากวันหนึ่งสำนักกระบี่เซียนเมฆามุ่งเป้าที่สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวอย่างกะทันหัน สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวจะต่อต้านอย่างไร แล้วเฉินเฟยต้องทำอย่างไร?
เมื่อเข้าสู่ดินแดนลับ สมุนไพรวิญญาณช่วยเพิ่มการบ่มเพาะเป็นเพียงเรื่องรอง สมุนไพรเพิ่มพลังจิตวิญญาณมาเป็นอันดับแรก ตราบใดที่พลังจิตวิญญาณเพิ่มขึ้น เฉินเฟยก็สามารถพัฒนาจุดทวารได้อย่างรวดเร็วต่อไป
“ดินแดนลับระดับสอง เป็นเรื่องหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่สำนักกระบี่เซียนเมฆาเข้ามาเกี่ยวข้อง” เฟิงซิวผู่จิบชาแล้วถอนหายใจ
แม้เดิมทีดินแดนลับอยู่ภายใต้การจัดการร่วมกันของสี่สำนัก แต่นั่นเป็นเพราะมันเป็นเพียงดินแดนลับระดับหนึ่ง สำนักกระบี่เซียนเมฆาจึงไม่สนใจอะไรมาก ดังนั้นมันจึงถูกมอบให้สี่สำนัก
แต่ถ้าเป็นดินแดนลับระดับสอง วัตถุวิญญาณและสมุนไพรวิญญาณสามารถเติบโตภายในนั้น ซึ่งมันเป็นทรัพยากรที่สามารถช่วยเพิ่มการบ่มเพาะของระดับขัดเกลาทวาร
สำนักกระบี่เซียนเมฆามีดินแดนลับระดับสองหนึ่งแห่ง แต่ดินแดนลับระดับนี้ไม่มีสำนักไหนมีมากเกินไป สำนักกระบี่เซียนเมฆาก็เช่นกัน
ครั้งนี้ลงสำรวจร่วมกัน หลังจากนั้นเข้าร่วมจัดการด้วย หากไม่ใช่เพราะตอนนี้เป็นสถานการณ์พิเศษที่สำนักเพลิงคอยจับตามองอยู่ด้านนอก
ตามลักษณะของสำนักกระบี่เซียนเมฆาในอดีต ดินแดนลับระดับสองนี้คงถูกจำแนกไปเป็นของสำนักกระบี่เซียนเมฆาเอง
จากสี่สำนักเหลือสามสำนัก เป็นธรรมดาที่พวกเขาไม่มีพลังปฏิเสธสำนักกระบี่เซียนเมฆา แม้ไม่เต็มใจ แต่ความแข็งแกร่งของตัวเองยังด้อยกว่าคนอื่น นั่นคือสิ่งที่พวกเขาต้องยอมรับ
“อาจารย์ ครั้งนี้ท่านไปด้วยหรือไม่?” เฉินเฟยถาม
“ต้องไปอยู่แล้ว ในเส้นทางยุทธ์มีการต่อสู้ทุกย่างก้าว ไม่ต้องพูดถึงดินแดนระดับสองนี้เลย!” เฟิงซิวผู่พยักหน้ายืนยัน
เฟิงซิวผู่เสียเวลาหลายปีเพราะอาการบาดเจ็บ ตอนนี้เขากำลังฟื้นตัวด้วยความยากลำบาก เขาปฏิเสธใช้ชีวิตในระดับขัดเกลาทวารขั้นต้นตลอดไป ครั้งนี้ดินแดนลับถือเป็นโอกาสที่ดีมาก
“ข้าไปด้วยเช่นกัน!” เฉินเฟยพูดด้วยรอยยิ้ม
“แม้เจ้าไม่อยากไป เจ้าสำนักจะส่งเจ้าไปอยู่ดี”
เฟิงซิวผู่นึกถึงความแข็งแกร่งของเฉินเฟย ผิวเผินเขาเป็นระดับขัดเกลาทวารที่อ่อนแอสุดในสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว แต่ความจริงแล้วมันยังเป็นคำถามว่าระดับขัดเกลาทวารขั้นต้นคนไหนในสำนักสามารถชนะเฉินเฟยได้บ้าง
ไม่ใช่ทุกคนที่สามารถเผชิญกับการปิดล้อมของระดับขัดเกลาทวารขั้นต้นสามคน ไม่เพียงไม่บาดเจ็บแต่ยังกดข่มและสังหารสามคนนั้น
แม้จะคิดมาจนถึงตอนนี้ เฟิงซิวผู่ก็ยังไม่อยากเชื่อว่าศิษย์ของตัวเองฝึกฝนได้เร็วขนาดนี้
“ครั้งนี้ไปกันกี่คนหรือ?”
“รวมข้ากับเจ้าจะมีระดับขัดเกลาทวารเจ็ดคน ศิษย์ขัดเกลาอวัยวะภายในห้าสิบคนไปกับเราด้วย”
เฟิงซิ่วผูวางถ้วยชาในมือลง มองเฉินเฟยแล้วพูด “นี่เป็นจำนวนที่เจรจากับหลายสำนัก สำนักกระบี่เซียนเมฆาก็เช่นกัน”
หนึ่งชั่วยามต่อมา ลานบ้านเฉินเฟย
“ท่านไปดินแดนลับด้วยหรือ?” เฉินเฟยมองเก่อหงเจี๋ยและจางฟางฉยงด้วยความประหลาดใจ
“ข้าตั้งใจเปิดจุดทวาร แต่มีความมั่นใจน้อยเกินไป หากได้รับสมุนไพรวิญญาณเสริมพลังจิตวิญญาณ อัตราความสำเร็จจะสูงขึ้น!”
เก่อหงเจี๋ยพูดเสียงต่ำ เมื่อเทียบกับความสัมพันธ์ศิษย์พี่ศิษย์น้องในตอนนั้น เก่อหงเจี๋ยค่อนข้างอ่อนแอเมื่อเผชิญกับเฉินเฟยในตอนนี้ ระดับขัดเกลาทวารและระดับขัดเกลาอวัยวะภายในห่างกันเพียงระดับเดียว แต่มันเป็นโลกที่แยกออกจากกัน
“หากดินแดนลับไม่เลื่อนขั้น พวกเราคงเก็บตัวพักหนึ่งและบังคับทะลวงระดับ แต่ในเมื่อตอนนี้มีโอกาสที่ดีกว่า พวกเราจึงคว้ามัน!”
จางฟางฉยงมองเฉินเฟยด้วยรอยยิ้มแล้วกระพริบตาให้
หลังฟังคำพูดของทั้งสองเฉินเฟยก็พยักหน้า
หัวใจในเส้นทางยุทธ์ของเก่อหงเจี๋ยและจางฟางฉยงมั่นคงมาก ในเวลานั้นดินแดนลมประหลาดอันตรายอย่างยิ่งแต่พวกเขาก็ยังไป ตอนนี้ดินแดนลับเปิดออก ภายในนั้นอาจมีสมบัติฟ้าดินมากกว่า
หากพวกเขาได้รับวัตถุวิญญาณเสริมพลังจิตวิญญาณ มันจะมีประโยชน์มากสำหรับการทะลวงระดับ
“คราวนี้มีสำนักอื่นเข้าดินแดนลับด้วย ระวังตัวให้ดี!” เฉินเฟยมองทั้งสองคนและเตือนอย่างจริงจัง
สามวันผ่านไปในพริบตา ทั้งสี่สำนักมารวมตัวกันในหุบเขาที่ประตูดินแดนลับ สำนักกระบี่เซียนเมฆายืนโดดเดี่ยว อีกสามสำนักหลีกเลี่ยงและรักษาระยะห่างจากสำนักกระบี่เซียนเมฆา
เฉินเฟยยืนอยู่ในฝูงชน สังเกตผู้นำกลุ่มสำนักระดับขัดเกลาทวาร
เมื่อพิจารณาจากลมปราณอย่างเดียว ผู้นำกลุ่มสำนักทุกคนเกือบอยู่ในระดับขัดเกลาทวารขั้นต้นสูงสุด นั่นคือเปิดจุดทวารมากกว่าสามสิบจุด
ในบรรดาคนเหล่านี้เหลียวฮั่นชินจากสำนักกระบี่เซียนเมฆาเป็นคนที่มีพลังแข็งแกร่งสุด ลมปราณเขาผันผวนเหมือนจะทะลวงระดับขัดเกลาทวารขั้นกลางได้ทุกเมื่อ เห็นได้ชัดว่าเขาเปิดจุดทวารครบสามสิบหกจุดแล้ว
หลังจากนักยุทธ์เปิดสามสิบหกจุดทวาร หากต้องการทะลวงสู่ขั้นกลางจะต้องเชื่อมโยงสามสิบหกจุดทวารเป็นหนึ่งเดียว
ด้วยพลังของสามสิบหกจุดทวารจึงสามารถเปิดจุดทวารใหม่และก้าวเข้าสู่ระดับขัดเกลาทวารขั้นได้อย่างแท้จริง นอกจากนี้ด้วยการเชื่อมโยงสามสิบหกจุดทวาร จุดทวารขั้นกลางจึงแข็งแกร่งกว่าจุดทวารขั้นต้นมาก
ความยากในการเชื่อมโยงจุดทวารนั้นสัมพันธ์กับวิชายุทธ์และยังไม่แยกตัวจากพลังจิตวิญญาณ
การบ่มเพาะของเหลี่ยวฮั่นชินสูงสุดในบรรดาคนเหล่านั้นแน่นอน วิชาของสำนักกระบี่เซียนเมฆาทรงพลังกว่าอีกสามสำนักโดยธรรมชาติ ไม่เพียงเท่านั้น กระบี่วิญญาณที่เหลียวฮั่นชินถืออยู่ในมือยังเป็นอาวุธวิญญาณระดับสูง
เหลียวฮั่นชินไม่ได้ปล่อยลมปราณโดยตั้งใจ แต่ความรู้สึกกดข่มเบาบางทำให้หลายคนตึงเครียด
เมื่อรวมการบ่มเพาะกับอาวุธวิญญาณระดับสูง เหลียวฮั่นชินย่อมสามารถกดข่มนักยุทธ์ขัดเกลาทวารหลายคนด้วยตัวคนเดียว ส่วนระดับขัดเกลาทวารคนอื่นรอบตัวเหลียวฮั่นชินยากจะเห็นการบ่มเพาะได้แม่นยำ แต่อาวุธในมือพวกเขาล้วนแข็งแกร่งมาก
กระบี่วิญญาณในมือสามคนเป็นอาวุธวิญญาณระดับกลาง มีเพียงสองคนที่เป็นกระบี่วิญญาณระดับต่ำ แม้เป็นกระบี่วิญญาณระดับต่ำ แต่ยังเป็นหนึ่งในอาวุธวิญญาณระดับต่ำที่ดีที่สุด
ในทางกลับกันฝั่งของสามสำนัก ผู้นำกลุ่มสำนักอ่อนแอกว่าเหลียวฮั่นชินเล็กน้อยในด้านลมปราณ และอาวุธวิญญาณเป็นเพียงอาวุธวิญญาณระดับกลางเท่านั้น หากสู้กับเหลียวฮั่นชินจริง จะลงมือได้กี่กระบวนท่ายังคงเป็นคำถาม
แน่นอนว่าทั้งสามสำนักมีอาวุธวิญญาณระดับสูง แต่สิ่งเหล่านั้นใช้ปกป้องประตูภูเขา เช่นหอคุมวิญญาณของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว เป็นไปไม่ได้ที่จะนำอาวุธเช่นนั้นเข้าดินแดนลับ
หากสูญเสียมันในดินแดนลับจะเป็นการสูญเสียอันเจ็บปวด ดังนั้นอาวุธวิญญาณระดับกลางจึงเป็นขีดจำกัดแล้ว
“หลังเข้าสู่ดินแดนลับ ให้ศิษย์ทุกคนไปรวมตัวกันโดยเร็วที่สุด อย่าทำอะไรตามลำพัง!” เหรินจงหยางมองกลุ่มสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวและเตือนเสียงทุ้ม
คนที่เข้าดินแดนลับจะถูกแยกออกจากกัน ระดับขัดเกลาทวารก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงสถานการณ์นี้ได้ เพราะเมื่อต่อต้านจะถูกดินแดนลับปฏิเสธและสุดท้ายก็ไม่ได้เข้า
“ขอรับ!” ศิษย์ทุกคนตอบพร้อมกัน ผู้อาวุโสคนอื่นพยักหน้า
เหรินจงหยางหันไปมองเฉินเฟยและนึกถึงคำบอกเล่าของเจ้าสำนักฉวีชิงเซิง แม้ผ่านมาหลายวันแล้ว เหรินจงหยางยังไม่อยากเชื่ออยู่ดี
อย่างไรก็ตามเจ้าสำนักไม่จำเป็นล้อเล่นด้วยเรื่องแบบนี้ พูดได้ว่าคนส่วนใหญ่ตัดสินพรสวรรค์ของเฉินเฟยผิด เฉินเฟยอาจเป็นไพ่ลับของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวในการเดินทางเข้าดินแดนลับครั้งนี้
ครึ่งชั่วยามต่อมา พื้นดินสั่นสะเทือน ระลอกคลื่นปรากฏใจกลางหุบเขาซึ่งก็คือทางเข้าดินแดนลับ สำนักกระบี่เซียนเมฆาไม่สุภาพและเดินเข้าไปก่อน จากนั้นตามด้วยอีกสามสำนัก
ในเวลาเดียวกัน ห่างออกไปหลายสิบลี้ ในป่าทึบ คนของสำนักเพลิงเทพมารวมตัวกันที่นี่ ค่ายกลคล้ายแท่นบูชาตั้งอยู่บนพื้นโดยมีแผ่นหยกวางอยู่ตรงกลาง
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved