กลุ่มคนจากสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวรีบไปที่ประตูภูเขาสำนักฉางหงอย่างรวดเร็ว และที่แห่งนี้ผู้คนจากศาลาเฉินสุ่ยและหอเป๋ย์โต่วได้มาถึงแล้ว
ด้านนอกประตูภูเขามีม่านพลังซึ่งมันปกคลุมทั่วทั้งสำนักฉางหง มองจากระยะไกลยังสามารถท่าทางประหม่าและทำอะไรไม่ถูกของศิษย์สำนักฉางหงหลังม่านพลังนี้
เมื่อสำนักเพลิงเทพและสำนักฉางหงวางแผนต่อต้านสำนักกระบี่เซียนเมฆา สำนักฉางหงได้เริ่มอพยพแล้ว แต่คนของสำนักกระบี่เซียนเมฆามาถึงประตูภูเขาก่อนจึงทำให้สำนักฉางหงไม่อาจจากไป
ขณะที่สำนักฉางหงกำลังคิดสังหารคนที่เข้ามาและฝ่าออกไป ผู้อาวุโสหลายคนของสำนักกระบี่เซียนเมฆาก็ปรากฏตัวและบางคนยังเป็นระดับขัดเกลาทวารขั้นปลาย
ในเวลานั้นสำนักฉางหงตระหนักได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ เมื่อต้องการฝ่าวงล้อมออกไป ถงจ้งชิวปรากฎบนท้องฟ้าเหนือสำนักฉางหง ลมปราณยิ่งใหญ่ไพศาลของระดับขัดเกลาทวารทำให้คนของสำนักฉางหงแทบหายใจไม่ออก
ต่อจากนั้นศาลาเฉินสุ่ยซึ่งอยู่ใกล้กับสำนักฉางหงมากที่สุดได้ปรากฏ ตามมาด้วยหอเป๋ย์โต่วและสำนักเล็กทั้งหมดซึ่งปรากฏรอบสำนักฉางหง
สถานการณ์มาถึงจุดสิ้นสุด คนของสำนักฉางหงตกอยู่ในความสิ้นหวัง
แม้คนจำนวนมากของสำนักฉางหงจะออกจากประตูภูเขาเมื่อไม่กี่วันก่อนและนำทรัพยากรติดตัวไปมากมาย แต่คนส่วนใหญ่ยังอยู่ในสำนัก
เพราะหากมีคนมากเกินไปจะกระตุ้นให้สำนักกระบี่เซียนเมฆาสงสัย พวกเขายังต้องวางแผนต่อต้านสำนักกระบี่เซียนเมฆากับสำนักเพลิงเทพ เป็นธรรมดาที่จะไม่สามารถจากไปเร็วเกินไป
ตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไป ระดับขัดเกลาทวารของสำนักกระบี่เซียนเมฆาไม่ตาย ในทางกลับกันคนของสำนักเพลิงเทพตายมากขึ้นจนทำให้จัดการอีกฝ่ายไม่ได้
เจี่ยนจิ้นเซิงผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดของสำนักเพลิงเทพโดนถงจ้งชิวหยุดไว้จึงไม่มีโอกาสพาพวกเขาไปยังสำนักเพลิงเทพ
ติงลู่จงเจ้าสำนักฉางหงหน้าซีด มองผู้คนนอกค่ายกลแล้วจับหอกในมือแน่น ด้วยการสมคมคิดบางอย่าง ทั้งสำนักฉางหงจึงถูกลากมาสู่สถานการณ์นี้
ต้องการเหยียบศพพวกเขาสำนักฉางหงได้ถามพวกเขาสำนักฉางหงหรือยังว่าเห็นด้วยหรือไม่ แม้จะต้องตาย ติงลู่จงจะลากพวกเขาไปด้วยสองสามคน
“พังประตูภูเขา ฆ่าพวกมันให้หมด!”
กัวฮวายหยูจากสำนักกระบี่เซียนเมฆาตะโกนเสียงดังก้องและชี้กระบี่ไปข้างหน้า แสงกระบี่พุ่งไปร้อยหมี่ชนเข้ากับค่ายกลสำนักฉางหงจนเกิดเสียงดัง
“ตั้งค่ายกล!”
ฉวีชิงเซิงตะโกน แสงดำแวบผ่านไปทั่วร่างกาย สนามพลังระยะร้อยหมี่ปรากฏในกลุ่มสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว
ทุกคนจากสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวยืนอยู่ในตำแหน่งตามแผนการและถ่ายพลังลงในค่ายกลกระบี่ ทันใดนั้นกระบี่ยักษ์สีดำตั้งตระหง่านขึ้นและฟันใส่ค่ายกลสำนักฉางหง
ฉวีชิงเซิงซึ่งเป็นศูนย์กลางของค่ายกลกระบี่จ้งหยวนได้ดูดซับพลังของคนในสำนักเพื่อสร้างกระบี่เล่มนี้
อย่างไรก็ตามการเคลื่อนไหวนี้เหมาะสำหรับใช้ทำลายค่ายกลเท่านั้น ในการต่อสู้ระหว่างนักยุทธ์ การเชื่อมโยงแบบนี้เชื่องช้าเกินไป มันถูกจับข้อบกพร่องได้ง่ายและโจมตีศัตรูได้ยาก
ค่ายกลนี้ไม่ได้เปลี่ยนแปลง กลับกันแล้วยังดีกว่าเดิม
“ตู้ม!”
ค่ายกลสำนักฉางหงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงและปล่อยระลอกคลื่นอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันพลังกระบี่ยักษ์ แต่ก่อนที่ค่ายกลจะดูดซับพลังนี้ ลำแสงขนาดใหญ่อีกสองเส้นได้พุ่งชนค่ายกล
การโจมตีจากศาลาเฉินสุ่ยและหอเป๋ย์โต่วมาถึง คราวนี้ค่ายกลของสำนักฉางหงแตกทลายโดยตรง
เป็นไปไม่ได้ที่หนึ่งสำนักจะต้านทานการโจมตีของสามสำนักซึ่งมีขนาดใกล้เคียงกัน ค่ายกลยังเป็นเช่นนี้ ผู้คนด้านในย่อมเป็นเช่นเดียวกัน
ทุกอย่างถึงจุดจุบตั้งแต่สำนักฉางหงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากซ่อนตัวอยู่ในประตูภูเขาแล้ว
ระดับขัดเกลาทวารเกือบสี่สิบคนรีบเข้าไปในประตูภูเขา ศิษย์ระดับปรับแต่งร่างกายของสำนักฉางหงรวมตัวกันเป็นกลุ่มและจัดตั้งค่ายกล แต่พวกเขาไม่อาจสร้างภัยคุกคามต่อระดับขัดเกลาทวารได้แม้แต่น้อย
เพียงพริบตาเดียวเส้นทางขึ้นภูเขาของสำนักฉางหงถูกย้อมไปด้วยเลือด
หนึ่งเค่อต่อมา ระดับขัดเกลาทวารของทั้งสองฝ่ายเข้าปะทะกัน
สำนักฉางหงเชี่ยวชาญเรื่องหอก นักหอกย่อมมีความกล้าหาญ การฝึกหอกคือการฝึกความกล้า เมื่อต้องเผชิญกับการต่อสู้ ในสำนักฉางหงไม่มีใครถอยกลับ แต่ความกล้านี้ไม่สามารถเปลี่ยนสถานการณ์ได้
ด้วยการเข้าปะทะครั้งเดียว ระดับขัดเกลาทวารขั้นต้นมากมายของสำนักฉางหงบาดเจ็บสาหัสทันที จากนั้นยังถูกรุมโจมตีจนไม่มีเวลาฟื้นตัว
ร่างเฉินเฟยวูบไหว เมื่อมองเห็นโอกาสจึงรีบวิ่งไปยังศูนย์กลางของสำนักฉางหง
หลังจากอยู่ในโลกนี้มานานเฉินเฟยยังไม่เคยเห็นสิ่งใดที่คล้ายกับถึงเฉียนคุน ดังนั้นย่อมมีหลายสิ่งที่คนของสำนักฉางหงไม่อาจนำไปด้วย
เมื่อเฉินเฟยมาถึงสำนักฉางหง การฆ่าคนเป็นเพียงเรื่องรอง สิ่งสำคัญสุดคือจำนวนทรัพยากรที่จะได้รับ
มีคนมากมายที่มีจุดประสงค์เดียวกับเฉินเฟย แต่บางคนถูกสำนักฉางหงยื้อตัวไว้จนไม่อาจปลีกตัวออกไปได้
คนของสำนักฉางรู้ดีว่าวันนี้พวกเขาต้องตายแน่นอน ดังนั้นเมื่อพวกเขาจึงสู้อย่างบ้าคลั่ง สิ่งที่พวกเขาคิดก่อนตายคือหากลากไปได้สักคนสองคนก็กำไรแล้ว
“ฟุบ!”
หอกยาวปรากฏต่อหน้าเฉินเฟย ปลายหอกแทงอากาศแล้วปลดปล่อยประกายไฟ เมื่อเห็นครั้งแรก ลมปราณเฉียบคมนี้เหมือนจะแทงทะลุผู้คนและจุดไฟแผดเผา
ร่างเฉินเฟยวูบไหว ปลายหอกแทงทะลุเฉินเฟยแต่ไม่มีเลือดออก เฉินเฟยเคลื่อนไหวไปที่อื่นแล้ว
คนที่แทงหอกประหลาดใจเล็กน้อย การปรากฏตัวของเฉินเฟยไม่ได้เป็นความลับสำหรับสำนักภายในเมืองเซียนเมฆา ท้ายที่สุดความโดดเด่นของเฉินเฟยในสำนักกระบี่เซียนเมฆายังสดใหม่อยู่ในใจพวกเขา
เขาอยากฆ่าเฉินเฟยเพื่อทำให้สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวเสียใจ แต่เฉินเฟยกลับหลบได้อย่างง่ายดาย นักยุทธ์เพิ่งทะลวงระดับขัดเกลาทวารเคลื่อนไหวแบบนี้ได้ด้วยหรือ?
เฉินเฟยไม่ได้เข้าไปพัวพันด้วย ร่างกายวูบไหวสลัดคนของสำนักฉางหงแล้ววิ่งไปยังส่วนกลาง
เพียงครู่เดียวเฉินเฟยเห็นหอสมบัติของสำนักฉางหง ก่อนจะมาที่นี่เฉินเฟยได้ดูแผนที่ของสำนักฉางหงจากเฟิงซิวผู่แล้ว
เฟิงซิวผู่รู้ว่าเฉินเฟยกำลังคิดอะไรอยู่แต่ไม่ได้ห้ามปราม ท้ายที่สุดด้วยความแข็งแกร่งของเฉินเฟย มันยังเป็นคำถามว่าเมื่อเผชิญกับระดับขัดเกลาทวารขั้นต้น ใครต้องเป็นคนระวังตัวกันแน่
สำหรับผู้แข็งแกร่งขัดเกลาทวารขั้นกลางและขั้นปลาย พวกเขาตกเป็นเป้าหมายของคนจากหลายสำนักนานแล้ว คงจะดีกว่าที่ให้เฉินเฟยอยู่ห่างจากพื้นที่ต่อสู้
เฉินเฟยเตะเปิดประตู ภายในหอสมบัติเละเทะมาก เห็นได้ชัดว่าคนของสำนักฉางหงรีบเก็บกวาดสถานที่อย่างเร่งรีบ แต่พวกเขายังคงทิ้งสิ่งต่างๆมากมายไว้เบื้องหลัง
โดยเฉพาะสิ่งของชิ้นใหญ่ที่เคลื่อนย้ายได้ยาก ของเหล่านั้นล้วนถูกทิ้งไว้ในหอสมบัติ
ร่างเฉินเฟยวูบไหว เขาไม่ได้หยิบของชิ้นใหญ่เหล่านั้น สิ่งที่เฉินเฟยต้องการเห็นในตอนนี้คือวัตถุวิญญาณที่มีประโยชน์ต่อตัวเอง
สมุนไพรอายุมากโดยเฉพาะสมุนไพรอายุห้าสิบปีถูกเฉินเฟยกวาดลงกล่อง เขาไม่พบศิลาหยวนกับสมุนไพรวิญญาณ
ขณะที่เฉินเฟยกำลังผิดหวัง เตาหลอมโอสถใบหนึ่งได้ปรากฏด้านหน้าเฉินเฟย
“อาวุธวิญญาณ?”
เฉินเฟยมาด้านหน้าเตาหลอม หลังจากสังเกตุให้ดีก็รู้สึกผิดหวัง เมื่อก่อนมันเคยเป็นอาวุธวิญญาณ แต่ตอนนี้เหลือแค่เปลือกไร้ซึ่งวิญญาณ และเปลือกยังมีรูเต็มไปหมด
เตาหลอมนี้มีขนาดไม่เล็ก เมื่อสำนักอยู่ในระหว่างเป็นตายย่อมไม่มีใครวิ่งถือเตาหลอมโอสถแบบนี้ไปด้วยแน่ เพราะนั่นเป็นการรนหาที่ตาย
คนของสำนักฉางหงจึงทำลายเตาหลอมโอสถโดยไม่คิดเก็บไว้ให้คนอื่น
เฉินเฟยประมาณขนาดของกล่องไม้ในช่องมิติ หลังจากเฉินเฟยมาถึงเมืองเซียนเมฆา เขาได้สั่งทำกล่องไม้อันใหม่ตั้งแต่ตอนนั้น
กระดานไม้ภายในกล่องไม้สามารถถอดได้ เพื่อให้สามาถรวมลิ้นชักหลายอันสร้างเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ขึ้น
แม้เตาหลอมโอสถจะเหลือเพียงเปลือก แต่หากเงื่อนไขถูกต้องอาจจะฟื้นฟูมันได้ เพียงแค่ค่าใช้จ่ายจะสูงมาก แม้จะไม่สามารถกู้คืน มันก็ยังดีกว่าเตาหลอมอันเดิมของตัวเอง
เฉินเฟยคว้าเตาหลอมโอสถและกำลังจะออกจากหอสมบัติไปหาสถานที่เงียบสงบ เมื่อกำลังจะเก็บเตาหลอมลงช่องมิติ ทันใดนั้นกำแพงหอสมบัติสั่นสะเทือน จากนั้นก็ทลายลงและมีร่างหนึ่งพุ่งเข้ามา
เพิ่งผ่านไปเพียงครู่เดียวคนอื่นก็มาถึงหอสมบัติเช่นกัน
“เฮ้อ มีคนมาก่อนแล้ว”
สีหน้าไป๋เต๋าเซียงเปลี่ยนไปเมื่อเห็นเฉินเฟย พอเห็นเตาหลอมโอสถในมือเฉินเฟย ดวงตาไป๋เต๋าเซียงก็เป็นประกาย
แม้เตาหลอมนี้จะเสียวิญญาณไปหมดแล้ว แต่หากนำมันไปขาย นักหลอมโอสถหลายคนยังยินดีจ่ายราคาสูง
“เตาหลอมโอสถนี้เป็นของข้า เจ้าวางมันลงแล้วไปที่อื่นซะ”
ไป๋เต๋าเซียงมองเฉินเฟย หัวเราะเสียงดังแล้วต่อยเฉินเฟยอย่างไม่ลังเลโดยอ้างว่าเตาหลอมนั้นเป็นของตัวเอง
หมัดเข้าปกคลุมเฉินเฟยจากทุกทิศทาง ไป๋เต๋าเซียงบอกให้เฉินเฟยไปที่อื่น แต่เขากลับใช้หมัดนี้สุดกำลังจนทำให้เฉินเฟยไม่เหลือที่ว่างให้หนี
เฉินเฟยฟันกระบี่ออกไป พื้นดินที่ยืนอยู่สั่นสะเทือน ในอากาศเกิดเสียงคำรามมังกรคชสารดังขึ้น ครู่ต่อมาคมกระบี่เฉียนหยวนชนเข้ากับหมัดไป๋เต๋าเซียง
“ตู้ม!”
ใบหน้าเย่อหยิ่งของไป๋เต๋าเซียงแข็งทื่อ ตั้งแต่มือไปจนถึงแขนส่งเสียงแตกหัก ไป๋เต๋าเซียงลอยกลับหัวไปด้านหลัง ทะลุกำแพงหอสมบัติและกลิ้งไปบนพื้นหลายครั้งก่อนจะหยุด
“เตาหลอมโอสถอันนี้เป็นของข้า”
เฉินเฟยเก็บกระบี่เฉียนหยวนลงฝัง จับเตาหลอมโอสถแล้ววูบไหวหายไปจากหอสมบัติ
สิ่งมีค่าที่สุดในหอสมบัติคือเตาหลอมโอสถใบนี้ สิ่งอื่นล้วนไม่สำคัญ เฉินเฟยต้องการซ่อนเตาหลอมก่อนแล้วค่อยไปหาที่อื่น
สิ่งที่ดีของสำนักฉางหงไม่ได้มีแค่เตาหลอมเท่านั้น
ในหอสมบัติ ไป๋เต๋าเซียงยืนขึ้นด้วยรอยยิ้มและเช็ดเลือดตรงมุมปาก ไป๋เต๋าเซียงได้รับบาดเจ็บด้วยกระบี่เดียว
โชคดีที่เฉินเฟยไม่ได้ตามต่อ ไม่อย่างนั้นไป๋เต๋าเซียงคงสงสัยว่าตัวเองจะรอดหรือไม่
“นั่นไม่ใช่เฉินเฟยจากสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวหรือ? ทำไมถึงแข็งแกร่งขนาดนี้!”
ไป๋เต๋าเซียงถ่มน้ำลายปนเลือดออกมาเต็มปากแล้วบิดแขนขวากลับ ยังไม่ทันได้รับอะไรก็บาดเจ็บก่อนแล้ว เรื่องนี้ทำให้ไป๋เต๋าเซียงหงุดหงิดอย่างยิ่ง
ถึงอย่างนั้นไป๋เต๋าเซียงก็ไม่กล้าไปหาเฉินเฟยอีกครั้งเพราะกลัวว่าจะเป็นตัวเองที่ต้องตาย
ในบ้านของศิษย์สำนักฉางหง เฉินเฟยวางกระดานไม้สองสามแผ่นและเก็บเตาหลอมโอสถเข้าช่องมิติ
ตามจริงแล้วตอนนี้ในช่องมิติของเฉินเฟยมีของน้อยมา สมุนไพรวิญญาณกินไปหมดแล้ว ส่วนวัตถุวิญญาณถูกกระบี่เฉียนหยวนดูดซับ เหลือเพียงเศษซากบางส่วนที่เฉินเฟยเพิ่งโยนทิ้ง
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved