ตอนที่ 243 คนขายเนื้อ

ลู่จือชุนกับฮวาเต๋าหงถืออาวุธวิญญาณไว้ในมือ รับการสนับสนุนจากวิญญาณของอาวุธวิญญาณเพื่อต้านทานการยับยั้งของหมู่บ้านหมี่และพยายามวิ่งหนีออกจากหมู่บ้านสุดชีวิต

หลังวิ่งหนีไปหนึ่งเค่อ ลู่จือชุนทั้งสองต้องชะลอความเร็วจนกระทั่งหยุดเท้า

ด้วยความเร็วของนักยุทธ์ขัดเกลาทวาร พวกเขาสามารถวิ่งรอบเมืองเซียนเมฆาได้หลายรอบในเวลาหนึ่งเค่อ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงหมู่บ้านหมี่เลย

แต่ตอนนี้ไม่ว่าทั้งสองวิ่งไปนานแค่ไหน พวกเขายังคงถูกล้อมด้วยกระท่อมและไม่เห็นด้านนอกของหมู่บ้านหมี่ราวกับหมู่บ้านหมี่กว้างไกลไร้สิ้นสุด

“พวกเราถูกขังอยู่ในพื้นที่ความประหลาด วิ่งแบบนี้ต่อไปคงหนีไม่พ้น!”

สีหน้าฮวาเต๋าหงวิตกกังวล ในขณะเดียวกันยังรู้สึกเสียใจกับสิ่งที่ทำ ก่อนหน้านี้ไล่ตามเฉินเฟยเข้ามาในพื้นที่ความประหลาดเพราะคิดว่ามีนักยุทธ์ขัดเกลาทวารสองคนคงไม่เป็นไร

คาดไม่ถึงว่าที่นี่จะผิดปกติขนาดนี้ จิตวิญญาณพวกเขาที่อยู่ในระดับขัดเกลาทวารยังถูกยับยั้งจนทำให้จำได้เพียงสิ่งที่พื้นที่ความประหลาดต้องการให้จำ

ตอนนี้ต้นกำเนิดเสียหายวิญญาณของอาวุธวิญญาณกำลังสลายไป หากล่าช้ากว่านี้แล้วยังหาทางออกไม่พบ เกรงว่าจิตวิญญาณจะถูกยับยั้งอีกครั้ง

ปัญหาใหญ่คือในเวลานั้นจะได้สติกลับมาอีกครั้งหรือไม่

ฮวาเต๋าหงซึ่งเป็นระดับขัดเกลาทวารจะทนกับเรื่องโดนดูดพลังจนตายอยู่ที่นี่ได้อย่างไร

“ต้องทำลายรอยต่อพื้นที่ความประหลาด พวกเราถึงมีโอกาสหนีออกไป!”

ลู่จือชุนเหลือบมองอาวุธวิญญาณในมือด้วยสายไม่เต็มใจ แต่ทันใดนั้นความไม่เต็มใจนี้ถูกแทนที่ด้วยความแข็งกร้าว แสงสุกใสส่องสว่างจากมือลู่จื้อชุน อาวุธวิญญาณเกิดรอยร้าว

ด้วยการให้อาวุธวิญญาณทำลายตัวเอง พลังของอาวุธวิญญาณจึงถูกปลดปล่อยจนถึงขีดสุด ไม่มีระดับขัดเกลาทวารคนไหนทำแบบนี้หากมันไม่จำเป็นจริงๆ

อาวุธวิญญาณต้องผ่านการอุ่นบำรุงด้วยความลำบากนับไม่ถ้วนในแต่ละวันเพื่อให้มันเข้ากับเจ้าของ

นอกจากความลำบากเหล่านี้ มันยังเป็นเรื่องยากสำหรับผู้ฝึกตนทั่วไปในการหาทรัพยากรหลอมอาวุธวิญญาณ ตอนนี้ต้องให้อาวุธวิญญาณทำลายตัวเอง ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลากี่ปีถึงจะสร้างอาวุธวิญญาณได้อีก

แต่ลู่จือชุนไม่มีทางเลือก ยิ่งผ่านไปนานโอกาสออกจากที่นี่ยิ่งน้อย

ผู้ฝึกตนทั่วไปขาดวิชากับทรัพยากร แต่พวกเขาไม่เคยความสิ้นหวังเช่นนี้

ในพื้นที่เปิดโล่งใจกลางหมู่บ้าน หัวหน้าหมู่บ้านกำลังคิดว่าจะส่งเฉินเฟยออกจากหมู่บ้านดีหรือไม่ ทันใดนั้นเขาเงยหน้ามองไปไกลโดยเห็นการกระทำของลู่จือชุนทั้งสอง

หัวหน้าหมู่บ้านประหลาดใจเล็กน้อย แต่มุมปากยกยิ้มอย่างดูถูก

ตัดสินใจเด็ดขาด แต่หากออกไปได้ง่ายเช่นนั้นในบ่อคงไม่มีปลามากมาย

หัวหน้าหมู่บ้านถอนสายตาแล้วมองเฉินเฟยด้านข้าง เฉินเฟยยังคงหลับตาเข้าใจวิชารวมลม ดังนั้นเขาจึงไม่หยุดดูดพลังของหญิงชรา

ความรู้สึกที่แข็งแกร่งขึ้นด้วยการเป่าลมช่างสดชื่นยิ่งนัก เฉินเฟยไม่คิดจะหยุดทำสิ่งนี้เลย

หัวหน้าหมู่บ้านมองหญิงชราที่วิ่งหนีไป สัญญาเกิดขึ้นแล้ว การวิ่งหนีไม่มีประโยชน์ ตอนนี้หวังได้เพียงเมื่อเฉินเฟยหยุดเข้าใจ หญิงชราจะยังมีชีวิตอยู่

โดยปกติแล้วไม่ว่าความเข้าใจดีแค่ไหนหรือพรสวรรค์สูงเพียงใด การเข้าใจอย่างต่อเนื่องโดยไม่หยุดไม่สามารถเป็นไปได้

แต่กฎเกณฑ์นี้เหมือนไม่มีผลกับเฉินเฟย มนุษย์เข้าใจได้ยากยิ่งนัก

“พวกเจ้าคนไหนจะขึ้นไปสอนวิชาใหม่ให้เขา”

หัวหน้าหมู่บ้านมองชาวบ้านคนอื่น แม้สัญญาระหว่างเฉินเฟยกับหญิงชรายังคงอยู่และไม่สามารถบังคับให้ยกเลิก

แต่ในเวลานั้นสามารถดึงความสนใจของเฉินเฟยและช่วยชีวิตของหญิงชราเอาไว้

ชาวบ้านหลายคนมองหน้ากัน พวกเขาคิดไม่ถึงว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ตอนสอนวิชาให้นักยุทธ์ ตลอดหลายปีที่ผ่านมานับตั้งแต่หมู่บ้านหมี่ถือกำเนิด นักยุทธ์ระดับขัดเกลาทวารมากมายได้เข้ามาที่นี่แต่ไม่เคยเกิดเรื่องแบบนี้

ตอลดเวลาที่ผ่านมาพวกเขาเป็นฝ่ายดูดพลังของนักยุทธ์ ผลคือวันนี้มีนักยุทธ์คนหนึ่งดูดพลังพวกเขาอย่างเปิดเผยแต่พวกเขาไม่อาจทำอะไรได้

หมู่บ้านหมี่เป็นของใครกันแน่!

“ข้าเอง!”

คนขายเนื้อออกมาพร้อมรอยเลือดบนตัว เขาพูดด้วยใบหน้าโหดร้าย “ข้าอยากรู้นัก มันจะเรียนรู้วิชาตัดวิญญาณด้วยมือนั้นได้อย่างไร!”

ก่อนหน้านี้เวลาสอนวิชาให้นักยุทธ์จะเป็นการอธิบายรายละเอียดบางอย่างไม่มากก็น้อยเพื่อดึงดูดนักยุทธ์ให้ถามคำถาม นี่เป็นการใช้เบ็ดยาวจับปลาใหญ่[1]

ตอนนี้คนขายเนื้อกำลังจะอธิบายอย่างหมดเปลือก แต่เขาอยากเห็นว่านักยุทธ์ตรงหน้าจะเชี่ยวชาญวิชาตัดวิญญาณของเขาได้อย่างไรในเวลาอันสั้น!

“อ๊าาาา!”

คนขายเนื้อเพิ่งเดินไปสองก้าว ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงกรีดร้องของหญิงชรามาแต่ไกล ไม่รู้ว่าหญิงชราถูกดูดจนขาขาดตั้งแต่เมื่อไหร่ ตอนนี้นางกลิ้งไปมาอยู่บนพื้นหลายครั้งถึงจะหยุด

ใบหน้าโหดร้ายของคนขายเนื้อแข็งค้าง เขาถูกจะดูดจนเป็นแบบนั้นหรือไม่ นี่มันเร็วเกินไปแล้ว

“ช่วยด้วย หัวหน้าหมู่บ้าน ช่วยข้าด้วย!”

หญิงชรากรีดร้องเสียงดัง เมื่อก่อนนางดูดนักยุทธ์จนตาย ตอนนี้กลับเป็นนางที่กำลังโดนดูด หญิงชรารับเรื่องนี้ไม่ได้

หากนางรู้ว่านักยุทธ์เช่นนี้จะมาหมู่บ้านหมี่ ต่อให้หญิงชรามีความกล้ามากว่านี้สิบเท่านางจะไม่ออกไปคนแรกเด็ดขาด เรื่องนี้คงไม่เกิดขึ้นหากนางออกไปคนออกที่สอง

หัวหน้าหมู่บ้านไม่พูดอะไรเพราะไม่สามารถช่วยได้ นี่เป็นกฎของพื้นที่ความประหลาด เขาเป็นหัวหน้าหมู่บ้านแต่ไม่ใช่ผู้ปกครองหมู่บ้านหมี่

ผู้มีอำนาจสูงสุดคือหมู่บ้านหมี่ ไม่ใช่เขาที่มีฐานะหัวหน้าหมู่บ้าน

หัวหน้าหมู่บ้านมองคนขายเนื้อ ความหมายในสายตาชัดเจนมาก ให้คนขายเนื้อรีบเข้าไปขัดจังหวะและสอนวิชาตัดวิญญาณให้เฉินเฟย ด้วยวิธีนี้จึงพอมีโอกาสช่วยหญิงชรา

คนขายเนื้อเหลือบมองหัวหน้าหมู่บ้านแล้วมองสภาพน่าสังเวชของหญิงชรา แขนของนางแทบจะหายไปแล้ว หากไม่เกิดเรื่องไม่คาดฝัน เกรงกว่าอีกสองสามเค่อต่อจากนี้หญิงชราคงโดนดูดพลังจนตาย

คนขายเนื้อมองเฉินเฟย นักยุทธ์คนนี้เข้าใจวิชารวมลมตลอดเวลา!

วิชาตัดวิญญาณยากกว่าวิชารวมลม แต่คนขายเนื้อเสียความมั่นใจไปหมดแล้ว จะเกิดอะไรขึ้นหากเฉินเฟยเรียนรู้วิชาตัดวิญญาณได้ ชะตากรรมของเขาจะเหมือนหญิงชราหรือไม่?

เมื่อนึกถึงภาพที่ตัวเองโดนดูดพลัง ใบหน้าโหดร้ายของคนขายเนื้อก็สั่นสะท้านทันที

รุกรานนักยุทธ์คนนี้ไม่ได้เด็ดขาด!

คนขายเนื้อถอยหลังไปสองสามก้าวกลับไปยังจุดเดิมอย่างเงียบๆ ทำเหมือนคำพูดกล้าหาญที่เพิ่งพูดไม่ใช่ของตัวเอง ชาวบ้านหลายคนที่ยืนอยู่ข้างเขามองคนขายเนื้อด้วยความรังเกียจ

แต่พวกเขาไม่พูดอะไรเพราะไม่กล้าเสนอตัวเช่นกัน

หากเป็นเมื่อก่อน เวลามีนักยุทธ์เข้ามาในหมู่บ้านหมี่ พวกเขาจะรีบเสนอตัวออกไปสอนวิชาให้ทันที คืนก่อนพวกเขายังทะเลาะกันเรื่องลำดับการสอนวิชาในวันนี้ด้วย

ในเวลานี้นอกจากหญิงชราที่คอยตะโกนขอความช่วย ชาวบ้านทุกคนรวมทั้งหัวหน้าหมู่บ้านต่างเงียบกริบ แต่เมื่อเวลาผ่านไปเสียงตะโกนก็เบาลงจนกระทั่งหายไป

หัวหน้าหมู่บ้านมองเฉินเฟยและตัดสินใจว่าจะส่งเฉินเฟยออกไปก่อน เขาเป็นสิ่งผิดปกติ แน่นอนว่าหมู่บ้านหมี่ยังมีวิธีรับมือแบบอื่น แต่หัวหน้าหมู่บ้านไม่แน่ใจว่าสามารถยับยั้งเฉินเฟยได้อีกหรือไม่

แม้เขาจะไม่เต็มใจทำเช่นนี้ แต่เขาไม่ได้อะไรจากเฉินเฟยแถมยังเสียชาวบ้านไปหนึ่งคน หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไปคงจะสูญเสียมากกว่านี้ สุดท้ายแล้วจะส่งเฉินเฟยออกไปหรือไม่ยังคงเป็นคำถามอยู่

หลังดูดพลังงานของหญิงชรา เฉินเฟยพัฒนาความต้านทานการยับยั้งของหมู่บ้านหมี่

พูดอีกอย่างคือหากดูดซับได้อีกคนสองคน เฉินเฟยจะกลายเป็นเหมือนชาวบ้าน สติปัญญาของเขาจะไม่ถูกระงับอีกต่อไป เขาจะจำได้ทุกอย่างและไม่มีข้อจำกัดมากเท่าชาวบ้าน

ในเวลานั้นเฉินเฟยจะไม่สอนวิชาทั้งหมดเลยหรือ?

ขณะที่เฉินเฟยกำลังเป่าลมเพิ่มความเข้าใจวิชารวมลม ทันใดนั้นพลังที่ทำให้แข็งแกร่งขึ้นก็หายไป เฉินเฟยลืมตามองไปรอบด้านอย่างประหลาดใจ

ไม่รู้ว่ามันเป็นภาพลวงตาหรือเปล่า แต่เฉินเฟยพบว่าความคิดของตัวเองแจ่มใสขึ้น ก่อนหน้านี้เหมือนถูกบางบางสิ่งกดทับไว้จึงคิดช้าเหมือนก้อนหิน

“แขก ท่านไม่ได้บอกว่ามีเรื่องต้องไปทำด้านนอกหรือ นี่ก็เช้าแล้ว หากท่านต้องการออกไปพวกเราจะไม่รั้งท่านไว้”

หัวหน้าหมู่บ้านปรากฏตัวถัดจากเฉินเฟยด้วยรอยยิ้ม

“สิ่งที่ข้าต้องไปทำด้านนอก ดูแล้วไม่น่ากังวลขนาดนั้น”

เฉินเฟยไม่เคยรู้สึกว่าร่างกายคล่องแคล่วขนาดนี้มาก่อน แม้เขาจะจำอะไรได้ไม่มาก แต่เฉินเฟยพบว่าที่แห่งนี้ไม่เลวเลย

หลังจากอยู่ที่นี่หนึ่งวัน การเก็บเกี่ยวเหมือนจะเหนือกว่าภายนอกมาก เฉินเฟยรู้สึกได้จากจิตใต้สำนึกว่าเขาไม่เคยก้าวหน้าเร็วขนาดนี้มาก่อน

ใบหน้าหัวหน้าหมู่บ้านแข็งทื่อ เขาติดใจที่นี่เสียแล้ว

“ในหมู่บ้านมีเรื่องมากมาย พวกเราไม่สามารถต้อนรับแขกได้จริงๆ” หัวหน้าหมู่บ้านพูดเสียงแผ่วเบา

“ไม่ต้องห่วง ข้าดูแลเรื่องอาหารกับที่พักของตัวเองได้”

เฉินเฟยพูดอย่างครุ่นคิด ตอนนี้เขาพบประโยชน์ของสถานที่แห่งนี้แล้ว ไม่ว่ายังไงก็ต้องอยู่ที่นี่สักพัก

“นี่มันอยู่เหนือการควบคุม!”

หัวหน้าหมู่บ้านเฉินเฟยแล้วใบหน้าเปลี่ยนเป็นเย็นชา โบกมือหนึ่งครั้ง เฉินเฟยถูกผลักไปด้วยพลังมหาศาลจนล้มไปด้านหลัง ในสายตาเต็มไปด้วยควันจึงทำให้เห็นสิ่งใดได้ยาก

หัวหน้าหมู่บ้านมองเฉินเฟยหายไป มือขวาที่เขาใช้โบกมือเมื่อครู่ก็หายไปเช่นกัน

หมู่บ้านหมี่มีกฎเข้าออกของตัวเอง เฉินเฟยไม่ต้องการออกไป หัวหน้าหมู่บ้านที่ใช้กำลังส่งเขาออกไปจึงต้องจ่ายด้วยราคาเหมาะสม

โชคดีที่หัวหน้าหมู่บ้านมีสิทธิ์ขับไล่คน หากเป็นชาวบ้านคนอื่น ต่อให้เสียสละตัวเองก็ไม่อาจทำเช่นนี้

หลังขับไล่เฉินเฟยออกไป หัวหน้าหมู่บ้านมองลู่จือชุนทั้งสองอีกครั้ง อยากออกไปหรือ? มันไม่ง่ายเช่นนั้นหรอก!

ในภูเขารกร้าง เฉินเฟยกลางอากาศมองไปรอบตัวด้วยความสับสน แต่แล้วความทรงจำที่หายไปก็กลับคืนสู่จิตใจเฉินเฟย

เฉินเฟยร่อนลงพื้น มองไปมาซ้ายขวา มันเป็นถนนเส้นยาวก่อนเข้าหมู่บ้านหมี่

“เล่นต่อไม่ไหวเลยโกงหรือ?”

เฉินเฟยมองหมู่บ้านหมี่ตรงหน้า พอนึกถึงการกระทำครั้งสุดท้ายของหัวหน้าหมู่บ้านเมื่อครู่มุมปากจึงยกยิ้มขึ้น

[1]ใช้เบ็ดยาวจับปลาใหญ่ ผลตอบแทนระยะยาว