ตอนที่ 273 เด็กรำกระบี่หนัก

เฉินเฟยส่งมอบโอสถหลิงเสวี่ยสามเม็ดของเตาแรกและรับสมุนไพรชุดใหม่

หลังตรวจสอบสมุนไพรวิญญาณและไม่พบปัญหาใด เฉินเฟยเริ่มคิดskวิธีหลอมโอสถหลิงเสวี่ยฉบับห้าเม็ดโดยี่ไม่ส่งผลต่อฤทธิ์ยาและตอบสนองความต้องการของภารกิจ

ในใจมีความคิดมากมายผุดขึ้นมา แต่เฉินเฟยปัดความคิดเหล่านั้นทิ้ง ผ่านไปหนึ่งก้านธูป ในที่สุดเฉินเฟยก็ตัดสินใจเลือกวิธีหลอมได้

ความชำนาญโอสถหลิงเสวี่ยอยู่ในระดับรู้แจ้งทำให้เฉินเฟยตระหนักถึงรายละเอียดและการเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติทางยาทั้งหมด ดังนั้นเขาจึงสามารถปรับเปลี่ยนจำนวนโอสถหลิงเสวี่ยด้วยวิธีนี้

สำหรับนักหลอมโอสถคนอื่น จำนวนโอสถที่หลอมได้ในแต่ละเตาขึ้นอยู่กับสถานะ ไม่ใช่ว่าคิดแล้วจะหลอมได้ตามที่คิดไว้ มันไม่ได้สวยงามขนาดนั้น

เปลวไฟร้อนแรงส่องหน้าเฉินเฟย เมื่ออุณหภูมิเตาหลอมเหมาะสมก็ใส่สมุนไพรวิญญาณลงเตา

เฉินเฟยรวมพลังจิตวิญญาณทั้งหมดไว้ในเตาหลอม สังเกตและปรับเปลี่ยนเตาหลอมตลอดเวลา

การหลอมโอสถก่อนหน้านี้ไม่จำเป็นต้องทุ่มเทขนาดนี้ เฉินเฟยจะปรับเปลี่ยนความขัดแย้งคุณสมบัติทางยาโดยจิตใต้สำนึกและใช้พลังจิตวิญญาณไม่มากนัก

ด้วยเหตุนี้เฉินเฟยจึงหลอมโอสถได้มากมายในหนึ่งวัน ไม่เช่นนั้นหากเป็นเหมือนนักหลอมโอสถคนอื่นที่คอยระวังในทุกการหลอม เฉินเฟยคงกลายเป็นมนุษย์เหล็กที่ถูกทรมาณจนหมดสภาพ

อย่างไรก็ตามนี่เป็นครั้งแรกที่หลอมโอสถห้าเม็ด เฉินเฟยจึงทุ่มเทอย่างเต็มที่ คอยสังเกตุรายละเอียดทุกอย่างภายในเตาหลอม

ด้วยวิธีนี้จึงมีโอกาสหลอมโอสถหลิงเสวี่ยห้าเม็ดได้สำเร็จโดยที่มันไม่กระทบต่อความต้องการของภารกิจ

เวลาผ่านไป กลิ่นหอมสมุนไพรเข้มข้นขึ้น ด้วยความชำนาญโอสถหลิงเสวี่ยระดับรู้แจ้งทุกอย่างจึงเป็นไปอย่างราบรื่น

แม้จะเปลี่ยนวิธีหลอมและลองทำเป็นครั้งแรก แต่มันไม่ส่งผลต่ออัตราสำเร็จในการหลอม

“ปัง!”

ครึ่งชั่วยามผ่านไปในพริบตา เปิดฝาเตาออก กลิ่นหอมสมุนไพรในห้องหลอมโอสถเข้มข้นถึงขีดสุด มันทำให้ผู้คนที่ได้กลิ่นรู้สึกตัวลอย

เฉินเฟยหยิบโอสถหลิงเสวี่ยห้าเม็ดออกจากเตาหลอมอย่างสงบ เฉินเฟยรู้จำนวนโอสถตั้งแต่หลอมเสร็จ สิ่งที่ต้องดูคือโอสถหลิงเสวี่ยแต่ละเม็ดมีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนดของภารกิจหรือไม่

เฉินเฟยหยิบโอสถหลิงเสวี่ยชูไว้ตรงหน้าและสังเกตทุกรายละเอียดของโอสถ หลังจากนั้นครู่หนึ่งก็ยิ้มออกมา

ในด้านสี,กลิ่น,ความเรียบ โอสถหลิงเสวี่ยตรงหน้าไม่นับว่าโดดเด่นและอยู่ในระดับปานกลาง โดยทั่วไปจะคล้ายกับโอสถหลิงเสวี่ยที่ขายตามร้านค้า

มันด้อยกว่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับโอสถสี่เม็ดที่เฉินเฟยหลอมก่อนหน้า แต่ก็ตรงตามข้อกำหนดของภารกิจแน่นอน เพราะนักหลอมโอสถส่วนใหญ่จะหลอมโอสถระดับนี้เท่านั้น

“หากใช้โอสถอันนี้ ฤทธิ์ยาของมันควรอยู่ในระดับปานกลาง การดื้อยาจะสั่งสมอย่างรวดเร็ว”

เฉินเฟยคิดอยู่ในใจ หากไม่มีทางเลือกอื่นเขาสามารถกินโอสถนี้ได้ มันช่วยเพิ่มการบ่มเพาะทั้งนั้น ไม่มีใครสนใจเรื่องดื้อยาหรือเปล่า

เพราะการสั่งสมการดื้อยาให้อยู่ในระดับที่กินไม่ได้อีก จำนวนโอสถที่กินทุกเดือนต้องค่อนข้างเยอะ

ผู้ฝึกตนทั่วไประดับขัดเกลาทวารจะมีทรัพยากรที่ซื้อโอสถจำนวนมากทุกเดือนได้อย่างไร ต้องรู้ว่าทรัพยากรที่ สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวมอบให้มีเพียงโอสถหลิงเสวี่ยหนึ่งเม็ดต่อเดือน

เดิมทีก็ไม่เคยได้ยินว่าสำนักกระบี่เซียนเมฆาที่เหนือกว่ากินโอสถวิญญาณจำนวนมากแล้วเกิดอาการดื้อยา

การดื้อยาเป็นเรื่องที่คนรวยกังวลเท่านั้น นักยุทธ์ธรรมดาไม่จำเป็นต้องนึกถึงเรื่องประเภทนี้ โอสถที่กินในแต่ละเดือนจะถูกร่างกายดูดซับโดยตรง

โรคไฟลามทุ่งหรือสิ่งที่คล้ายกันล้วนถูกขจัดออกร่างกาย การดื้อยาไม่ควรเป็นปัญหาที่ต้องคิดถึง ผู้ที่มีปัญหานี้เพียงแค่ต้องเปลี่ยนไปใช้โอสถอื่น

“ข้าใช้โอสถนี้ได้ แม้ฤทธิ์ยาจะอ่อนลงแต่ข้อด้อยเรื่องนั้นขึ้นอยู่กับจำนวน”

เฉินเฟยมองโอสถหลิงเสวี่ยตรงหน้า เขากินโอสถหลิงเสวี่ยได้เพียงพอในทุกเดือน โดยปกติแล้วการดื้อยาจะสั่งสมได้ง่าย แต่สยบมังกรคชสารทำให้ความสามารถในการขจัดไฟลามทุ่งเหนือกว่านักยุทธ์คนอื่น

ดังนั้นการดื้อยาจึงไม่ใช่ปัญหาสำหรับเฉินเฟย

“ลองใช้โอสถสามเม็ดแบบเตาแรกก่อน ดูว่าลวดลายโอสถหลิงเสวี่ยมีผลอย่างไรจากนั้นค่อยตัดสินใจว่าจะกินแบบไหน”

เฉินเฟยคิดอยู่ครู่หนึ่ง เก็บโอสถหลิงเสวี่ยสองเม็ดและมอบอีกสามเม็ดให้สมาคมนักหลอมโอสถ

เช้าวันรุ่งขึ้น เฉินเฟยมาสมาคมนักหลอมโอสถตามปกติ วันนี้โชคดีได้รับภารกิจหลอมโอสถหลิงเสวี่ยสี่เตา

ในช่วงไม่กี่เดือนนี้มีภารกิจหลอมโอสถมากมาย แต่ภารกิจโดยรวมลดลงเล็กน้อยและถึงจุดสมดุล เป็นความสมดุลระหว่างทรัพยากรของสำนักกระบี่เซียนหยุนกับความเร็วในการหลอมของนักหลอมโอสถและจำนวนโอสถที่ศิษย์สำนักกระบี่เซียนเมฆาจะกินได้

ก่อไฟตั้งเตาหลอม ใส่สมุนไพรวิญญาณลงเตา

ก่อนจะมาที่นี่เฉินเฟยวางแผนการหลอมโอสถไว้แล้ว โอสถสามเม็ดในหนึ่งเตาค่อนข้างยาก แต่มันไม่ใช่ความท้าทายครั้งใหญ่สำหรับเฉินเฟย

สิ่งที่เฉินเฟยต้องการลองคือสามารถบีบอัดจำนวนโอสถได้อีกหรือไม่ การบีบอัดนี้หมายถึงฤทธิ์ยาของโอสถจะเพิ่มขึ้น

ลวดลายโอสถย่อมเกิดขึ้นแน่นอน เพียงแค่จะปรากฏมากเพียงใด ในการปรับปรุงการบ่มเพาะของตัวเอง การกินโอสถหลิงเสวี่ยที่มีลวดลายย่อมดีกว่าโอสถหลิงเสวี่ยธรรมดา

แต่จะดีกว่ากันแค่ไหนยังคงเป็นคำถามที่ต้องทดสอบ

เฉินเฟยอยากรู้ว่าต้องหลอมและกินแบบไหน ด้วยวิธีนี้ถึงจะเพิ่มคุณค่าโอสถหลิงเสวี่ยได้สูงสุด เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นตัวแทนของเงิน และยังเป็นเงินจำนวนมหาศาล

ในไม่ช้าโอสถหลิงเสวี่ยเตาแรกได้หลอมเสร็จ เฉินเฟยหลอมโอสถฉบับห้าเม็ดเพราะต้องการเก็บโอสถหลิงเสวี่ยให้เพียงพอต่อการทำภารกิจสำเร็จ

การลอมเตาสองยังคงเป็นฉบับห้าเม็ด เมื่อรวมกับโอสถสองเม็ดของเมื่อวานและหักโอสถที่ต้องส่งให้ ตอนนี้เฉินเฟยมีโอสถหลิงเสวี่ยธรรมดาอยู่หกเม็ด

แม้การหลอมสองครั้งต่อจากนี้จะล้มเหลว เฉินเฟยก็ยังมีโอสถหลิงเสวี่ยเพียงพอที่จะทำภารกิจสำเร็จ

วันนี้เฉินเฟยไม่ได้หลอมโอสถหลิงเสวี่ยฉบับห้าเม็ดแบบทุ่มเท ขั้นตอนการหลอมสลักอยู่ในความทรงจำเฉินเฟยและกลายเป็นการกระทำจากจิตใต้สำนึกเช่นเดียวกับการหลอมครั้งก่อนๆ

นี่คือความชำนาญโอสถหลิงเสวี่ยระดับรู้แจ้ง ผลลัพธ์ของมันผิดปกติอย่างยิ่ง

ในการหลอมเตาสาม ดวงตาผ่อนคลายของเฉินเฟยเปลี่ยนเป็นจริงจัง ความขัดแย้งคุณสมบัติทางยาในเตาหลอมรุนแรงกว่าฉบับห้าเม็ด

เพราะสิ่งที่เฉินเฟยกำลังทำคือบีบอัด

การบีบอัดจะทำให้คุณสมบัติทางยาเกิดความขัดแย้งรุนแรงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นั่นหมายความว่าวิธีการของเฉินเฟยใช้ได้ ไม่เช่นนั้นหากเป็นนักหลอมโอสถคนอื่นที่เผชิญกับสถานการณ์นี้อาจทำให้เกิดเตาระเบิด

นักหลอมโอสถหลายคนไม่สามารถหลอมโอสถได้ดีเพราะไม่สามารถควบคุมความขัดแย้งคุณสมบัติทางยาและไม่สามารถติดตามการเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติทางยา สุดท้ายพวกเขาจะรีบร้อนจนนำไปสู่การทำให้เตาระเบิด

เฉินเฟยจดจ่อยู่กับมัน ใช้พลังจิตวิญญาณขจัดคุณสมบัติทางยาที่ขัดแย้งกันอย่างเชี่ยวชาญเพื่อให้มันรวมตัวกันได้ดีขึ้น

เวลาผ่านไป กลิ่นหอมสมุนไพรที่เข้มข้นเริ่มจางลงจนสามารถสังเกตุเห็นได้

เปิดฝาเตาออก โอสถหลิงเสวี่ยสามเม็ดอยู่ภายในเตาและสามารเห็นลวดลายโอสถได้อย่างชัดเจน

เฉินเฟยหยิบโอสถหลิงเสวี่ยออกมาหนึ่งเม็ด มองลวดลายโอสถที่แสดงบนพื้นผิว

ลวดลายโอสถหลิงเสวี่ยเป็นสิ่งหายากในท้องตลาดและส่วนใหญ่ถูกเก็บไว้ให้คนภายใน เพราะโอสถแบบนี้ง่ายต่อการขัดเกลาและมีฤทธิ์ยามากกว่า

โดยเฉพาะในช่วงทะลวงระดับ ผลของมันจะเห็นได้ชัดที่สุด

เฉินเฟยเก็บโอสถหลิงเสวี่ยไว้สองเม็ดและหยิบเม็ดหนึ่งโยนเข้าปาก

โอสถหลิงเสวี่ยละลายในปาก มันควรเป็นโอสถหลิงเสวี่ยที่อ่อนกว่า แต่ตอนนี้เหมือนมันกลายเป็นก้อนแผดเผาร่างกายเฉินเฟย

แต่การแผดเผานี้ไม่เจ็บเท่าการเผาร่างกายด้วยไฟ มันเพียงทำให้รู้สึกชา หากสังเกตให้ดีจะพบว่าร่างกายแข็งแรงขึ้นภานใต้การแผดเผานี้

ครึ่งชั่วยามต่อมา เฉินเฟยลืมตาขึ้นและหายใจออกยาว

“มีฤทธิ์ยามากกว่าโอสถหลิงเสวี่ยธรรมดาหกส่วน”

เฉินเฟยครุ่นคิด โอสถหลิงเสวี่ยห้าเม็ดกลายเป็นสามเม็ด แต่ฤทธิ์ยาเพิ่มขึ้นเพียงหกส่วน โดยรวมแล้วฤทธิ์ยาไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากนัก

แต่โอสถหลิงเสวี่ยที่มีลวดลายมีลักษณะพิเศษอย่างหนึ่ง นั่นคือสามารถเสริมความแข็งแกร่งให้ร่างกาย

หน้าที่หลักของโอสถหลิงเสวี่ยคือการสะสมพลังหยวน เปิดจุดทวารมากขึ้น แน่นอนว่ามีผลการเสริมร่างกายเช่นกันแต่ไม่แสดงให้เห็นชัดเจน

แต่ด้วยลวดลายโอสถหลิงเสวี่ย ผลลัพธ์นี้จึงชัดเจนขึ้นทันที ฤทธิ์ยาเกือบเท่ากัน แต่ลวดลายโอสถหลิงเสวี่ยสามารถเสริมความแข็งแกร่งให้ร่างกาย ดูแล้วคงไม่ต้องคิดมากว่าจะเลือกอะไร

“ลองบีบอัดโอสถหลิงเสวี่ยให้เป็นสองเม็ดในหนึ่งเตาได้ไหม!”

ฉบับสามเม็ดหลอมสำเร็จ ดังนั้นเฉินเฟยจึงอยากลองบีบอัดต่อไป หากเพิ่มลวดลายโอสถของโอสถหลิงเสวี่ยได้อีกผลการเสริมร่างกายจะมากขึ้น บางทีอาจมีคุณสมบัติอื่นด้วย

อย่างเช่นเสริมพลังจิตวิญญาณ?

สิ่งสำคัญที่สุดในระดับขัดเกลาทวารคือจุดทวาร แต่ตามจริงแล้วการฝึกจิตวิญญาณก็มีความสำคัญสูงสุดเช่นกัน ในระดับปรับแต่งร่างกาย คุณค่าของวัตถุวิญญาณที่เกี่ยวข้องกับพลังจัตวิญญาณนั้นเกินจริงอย่างมาก

สำหรับระดับขัดเกลาทวาร สถานการณ์นี้ยังไม่เปลี่ยนไป

ในสมาคมนักหลอมโอสถมีภารกิจหลอมโอสถที่เพิ่มพลังพยวนไม่น้อย แต่ภารกิจหลอมโอสถที่เพิ่มพลังจิตวิญญาณนั้นเห็นได้ยาก

เหตุผลแรกคือสมุนไพรวิญญาณประเภทนี้หายาก อีกเหตุผลคือภารกิจหลอมโอสถประเภทนี้ถูกนักหลอมโอสถของสำนักกระบี่เซียนเมฆายึดครองไว้

ระดับพลังจิตวิญญาณของเฉินเฟยในตอนนี้ควบคุมจุดทวารได้อย่างง่ายดาย สถานการณ์นี้จะดำเนินต่อไปจนกว่าจุดทวารจะเกินสิบ

ในเวลานั้นหากเฉินเฟยต้องการก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว พลังจิตวิญญาณของเขาต้องก้าวหน้าตามความเร็วในการเปิดจุดทวารให้ทัน ไม่อย่างนั้นต่อให้มีโอสถหลิงเสวี่ยมากกว่านี้ก็ไม่มีประโยชน์ที่จะดูดซับ

เพราะถ้าพลังจิตวิญญาณไม่เพียงพอควบคุมจุดทวาร ยิ่งมีจุดทวารมากภาระของร่างกายจะยิ่งหนัก เป็นเช่นเดียวกับเด็กรำกระบี่หนัก ไม่เพียงไม่สามารถทำร้ายผู้อื่น กลับกันแล้วยังทำร้ายตัวเอง