ตอนที่ 357 นำหยกไปเผารวมกับหิน

หากบอกว่ากระบี่คลุมทะเลที่เหลียงจงผู่ใช้เมื่อครู่มีกลิ่นอายทะเล ค่ายกลกระลี่จ้งหยวนของเฉินเฟยก็มีพลังน่าหวาดกลัวเหมือนภูเขาจริง

อันหนึ่งเป็นรูปร่าง ส่วนอีกอันเป็นพลังมหาศาลแท้จริง ช่องว่างระหว่างทั้งสองชัดเจนอย่างยิ่ง

“ฟิ้วฟิ้วฟิ้ว!”

ในค่ายกลกระบี่ ลูกปัดกระบี่แปดสิบเอ็ดเม็ดส่งเสียงหวีดหวิว กระบี่จ้งหยวนและกระบี่วิญญาณยักษ์ระดับรู้แจ้งถูกผสานเป็นหนึ่งเดียว พลังที่มันครอบครองจึงเกินจริงอย่างมาก

ความเข้าใจวิชาถึงระดับนี้ตั้งแต่อยู่ในระดับขัดเกลาทวารขั้นกลาง พูดได้ว่าความแข็งแกร่งของเฉินเฟยอยู่ในจุดสูงสุดของระดับขัดเกลาทวารขั้นกลางแล้ว

วิชาที่หงหยวนเฟิงฝึกฝนนั้นเป็นวิชาชั้นยอด กระบี่ยอดนภา เมื่อฝึกสำเร็จสามารถเปิดหนึ่งร้อยจุดทวาร แม้ไม่ถึงหนึ่งร้อยแปดจุดทวาร แต่เหนือกว่าแปดสิบจุดทวารของกระบี่จ้งหยวน

แต่หงหยวนเฟิงไม่ได้เข้าใจกระบี่ยอดนภาถึงระดับรู้แจ้ง หากหงหยวนเฟิงประสบความสำเร็จด้านวรยุทธ์ สำนักกระบี่เซียนเมฆาคงผลักดันหงหยวนเฟิงไปถึงระดับขัดกลาทวารขั้นปลาย

หากความเข้าใจวิชาไม่เพียงพอ แม้พลังจิตวิญญาณเพียงพอก็ยากจะทะลวงผ่านอุปสรรคระหว่างระดับขัดเกลาทวารขั้นกลางกับระดับขัดเกลาทวารขั้นปลาย หากยืนกรานทะลวงระดับอาจทำร้ายตัวเอง

ความเข้าใจกระบี่ยอดนภาของหงหยวนเฟิงนั้นขาดไฟมาตลอด ทำได้เพียงพึ่งเวลาในการเข้าใจ และนี่เป็นวิธีฝึกฝนของระดับขัดเกลาทวารส่วนใหญ่

ไม่อย่างนั้นด้วยความเข้าใจวิชาระดับนี้ หากบังเอิญก้าวหน้าถึงระดับขัดเกลาทวารขั้นปลาย นั่นจะเป็นผู้ที่อ่อนแอที่สุดในระดับขัดเกลาทวารขั้นปลาย

การดึงต้นกล้าให้เติบโตส่งผลเสียต่อรากฐาน ได้ไม่คุ้มเสีย!

ในขณะนี้หงหยวนเฟิงถึงกับเปลี่ยนสีหน้าเมื่อรับรู้ได้ถึงพลังมหาศาลในลูกปัดกระบี่เหล่านั้น

ความเข้าใจของหงหยวนเฟิงเหนือกว่าระดับขัดเกลาทวารทั่วไป ดังนั้นก่อนรับรู้ลูกปัดกระบี่เหล่านี้ หงหยวนเฟิงรู้สึกถึงภัยคุกคามครั้งใหญ่

เป็นระดับขัดเกลาทวารเพียงสามปี สามารถฝึกวิชาถึงระดับนี้ได้อย่างไร มันไม่น่าเชื่อยิ่งกว่าเรื่องที่เฉินเฟยอยู่ในระดับขัดเกลาทวารขั้นกลางเสียอีก

ทะลวงระดับขัดเกลาทวารขั้นกลาง หากมีสมบัติฟ้าดินอยู่บ้างก็พอเป็นไปได้ โดยเฉพาะเฉินเฟยเคยไปดินแดนลับกับเมืองประหลาด

ไม่ใช่เรื่องยากที่จะเข้าใจว่าเฉินเฟยได้รับสมบัติบางอย่างและทะลวงระดับโดยบังเอิญ

แต่ระดับความเข้าใจวิชาแบบนี้ไม่อาจเข้าใจได้จริงๆ ไม่ว่าจะน่าทึ่งหรือยอดเยี่ยมเพียงใด เขาไม่ควรบรรลุวิชาได้เกินจริงแบบนี้

วิชาของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวเปิดจุดทวารได้ไม่มากนัก แต่ยังเป็นวิชาที่สามารถฝึกฝนได้ถึงระดับขัดเกลาทวารขั้นปลาย

“ฟู่ม!”

ลูกปัดกระบี่แปดสิบเอ็ดเม็ดวูบไหว ช่วงเวลาต่อมา เหมือนปรมาจารย์กระบี่แปดสิบเอ็ดคนใช้ท่ากระบี่ต่างๆรัดคอเหลียงจงผู่กับหงหยวนเฟิง

ใบหน้าเหลียงจงผู่เริ่มจริงจังเมื่อรับรู้ได้ถึงลมปราณ กระบี่คลุมทะเลกางออก เข้าปกคลุมตัวเองกับหงหยวนเฟิงไว้ด้วยกัน

ลมปราณบนตัวหงหยวนเฟิงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ด้านหลังเหมือนมีภูขาปรากฏ ลึกเหมือนเหวสูงเหมือนภูเขา พลังมหาศาลทำให้ปราณหยวนรอบด้านสะเทือน

เหลียงจงผู่กับหงหยวนเฟิงต่างรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ แม้พวกเขาจะร่วมมือกันเป็นครั้งแรกแต่ยังตอบสนองทันที คนหนึ่งป้องกันคนหนึ่งโจมตี ฉีกค่ายกลกระบี่โดยสิ้นเชิง

ในเวลานั้นจะมีโอกาสเลือกว่าไปหรืออยู่ต่อ แทนที่จะติดอยู่ในค่ายกลกระบี่โดยไม่อาจเคลื่อนไหวได้แบบนี้

“เคร้งเคร้งเคร้ง!”

ลูกปัดกระบี่แปดสิบเอ็ดเม็ดกระแทกกระบี่เหลียงจงผู่ ลมปราณเหลียงจงผู่สั่นไหว เลือดไหลจากมุมปาก

พลังเหนือล้ำเกินไป แม้เหลียงจงผู่เตรียมใจไว้ก่อนแล้ว แต่หลังการโจมตีรอบนี้เหลียงจงผู่จึงเข้าใจช่องว่างระหว่างพวกเขาทันที

ถ้าหงหยวนเฟิงไม่ได้อยู่ด้วย เหลียงจงผู่คงขอความเมตตา ไม่จำเป็นต้องสู้ด้วยเลย แค่โจมตีอีกหลายครั้งเหลียงจงผู่จะถูกพลังมหาศาลในลูกปัดกระบี่ทุบตีจนตาย

ต่อหน้าพลังแบบนี้ กระบี่คลุมทะเลเป็นแค่เรื่องตลก ในที่สุดเหลียงจงผู่ก็รู้ว่าศิษย์น้องจี้จั่วเหวินตายได้อย่างไร

ในการสู้กับเฉินเฟยแบบตัวต่อตัว มันเป็นเพียงเรื่องของเวลาก่อนจะโดนสังหาร และยังเป็นเวลาที่สั้นมาก

“เปิด!”

หงหยวนเฟิงตะโกนลั่น กระบี่วิญญาณในมือเหมือนมีพลังแม่น้ำและภูเขา เขาฟันมันใส่ค่ายกลกระบี่

ในขณะนี้พลังหลักของค่ายกลกระบี่กำลังโจมตีกระบี่คลุมทะเลของเหลียงจงผู่ พูดได้ว่าตอนนี้ค่ายกลกระบี่อยู่ในสภาพอ่อนแอที่สุด

“ปึง!”

วงระลอกคลื่นแผ่กระจายในค่ายกลกระบี่ ไม่รู้เฉินเฟยปรากฏในค่ายกลกระบี่ตั้งแต่เมื่อไหร่และป้องกันกระบี่ยอดนภาของหงหยวนเฟิงในกระบี่เดียว

ในกระบี่ยอดนภามีพลังมหาศาลอย่างแท้จริง ท้ายที่สุดมันเป็นมรดกชั้นยอดของสำนักกระบี่เซียนเมฆา แต่เฉินเฟยหยุดมันด้วยกระบี่เดียวและร่างกายไม่ขยับแม้แต่น้อย

กระบี่ยอดนภาทรงพลังมาก แต่วิชาสยบมังกรคชสารทรงพลังกว่าก็เท่านั้น

ทั้งสองเป็นระดับขัดเกลาทวารขั้นกลางซึ่งมีพลังสนับสนุนจากสามสิบหกจุดทวาร สิ่งที่จะวัดได้คือวิชาซึ่งสยบมังกรคชสารทรงพลังกว่าอย่างไม่ต้องสงสัย

กระบี่วิญญาณในมือหงหยวนเฟิงเด้งกลับด้วยพลังมหาศาล พลังมหาศาลไหลเข้าสู่ร่างกายพร้อมกับกระบี่

เหมือนโดนสัตว์ร้ายโบราณขนาดใหญ่บดขยี้ นับตั้งแต่ฝึกกระบี่ยอดนภา หงหยวนเฟิงเจอความแข็งแกร่งร่างกายที่เกินจริงแบบนี้จากนักยุทธ์ระดับเดียวกันเป็นครั้งแรก

สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวมีวิชาฝึกฝนร่างกายตั้งแต่เมื่อไหร่? แต่ร่างกระบี่เริ่มดวงดาวเสียหายมานาน สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวไม่อาจใช้มันฝึกฝนได้

ยิ่งไปกว่านั้นเฉินเฟยเข้าใจกระบี่จ้งหยวนกับกระบี่วิญญาณยักษ์ถึงระดับนี้ แต่ทำไมร่างกายไม่มีจุดอ่อนแม้แต่น้อย สามปีมานี้เฉินเฟยฝึกฝนอย่างไรกันแน่!?

ความคิดกวนใจนับไม่ถ้วนแวบเข้ามาในใจหงหยวนเฟิง แต่ก่อนที่หงหยวนเฟิงจะคิดออก เฉินเฟยยกกระบี่เฉียนหยวนขึ้นมาอีกครั้ง

ลูกปัดกระบี่สี่สิบเอ็ดเม็ดพุ่งมาหาเฉินเฟยและรวมเข้ากับกระบี่เฉียนหยวน ไหมกระบี่บนกระบี่เฉียนหยวนสั่นไหว กระบี่เฉียนหยวนสั่นอย่างต่อเนื่องแสดงให้เห็นความตื่นเต้นจากวิญญาณ

ทหารคืออาวุธร้ายแรง!

พลังอันทรงพลังกระตุ้นกระบี่วิญญาณและปลดปล่อยพลังแข็งแกร่งขึ้น พลังที่กระบี่เฉียนหยวนครอบครองในเวลานี้เป็นสิ่งที่กระบี่เฉียนหยวนไม่เคยสัมผัสมาก่อน

กระบี่เฉียนหยวนฟันลง อากาศตลอดทางสั่นสะเทือนและเกิดเสียงคำรามดังลั่นซึ่งดึงดูดความคิดผู้คน

สายตาหงหยวนเฟิงเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ลมปราณความตายเริ่มเข้าไปพัวพันจิตใจของหงหยวนเฟิง เขาหยุดพลังนี้ไม่ได้ และถ้าหยุดมันไม่ได้เขาจะตาย!

ดวงตาหงหยวนเฟิงแดงก่ำทันทีเมื่อนึกถึงความตาย

เขาเป็นผู้อาวุโสสำนักกระบี่เซียนเมฆาซึ่งมีคนนับหมื่น จะมาตายอยู่ที่นี่ได้อย่างไร และยังตายด้วยน้ำมือของมดที่ตัวเองสามารถสังหารได้ตามใจชอบ

ในตอนนั้นเขาควรสังหารเฉินเฟยซะ แบบนั้นวันนี้จะไม่มีหายนะ

เฉินเฟยสมควรตาย คนสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวสมควรตาย ทุกคนที่หยุดข้าสมควรตาย!

ตายตายตาย!

เงาภูเขาด้านหลังหงหยวนเฟิงเริ่มแตกร้าว พลังอันแข็งแกร่งระเบิดจากรอยแตก ทำลายจุดทวาร นี่เป็นวิธีที่ระดับขัดเกลาทวารเกือบทั้งหมดใช้ในเวลาสิ้นหวัง

ในกระบี่ยอดนภามีบันทึกกระบวนท่าพินาศร่วมกันซึ่งสามารถปลดปล่อยพลังได้ทั้งหมด

รูปแบบทลายขุนเขา!

ทำลายตัวเองและทำลายศัตรูไปพร้อม ฟันศัตรูเป็นชิ้นๆ!

“วู่ม!”

พลังหยวนในตัวหงหยวนเฟิงเหมือนแม่น้ำเชี่ยวส่งเสียงพลุ่งพล่าน ด้วยการใช้รูปแบบทลายขุนเขา จุดทวารหงหยวนเฟิงเริ่มแตกทีละจุด

การแตกของจุดทวารแต่ละจุดทำให้เกิดพลังอันแข็งแกร่งเหมือนแผ่นดินถล่มพายุเข้า พริบตาเดียวพลังของหงหยวนเฟิงเพิ่มขึ้นถึงขีดสุด

หงเหยวนเฟิงเหมือนกลายผู้แข็งแกร่งขัดเกลาทวารขั้นปลาย ทุกการเคลื่อนไหวเกิดแรงกดดันมหาศาลที่สั่นคลอนหัวใจและความคิดผู้คน

เฉินเฟยเลิกคิ้วขึ้น ลมปราณหงหยวนเฟิงในขณะนี้มาถึงระดับขัดเกลาทวารขั้นปลายแล้ว มันไม่ใช่ภาพลวงตา การทำลายจุดทวารในร่างกายของหงหยวนเฟิงนำมาซึ่งพลังสูงสุด

“ต้องการสังหารข้า เช่นนั้นข้าจะให้เจ้าตายก่อน!”

ใบหน้าหงหยวนเฟิงดุร้ายดวงตาแดงก่ำเพราะความเจ็บปวดจากการทำลายจุดทวาร ความเกลียดชังในดวงตาเหมือนจะขูดเฉินเฟยไปถึงกระดูกเพื่อบรรเทาความเกลียดชังในใจ

ไม่ หงหยวนเฟิงต้องการขยี้กระดูกเฉินเฟยให้เป็นชิ้นๆ เขาต้องการทรมานเฉินเฟย ไม่อย่างนั้นจะกำจัดความโกรธไร้สิ้นสุดในใจได้อย่างไร

ระเบิดจุดทวารทั้งหมดในร่างกาย อาการบาดเจ็บแบบนี้แม้แต่โอสถแรกเริ่มของสำนักกระบี่เซียนเมฆาก็ช่วยไม่ได้ ในการต่อสู้ครั้งนี้แม้หงหยวนเฟิงชนะ แต่การบ่มเพาะจะพังทลายอย่างสมบูรณ์และกลายเป็นคนไร้ประโยชน์

ตลอดชีวิตที่เหลือไม่มีโอกาสยืนอยู่ในระดับขัดเกลาทวารอีก

หงหยวนเฟิยจะเต็มใจเปลี่ยนจากผู้อาวุโสระดับสูงของสำนักกระบี่เซียนเมฆาเป็นคนไร้ประโยชน์ได้อย่างไร

ทรมาน ต้องทรมานเฉินเฟยจนกว่าจะอยู่ไม่ได้แล้วร้องขอความตาย เขาต้องการให้เฉินเฟยเข้าใจว่าจะต้องเจอกับผลลัพธ์แบบไหนหากทำให้เขาขุ่นเคือง!

“ฟู่ม!”

หงหยวนเฟิงฟันกระบี่ออกไป พลังน่าสะพรึงกลัวสะเทือนไปรอบด้าน พลังของระดับขัดเกลาทวารขั้นปลายสามารถเห็นได้ในพริบตา รูปแบบทลายขุนเขา กระบี่ยอดนภาใช้ท่านี้เพื่อนำหยกไปเผารวมกับหิน สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงมรดกชั้นยอดซึ่งเป็นรากฐานที่ควรมี

ดวงตาเฉินเฟยหรี่ลง ลูกปัดกระบี่สี่สิบเม็ดที่พัวพันอยู่กับเหลียงจงผู่กลับมารวมกับกระบี่เฉียนหยวน กระบี่เฉียนหยวนเปล่งแสงดำถึงขีดสุด

กระบี่จ้งหยวน กระบี่วิญญาณยักษ์ สยบมังกรคชสาร เคล็ดพันไหม สังหารวิญญาณ!

คลื่นพลังมหาศาลทะลักจากตัวเฉินเฟย!

ตัดจิต!

แสงกระบี่ลวงตาวาบผ่านดวงตา ตัดเข้าสู่ทะเลจิตสำนึกหงหยวนเฟิงโดยตรง

พลังจิตวิญญาณของหงหยวนเฟิงซึ่งโคจรด้วยรูปแบบทลายขุนเขาเดือดพล่านและขยายออกไป ทักษะจิตวิญญาณธรรมดาไม่อาจทำอะไรกับหงหยวนเฟิงในเวลานี้ได้

แต่กระบี่ตัดจิตฉบับปรับปรุงด้วยสังหารวิญญาณยังคงเจาะรูเล็กๆในจิตวิญญาณหงหยวนเฟิง

อาการบาดเจ็บทางจิตวิญญาณนี้ไม่ร้ายแรง อย่างไรก็ตามการไหลเวียนพลังหยวนในร่างกายหงหยวนเฟิงหยุดชะงักเล็กน้อย มันเกิดขึ้นเพียงชั่วขณะ แต่เฉินเฟยคว้าโอกาสนี้ไว้ทัน

ช่วงเวลาต่อมา กระบี่เฉียนหยวนและกระบี่วิญญาณของหงหยวนเฟิงปะทะกัน

“ปัง!”

แรงปะทะฉีกค่ายกลกระบี่โดยตรง ปราณกระบี่นับไม่ถ้วนเพิ่มขึ้นทำให้เฉินเฟยจมลงพื้น หงหยวนเฟิงตัวเอนไปมาเล็กน้อย ถอยไปสองสามก้าวและล้มลงกับพื้น

แต่สายตาของหงหยวนเฟิงจับจ้องไปที่ด้านหน้า เขาไม่ต้องการให้เฉินเฟยตายแบบนี้ ตายแล้วจะทรมานได้อย่างไร!

ดวงตาเหลียงจงผู่เต็มไปด้วยความสุขหลังผ่านภัยพิบัติ เขาไม่ต้องตายแล้วและแทบไม่เสียอะไรเลย

ลมพัดผ่าน ปราณกระบี่ค่อยๆหายไปและเผยให้เห็นเฉินเฟยที่ยืนถือกระบี่อยู่

ผิวหนังฉีกขาดมีเลือดไหลออกมา ร่างกายเฉินเฟยถูกตัดเป็นบาดแผลนับไม่ถ้วนจากปราณกระบี่ บาดแผลมากมายลึกไปถึงกระดูก บางแผลทะลุจากด้านหน้าไปด้านหลังด้วยซ้ำ

คนธรรมดาต้องตายแน่นอนหากบาดเจ็บขนาดนี้ แม้แต่ระดับขัดเกลาทวาร บาดแผลแบบนี้เป็นการบาดเจ็บสาหัส พลังต่อสู้จะเหลือไม่ถึงหนึ่งในสิบ

“เจ้าช่างตายยากนัก!”

หงหยวนเฟิงหัวเราะเสียงดัง เขาดีใจมากที่เฉินเฟยยังไม่ตาย ด้วยอาการบาดเจ็บเช่นนี้ ทิ้งไว้ให้เหลียงจงผู่ก็ไม่เสียหาย     เฉินเฟยไม่อาจสร้างปัญหาใดได้

จุดสิ้นสุดถูกกำหนดแล้ว!

“วิชากระบี่ดี!”

เฉินเฟยเงยมองหงหยวนเฟิงด้วยรอยยิ้มมุมปากแล้วพูด “เป็นเพียงมนุษย์ แค่ต่างกันเล็กน้อย!”

“สู้ด้วยปาก คนโง่ไม่มีปัญญา!”

เหลียงจงผู่เดินเข้าไป เมื่อกำลังจะจับเฉินเฟยก็พบว่าบาดแผลบนร่างกายเฉินเฟยฟื้นฟูด้วยความเร็วน่าตกใจ ลมปราณอ่อนแอของเฉินเฟยเพิ่มขึ้นเป็นเส้นตรง

ดวงตาเหลียงจงผู่เบิกกว้าง เท้าพลันหยุดนิ่ง

ในทางกลับกันรอยยิ้มดุร้ายของหงหยวนเฟิงถึงกับแข็งทื่อ