ตอนที่ 305 เปิดประตูชีวิต

“เข้าพร้อมกัน!” เว่ยเหยียนเทามองต่งซิวจื่อแล้วกระชับกระบี่วิญญาณในมือ

ต่งซิวจื่อได้ยินคำพูดของเว่ยเหยียนเทา มุมปากพลันยิ้มเย้ย หากเว่ยเหยียนเทากับเฟิงซิวผู่อยู่ในสภาพที่ดี สถานการณ์สู้แบบสามต่อหนึ่งจะต่างออกไป

แต่เว่ยเหยียนเทากับเฟิงซิวผู่บาดเจ็บสาหัสทั้งคู่ พวกเขาเหลือพลังต่อสู้ถึงสามส่วนหรือเปล่ายังเป็นคำถามใหญ่

สำหรับเฉินเฟย ท่าร่างนั้นโดดเด่น และยังเหนือกว่าครั้งก่อนที่พบกัน ครั้งก่อนเฉินเฟยหนีไปได้เพราะท่าร่างนี้

แต่ตอนนี้ข้อบกพร่องด้านท่าร่างของต่งซิวจื่อถูกชดเชยแล้ว หากเฉินเฟยหลบหนีไปเพียงลำพังคงพอมีโอกาส หากต้องการหนีไปพร้อมกับภาระสองคนคงเป็นเรื่องเพ้อฝัน

เฟิงซิวผู่หันไปมองเฉินเฟย ดวงตาเต็มไปด้วยความกังวล เฟิงซิวผู่เข้าใจดีว่าเฉินเฟยแข็งแกร่งและไม่สามารถทำเหมือนเขาเป็นนักยุทธ์ที่เพิ่งทะลวงระดับขัดเกลาทวาร

การสังหารระดับขัดเกลาทวารเก่าสามคนของสำนักฉางหงแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของเฉินเฟย แต่สุดท้ายแล้วเฟิงซิวผู่ไม่เคยเห็นภาพนั้นด้วยตัวเอง

สำหรับต่งซิวจื่อซึ่งใกล้เคียงกับระดับขัดเกลาทวารขั้นต้นสูงสุด ตามจริงแล้วการบ่มเพาะไม่ด้อยไปกว่าอู๋หยงจ้าวกับเหลียวฮั่นชิน

เพียงแค่เขาไม่ใช่ผู้สืบทอดสำนักเพลิงเทพ ดังนั้นสิ่งที่เขาใช้จึงเป็นเพียงกระบี่วิญญาณระดับกลาไม่ใช่อาวุธวิญญาณระดับสูง

การบ่มเพาะระดับขัดเกลาทวารขั้นต้นสูงสุดร่วมกับกระบี่วิญญาณระดับกลาง ด้วยข้อกำหนดแบบนี้ไม่กล้าพูดว่าไร้เทียมทานในระดับขัดเกลาทวารขั้นต้น แต่ระดับขัดกลาทวารขั้นต้นธรรมดาเทียบไม่ติด

เพราะความแข็งแกร่งนี้เองทำให้อู๋หยงจ้าวส่งต่งซิวจื่อไล่ตามไปก่อน หนิงหย่งเฟยซึ่งอยู่ห่างหลายลี้เป็นเพียงสิ่งรับประกันอีกชั้น

เว่ยเหยียนเทาหายใจเข้าลึกและกำลังจะพุ่งเข้าหาตงซิวตื่อ ทันใดนั้นมีมือปิดมาบังตรงหน้า เว่ยเหยียนเทาหันไปมองเฉินเฟยอย่างสับสน

“พวกท่านพักก่อนเถอะ เดี๋ยวข้ากลับมา!”

หลังเฉินเฟยพูดจบ ร่างกลายเป็นภาพติดตาหายไปจากจุดนั้น เมื่อปรากฏตัวอีกครั้งก็อยู่ตรงหน้าต่งซิวจื่อ กระบี่เฉียนหยวนในมือถูกปกคลุมด้วยพลังสีดำ

เว่ยเหยียนเทายังไม่ทันได้สติจากคำพูดของเฉินเฟย เขาก็เห็นเฉินเฟยวิ่งไปด้านหน้าคนเดียวแล้ว เว่ยเหยียนเทาหันไปหาเฟิงซิวผู่และไม่ได้หันกลับมาอยู่พักหนึ่ง

“ฮ่าฮ่าฮ่า เข้ามา!”

ต่งซิวจื่อหัวเราะเสียงดังเมื่อเห็นเฉินเฟยเข้ามาคนเดียว

หยิ่งผองอวดดี ไม่ต้องสงสัยเลยว่าพรสวรรค์ของเฉินเฟยในสายตาต่งซิวจื่อเป็นพรสวรรค์อันน่าทึ่งที่เห็นได้ด้วยตาเปล่า ต่งซิวจื่อรู้ว่าพรสวรรค์ของตัวเองตามหลังเฉินเฟยไม่น้อย แต่ไม่ว่าจะมีพรสวรรค์แค่ไหนก็ต้องใช้เวลาบรรลุ

ตอนนี้เขาได้เปรียบด้านเวลา ฝึกฝนนานกว่าเฉินเฟยหลายสิบปี หลายสิบปีนี้เป็นข้อได้เปรียบที่ใหญ่สุด!

เฉินเฟยแทงกระบี่ออกไป แสงดำส่องสลัวบนกระบี่เฉียนหยวน หากมองให้ดีจะเห็นลูกปัดกระบี่หกสิบเม็ดกระพริบอยู่ตรงกลาง

ค่ายกลกระบี่จ้งหยวนไม่จำเป็นต้องเปิดค่ายกลกระบี่เสมอไป หากความเข้าใจวิชาและการควบคุมดีพอก็สามารถควบแน่นค่ายกลกระบี่ไว้บนใบกระบี่

ภายใต้กระบี่นี้ พลังทั้งหมดถูกส่งออกไป เนื่องจากไม่ใช้การปิดล้อม พลังของค่ายกลกระบี่จึงแข็งแกร่งยิ่งขึ้น

ตอนนี้อู๋หยงจ้าวอยู่ห่างยี่สิบลี้ คนของสำนักกระบีเซียนเมฆาอาจตายไปแล้ว คนของสำนักเพลิงเทพที่เหลือจะมาที่นี่เมื่อไหร่ก็ได้

ดังนั้นเมื่อเผชิญหน้ากับต่งซิวจื่อ สิ่งที่เฉินเฟยต้องการคือกดข่มและฆ่าทันที

“โฮก!”

เหมือนมีเสียงมังกรคชสารดังอยู่ด้านหลังเฉินเฟย ความเร็วของการแทงกระบี่เฉียนหยวนเพิ่มขึ้นเท่าตัว พลังอันบ้าคลั่งหนักหน่วงแผ่ไปทุกทาง

เดิมทีใบหน้าต่งซิวจื่อมีรอยยิ้มกว้าง แต่เมื่อเฉินเฟยแทงกระบี่เฉียนหยวนเข้ามา ร่างกายเขาก็แข็งทื่อ จิตวิญญาณในทะเลจิตสำนึกเตือนอย่างบ้างคลั่ง กระบี่นี้ทรงพลังอย่างยิ่ง

ในสายตาต่งซิวจื่อ เหมือนกับโดนยอดเขาสูงกดทับบดขยี้ อากาศในทุกทางเริ่มแข็งตัวซึ่งทำให้ยากต่อการเคลื่อนไหว

เฉินเฟยที่เพิ่งทะลวงระดับขัดเกลาทวารสองปีครอบครองพลังขนาดนี้ได้อย่างไร? เมื่อทั้งสามปิดล้อมเฉินเฟย สิ่งที่เฉินเฟยแสดงออกมาก็เกินจริงพอแล้ว

แต่เมื่อเทียบกับตอนนั้น ตอนนี้ความแข็งแกร่งของเฉินเฟยเพิ่มขึ้นมหาศาล ไม่ว่าพรสวรรค์จะน่าทึ่งแค่ไหน ไม่ว่าพรสวรรค์จะแข็งแกร่งเพียงใดก็ต้องใช้เวลา เฉินเฟยทำแบบนี้ได้อย่างไรในเวลาอันสั้น?

นอกจากนี้ยังมีเรื่องของทรัพยากร ด้วยทรัพยากรของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว เป็นไปไม่ได้เลยที่จะจัดหาให้เฉินเฟยก้าวหน้ามาถึงจุดนี้!

“ฟู่ม!”

ต่งซิวจื่อไม่เข้าใจ แต่ร่างกายตอบสนองไปก่อน กระบี่วิญญาณในมือเปล่งแสงสลัว ทันใดนั้นช่วยเพิ่มพลังให้ต่งซิวจื่อ

เมื่อเทียบกับอาวุธวิญญาณระดับต่ำ อาวุธวิญญาณระดับกลางแข็งแกร่งกว่าอย่างไม่ต้องสงสัย ยังไม่ต้องคำนึงถึงเรื่องอื่น อาวุธวิญญาณระดับกลางสามารถเพิ่มพลังระดับขัดเกลาทวารได้ห้าจุดทวาร

ดังนั้นต่งซิวจื่อซึ่งถือครองอาวุธวิญญาณระดับกลาง เนื่องจากไม่มีการเชื่อมต่อสามสิบหกจุดทวารของระดับขัดเกลาทวารขั้นกลาง ในด้านจำนวนจุดทวารอย่างเดียวเขาอยู่ในระดับขัดเกลาทวารขั้นกลางแล้ว

“ปัง!”

กระบี่วิญญาณทั้งสองปะทะกัน คลื่นรุนแรงพุ่งจากกระบี่ทั้งสองกระจายไปทุกทาง

“พรู่ด!”

ทันใดนั้นต่งซิวจื่อพ่นเลือดออกมาเต็มปากและถอยกลับไปโดยไม่อาจควบคุม

แม้ต่งซิวจื่อเลือกป้องกันทันทีเมื่อพบว่ามีบางอย่างผิดปกติ แต่พลังในกระบี่ของเฉินเฟยนั้นมากเกินไป มากจนแม้แต่ต่งซิวจื่อยังต้องป้องกันสุดชีวิต แต่ก็ยังไม่สามารถหยุดพลังมหาศาลนั้นได้

ดวงตาเว่ยเหยียนเทาเบิกกว้าง เฉินเฟยพุ่งไปหาต่งซิวจื่อ แทงกระบี่ออกไป หลังจากนั้นแสดงพลังอันน่าทึ่งออกมา สีหน้าเว่ยเหยียนเทาก็เป็นเช่นนี้

เมื่อต่งซิวจื่อกระอั่กเป็นเลือดและถอยกลับ เบ้าตาเว่ยเหยียนเทาก็เบิกกว้างกว่าเดิม

เว่ยเหยียนเทารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังประสาทหลอน ความคิดนับไม่ถ้วนใกล้เคียงกับต่งซิวจื่อ เขาไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับพลังต่อสู้ของเฉินเฟย

ระดับขัดเกลาทวารขั้นต้นสูงสุดและถือครองกระบี่วิญญาณระดับกลาง โดนนักยุทธ์ที่เพิ่งทะลวงระดับขัดเกลาทวารสองปีฟันจนกระอั่กเลือดและถอยหลังในกระบี่เดียว

ไม่ว่าจะมองอย่างไรภาพนี้ก็ช่างน่าทึ่ง

เว่ยเหยียนเทาหันไปมองเฟิงซิวผู่ พบว่าดวงตาเฟิงซิวผู่เต็มไปด้วยความประหลาดใจเช่นกัน แต่ระดับความประหลาดใจไม่เกินจริงเท่าเว่ยเหยียนเทา

เฟิงซิวผู่รู้ว่าเฉินเฟยแข็งแกร่ง ตอนนี้ความแข็งแกร่งยังเพิ่มขึ้นมาก แม้เฉินเฟยจะฆ่าระดับขัดเกลาทวารสามคนของสำนักฉาง การทำร้ายต่งซิวจื่อในกระบี่เดียวก็ยังเป็นเรื่องยาก

แต่เฉินเฟยกลับทำสำเร็จ กล่าวคือหลังจากเหตุการณ์นั้น ความเร็วในการเพิ่มความแข็งแกร่งของเฉินเฟยไม่ได้ลดลงและยังเพิ่มขึ้นในระดับที่เกินจริง

การฝึกฝนในเส้นทางยุทธ์นั้นง่ายมาก่อนยากเสมอ เมื่อความแข็งแกร่งถึงระดับหนึ่ง การพัฒนาทุกอย่างจะต้องใช้ความพยายามและลำบากอย่างยิ่ง

ถึงกระนั้นก็ไม่มีหลักประกันว่าจะได้รับผลตอบแทนหลังทำงานหนัก

นั่นคือสถานการณ์ของระดับปรับแต่งร่างกาย ระดับขัดกลาทวารย่อมเป็นหนักยิ่งกว่านั้น ความเร็วในการเพิ่มความแข็งแกร่งจะช้าลงเรื่อยๆและอาจถึงขั้นไม่ขยับ

ความเข้าใจของเฉินเฟยนั้นแข็งแกร่ง เฟิงซิวผู่คาดการณ์เรื่องนี้ไว้ตั้งแต่แรก แต่เฟิงซิวผู่คาดไม่ถึงว่าเพดานที่ประเมินเฉินเฟยไว้ยังคงต่ำเกินไป

เฉินเฟยเดินไปข้างหน้าด้วยสีหน้านิ่งเฉย กระบี่เฉียนหยวนถูกยกขึ้นอีกครั้ง ความเร็วของลูกปัดกระบี่หกสิบเม็ดบนกระบี่ยังคงเพิ่มขึ้น พลังจากการผสานกระบี่จ้งหยวนกับกระบี่วิญญาณยักษ์สั่นไหวตลอดเวลา

“เปิด!”

ต่งซิวจื่อคำรามอย่างเดือดดาน โคจรวิชาในร่างกายถึงขีดสุดทันที ราวกับรอยต่อที่ถูกปิดผนึกไว้ถูกเปิดออก ลมปราณต่งซิวจื่อเพิ่มขึ้นฉับพลัน

เปิดประตูชีวิต!

ต่งซิวจื่อจะไม่ใช้มันหากไม่ใช่ทางเลือกสุดท้าย เพราะมันจะทำให้สูญเสียต้นกำเนิดในร่างกายไปมาก

การสูญเสียนี้คงอยู่เป็นเวลาห้าปี การบ่มเพาะจะไม่ก้าวหน้าและร่างกายยังตกอยู่ในสภาพอ่อนแอ ภายในห้าปีนี้พลังต่อสู้จะเหลือเพียงหกส่วน และหากไม่คอยอุ่นบำรุงร่างกาย การบ่ทเพาะจะถดถอยลง

เวลาห้าปีเป็นตัวเลขอันโหดร้ายสำหรับคนที่ต้องการทะลวงระดับ ตอนนี้ต่งซิวจื่ออยู่ในระดับขัดเกลาทวารขั้นต้นสูงสุด เขาอยู่ช่วงเวลารอโอกาสทะลวงระดับขัดเกลาทวารขั้นกลาง

และการเปิดประตูชีวิตหมายความว่าไม่สามารถก้าวหน้าเป็นเวลาห้าปี หลังสูญเสียช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการทะลวงระดับ มันยากจะพูดได้ชัดเจนว่าหลังจากนั้นจะทะลวงระดับได้หรือไม่

แต่เมื่อเผชิญหน้ากับเฉินเฟย ต่งซิวจื่อก็ไม่มีทางเลือกอื่น หากไม่เปิดประตูชีวิตคงไม่รอด ต่งซิวจื่อเข้าใจเรื่องนี้ดี

อารมณ์ไล่ล่าอันเบิกบานหายไปหมด ต่งซิวจื่อมีความคิดเดียวคือหนีไปจากเฉินเฟย

จับกระบี่เอาไว้แล้วใช้ท่าร่างหลบหนี ต่งซิวจื่อคิดว่าตัวเองยังมีความหวัง ตราบใดที่จับกระบี่อยู่ก็ยังมีโอกาส

เฉินเฟยประหลาดใจเมื่อรับรู้ได้ว่าลมปราณต่งซิวจื่อเพิ่มขึ้น แต่ในฐานะระดับขัดเกลาทวาร การมีท่าช่วยชีวิตบางอย่างถือเป็นเรื่องปกติ

หากเผชิญกับคนอื่นต่งซิวจื่อคงพอมีโอกาสรอด แต่การเผชิญกับเฉินเฟยนั้นไม่มีโอกาสเลย!

“ปัง!”

บนกระบี่เฉียนหยวน ลูกปัดกระบี่หกสิบเม็ดสลายตัวหลอมเป็นไหมกระบี่ ไหมกระบี่นับไม่ถ้วนปรากฏบนใบกระบี่ ไหมกระบี่หนาแน่นห่อกระบี่ทีละชั้น แต่ไหมกระบี่ไม่สามารถมองเห็นได้ เพียงสัมผัสได้ว่าอากาศรอบกระบี่เฉียนหยวนผันผวนอย่างรุนแรง

ในทะเลจิตสำนึก พลังจิตวิญญาณกลายเป็นเหมือนมังกรคชสารและโคจรในร่างเฉินเฟยอย่างรวดเร็ว

ร่างกายเฉินเฟยสั่นเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าร่างกายยังคงเหมือนเดิม แต่พอมองแล้วจะเห็นเฉินเฟยเหมือนกลายเป็นยักษ์

“ตู้ม!”

กระบี่เฉียนหยวนกระทบกระบี่วิญญาณของต่งซิวจื่อ แขนต่งซิวจื่อสั่นเทา ช่วงเวลาถัดไปกระบี่เฉียนหยวนกดกระบี่วิญญาณของต่งซิวจื่อเข้าไปกระแทกหน้าอก

เนื้อและกระดูกแตกหักโดยไม่อาจต้านทาน ดวงตาต่งซิวจื่อเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง เห็นได้ชัดว่าตราบใดที่ป้องกันได้อีกกระบี่จะมีโอกาสหลบหนี แต่น่าเสียดายที่ไม่สามารถป้องกันกระบี่นี้ได้

“ปัง!”

กระบี่เฉียนหยวนฟันต่งซิวจื่อออกไปกระแทกพื้น พื้นดินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เกิดร่องใหญ่ลากยาวออกไป

หมอกเลือดลอยอยู่ในอากาศ ผมเฉินเฟยปลิวไปตามสายลม เฉินเฟยมองไปข้างหน้า ร่างหนึ่งปรากฏในระยะไกล นั่นคือหนิงหย่งเฟยที่ตามมาอย่างใกล้ชิด