“เข้าพร้อมกัน!” เว่ยเหยียนเทามองต่งซิวจื่อแล้วกระชับกระบี่วิญญาณในมือ
ต่งซิวจื่อได้ยินคำพูดของเว่ยเหยียนเทา มุมปากพลันยิ้มเย้ย หากเว่ยเหยียนเทากับเฟิงซิวผู่อยู่ในสภาพที่ดี สถานการณ์สู้แบบสามต่อหนึ่งจะต่างออกไป
แต่เว่ยเหยียนเทากับเฟิงซิวผู่บาดเจ็บสาหัสทั้งคู่ พวกเขาเหลือพลังต่อสู้ถึงสามส่วนหรือเปล่ายังเป็นคำถามใหญ่
สำหรับเฉินเฟย ท่าร่างนั้นโดดเด่น และยังเหนือกว่าครั้งก่อนที่พบกัน ครั้งก่อนเฉินเฟยหนีไปได้เพราะท่าร่างนี้
แต่ตอนนี้ข้อบกพร่องด้านท่าร่างของต่งซิวจื่อถูกชดเชยแล้ว หากเฉินเฟยหลบหนีไปเพียงลำพังคงพอมีโอกาส หากต้องการหนีไปพร้อมกับภาระสองคนคงเป็นเรื่องเพ้อฝัน
เฟิงซิวผู่หันไปมองเฉินเฟย ดวงตาเต็มไปด้วยความกังวล เฟิงซิวผู่เข้าใจดีว่าเฉินเฟยแข็งแกร่งและไม่สามารถทำเหมือนเขาเป็นนักยุทธ์ที่เพิ่งทะลวงระดับขัดเกลาทวาร
การสังหารระดับขัดเกลาทวารเก่าสามคนของสำนักฉางหงแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของเฉินเฟย แต่สุดท้ายแล้วเฟิงซิวผู่ไม่เคยเห็นภาพนั้นด้วยตัวเอง
สำหรับต่งซิวจื่อซึ่งใกล้เคียงกับระดับขัดเกลาทวารขั้นต้นสูงสุด ตามจริงแล้วการบ่มเพาะไม่ด้อยไปกว่าอู๋หยงจ้าวกับเหลียวฮั่นชิน
เพียงแค่เขาไม่ใช่ผู้สืบทอดสำนักเพลิงเทพ ดังนั้นสิ่งที่เขาใช้จึงเป็นเพียงกระบี่วิญญาณระดับกลาไม่ใช่อาวุธวิญญาณระดับสูง
การบ่มเพาะระดับขัดเกลาทวารขั้นต้นสูงสุดร่วมกับกระบี่วิญญาณระดับกลาง ด้วยข้อกำหนดแบบนี้ไม่กล้าพูดว่าไร้เทียมทานในระดับขัดเกลาทวารขั้นต้น แต่ระดับขัดกลาทวารขั้นต้นธรรมดาเทียบไม่ติด
เพราะความแข็งแกร่งนี้เองทำให้อู๋หยงจ้าวส่งต่งซิวจื่อไล่ตามไปก่อน หนิงหย่งเฟยซึ่งอยู่ห่างหลายลี้เป็นเพียงสิ่งรับประกันอีกชั้น
เว่ยเหยียนเทาหายใจเข้าลึกและกำลังจะพุ่งเข้าหาตงซิวตื่อ ทันใดนั้นมีมือปิดมาบังตรงหน้า เว่ยเหยียนเทาหันไปมองเฉินเฟยอย่างสับสน
“พวกท่านพักก่อนเถอะ เดี๋ยวข้ากลับมา!”
หลังเฉินเฟยพูดจบ ร่างกลายเป็นภาพติดตาหายไปจากจุดนั้น เมื่อปรากฏตัวอีกครั้งก็อยู่ตรงหน้าต่งซิวจื่อ กระบี่เฉียนหยวนในมือถูกปกคลุมด้วยพลังสีดำ
เว่ยเหยียนเทายังไม่ทันได้สติจากคำพูดของเฉินเฟย เขาก็เห็นเฉินเฟยวิ่งไปด้านหน้าคนเดียวแล้ว เว่ยเหยียนเทาหันไปหาเฟิงซิวผู่และไม่ได้หันกลับมาอยู่พักหนึ่ง
“ฮ่าฮ่าฮ่า เข้ามา!”
ต่งซิวจื่อหัวเราะเสียงดังเมื่อเห็นเฉินเฟยเข้ามาคนเดียว
หยิ่งผองอวดดี ไม่ต้องสงสัยเลยว่าพรสวรรค์ของเฉินเฟยในสายตาต่งซิวจื่อเป็นพรสวรรค์อันน่าทึ่งที่เห็นได้ด้วยตาเปล่า ต่งซิวจื่อรู้ว่าพรสวรรค์ของตัวเองตามหลังเฉินเฟยไม่น้อย แต่ไม่ว่าจะมีพรสวรรค์แค่ไหนก็ต้องใช้เวลาบรรลุ
ตอนนี้เขาได้เปรียบด้านเวลา ฝึกฝนนานกว่าเฉินเฟยหลายสิบปี หลายสิบปีนี้เป็นข้อได้เปรียบที่ใหญ่สุด!
เฉินเฟยแทงกระบี่ออกไป แสงดำส่องสลัวบนกระบี่เฉียนหยวน หากมองให้ดีจะเห็นลูกปัดกระบี่หกสิบเม็ดกระพริบอยู่ตรงกลาง
ค่ายกลกระบี่จ้งหยวนไม่จำเป็นต้องเปิดค่ายกลกระบี่เสมอไป หากความเข้าใจวิชาและการควบคุมดีพอก็สามารถควบแน่นค่ายกลกระบี่ไว้บนใบกระบี่
ภายใต้กระบี่นี้ พลังทั้งหมดถูกส่งออกไป เนื่องจากไม่ใช้การปิดล้อม พลังของค่ายกลกระบี่จึงแข็งแกร่งยิ่งขึ้น
ตอนนี้อู๋หยงจ้าวอยู่ห่างยี่สิบลี้ คนของสำนักกระบีเซียนเมฆาอาจตายไปแล้ว คนของสำนักเพลิงเทพที่เหลือจะมาที่นี่เมื่อไหร่ก็ได้
ดังนั้นเมื่อเผชิญหน้ากับต่งซิวจื่อ สิ่งที่เฉินเฟยต้องการคือกดข่มและฆ่าทันที
“โฮก!”
เหมือนมีเสียงมังกรคชสารดังอยู่ด้านหลังเฉินเฟย ความเร็วของการแทงกระบี่เฉียนหยวนเพิ่มขึ้นเท่าตัว พลังอันบ้าคลั่งหนักหน่วงแผ่ไปทุกทาง
เดิมทีใบหน้าต่งซิวจื่อมีรอยยิ้มกว้าง แต่เมื่อเฉินเฟยแทงกระบี่เฉียนหยวนเข้ามา ร่างกายเขาก็แข็งทื่อ จิตวิญญาณในทะเลจิตสำนึกเตือนอย่างบ้างคลั่ง กระบี่นี้ทรงพลังอย่างยิ่ง
ในสายตาต่งซิวจื่อ เหมือนกับโดนยอดเขาสูงกดทับบดขยี้ อากาศในทุกทางเริ่มแข็งตัวซึ่งทำให้ยากต่อการเคลื่อนไหว
เฉินเฟยที่เพิ่งทะลวงระดับขัดเกลาทวารสองปีครอบครองพลังขนาดนี้ได้อย่างไร? เมื่อทั้งสามปิดล้อมเฉินเฟย สิ่งที่เฉินเฟยแสดงออกมาก็เกินจริงพอแล้ว
แต่เมื่อเทียบกับตอนนั้น ตอนนี้ความแข็งแกร่งของเฉินเฟยเพิ่มขึ้นมหาศาล ไม่ว่าพรสวรรค์จะน่าทึ่งแค่ไหน ไม่ว่าพรสวรรค์จะแข็งแกร่งเพียงใดก็ต้องใช้เวลา เฉินเฟยทำแบบนี้ได้อย่างไรในเวลาอันสั้น?
นอกจากนี้ยังมีเรื่องของทรัพยากร ด้วยทรัพยากรของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว เป็นไปไม่ได้เลยที่จะจัดหาให้เฉินเฟยก้าวหน้ามาถึงจุดนี้!
“ฟู่ม!”
ต่งซิวจื่อไม่เข้าใจ แต่ร่างกายตอบสนองไปก่อน กระบี่วิญญาณในมือเปล่งแสงสลัว ทันใดนั้นช่วยเพิ่มพลังให้ต่งซิวจื่อ
เมื่อเทียบกับอาวุธวิญญาณระดับต่ำ อาวุธวิญญาณระดับกลางแข็งแกร่งกว่าอย่างไม่ต้องสงสัย ยังไม่ต้องคำนึงถึงเรื่องอื่น อาวุธวิญญาณระดับกลางสามารถเพิ่มพลังระดับขัดเกลาทวารได้ห้าจุดทวาร
ดังนั้นต่งซิวจื่อซึ่งถือครองอาวุธวิญญาณระดับกลาง เนื่องจากไม่มีการเชื่อมต่อสามสิบหกจุดทวารของระดับขัดเกลาทวารขั้นกลาง ในด้านจำนวนจุดทวารอย่างเดียวเขาอยู่ในระดับขัดเกลาทวารขั้นกลางแล้ว
“ปัง!”
กระบี่วิญญาณทั้งสองปะทะกัน คลื่นรุนแรงพุ่งจากกระบี่ทั้งสองกระจายไปทุกทาง
“พรู่ด!”
ทันใดนั้นต่งซิวจื่อพ่นเลือดออกมาเต็มปากและถอยกลับไปโดยไม่อาจควบคุม
แม้ต่งซิวจื่อเลือกป้องกันทันทีเมื่อพบว่ามีบางอย่างผิดปกติ แต่พลังในกระบี่ของเฉินเฟยนั้นมากเกินไป มากจนแม้แต่ต่งซิวจื่อยังต้องป้องกันสุดชีวิต แต่ก็ยังไม่สามารถหยุดพลังมหาศาลนั้นได้
ดวงตาเว่ยเหยียนเทาเบิกกว้าง เฉินเฟยพุ่งไปหาต่งซิวจื่อ แทงกระบี่ออกไป หลังจากนั้นแสดงพลังอันน่าทึ่งออกมา สีหน้าเว่ยเหยียนเทาก็เป็นเช่นนี้
เมื่อต่งซิวจื่อกระอั่กเป็นเลือดและถอยกลับ เบ้าตาเว่ยเหยียนเทาก็เบิกกว้างกว่าเดิม
เว่ยเหยียนเทารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังประสาทหลอน ความคิดนับไม่ถ้วนใกล้เคียงกับต่งซิวจื่อ เขาไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับพลังต่อสู้ของเฉินเฟย
ระดับขัดเกลาทวารขั้นต้นสูงสุดและถือครองกระบี่วิญญาณระดับกลาง โดนนักยุทธ์ที่เพิ่งทะลวงระดับขัดเกลาทวารสองปีฟันจนกระอั่กเลือดและถอยหลังในกระบี่เดียว
ไม่ว่าจะมองอย่างไรภาพนี้ก็ช่างน่าทึ่ง
เว่ยเหยียนเทาหันไปมองเฟิงซิวผู่ พบว่าดวงตาเฟิงซิวผู่เต็มไปด้วยความประหลาดใจเช่นกัน แต่ระดับความประหลาดใจไม่เกินจริงเท่าเว่ยเหยียนเทา
เฟิงซิวผู่รู้ว่าเฉินเฟยแข็งแกร่ง ตอนนี้ความแข็งแกร่งยังเพิ่มขึ้นมาก แม้เฉินเฟยจะฆ่าระดับขัดเกลาทวารสามคนของสำนักฉาง การทำร้ายต่งซิวจื่อในกระบี่เดียวก็ยังเป็นเรื่องยาก
แต่เฉินเฟยกลับทำสำเร็จ กล่าวคือหลังจากเหตุการณ์นั้น ความเร็วในการเพิ่มความแข็งแกร่งของเฉินเฟยไม่ได้ลดลงและยังเพิ่มขึ้นในระดับที่เกินจริง
การฝึกฝนในเส้นทางยุทธ์นั้นง่ายมาก่อนยากเสมอ เมื่อความแข็งแกร่งถึงระดับหนึ่ง การพัฒนาทุกอย่างจะต้องใช้ความพยายามและลำบากอย่างยิ่ง
ถึงกระนั้นก็ไม่มีหลักประกันว่าจะได้รับผลตอบแทนหลังทำงานหนัก
นั่นคือสถานการณ์ของระดับปรับแต่งร่างกาย ระดับขัดกลาทวารย่อมเป็นหนักยิ่งกว่านั้น ความเร็วในการเพิ่มความแข็งแกร่งจะช้าลงเรื่อยๆและอาจถึงขั้นไม่ขยับ
ความเข้าใจของเฉินเฟยนั้นแข็งแกร่ง เฟิงซิวผู่คาดการณ์เรื่องนี้ไว้ตั้งแต่แรก แต่เฟิงซิวผู่คาดไม่ถึงว่าเพดานที่ประเมินเฉินเฟยไว้ยังคงต่ำเกินไป
เฉินเฟยเดินไปข้างหน้าด้วยสีหน้านิ่งเฉย กระบี่เฉียนหยวนถูกยกขึ้นอีกครั้ง ความเร็วของลูกปัดกระบี่หกสิบเม็ดบนกระบี่ยังคงเพิ่มขึ้น พลังจากการผสานกระบี่จ้งหยวนกับกระบี่วิญญาณยักษ์สั่นไหวตลอดเวลา
“เปิด!”
ต่งซิวจื่อคำรามอย่างเดือดดาน โคจรวิชาในร่างกายถึงขีดสุดทันที ราวกับรอยต่อที่ถูกปิดผนึกไว้ถูกเปิดออก ลมปราณต่งซิวจื่อเพิ่มขึ้นฉับพลัน
เปิดประตูชีวิต!
ต่งซิวจื่อจะไม่ใช้มันหากไม่ใช่ทางเลือกสุดท้าย เพราะมันจะทำให้สูญเสียต้นกำเนิดในร่างกายไปมาก
การสูญเสียนี้คงอยู่เป็นเวลาห้าปี การบ่มเพาะจะไม่ก้าวหน้าและร่างกายยังตกอยู่ในสภาพอ่อนแอ ภายในห้าปีนี้พลังต่อสู้จะเหลือเพียงหกส่วน และหากไม่คอยอุ่นบำรุงร่างกาย การบ่ทเพาะจะถดถอยลง
เวลาห้าปีเป็นตัวเลขอันโหดร้ายสำหรับคนที่ต้องการทะลวงระดับ ตอนนี้ต่งซิวจื่ออยู่ในระดับขัดเกลาทวารขั้นต้นสูงสุด เขาอยู่ช่วงเวลารอโอกาสทะลวงระดับขัดเกลาทวารขั้นกลาง
และการเปิดประตูชีวิตหมายความว่าไม่สามารถก้าวหน้าเป็นเวลาห้าปี หลังสูญเสียช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการทะลวงระดับ มันยากจะพูดได้ชัดเจนว่าหลังจากนั้นจะทะลวงระดับได้หรือไม่
แต่เมื่อเผชิญหน้ากับเฉินเฟย ต่งซิวจื่อก็ไม่มีทางเลือกอื่น หากไม่เปิดประตูชีวิตคงไม่รอด ต่งซิวจื่อเข้าใจเรื่องนี้ดี
อารมณ์ไล่ล่าอันเบิกบานหายไปหมด ต่งซิวจื่อมีความคิดเดียวคือหนีไปจากเฉินเฟย
จับกระบี่เอาไว้แล้วใช้ท่าร่างหลบหนี ต่งซิวจื่อคิดว่าตัวเองยังมีความหวัง ตราบใดที่จับกระบี่อยู่ก็ยังมีโอกาส
เฉินเฟยประหลาดใจเมื่อรับรู้ได้ว่าลมปราณต่งซิวจื่อเพิ่มขึ้น แต่ในฐานะระดับขัดเกลาทวาร การมีท่าช่วยชีวิตบางอย่างถือเป็นเรื่องปกติ
หากเผชิญกับคนอื่นต่งซิวจื่อคงพอมีโอกาสรอด แต่การเผชิญกับเฉินเฟยนั้นไม่มีโอกาสเลย!
“ปัง!”
บนกระบี่เฉียนหยวน ลูกปัดกระบี่หกสิบเม็ดสลายตัวหลอมเป็นไหมกระบี่ ไหมกระบี่นับไม่ถ้วนปรากฏบนใบกระบี่ ไหมกระบี่หนาแน่นห่อกระบี่ทีละชั้น แต่ไหมกระบี่ไม่สามารถมองเห็นได้ เพียงสัมผัสได้ว่าอากาศรอบกระบี่เฉียนหยวนผันผวนอย่างรุนแรง
ในทะเลจิตสำนึก พลังจิตวิญญาณกลายเป็นเหมือนมังกรคชสารและโคจรในร่างเฉินเฟยอย่างรวดเร็ว
ร่างกายเฉินเฟยสั่นเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าร่างกายยังคงเหมือนเดิม แต่พอมองแล้วจะเห็นเฉินเฟยเหมือนกลายเป็นยักษ์
“ตู้ม!”
กระบี่เฉียนหยวนกระทบกระบี่วิญญาณของต่งซิวจื่อ แขนต่งซิวจื่อสั่นเทา ช่วงเวลาถัดไปกระบี่เฉียนหยวนกดกระบี่วิญญาณของต่งซิวจื่อเข้าไปกระแทกหน้าอก
เนื้อและกระดูกแตกหักโดยไม่อาจต้านทาน ดวงตาต่งซิวจื่อเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง เห็นได้ชัดว่าตราบใดที่ป้องกันได้อีกกระบี่จะมีโอกาสหลบหนี แต่น่าเสียดายที่ไม่สามารถป้องกันกระบี่นี้ได้
“ปัง!”
กระบี่เฉียนหยวนฟันต่งซิวจื่อออกไปกระแทกพื้น พื้นดินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เกิดร่องใหญ่ลากยาวออกไป
หมอกเลือดลอยอยู่ในอากาศ ผมเฉินเฟยปลิวไปตามสายลม เฉินเฟยมองไปข้างหน้า ร่างหนึ่งปรากฏในระยะไกล นั่นคือหนิงหย่งเฟยที่ตามมาอย่างใกล้ชิด
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved