ตอนที่ 217 ทุบหม้อข้าวจมเรือ

***พลังจิตใจ ---> พลังจิตวิญญาณ***

“นั่นใครกัน?” บางคนถามด้วยความประหลาดใจ นับตั้งแต่เริ่มการประลองช นี่เป็นครั้งแรกที่หวังกุ้ยหวู่แพ้เช่นนี้

“ศิษย์แท้จริงอันดับหนึ่งของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวไม่ใช่เหมียวเต๋าซินหรือ?”

“ด้วยพลังเช่นนั้นกลับไม่ใช่ผู้นำศิษย์แท้จริง แต่เป็นเพียงศิษย์แท้จริงคนใหม่?” บางคนนึกถึงการเดินไปทางยังดินแดนลับของสี่สำนัก ซึ่งศิษย์ภายในบางคนได้เลื่อนเป็นศิษย์แท้จริง

แต่ในเมื่อเพิ่งเลื่อนเป็นศิษย์แท้จริง พลังขนาดนี้ไม่เกินจริงไปหน่อยหรือ? แม้หวังกุ้ยหวู่จะประมาท แต่ไม่ว่าประมาทแค่ไหนก็ไม่น่าลอยกระเด็นออกไปในกระบี่เดียว

“เขาคือศิษย์แท้จริงอันดับสิบของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว สองเดือนก่อนเป็นเพียงศิษย์แท้จริงอันดับสุดท้าย แต่ด้วยการท้าทายเจิงไจ้เหวินจึงเลื่อนเป็นอันดับสิบ!”

ในไม่ช้าข้อมูลเฉินเฟยก็ถูกค้นพบ ตัวตนเฉินเฟยกลายเป็นที่รู้จักของสำนักโดยรอบ

สำนักอื่นพยายามรวบรวมข้อมูลศิษย์แท้จริงของแต่ละสำนัก ท้ายที่สุดพวกเขาล้วนเป็นเมล็ดพันธุ์ที่อาจทะลวงระดับขัดเกลาทวารในอนาคต โดยเฉพาะศิษย์แท้จริงสิบอันดับแรกที่มีโอกาสมากกว่า ดังนั้นจึงยิ่งต้องหาข้อมูลให้ได้

ฝั่งศาลาเฉินสุ่ย เซียวหลี่หลิงมองเฉินเฟยในสนามประลองและรู้สึกว่าคนผู้นี้ดูคุ้นหน้านัก แต่นางจำไม่ได้ว่าเคยพบเห็นที่ไหน

ในเวลานี้เฟิงซิวผู่ยืนมองเฉินเฟยอยู่ข้างสนามประลอง ถัดจากเฟิงซิวผู่คืออู๋กวงอิน หลังรักษาอาการบาดเจ็บเหมียวเต๋าซินให้คงที่ เขาเห็นเฉินเฟยฟันกระบี่กวาดหวังกุ้ยหวู่ลอยออกไป

ภาพนี้ทำให้อู๋กวงอินที่ไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจตื่นตระหนก

อู๋กวงอินประหลาดใจอย่างยิ่งตอนได้รู้ว่าเฉินเฟยชนะเจิงไจ้เหวินและกลายเป็นศิษย์แท้จริงอันดับสิบ ท้ายที่สุดเฉินเฟยใช้เวลาฝึกกระบี่จ้งหยวนสั้นเกินไป

ตอนนี้ผ่านมาเพียงสองเดือน เฉินเฟยก้าวหน้าขึ้นและยังเหนือกว่าเหมียวเต๋าซิน ถึงกับทำให้หวังกุ้ยหวู่ลอยออกไปด้วยกระบี่เดียว

ด้วยความหมายของสิ่งนี้ อู๋กวงอินจึงรู้สึกตื่นเต้นยิ่งนัก

เจ้าสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวฉวีชิงเซิงมองเฉินเฟยด้วยรอยยิ้ม ฉวีชิงเซิงจับตามองเฉินเฟยตั้งแต่อยู่ในสำนักแล้ว แต่คาดไม่ถึงว่าเฉินเฟยจะทำให้ประหลาดใจมากขึ้นอีก

ในสนามประลอง หวังกุ้ยหวู่ส่ายหัวลุกขึ้น มองเฉินเฟยด้วยสายตาเย็นชา

เฉินเฟยไม่ได้ไล่ตามอีกฝ่าย เพียงมองหวังกุ้ยหวู่ลุกขึ้นด้วยสีหน้าสงบ

“ไม่คิดเลยว่าสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวจะซ่อนอันดับหนึ่งอย่างเจ้าไว้เช่นนี้ ข้าคงประเมินเจ้าต่ำไป! ตอนนี้เจ้ามีคุณสมบัติให้ข้าจำชื่อแล้ว บอกชื่อของเจ้ามา!” หวังกุ้ยหวู่พูดพร้อมเงยหน้าเล็กน้อย

“คนแพ้ไม่มีสิทธิ์รู้ชื่อของข้า!” เฉินเฟยส่ายหัวเล็กน้อยปฏิเสธคำขอหวังกุ้ยหวู่

“เจ้ารนหาที่ตาย!”

ดวงตาหวังกุ้ยหวู่เบิกกว้าง คิดไม่ถึงว่าเฉินเฟยจะกล้าพูดเช่นนี้ หวังกุ้ยหวู่มาถึงด้านหน้าเฉินเฟยในไม่กี่ก้าวและยกกระบี่ฟัน

กระบี่ขุนเขาสวรรค์สวยงาม มันดูคล้ายภูเขาตกลงมาจากฟากฟ้า เมื่อเผชิญกับพลังนี้ผู้อ่อนแอจะรู้สึกอึดอัดและไม่สามารถใช้พละกำลังได้ตามที่ต้องการ

แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับพลังอันท่วมท้นของหวังกุ้ยหวู่ นอกจากผมหน้าม้าที่ปลิวไปด้านหลัง สีหน้าเฉินเฟยยังค่อนข้างเย็นชาเหมือนเดิม

“เกรงว่าพลังเล็กน้อยแค่นี้จะสังหารข้าไม่ได้!”

เฉินเฟยพูดคำนี้แล้วตวัดกระบี่เฉียนหยวนขึ้น ทันใดนั้นกระบี่เฉียนหยวนขาวสว่างก็เปลี่ยนเป็นดำสนิท

กระบี่จ้งหยวน!

ผู้คนรอบสนามประลองต่างมองเฉินเฟยอย่างจริงจัง สิ่งนี้เกิดขึ้นเร็วเกินไป เดิมทีพวกเขาไม่ได้สนใจมากนักเพราะคิดว่าเฉินเฟยจะกระเด็นออกไปด้วยกระบี่ขุนเขาสวรรค์ของหวังกุ้ยหวู่

แต่ตอนนี้พวกเขาต้องหันกลับมาพิจารณาให้ละเอียดถี่ถ้วนว่าทำไมเฉินเฟยถึงชนะหวังกุ้ยหวู่ได้

เป็นเพราะหวังกุ้ยหวู่ประมาทหรือเฉินเฟยแข็งแกร่งกันแน่

วิชากระบี่ที่เฉินเฟยแสดงออกมาไม่ต่างจากเหมียวเต๋าซินมากนัก สิ่งเหล่านั้นล้วนแสดงถึงกระบี่จ้งหยวนทั้งหมด

“เคร้ง!”

ขณะที่ทุกคนกำลังสงสัย เสียงปะทะดังขึ้นอีกครั้ง จากนั้นทุกคนจึงเห็นว่าหวังกุ้ยหวู่ที่เข้าไปโจมตีถูกส่งลอยถอยกลับไปด้านหลัง

“ดูแล้วพลังของเจ้าจะไม่เท่าไหร่!”

เฉินเฟยก้าวไปด้านหน้า พลิกสถานะกลับกัน ยกกระบี่เฉียนหยวนฟันหวังกุ้ยหวู่

คำพูดของเฉินเฟยเป็นเหมือนมีดแทงใจ เฉินเฟยคืนคำพูดที่เขาพูดเยาะเย้ยคนอื่น แล้วแบบนี้หวังกุ้ยหวู่จะทนได้อย่างไร?

แต่หวังกุ้ยหวู่กำลังเสียเปรียบ เขาจึงไม่อาจหาเหตุผลมาหักล้าง

“อ๊าก!”

หวังกุ้ยหวู่คำรามด้วยความโกรธ แรงสู้ลี้ลับโคจรอย่างบ้าคลั่งจนทำให้เลือดซึมออกมาจากผิวหนัง เพียงพริบตาเดียวตัวหวังกุ้ยหวู่ก็ท่วมไปด้วยเลือด

รูปร่างดูน่ากลัวยิ่งนัก แต่พลังของหวังกุ้ยหวู่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

แรงสู้ลี้ลับ ยิ่งบาดเจ็บยิ่งแข็งแกร่งขึ้น หวังกุ้ยหวู่ต้องการทำให้ตัวเองบาดเจ็บเพื่อเพิ่มพลัง เขาอยากฉีกปากคนตรงหน้านี้ยิ่งนัก!

“ตู้ม!”

สนามประลองสั่นสะเทือน กระบี่สองเล่มเข้าปะทะกัน กระบี่เฉียนหยวนทำลายกระบี่ของหวังกุ้ยหวู่และดันกระบี่ไปกระแทกหน้าอก

“พรู่ด!”

หวังกุ้ยหวู่กระอักเลือดออกมาเต็มปาก เขาไม่อาจควบคุมร่างกายและลอยกระเด็นไปกระแทกพื้นสนามประลองจนเกิดหลุมลึกขึ้น

“ทำได้แค่นี้หรือ?”

เฉินเฟยชี้กระบี่ลงด้านข้าง ค่อยๆเดินไปหาหวังกุ้ยหวู่ด้วยสีหน้าสงบเช่นเคย

สยบมังกรคชสาร โดยเฉพาะสยบมังกรคชสารระดับสมบูรณ์ทำให้เฉินเฟยมีพลังเกินกว่าระดับขัดเกลาอวัยวะภายในควรมี แม้หวังกุ้ยหวู่จะมีวิชากระบี่ขุนเขาสวรรค์และแรงสู้ลี้ลับซึ่งทำให้แข็งแกร่งขึ้นขณะสู้ แต่ยังไม่อาจหยุดพลังอันมหาศาลของเฉินเฟย

ฝั่งสำนักกระบี่เซียนเมฆา ศิษย์บางคนเริ่มร้อนรนหลังเห็นหวังกุ้ยหวู่โดนเฉินเฟยทุบตีติดต่อกันในการสู้ซึ่งหน้า สิ่งนี้ใช้คำว่าประเมินศัตรูต่ำเกินไปไม่ได้แล้ว เห็นได้ชัดว่าหวังกุ้ยหวู่เสียเปรียบเฉินเฟย

ศิษย์สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวต่างดูผลงานของเฉินเฟยด้วยความหลงใหล หวังกุ้ยหวู่ที่เพิ่งชนะศิษย์แท้จริงจำนวนมากถูกเฉินเฟยล้มแล้วล้มอีก

หากเปลี่ยนเป็นศิษย์แท้จริงอีกสามสำนัก บางทีอาจชนะหวังกุ้ยหวู่ แต่คงไม่มีทางทำแบบนี้ได้ ต้องเป็นการบดขยี้ฝ่ายเดียวเท่านั้นจึงสามารถทำเช่นนี้

อู๋กวงอินข้างสนามตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง เขาตบไหล่เฟิงซิวผู่โดยไม่ปิดบังสีหน้ามีความสุข

เฟิงซิวผู่ไม่พูด แต่ใบหน้าแสดงรอยยิ้มออกมาอย่างไม่อาจควบคุม ใครที่มีลูกศิษย์เช่นนี้ย่อมเป็นแบบนี้ทั้งนั้น

ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อครู่เพิ่งเห็นผู้นำศิษย์แท้จริงพ่ายแพ้ พอได้เห็นเหตุการณ์นี้ในใจจึงเกิดความรู้สึกเหนือคำบรรยาย

อนาคตสดใสอยู่เบื้องหน้า พูดได้ว่าสถานการณ์ตรงหน้านี้เป็นเช่นนั้น

“ข้ายังไม่แพ้!”

หวังกุ้ยหวู่ที่ได้ยินคำพูดเฉินเฟยพลันลุกขึ้นยืนและมองเฉินเฟยด้วยตาแดงฉาน ในด้านความแข็งแกร่ง แม้หวังกุ้ยหวู่ไม่ต้องการพูดแบบนี้ แต่ต้องยอมรับว่าตัวเองด้อยกว่าเฉินเฟย

เขาฝึกกระบี่ขุนเขาสวรรค์ซึ่งเป็นวิชามรดกชั้นยอดของสำนักกระบีเซียนเมฆาจนเข้าใจอย่างลึกซึ้ง พูดตามหลักแล้วมันควรเหนือกว่ากระบี่จ้งหยวนของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว

แต่การต่อสู้เมื่อครู่กลับเป็นตัวเขาเองที่เสียเปรียบ

“เช่นนั้นแสดงให้ข้าเห็นทีว่าเจ้าจะชนะได้อย่างไร!” เฉินเฟยมองหวังกุ้ยหวู่ ยื่นมือซ้ายกวักนิ้วเรียกให้เข้ามา

เหมือนที่หวังกุ้ยหวู่ทำกับเหมียวเต๋าซิน ในเวลานี้เฉินเฟยคืนมันให้หวังกุ้ยหวู่แล้ว

“สารเลว!”

หวังกุ้ยหวู่กัดฟันจนแทบหัก ไม่เคยมีใครกล้าทำแบบนี้กับเขา แม้แต่ศิษย์แท้จริงของสำนักกระบี่เซียนเมฆาก็ยังไม่กล้า แต่ศิษย์สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวกลับพูดเช่นนี้ หวังกุ้ยหวู่จะทนไหวได้อย่างไร!

“ปัง!”

หวังกุ้ยหวู่ต่อยหน้าอกตัวเองแล้วกระอั่กเลือดออกมา แต่ยังไม่จบเพียงเท่านั้น ดวงตาหวังกุ้ยหวู่เต็มไปด้วยความโหดเหี้ยม เขายังต่อยหน้าอกตัวเองและกระอักเลือดออกมาอีกหลายครั้ง

“สังเวย!”

หวังกุ้ยหวู่คำรามด้วยความโกรธ เลือดบนพื้นถูกลอยขึ้นและเริ่มเผาไหม้ จากนั้นกลายเป็นเลือดพุ่งเข้าไปในร่างหวังกุ้ยหวู่

ร่างหวังกุ้ยหวู่หดลงด้วยความเร็วที่มองเห็นได้และเตี้ยลงเล็กน้อย แต่พลังของหวังกุ้ยหวู่ไม่ลดลงแต่ยังเพิ่มมากขึ้น

บนร่างหวังกุ้ยหวู่มีเลือดเผาไหม้ติดอย่างคลุมเครือ มองเฉินเฟยด้วยสายตาดุร้ายและรอยยิ้มอันบ้าคลั่ง

ศิษย์นอกสนามประลองบางคนเผลอมองดวงตานั้นโดยไม่ตั้งใจ หัวใจพวกเขาถึงกับหดเกร็ง ดวงตาแบบนั้นไม่ใช่ของมนุษย์แล้ว มันเหมือนของสัตว์ป่ามากกว่า

“ศิษย์น้องหวังสู้ตายแล้ว!”

ฝั่งสำนักกระบี่เซียนเมฆา เหวินฮุ่ยเชามองหวังกุ้ยหวู่แล้วหรี่ตาลง นั้นเป็นผลของการโคจรแรงสู้ลี้ลับจนถึงขีดสุด ต้องทำร้ายตัวเองก่อนจึงทำร้ายผู้อื่น

ถือได้ว่าเป็นวิชาโต้กลับในสถานการณ์สิ้นหวัง แม้จะทุบหม้อข้าวจมเรือ[1]และได้รับพลังมหาศาล แต่การทำเช่นนี้ย่อมมีผลร้ายแรงสืบเนื่อง ต่อให้สุดท้ายหวังกุ้ยหวู่จะชนะ แต่เขาต้องพักฟื้นนานกว่าครึ่งปี

แต่เห็นได้ชัดว่าหวังกุ้ยหวู่ไม่สนใจเรื่องนี้ เขาเพียงต้องการฉีกเฉินเฟยเป็นชิ้นๆ

“ด้วยนิสัยของศิษย์น้องหวัง พอได้ยินคำพูดแบบนั้นเขาจะยอมทนได้อย่างไร”

“อย่าว่าแต่เขาเลย เป็นพวกเขาก็ทนไม่ได้เช่นกัน”

“ศิษย์สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวแข็งแกร่งนัก จากที่เห็นหลายปีมานี้เขาควรเป็นศิษย์แท้จริงที่แข็งแกร่งสุดของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว”

“ศิษย์น้องเนี่ยมั่นใจหรือ?” มีคนหันไปมองเนี่ยไห่ชุน

เนี่ยไห่ชุนเป็นศิษย์แท้จริงอันดับหกของสำนักกระบี่เซียนเมฆาและแข็งแกร่งกว่าหวังกุ้ยหวู่มาก แน่นอนว่ามันเป็นเพียงความแข็งแกร่ง หากเทียบด้านพรสวรรค์หวังกุ้ยหวู่ยังคงเหนือกว่า

“รอเขาผ่านศิษย์น้องหวังมาให้ได้ก่อน”

เนี่ยไห่ชุนมองเฉินเฟยและพูดอย่างเย็นชา เนี่ยไห่ชุนไม่ชอบเฉินเฟยอย่างยิ่ง เป็นเพียงศิษย์สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวที่พอแข็งแกร่งอยู่บ้าง กล้าดียังไงถึงอวดดีเช่นนี้ ไร้สาระสิ้นดี

[1]ทุบหม้อข้าวจมเรือ เป็นการตัดสินใจเด็ดขาด เมื่อคิดจะทำแล้วต้องทำต่อให้ถึงที่สุด