ตอนที่ 120 ดินแดนประหลาดหลากหลาย

เก่อหงเจี๋ยตะลึงไปชั่วขณะ แต่สีหน้าเขาเปลี่ยนเป็นแน่วแน่ทันใด เขาเอื้อมมือไปหยิบธูปปลุกแต่มันกลับว่างเปล่า ไม่เพียงแต่ธูปที่หายไป แม้แต่กระบี่ยาวในมือยังหายไปด้วย

เก่อหงเจี๋ยเกิดสับสน เมื่อหันมองไปรอบด้านก็เห็นแต่คนตายเพราะความหิว และเขายังสวมด้วยเสื้อผ้าขาดหลุดรุ่ย ปวดท้องด้วยความหิวโหย เรี่ยวแรงในร่างกายของเขาหายไปจนอดไม่ได้ที่จะนอนรอความตาย

“ศิษย์พี่เก่อ ทำอย่างไรดี ทนไม่ไหวแล้ว ข้ายังไม่อยากตาย!” เสียงจางฟางฉยงดังขึ้น เก่อหงเจี๋ยหันไปมอง เห็นจางฟางฉยงเสียรูปลักษณ์เพราะความหิว

“มันคือของปลอม ของปลอม ทลาย!”

แววตาสับสนของเก่อหงเจี๋ยกลายเป็นเฉียบคม หลังตะโกนออกมา พลังจิตใจเขาเพิ่มขึ้นฉับพลัน ทุกสิ่งด้านหน้าล้วนพังทลายลง

มันยังคงเป็นลานบ้านเดิม แต่รอบด้านมืดลงราวกับมีม่านสีเข้มปิดไว้ เสียงแผ่วเบาดังก้องอยู่ในหู พอลองตั้งใจฟังกลับไม่มีอะไร

“ศิษย์พี่เก่อ มีอะไรหรือ?” มู่หลางเทามองเก่อหงเจี๋ยอย่างสงสัย

“ไม่มีอะไร เมื่อครู่ข้าสับสนเพราะสิ่งแปลกประหลาด ดังนั้น...”

“ปัง!”

เก่อหงเจี๋ยตบไหล่มู่หลางเทาจนตัวกระเด็นออกไป มู่หลางเทากลางอากาศหัวเราะเสียงดังอย่างแปลกประหลาด สีหน้าเขาเต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง

เก่อหงเจี๋ยขมวดคิ้ว กุมหน้าท้องตัวเองซึ่งมีเลือดไหลออกมา เมื่อครู่นี้มู่หลางเทาแทงเขา

“ศิษย์พี่เก่อ เกิดอะไรขึ้น?” จางฟางฉยงมองเก่อหงเจี๋ยอย่างสงสัย เก่อหงเจี๋ยก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว บางครั้งแววตาเขาสงบบางครั้งก็สับสน

...

จางฟางฉยงมองไปรอบด้านอย่างระแวดระวัง ตอนนี้เก่อหงเจี๋ยทั้งสามหายตัวไป ในลานแห่งนี้เหลือเพียงนางคนเดียว

“ศิษย์พี่หญิงจาง ศิษย์พี่หญิงจาง ท่านอยู่ที่ไหน?” เสียงแผ่วเบาของมู่หลางเทาดังขึ้น แต่กลับไม่มีใครอยู่ตรงนั้นราวกับว่าเสียงนี้มาจากที่ห่างไกล

จางฟางฉยงลังเลอยู่ครู่หนึ่งและไม่ได้เดินไป สิ่งแปลกประหลาดมาอย่างกะทันหันจนไม่มีใครตอบโต้ทัน ความสามารถของมันยังแข็งแกร่งมาก แม้แต่นางยังมองภาพลวงตารอบตัวไม่ออก

“ศิษย์พี่หญิงจาง นั่นท่านหรือ?”

เสียงเฉินเฟยดังเข้าหูจางฟางฉยง จางฟางฉยงตกใจ ขยับเท้าชักกระบี่และหันไปมองเฉินเฟย ดวงตานางเต็มไปด้วยความระแวง

“ศิษย์พี่หญิงจาง นี่ข้าเอง” เฉินเฟยถือธูปปลุกมองไปรอบด้านอย่างระแวดระวัง

“ศิษย์น้องเฉิน ตอนที่เราพบกันครั้งแรกเมื่อสองปีก่อน สิ่งแรกที่เราพูดกันคืออะไร?” จางฟางเฉียงมองเฉินเฟยและพูดเสียงทุ้ม

“สองปีก่อน? ศิษย์พี่หญิงจาง พวกเราเพิ่งเจอกันไม่กี่วันไม่ใช่หรือ?” เฉินเฟยมีสีหน้าสับสน

“ไม่เป็นไร เจ้ามาเถอะ”

จางฟางฉยงถอนหายใจโล่งอกและปล่อยให้เฉินเฟยเดินเข้ามา เฉินเฟยพยักหน้าและเดินไปอยู่ข้างจางฟางฉยงอย่างระวัง สายตาของเขาสอดส่องไปรอบด้าน

“ศิษย์พี่หญิงจาง ตอนนี้เราควรทำอย่างไรดี?” เฉินเฟยถามเสียงต่ำ

“สิ่งแปลกประหลาดนี้แข็งแกร่งมาก หากไม่พบศิษย์เก่อกับคนอื่นในภายหลัง เราคงทำได้เพียงเสี่ยงจุดเทียนแดง” จางฟางฉยงตอบ

การจุดเทียนแดงในดินแดนประหลาดเป็นเรื่องที่อันตรายมาก แต่หากจุดเพียงครู่เดียวก็ยังพอยอมรับได้ ไม่อย่างนั้นหากรอแบบนี้ต่อไปจุดจบอาจแย่กว่าเดิม

“ศิษย์พี่หญิงจาง ท่านมีเทียนแดงหรือ?”

เฉินเฟยค่อยๆเกาะตัวจางฟางฉยงอย่างนุ่มนวลและเริ่มคลำไปทั่วตัว

จางฟางฉยงตกตะลึง ใบหน้านางแดงก่ำ นางต้องการผลักเฉินเฟยออกไปแต่ร่างกายกลับอ่อนแรงลง ร่างกายนางเริ่มเอนไปหาเฉินเฟยโดยไม่รู้ตัว

“ไม่ถูกต้อง!”

ดวงตาจางฟางฉยงเปิดกว้างทันที นางใช้ฝ่ามือตบหัวเฉินเฟยแต่พบว่าเฉินเฟยเปลือยกายครึ่งบนและมองนางด้วยความรักใคร่

ฝ่ามือจางฟางฉยงชะงักเล็กน้อย ความปรารถนาอันไร้เหตุผลเติมเต็มจิตใจจางฟางฉยงทันใด

“ตาย!”

จางฟางฉยงตะโกนดังลั่น ร่างนางสั่นไหวไปตบหัวเฉินเฟย ครู่ต่อมาสภาพแวดล้อมโดยรอบแตกเป็นเสี่ยง จางฟางฉยงยังคงยืนอยู่คนเดียวในลานบ้านและไม่มีใครอยู่รอบตัว

“ศิษย์พี่หญิงจาง ศิษย์พี่หญิงจาง นั่นท่านหรือ?” เสียงแผ่วเบาของเฉินเฟยดังขึ้น เฉินเฟยเดินออกมาจากหมอกพร้อมกับธูปในมือ

จางฟางฉยงกำกระบี่ยาวด้วยสายตาสับสน นี่เป็นของจริงหรือปลอมกันแน่?

...

หลังความมืดเข้าปกคลุม เมื่อได้ยินเสียงเรียกของเก่อหงเจี๋ยเฉินเฟยจึงถอยหลังไปสองก้าว สีหน้าเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย ในการรับรู้ของเฉินเฟย ทั้งสามคนที่อยู่ด้านหลังเขาหายไปนานแล้ว แต่ในเวลานี้เก่อหงเจี๋ยทั้งสามกลับปรากฏอยู่ในสายตา

“ศิษย์น้องเฉิน มาตรงนี้เร็ว!”

เก่อหงเจี๋ยพูดเสียงต่ำด้วยสีหน้ากังวล

“ศิษย์น้องเฉิน ตามที่ข้ากล่าวไว้ตอนแรก คนหนึ่งเฝ้าทางเดียว” จางฟางฉยงเร่งเร้า

เฉินเฟยไม่พูดอะไร เคล็ดชำระต้นกำเนิดหมุนเวียนอย่างรวดเร็ว ภาพโดยรอบยังคงราบรื่น แต่มีการชะงักเล็กน้อยและสิ่งไม่จริงน้อยลง

“อย่างที่คิดไว้!”

จี้หยกที่แขนเฉินเฟยส่องแสงสลัว เคล็ดชำระต้นกำเนิดหมุนเวียนเร็วขึ้นทันใด ภาพลวงตารอบตัวแตกเป็นเสี่ยง

เมื่อมองไปรอบด้านอีกครั้ง เฉินเฟยไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ในห้องลานบ้านตั้งแต่เมื่อไหร่ ในเวลานี้เขากำลังเดินไปที่มุมโดยไม่รู้ตัว ตรงนั้นมีใบกระบี่ยาวอันหนึ่งปักอยู่ หากเขาเดินแบบนี้ต่อไปใบกระบี่นั้นจะเสียบเข้าดวงตาเฉินเฟย

เฉินเฟยหยิบธูปปลุกออกมาจุดและกำลังจะตามหาคนอื่น ทันใดนั้นฝีเท้าเขาก็หยุดลง

“ไม่ นี่ยังเป็นภาพลวงตาอยู่!”

เคล็ดชำระต้นกำเนิดภายใต้พลังของจี้หยกทำให้เฉินเฟยรู้สึกถึงความไม่จริงของสภาพแวดล้อมโดยรอบ ความไม่จริงประเภทนี้ซ่อนเร้นอยู่ลึกมาก หากใช้เพียงเคล็ดชำระต้นกำเนิดเกรงว่าคงไม่พบเรื่องนี้

เฉินเฟยถือกระบี่ยาวไว้ในมือ พลังจิตใจเพิ่มขึ้น จากนั้นแทงกระบี่ยาวออกไป

ราวกับแทงเข้าไปในหนังวัว จี้หยกส่องแสงทันใด รอบด้านแตกเป็นเสี่ยงเหมือนเฉินเฟยทำลายกำแพงได้ ทันใดนั้นเฉินเฟยก็ปรากฏอยู่ที่ลานบ้าน

เฉินเฟยมองไปรอบด้านอย่างระแวดระวัง แต่ยังไม่พบเก่อหงเจี๋ยและคนอื่น

“ตาย!”

เสียงตะโกนดังขึ้น หัวใจเฉินเฟยเต้นรัว ร่างกายเขาสั่นไหวรีบเข้าไปในบ้าน เห็นมู่หลางเทากำลังถือกระบี่ยาวฟันไปมาอย่างบ้าคลั่ง สีหน้ายังเหมือนคนเสียสติ หูและตาเขามีเลือดไหลออกมาเต็มไปหมด

เฉินเฟยหยิบธูปปลุกออกมาอย่างรวดเร็ว กลิ่นจางเริ่มอบอวล สีหน้ามู่หลางเทาสงบลง เขาลืมตาขึ้นและมองไปรอบด้านอย่างสับสน เมื่อเห็นเฉินเฟยเขาก็ยกกระบี่ยาวเตรียมไว้ด้วยท่าทางไม่ไว้วางใจ

“เป็นคนหรือสิ่งแปกประหลาด!” มู่หลางเทาตะโกนเสียงต่ำ

เฉินเฟยยกธูปปลุกในมือขึ้น แต่แววตามู่หลางเทายังคนระแวงไม่เชื่อใจ

เฉินเฟยตกตะลึง นี่อาจเป็นเพราะเขาเพิ่งเจอกับหลายสิ่งอย่างในภาพลวงตา แต่พอนึกถึงภาพลวงตาสองชั้นนี้ หากไม่ทำลายภาพลวงตาชั้นที่สองได้ทันเวลาภาพลวงตานั้นจะซ้อนทับต่อไป คนส่วนใหญ่คงทนรับไม่ได้

เฉินเฟยไม่ได้บังคับมู่หลางเทา แต่เมื่อได้ยินเสียงเคลื่อนไหวจากด้านนอก ร่างเขาก็สั่นไหวทำลายกำแพงบ้านออกไป เห็นจางฟางฉยงกับเก่อหงเจี๋ยกำลังสู้กันอย่างดุเดือด

แสงกระบี่วูบวาบ ภายในบ้านยุ่งเหยิงไปหมด

เฉินเฟยโยนธูปปลุกออกไปแทรกระหว่างทั้งสองอย่างไม่รอช้า

กลิ่นหอมของธูปปลุกถูกปล่อยออกมาอย่างรวดเร็ว ครู่ต่อมาทั้งสองเริ่มหยุดมือและลืมตาขึ้น

มองไปรอบด้าน เมื่อเห็นเฉินเฟยก็แสดงท่าทางระวัง

“มันเป็นภาพลวงตาซ้อน ศิษย์พี่เก่อ ศิษย์พี่หญิงจาง พวกท่านสามารถหยิบธูปปลุกออกมาจุดได้แล้ว” เฉินเฟยพูดเสียงต่ำ

“ไม่จำเป็น”

เก่อหงเจี๋ยส่ายหัว เขาออกมาจากภาพลวงตาแล้ว ด้วยการหมุนเวียนพลังจิตใจจึงแยกแยะความจริงได้ หากเป็นในภาพลวงตาจะทำให้สับสนและมึนงงตลอดเวลา

แต่ต้องบอกว่าสิ่งแปลกประหลาดตัวนี้แข็งแกร่งจริง หากไม่ใช่เพราะเฉินเฟยทั้งกลุ่มคงโดนกำจัดไปแล้ว

จางฟางฉยงมองเฉินเฟยแล้วนึกถึงบางสิ่งจึงทำให้ใบหน้านางเปลี่ยนเป็นสีแดง นางรีบก้มหน้าลงอย่างรวดเร็ว

“ศิษย์พี่หญิงจาง ท่านเป็นอะไรหรือไม่?” เมื่อเห็นท่าทางของจางฟางฉยง มู่หลางเทาจึงถามด้วยความเป็นห่วง

“ออกไปซะ!” จางฟางฉยงตะโกนใส่มู่หลางเทา

“ศิษย์พี่หญิงจาง ตัวข้าที่ท่านเห็นในภาพลวงตาไม่ใช่ข้านะ” มู่หลางเทาตกใจเสียงตะโกนและโต้กลับทันที

จางฟางฉยงกลอกตา นางไม่อยากคุยกับคนงี่เง่าคนนี้อีกแล้ว

“ตู้ม!”

เสียงดังขึ้น ทั้งสี่มองหน้ากัน ร่างพวกเขาสั่นไหวรีบออกไป พบว่ามีผู้คนกำลังต่อสู้กันภายใต้ร่มไม้ เมื่อดูให้ดีจึงพบว่าเป็นพวกลู่ไห่หยาน

แต่เมื่อเทียบกับอาการบาดเจ็บเล็กน้อยของเก่อหงเจี๋ยและคนอื่นในขณะนี้ คนในกลุ่มลู่ไห่หยานล้วนจมกองเลือด มีเพียงลู่ไห่หยานคนเดียวที่พุ่งไปสู้กับอีกคน

“ทำไมพวกเขาถึงมาอยู่ที่นี่?” มู่หลางเทาถามอย่างสับสน

“จะเพราะอะไรล่ะ คงติดตามเรามานั่นแหละ ความสามารถในการติดตามยอดเยี่ยมนัก”

จางฟางฉยงตะคอกเย็นชา ใครก็ตามที่ถูกติดตามเช่นนี้ย่อมไม่พอใจ แต่คิดไม่ถึงว่าพวกลู่ไห่หยานจะถูกสิ่งแปลกประหลาดลากเข้าภาพลวงตาด้วย

“ข้าอยากขอบคุณพวกเขาเช่นกันที่แบ่งพลังสิ่งแปลกประหลาดไป”

เก่อหงเจี๋ยส่ายหน้า “ตอนนี้สิ่งแปลกประหลาดนั่นน่าจะสิงร่างใครสักคนอยู่”

“แล้วพวกเราจะทำอย่างไร?” มู่หลางเทาถาม

“บังคับสิ่งให้แปลกประหลาดออกมา ไม่อย่างนั้นจะลำบากกว่านี้”

เก่อหงเจี๋ยพูดจบก็จุดธูปปลุกแล้วโยนไปด้านข้างลู่ไห่หยาน

ลู่ไห่หยานทั้งสองหยุดชั่วขณะ ทันใดนั้นเงาดำโผล่ออกมาจากหัวลู่ไห่หยาน มันมองไปรอบด้านด้วยตาแดงเข้มซึ่งเต็มไปด้วยความเย็นชา

ผู้คนที่โดนมันมองต่างได้ยินเสียงหลอนในหู ในขณะเดียวกันภาพลวงตาก็เริ่มปรากฏขึ้นต่อหน้าพวกเขา และโลกทั้งใบเริ่มกลายเป็นเรื่องไม่จริง

“ฟิ้ว!”

ลูกธนูเจาะเข้าหน้าผากเงาประหลาดและดึงมันออกจากร่างลู่ไห่หยาน

ร่างลู่ไห่หยานสั่นเทาล้มลงพื้นอย่างอ่อนแรง เขาต้องทุกข์ทรมานจากการสูญเสียเลือดลมและพลังจิตใจยังได้รับบาดเจ็บ

“ฟ่อ!”

เงาประหลาดตะโกนอย่างบ้าคลั่ง แต่สิ่งที่ทักทายมันคือลูกธนูนับไม่ถ้วนและตอกมันลงพื้น

เมื่อเทียบกับความสยดสยองที่ถูกดึงเข้าไปในภาพลวงตาเมื่อครู่ ร่างกายประหลาดตัวนี้อ่อนแอจนผิดปกติ เมื่อครู่มันไม่เร็วพอที่จะหลบลูกธนูด้วยซ้ำ

เฉินเฟยสงสัยว่าสิ่งแปลกประหลาดตัวนี้อาจไม่ได้เคลื่อนไหวในดินแดนประหลาดด้วยตัวเอง แต่กระโดดไปไปตามรอยต่อต่างๆในดินแดนประหลาดแทน นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้แม้แต่ขอบเขตขัดเกลาอวัยวะภายในยังหลบไม่พ้น

เก่อหงเจี๋ยงทั้งสามพุ่งเข้าหาเงาประหลาด กระบี่สามเล่มแทงเข้าร่างเงาประหลาด เลือดลมนั้นเป็นดั่งไฟ เงาประหลาดสั่นเทาและหายไปเหมือนกลุ่มควัน