เก่อหงเจี๋ยทั้งสี่ยืนมองกลุ่มลู่ไห่หยานที่นอนอยู่บนพื้นจากด้านข้าง
ตายสอง บาดเจ็บสาหัสสอง จ้าวจิ่งเยวียนถูกตัดแขนไปข้างหนึ่ง และด้วยเหตุผลบางอย่างแขนที่ถูกตัดขาดนั้นแหลกละเอียดจนกลายเป็นเลือดเนื้อซึ่งไม่อาจนำกลับมาต่อได้
แก่นแท้เลือดของลู่ไห่หยานขาดห้วง จิตใจได้รับความเสียหาย เรื่องนี้ร้ายแรงยิ่งนัก
เดิมทีมาที่ดินแดนประหลาดเพื่อชดเชยผลกระทบจากการทะลวงระดับล้มเหลว แต่ตอนนี้อาการบาดเจ็บกลับแย่ลง ต่อให้ดูดซับปราณหยวนในภายหลังก็มีโอกาสฟื้นตัวไม่มาก
“พวกเจ้ามาลำบากเพื่ออะไร?”
เก่อหงเจี๋ยมองจ้าวจิ่งเยวียนแล้วส่ายหน้า ท้ายที่สุดพวกเขาเคยร่วมมือกันอยู่หลายครั้ง เมื่อเห็นสภาพน่าสังเวชของจ้าวจิ่งเยวียนเก่อหงเจี๋ยจึงถอนหายใจ
“หากพวกเจ้ายอมร่วมมือกับเรา พวกข้าคงไม่เป็นแบบนี้!” จ้าวจิ่งเยวียนเงยหน้ามองเก่อหงเจี๋ยด้วยสีหน้าบึ้งตึง
“จ้าวจิ่งเยวียน เป็นเจ้าตามพวกข้ามาเอง ยังมีเหตุผลอยู่หรือไม่?” มู่หลางเทาตะโกน สมองของคนคนนี้คงไม่ได้รับความเสียหายจากสิ่งแปลกประหลาดเมื่อครู่หรอกนะ
“ข้าต้องการแข็งแกร่งขึ้น มันผิดหรือไง!” จ้าวจิ่งเยวียนพูดเสียงดัง
“อยากแข็งแกร่งขึ้นไม่ใช่เรื่องผิด แต่วิธีการของเจ้ามันผิด ช่างเถอะ เจ้ามันไม่มีเหตุผลอยู่แล้ว อย่างไรพวกเจ้าก็ทำตัวเองทั้งนั้น” จางฟางฉยงส่ายหัว นางไม่มีเหตุผลที่ต้องอธิบายกับคนประเภทนี้
ครั้งแรกที่ได้ร่วมมือกัน นางรู้สึกเลยว่าจ้าวจิ่งเยวียนเป็นคนไม่ดี และตอนนี้ได้รู้แล้วเขาอยู่แต่ในโลกของตัวเอง
“ช่วยพาพวกเราออกจากดินแดนประหลาดได้หรือไม่ หากกลับไปด้วยสภาพนี้พวกเราคงไม่รอดแน่!”
ลู่ไห่หยานมองเก่อหงเจี๋ยด้วยสายตาอ้อนวอน ถึงจะไม่มีโอกาสทะลวงระดับขัดเกลาทวารแต่ลู่ไห่หยานยังไม่อยากตาย การมีชีวิตอยู่ย่อมดีกว่าตาย
เก่อหงเจี๋ยลังเลครู่หนึ่งก่อนจะส่ายหัว ลอบติดตามพวกเขามาโดยวางแผนร้ายไว้แบบนี้ แค่พวกเขาไม่สะสางเรื่องนี้ก็ถือว่าใจกว้างมากแล้ว ตอนนี้ยังต้องการให้พาพวกเจ้ากลับไปอีกหรือ?
ตอบแทนความแค้นด้วยความดี? จะเป็นแบบนั้นได้อย่างไร!
ลู่ไห่หยานทั้งสองถึงกับหน้าเปลี่ยนสี พวกเขาต้องการพูดอะไรบางอย่างแต่ไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไร พวกเขาสะกดรอยตามเพราะต้องการฉวยโอกาส หากเผชิญกับอันตรายจริงพวกเขาย่อมไม่เข้าไปช่วยเช่นกัน
“ศิษย์พี่เก่อ ข้าผิดไปแล้ว พาข้ากลับไปด้วยเถอะ ข้ายังไม่อยากตาย!” จ้าวจิ่งเยวียนน้ำตาไหล
“มีบางอย่างไม่ถูกต้อง”
เฉินเฟยพูดขึ้นอย่างกะทันหัน ขมวคิ้วมองไปรอบด้าน
ผ่านมาพักหนึ่งแล้วตั้งแต่กำจัดเงาประหลาด เดิมทีเฉินเฟยคนอื่นรอให้ความมืดหายก่อนจากไป คิดไม่ถึงว่าผ่านมาพักหนึ่งแล้วแต่ความมืดยังไม่หาย
เก่อหงเจี๋ยคนอื่นพบสถานการณ์นี้เช่นกัน ความมืดนี้มาพร้อมกับเงาประหลาด เมื่อเงาประหละตายไปความมืดจึงควรหายไปด้วย
“สามารถฆ่าสิ่งประหลาดลวงตาได้ ไม่เลว!”
ทันใดนั้นมีเสียงดังขึ้น จากนั้นกระแสวังวนเข้าปกคลุมทุกคน
เฉินเฟยคนอื่นตกใจ ร่างพวกเขาสั่นไหวแต่ไม่สามารถออกจากวังวนได้ เพียงพริบตาเดียวคนทั้งหกก็หายไปจากจุดเดิม เหลือเพียงสองศพที่อยู่บนพื้น
“ปัก!”
ทั้งหกหล่นกระแทกพื้นอย่างแรง ลำคอเฉินเฟยรู้สึกหวาน มีเลือดไหลจากมุมปากเล็กน้อย เขาเงยหน้าขึ้นพบว่าไม่ได้อยู่ในลานบ้านอีกต่อไปและอยู่ในสถานที่ประหลาดแทน
ทั้งหกพยายามลุกขึ้นมองไปรอบด้าน พวกเขาไม่อาจต้านทานการเคลื่อนไหวนี้ได้ ความแข็งแกร่งของอีกฝ่ายย่อมอยู่เหนือความคาดหมาย
“ระดับขัดเกลาอวัยวะภายในสี่คน ระดับขัดเกลาไขกระดูกสองคน คนแรกที่หลุดจากภาพลวงตายังเป็นคนที่เพิ่งเข้าระดับขัดเกลาไขกระดูก”
ร่างหนึ่งปรากฏขึ้นอย่างเงียบๆต่อหน้าทุกคน เมื่อเห็นลมหายใจสิ่งประหลาดลวงตาที่ตกค้างอยู่ในตัวทั้งหกมีมากแค่ไหน อีกฝ่ายก็มองเฉินเฟยด้วยความสนใจ
“เจ้าเป็นใคร!”
เก่อหงเจี๋ยกำกระบี่ยาวไว้ในมือ แม้อีกฝ่ายจะไม่มีท่าทีโอ่อ่า แต่เก่อหงเจี๋ยรู้สึกว่าอีกฝ่ายสามารถฆ่าเขาได้ทุกเมื่อ
ฟางชิ่งหงชำเลืองมองเก่อหงเจี๋ย เก่อหงเจี๋ยรู้สึกเหมือนโดนบางอย่างกระแทกอย่างแรง เขากระอั่กเลือดออกมาเต็มปากแล้วตัวลอยกระเด็นไปชนผนังด้านหลัง
“ศิษย์พี่เก่อ!”
เฉินเฟยคนอื่นตกใจและรีบตามไปดู สีหน้าเก่อหงเจี๋ยซีดขาวและซี่โครงหัก เก่อหงเจี๋ยไม่รู้ตัวเลยว่าการโจมตีมาตั้งแต่เมื่อไหร่
“ผู้อาวุโส ไม่ทราบว่ามีอะไรให้ข้าช่วยหรือไม่?” ลู่ไห่หยานโค้งคำนับด้วยรอยยิ้มประจบสอพลอ
“ใช่ใช่ใช่ หากผู้อาวุโสต้องการอะไรพวกเราจะทำให้ดีที่สุด!” จ้าวจิ่งเยวียนพยักหน้าอย่างเร่งรีบ
“เกือบโดนสิ่งประหลาดลวงตาฆ่า พวกเจ้าจะช่วยอะไรข้าได้?”
ฟางชิ่งหงมองหลู่ไห่หยานทั้งสอง ร่างกายพวกเขาแข็งทื่อทันใด ครู่ต่อมาพวกเขากระเด็นลอยกลับหัวไปชนกำแพง พ่นละอองเลือดไปทั่วและไม่อาจขยับตัวได้อีก
“ท่านต้องการ...”
ก่อนที่มู่หลางเทาจะทันพูดจบร่างของเขาก็ถูกกระแทกลอยไปติดกำแพง จางฟางฉยงตะคอกเสียง ร่างนางสั่นไหว แสงกระบี่วาบขึ้น แต่ไปได้เพียงไม่กี่ก้าวก็โดนแรงกดดันมหาศาลกระแทกลงพื้น
พื้นดินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนเกิดรอยแตกนับไม่ถ้วน
เฉินเฟยง้างธนูยิงออกไปมากกว่าสิบดอกและก้าวเท้าตามหลังลูกธนู แต่ลูกธูกพุ่งไปได้ไม่กี่หมี่ก็แตกเป็นเสี่ยง
เฉินเฟยส่งเสียงเฮอะและชักระบี่ยาวออกมา แต่ได้เห็นกระบี่ยาวแตกเป็นชิ้นจากปลายกระบี่ ท้ายที่สุดเฉินเฟยขยับไม่ได้อีกและโดนตรึงไว้กับที่
“พื้นฐานของเจ้าดีที่สุดในกลุ่ม กระบี่เมื่อครู่ไม่เลวเช่นกัน”
ฟางชิ่งหงมองเฉินเฟยแล้วส่ายห้ว “น่าเสียดายที่ฐานฝึกฝนต่ำเกินไป ต่ำกว่าระดับขัดเกลาทวารล้วนเป็นมด!”
ทุกคนมองฟางชิ่งหงอย่างสงสัยว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่
“เมื่อครู่เป็นเพียงบทลงโทษเล็กน้อย เลิกคิดเรื่องไร้สาระได้แล้ว”
ฟางชิ่งหงหัวเราะเบาและเอนหลังนอนลง ทันใดนั้นเก้าอี้ผ้าใบหนึ่งปรากฏด้านหลังเขา
ฟางชิ่งหงมองทุกคนจากนั้นหันศีรษะไปมองเฉินเฟย “ในบรรดาคนเหล่านี้เจ้าเป็นคนมีค่ามากที่สุด หากเจ้าต้องการอยู่รอดหรือช่วยชีวิตพวกมัน จงทำตามที่ข้าสั่งซะ!”
“ท่านต้องการอะไร!”
เฉินเฟยพบว่าพลังที่ควบคุมตัวเองหายไป เขามองฟางชิ่งหงอย่างความกลัว
พลิกมือคุมเมฆพลิกมือคุมฝน[1] ความแข็งแกร่งของฟางชิ่งหงเหนือกว่าพวกเขามาก ฟางชิ่งหงสามารถฆ่าพวกเขาได้ด้วยความคิดเดียว
“ง่ายมาก หาสามสิ่งนี้ให้เจอ เมื่อได้มาอันหนึ่งข้าจะปล่อยสองคน”
ฟางชิ่งหงเคาะที่เท้าแขน กระแสแสงพุ่งเข้าจิตใจเฉินเฟย เฉินเฟยคิดจะหลบแต่กระแสแสงได้เข้าไปแล้ว
เฉินเฟยมีสีหน้าน่าเกลียด เขาไม่อาจต้านทานได้เลย
เฉินเฟยหลับตาลง รับรู้ถึงรูปแบบที่อยู่ในใจ มันคือลูกปัดทองสัมฤทธิ์สามเม็ด สองเม็ดเล็กหนึ่งเม็ดใหญ่ มีลวดลายหนาแน่นสลักอยู่บนพื้นผิว
“เมื่อเจอหนึ่งเม็ดให้ส่งคืนมาหนึ่งเม็ด หากทำได้ดีไม่เพียงแต่พวกมันจะรอด แต่ข้ายังถ่ายทอดวิชาเวทย์ทั้งหมดให้เจ้าด้วย!”
ฟางชิ่งหงหัวเราะเบา “แม้แต่เจ้าต้องการทะลวงระดับขัดเกลาทวารด้วยระยะเวลาสั้น ข้าก็หาทางให้ได้!”
“ท่านจะรับประกันอย่างไรว่าเมื่อพบสิ่งนั้นแล้วท่านจะรักษาสัญญาณปล่อยเราไป!”
เฉินเฟยพูดเสียงทุ้ม เมื่อได้ยินวิชาเวทย์เฉินเฟยก็ไม่ได้สนใจเลย ตัดสินจากการกระทำของฟางชิ่งหงในตอนนี้ แม้ว่าสุดท้ายจะทำทุกอย่างสำเร็จ คำถามเดียวคือเขาจะรอดอยู่ไหม
“ฮ่าฮ่าฮ่า เป็นคำถามที่ดี”
ฟางชิ่งหงหัวเราะเสียงดัง จ้องมองเฉินเฟยแล้วพูด “เจ้าต้องเดิมพันว่สุดท้ายข้าจะปล่อยไปหรือไม่ หรือเจ้าไม่อยากเดิมพัน เช่นนั้นก็ตายได้เลย!”
เฉินเฟยกัดฟันแน่น ฟางชิ่งหงไม่ปิดบังแม้แต่น้อย
“นอกจากนี้อย่าพยายามฝ่าฝืนคำสั่งของข้า ไม่อย่างนั้นข้าจะทำให้เจ้าอยู่ไม่ได้ตายไม่ได้!”
ฟางชิ่งหงเคาะที่เท้าแขน ทันใดนั้นความเจ็บปวดรุนแรงระเบิดออกมาจากจิตใจของเฉินเฟย ในเวลานี้พลังได้ท่วมท้นอยู่ในสมองเฉินเฟยราวกับมันจะแยกหัวเฉินเฟย
“หากเจ้าไม่ได้รับลูกปัดทองสัมฤทธิ์เม็ดแรกภายในหนึ่งชั่วยาม ชีวิตของเจ้าจะเลวร้ายยิ่งกว่าความตาย และใครบางคนจะต้องตาย!” ฟางชิ่งหงพูดอย่างเคร่งขรึม
“ข้าจะกลับมา!”
เฉินเฟยกุมหัวยืนขึ้น หันไปมองลู่ไหยานกับจ้าวจิ่งเยวียนและพยักหน้าให้ จากนั้นตัวเขาถูกเคลื่อนย้ายออกจากที่แห่งนี้
ลู่ไห่หยานและจ้าวจิ่งเยวียนเห็นสิ่งที่เฉินเฟยแสดงต่อพวกเขาแล้วรู้สึกอธิบายไม่ถูก แต่เมื่อเห็นการจ้องมองของฟางจิ่งหง ลู่ไห่หยานถึงกับเบิกตากว้าง
“อื้ออื้ออื้อ!”
ลู่ไห่หยานและจ้าวจิ่งเยวียนอยากจะอธิบายอย่างสิ้นหวัง แต่ปากของพวกเขาถูกปิดไว้ก่อนจึงทำให้พวกเขาพูดไม่ได้ ตอนนี้พวกเขาจะร้องไห้แล้ว
เฉินเฟยปรากฏตัวที่ตำแหน่งเดิมของลานบ้าน มองไปรอบด้านแต่ไม่สามารถตรวจพบตำแหน่งที่จากมาได้
“ข้าจับตามองเจ้าอยู่ อย่าได้ทำอะไรที่ไม่จำเป็น สำหรับผู้อาวุโสของสำนักเจ้า ข้าปิดกั้นดินแดนประหลาดไว้แล้ว เขาจะเข้ามาไม่ได้” เสียงฟางชิ่งหงดังขึ้นในหูเฉินเฟย
เฉินเฟยไม่ตอบ สัมผัสได้ถึงทิศทางลูกปัดทองสัมฤทธิ์จากความคิด ร่างกายเขาสั่นไหววิ่งไปข้างหน้าอย่างระมัดระวัง
ความรู้สึกโดนเฝ้ามองอยู่ทางด้านหลังเฉินเฟยเสมอ มันไม่หายไปจนกระทั่งเฉินเฟยอยู่ห่างจากลานบ้านหลายร้อยหมี่
“ไม่ได้จับตามองแล้ว หรือข้าสัมผัสไม่ได้เอง?”
เฉินเฟยหยุดคิดชั่วขณะ จากนั้นเดินต่อไปอีกหลายสิบหมี่และหยุดเท้า
เฉินเฟยใช้พลังจิตใจหาพลังนั้นภายในตัว เมื่อเทียบกับความคึกคักเมื่อครู่ พลังนี้สงบลงมาก
“ข้าจำสิ่งที่อาจารย์พูดไก้ แม้พลังจิตใจของระดับขัดเกลาทวารจะแข็งแกร่งแต่พวกมันอยู่ห่างได้มากสุดเพียงสิบหมี่ หากอยู่ไกลกว่านั้นจะต้องใช้พลังมหาศาลและคงอยู่ได้ไม่นาน”
เฉินเฟยนึกถึงความแข็งแกร่งฟางชิ่งหงแสดงให้เห็น อย่างน้อยเขาต้องอยู่ในระดับขัดเกลาทวารอย่างไม่ต้องสงสัย แต่เป็นการยากที่จะตัดสินว่าเขาเหนือกว่าระดับขัดเกลาทวารหรือไม่
ฟางชิ่งหงต้องการลูกปัดทองสัมฤทธิ์สามเม็ด เห็นได้ชัดมันอยู่ในสถานที่เฉพาะ แต่เขาไม่ได้เอามันด้วยตัวเองเพราะอาจออกจากที่แห่งนั้นไม่ได้
ที่นั่นอาจมีโซ่ตรวนเขาอยู่ หรือเป็นตัวฟางชิ่งหงเองที่มีปัญหา
เฉินเฟยนึกถึงความรู้สึกไม่จริงของอีกฝ่ายซึ่งแตกต่างจากเลือดเนื้อของคนปกติ
เฉินเฟยสิ่งที่เห็นซ้ำไปซ้ำมาจนพบเงื่อนงำบางอย่าง
“คนคนนั้นบอกว่าดินแดนประหลาดถูกปิดกั้นไว้ เช่นนั้นคงต้องลองไปดู แต่ข้าจะลบพลังนี้ออกได้อย่างไร!”
เฉินเฟยสัมผัสได้ถึงพลังที่ไหลเวียนในใจแล้วขมวดคิ้ว นี่คือระเบิดเวลา เฉินเฟยถูกระเบิดตายได้ทุกเมื่อ
[1]พลิกมือคุมเมฆพลิกมือคุมฝน ผู้มีอำนาจที่สามารถสั่งอะไรก็ได้
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved