เนี่ยไห่ชุนลุกขึ้นอย่างสั่นเทาแล้วจ้องมองเฉินเฟย จนถึงตอนนี้เนี่ยไห่ชุนยังไม่รู้ว่าตัวเองเปิดช่องโหว่ตอนไหน เฉินเฟยถึงได้ค้นพบตัวเองเร็วเช่นนี้
ตอนเฉินเฟยพบร่างจริง เนี่ยไห่ชุนยังไม่ทันเตรียมตัว เมื่อถูกเฉินเฟยฟันกระบี่ใส่มันจึงนำมาซึ่งผลลัพธ์ในเวลานี้
ก่อนเริ่มสู้ เนี่ยไห่ชุนยังสาบานน้ำใส[1]และดูถูกเฉินเฟยอยู่ในใจ ตอนนี้รู้แล้วว่าเรื่องน่าตลกที่สุดคือตัวเขาเองต่างหาก
“เป็นพลังจิตวิญญาณที่บริสุทธิ์ยิ่งนัก!”
ฝั่งสำนักกระบี่เซียนเมฆา ผู้แข็งแกร่งขัดเกลาทวารประหลาดใจ
ในฐานะนักยุทธ์ขัดเกลาอวัยวะภายใน การเพิ่มพลังจิตวิญญาณเป็นเรื่องยากที่จะทำได้ แต่นั่นยังพอมีวิธีอยู่บ้าง
วิธีที่ง่ายและหยาบกระด้านที่สุดคือการใช้วัตถุวิญญาณเช่นดอกบัวฝันหวานหรือโอสถที่หลอมจากวัตถุวิญญาณคล้ายกัน
แม้ผลกระทบหลักของผลไม้ที่ได้จากต้นไม้จิตวิญญาณของสำนักกระบี่เซียนเมฆาจะไม่ได้เป็นการเพิ่มพลังจิตวิญญาณ แต่การกินมันสามารถเพิ่มพลังจิตวิญญาณได้เช่นกัน
หรืออีกอย่างคือฝึกวิชาจิตใจ แต่วิชาจิตใจเป็นเรื่องยากสำหรับระดับขัดเกลาอวัยวะภายใน แม้แต่ศิษย์แท้จริงซึ่งเป็นอัจฉริยะก็ยังฝึกฝนได้ยาก
และวิชาแบบนั้นไม่เพียงเพิ่มพลังจิตวิญญาณ แต่ยังช่วยชำละล้างพลังจิตวิญญาณให้บริสุทธิ์ขึ้น แต่มันฝึกฝนได้ยากเช่นกัน นั้นจึงทำให้เป็นเรื่องยากสำหรับนักยุทธ์ขัดเกลาอวัยวะภายใน
กระบี่ข่มจิตเป็นวิชาโดดเด่นในการใช้พลังจิตวิญญาณ เป็นไปไม่ได้ที่ระดับขัดเกลาอวัยวะภายในธรรมดาจะมองออก สำหรับระดับพลังเท่ากัน ถึงพูดไม่ได้ว่าไร้เทียมทาน แต่ตราบใดที่ฝึกจนลึกซึ้งมันก็ยากจะหาใครสู้ด้วย
เช่นเดียวกับเฉินเฟยทำลายกระบี่ข่มจิตได้อย่างง่ายดาย มีเพียงจิตวิญญาณแข็งแกร่งและบริสุทธิ์เท่านั้นที่ทำได้ พลังจิตวิญญาณของเฉินเฟยมีลักษณะของผู้แข็งแกร่งขัดเกลาทวารบ้างแล้วแล้ว ด้วยเหตุนี้เนี่ยไห่ชุนจึงพบกับความพ่ายแพ้
เฉินเฟยส่งเขาออกไปโดยไม่ให้เกิดบาดแผลอีก
ในกลุ่มคนดู คนที่รู้เกี่ยวกับกระบี่ข่มจิตต่างประหลาดใจกับสิ่งที่เฉินเฟยแสดงให้เห็น
เจ้าฝึกพลังจิตวิญญาณมาถึงขั้นนี้ได้อย่างไร?
ผู้คนจากสำนักอื่นคิดว่าศิษย์สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวไม่ได้สนใจอะไรมากนัก พวกเขาเห็นเพียงเฉินเฟยกวาดเนี่ยไห่ชุนออกจากสนามประลองเท่านั้น
นั่นหมายความว่าเฉินเฟยได้มาถึงศิษย์แท้จริงอันดับหกของสำนกระบี่เซียนเมฆา
อันดับนี้เป็นความสำเร็จโดดเด่นที่สุดในช่วงหลายปี หากต้องการเดิมตามรอยเท้า เกรงว่าต้องย้อนกลับไปหลายสิบปี
เพียงจุดนี้อย่างเดียวก็เพียงพอให้คนของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวภูมิใจในตัวเฉินเฟยแล้ว
ไม่เพียงเหล่าศิษย์ที่ภูมิใจ แต่ผู้อาวุโสสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวก็อดยิ้มไม่ได้ แม้ระดับศิษย์ของตนเองจะไม่สามารถเป็นตัวแทนทั้งสำนัก แต่เมื่อศิษย์แข็งแกร่ง ในอนาคตสำนักก็จะแข็งแกร่งขึ้นด้วย
โจวฉุนซานผู้นำห้องโถงสืบทอดมองเฉินเฟย ตอนที่เฉินเฟยมารับมรดกแท้จริง เขาพบว่าพลังจิตวิญญาณของเฉินเฟยนั้นไม่ธรรมดา
ตอนนี้ดูเหมือนมันจะเหนือกว่าธรรมดาเสียอีก นักยุทธ์ขัดเกลาอวัยวะภายในเก้าจุดเก้าส่วนล้วนถูกทิ้งไว้ด้านหลัง ตัวตนแบบนี้ไม่ได้ปรากฏในสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวมาหลายสิบปีแล้ว
กลุ่มคนดูเริ่มส่งเสียงเอะอะ เฉินเฟยเดินถอยหลังไปสองสามก้าวด้วยสีหน้าสงบ เงยมองศิษย์แท้จริงของสำนักกระบี่เซียนเมฆา
เฉินเฟยไม่พูด แต่ความเงียบนี้ดังกว่าสิ่งใด ทุกคนในที่นี้เข้าใจว่าเฉินเฟยหมายถึงอะไร นั่นคือการท้าทายโดยไม่พักหายใจสักครู่
ในเวลานี้ฝั่งศิษย์แท้จริงของสำนักกระบี่เซียนเมฆาเงียบลง
พวกเขาคาดไม่ถึงว่าเนี่ยไห่ชุนจะพ่ายแพ้ง่ายดายเช่นนี้ เนี่ยไห่ชุนเป็นศิษยแท้จริงอันดับหกได้เพราะพลังอันแข็งแกร่งของตัวเอง อันดับนี้ได้มาจากการฟันกระบี่ครั้งแล้วครั้งเล่า
แต่ถึงอย่างนั้นเนี่ยไห่ชุนกลับถูกส่งลอยออกไปจากสนามประลองด้วยกระบี่เดียว สิ่งนี้ทำให้ศิษย์แท้จริงของสำนักกระบี่เซียนเมฆาไม่อาจยอมรับได้
“เกรงว่ากระบี่ลวงตาของข้าจะไม่ได้เปรียบเขานัก!” เทียนชือกระซิบ
กระบี่ลวงตา อีกหนึ่งวิชามรดกชั้นยอดของสำนักระบี่เซียนเมฆา เงากระบี่ตามไปยังทุกที่ ทุกเงาอาจเป็นจริงและปลอม
หลักการของวรยุทธ์นี้เกี่ยวข้องกับวิชาของหลายสำนักนิกาย วิชาเงาลวงตาทำให้หลักการนี้ลึกซึ้งขึ้น เมื่อบรรลุจะเปิดหนึ่งร้อยจุดทวาร
วิชากระบี่นี้ทรงพลังเพราะการใช้พลังภายในและพลังจิตวิญญาณ ไม่อย่างนั้นเทียนชือคงไม่อาจมาถึงอันดับห้าของศิษย์แท้จริง
แต่ด้วยการใช้พลังจิตวิญญาณนี้ หากเผชิญหน้ากับศัตรูคนอื่นย่อมไร้พ่ายแน่นอน แต่น่าเสียดายที่เฉินเฟยแสดงให้เห็นรากฐานพลังจิตวิญญาณอันแข็งแกร่งของเขาแล้ว
หากกระบี่ลวงตาเกี่ยวข้องกับการใช้พลังจิตวิญญาณ เฉินเฟยจะมองออกย่างรวดเร็ว กระบี่ลวงตาแทบจะไร้ประโยชน์แล้วครึ่งหนึ่ง แม้มันจะเกินจริงกว่ากระบี่ข่มจิตแต่ก็ชนะเฉินเฟยไม่ได้อยู่ดี
การสู้กับศัตรูที่ตัวเองมีแต่ต้องแพ้ทำให้ผู้คนรู้สึกหมดหนทาง เหมือนกับว่าตัวเองมีท่าร่างดีแต่ได้เจอกับคนที่มีท่าร่างเหนือว่า
ไม่มีใครคิดมาก่อนว่านักยุทธ์ขัดเกลาอวัยวะภายในมีพลังจิตวิญญาณระดับนี้จะอยู่ในสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว
“ข้าไปเอง นึกว่าจะไม่ถึงมือเสียอีก ตอนนี้ได้โอกาสพอดี” หลัวเมิ่งซือยืนขึ้นด้วยสีหน้าสงบ ใบหน้าโดดเด่นของนางทำให้ผู้คนรู้สึกเหมือนอยู่คนละโลก
“ระวังตัวด้วยศิษย์น้องหลัว เฉินเฟยคนนี้ไม่ธรรมดา!”
มีคนเตือนเสียงแผ่วเบา แม้จะไม่อยากยอมรับ แต่การต่อสู้สองครั้งของเฉินเฟยได้ทำลายอคติของผู้คนจำนวนมาก ด้วยความแข็งแกร่งของเฉินเฟย ต่อให้มาอยู่ในสำนักกระบี่เซียนเมฆาก็ยังโดดเด่น
หลัวเมิ่งซือพยักหน้า ร่างกายลอยไปร่อนลงบนสนามประลองดุจนางเซียน
เสื้อผ้าสีขาวโบกสะบัด เมื่อศิษย์สำนักอื่นเห็นหลัวเมิ่งซือดวงตาพวกเขาก็เป็นประกาย
ในบรรดานักยุทธ์ นอกจากศาลาเฉินสุ่ยที่มีนักยุทธ์สตรีหน้าตางดงาม สำนักอื่นก็มีไม่มากนัก ท้ายที่สุดการฝึกวรยุทธ์โดยเฉพาะการฝึกช่วงแรกต้องใช้พละกำลังอย่างมาก
ส่วนใหญ่แล้วนักยุทธ์สตรีต้องฝึกห้าใหญ่สามหนา[2] เว้นแต่จะฝึกวิชาขั้นสูงตั้งแต่ต้นจึงสามารถหลีกเลี่ยงผลลัพธ์นี้
หลัวเมิ่งซือไม่เพียงแต่งดงามอย่างยิ่ง แต่การร่อนลงมาเช่นนั้นยังทำให้นางน่าจดจำขึ้นอีก
สีหน้าเฉินเฟยเปลี่ยนไปเล็กน้อยเมื่อเห็นหลัวเมิ่งซือ นอกจากรูปลักษณ์และอารมณ์ของหลัวเมิ่งซือ สิ่งสำคัญกว่านั้นคือนางใช้ธนู
สำนักกระบี่เซียนเมฆาเป็นสำนักที่มีพื้นฐานจากกระบี่ สิ่งที่แข็งแกร่งที่สุดย่อมเป็นวิชากระบี่ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าสำนักกระบี่เซียนเมฆาจะไม่มีวิชามรดกอย่างอื่น
ธนูกวาดล้างปีศาจเป็นวิชามรดกชั้นยอดของการใช้ธนู
“เชิญ!” เฉินเฟยกุมกระบี่เฉียนหยวนและพูดด้วยเสียงทุ้ม
“เชิญ!”
หลัวเมิ่งซือพูดเสียงแผ่วเบา ครู่ต่อมา คันธนูและลูกธนูด้านหลังนางได้มาอยู่บนมือ คันธนูสั่นไหว ลูกธนูปรากฏต่อหน้าเฉินเฟย
เฉินเฟยโยกหัวหลบเล็กน้อย ลูกธนูพุ่งผ่านไปด้านหลัง ผมเฉินเฟยหลายเส้นขาดสะบั้นและปลิวไปตามสายลม เฉินเฟยรับรู้ถึงพลังลูกธนูได้อย่างชัดเจน
“ปัง!”
ค่ายกลของสนามประลองสั่นสะเทือน ลูกธนูของหลัวเมิ่งซือแหลกเป็นเศษซากด้วยพลังของมันเอง
ศิษย์บางคนที่เฝ้ามองอยู่โดยเฉพาะคนที่นั่งอยู่ด้านหลังเฉินเฟยถึงกับกลืนน้ำลาย ด้วยพลังของลูกธนูดอกนั้น หากไม่มีค่ายกลป้องกันเกรงว่าพวกเขาคงป้องกันไม่ได้
เฉินเฟยหลบลูกธนูดอกแรก แต่สีหน้าหลัวเมิ่งซือไม่เปลี่ยนแปลง
การประลองครั้งก่อนได้เปิดเผยความบริสุทธิ์และความแข็งแกร่งของพลังจิตวิญญาณเฉินเฟย ด้วยพลังจิตวิญญาณที่แข็งแกร่งเช่นนี้ เขาย่อมสังเกตภายนอกและใช้พละกำลังของตัวเองได้อย่างละเอียดอ่อน
หลัวเมิ่งซือไม่เคยคิดจะฆ่าเฉินเฟยด้วยลูกธนูดอกเดียวอยู่แล้ว นางต้องการสร้างตาข่ายขนาดใหญ่ดักจับเฉินเฟย ลูกศรเมื่อครู่ไม่ใช่การทดสอบด้วยซ้ำ อย่างมากก็เป็นเพียงคำทักทาย
“ฟิ้วฟิ้วฟิ้ว...”
เมื่อเฉินเฟยก้าวไปด้านหน้าลูกธนูก็พุ่งเข้ามา เสียงแผดร้องดังไปทั่ว เฉินเฟยเห็นลูกธนูมากกว่าสิบกำลังพุ่งเข้ามา
เมื่อเทียบกับทักษะธนูของเฉินเฟย หลัวเมิ่งซือเก่งกว่าเฉินเฟยมาก ท้ายที่สุดทักษะธนูของเฉินเฟยล้วนมาจากวิชาพื้นฐาน
เฉินเฟยก้าวข้ามผู้คนมากมายด้วยการผสานวิชาพื้นฐานเหล่านั้นจนเป็นทักษะธนูในปัจจุบัน แต่เมื่อเผชิญหน้ากับผู้ฝึกวิชามรดกธนู เขาย่อมด้อยกว่าอีกฝ่าย
แต่การประลองครั้งนี้ไม่จำเป็นต้องใช้ธนู เฉินเฟยยังไม่ได้หยิบธนูออกมาใช้ด้วยซ้ำ
วิชาธนูพื้นฐานของเฉินเฟยเน้นพลังมหาศาล บ่อยครั้งที่เขาใช้มันรังแกผู้ที่อ่อนแอกว่า
แต่เฉินเฟยจะไม่ใช้ธนูเมื่อเผชิญกับคู่ต่อสู้ที่มีพลังใกล้เคียงกัน
เฉินเฟยมองลูกธนูหลายสิบดอกที่ยิงเข้ามา และด้วยทักษะธนูของตัวเฉินเฟยเองเขาจึงเห็นสิ่งต่างๆมากมาย
หลัวเมิ่งซือแข็งแกร่งมาก แต่ยังอยู่ในระดับที่เฉินเฟยสู้ได้
กระบี่เฉียนหยวนเปลี่ยนเป็นสีดำ เฉินเฟยก้าวไปข้างหน้าชนเข้ากับตาข่ายลูกธนูของหลัวเมิ่งซือ หากเป็นนักยุทธ์คนอื่นเผชิญหน้ากับลูกธนูของหลัวเมิ่งซือ พวกเขาอาจต้องการหลบมันก่อน
แต่เฉินเฟยไม่ทำเช่นนั้น ไม่เพียงเพราะเขามั่นใจพลังของตัวเอง แต่ยังเป็นเพราะเฉินเฟยรู้วิธีการใช้ธนูเช่นกัน แม้จะไม่ดีเท่าอีกฝ่ายแต่หลักการใช้ธนูพื้นฐานก็เพียงพอแล้วสำหรับแก้ปัญหาบางอย่างแล้ว
กระบี่เฉียนหยวนดำสนิทปะทะกับลูกธนู เขาใช้ความพยายามเล็กน้อยในการปัดลูกธนูทิ้ง เฉินเฟยยุ่งกับทำลายตาข่ายลูกธนูสามสิบดอกที่หลัวเมิ่งซือสร้างขึ้น
เฉินเฟยเป็นดั่งปลายแหวกว่ายในน้ำ เขาเจาะตาข่ายลูกธนูแล้วพุ่งเข้าหาหลัวเมิ่งซือ
หลัวเมิ่งซือมองเฉินเฟยที่กำลังวิ่งเข้ามา สีหน้านางเปลี่ยนไปเล็กน้อย คิ้วขมวดเข้าหากัน แต่ไม่นานหลัวเมิ่งซือก็สงบสติลง
แม้ตาข่ายธนูจะถูกทำลายเร็วไปหน่อยซึ่งขัดขวางความคิดบางอย่างของนาง แต่ธนูกวาดล้างปีศาจซึ่งเป็นมรดกชั้นยอดของสำนักกระบี่เซียนเมฆาไม่ได้ง่ายเช่นนั้น
เฉินเฟยใกล้จะเข้าถึงตัวหลัวเมิ่งซือ แต่ทันใดนั้นก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย เสียงแผดร้องดังขึ้นมาจากด้านหลัง
[1]สาบานน้ำใส คำสาบานน่าเชื่อถือ
[2]ห้าใหญ่สามหนา ห้าใหญ่หมายถึงสองมือ สองเท้า หนึ่งศรีษะมีขนาดใหญ่ สามหนาหมายถึงขา เอว คอที่หนา
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved