ตอนที่ 141 ข้ายังไม่ได้ออกแรง

กำลังมหาศาล! กระดูกเหล็ก!

ร่างเฉินเฟยขยายใหญ่ขึ้น พละกำลังมากมายไหลผ่านไปทั่วร่าง กระดูกยืดสูงขึ้นทันใด การเปลี่ยนแปลงจากคุณสมบัติพิเศษกำลังมหาศาลที่ลดลงยังถูกบังคับให้ปรับปรุงขึ้น

“มันส่งเสริมซึ่งกันและกัน วิชายุทธ์ฉบับสมบูรณ์เป็นสิ่งที่ดี”

เฉินเฟยรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงในร่างกายแล้วอดยิ้มไม่ได้ พลังที่เฉินเฟยมีทำให้เขากล้าเผชิญกับระดับขัดเกลาอวัยวะภายใน

นอกจากอวัยวะภายในของเฉินเฟยที่ด้อยกว่าระดับขัดเกลาอวัยวะภายใน ไม่ว่าจะเป็นพละกำลังหรือร่างกายล้วนไม่เลวนัก

แม้จะเปรียบเทียบด้วยพลังจิตใจ เฉินเฟยยังแข็งแกร่งกว่าระดับขัดเกลาอวัยวะภายในทั่วไปมาก

เฉินเฟยในตอนนี้เป็นเหมือนระดับขัดเกลาอวัยวะภายไม่สมบูรณ์ บางจุดแข็งแกร่งกว่าระดับขัดเกลาอวัยวะภายในบางจุดก็อ่อนแอกว่า แต่โดยรวมแล้วระดับขัดเกลาอวัยวะภายในทั่วไปไม่อาจคุกคามเฉินเฟยได้

ในบรรดาสี่สำนัก ผู้ฝึกตนระดับสูงจะรู้ผลลัพธ์ต่อเมื่อทั้งสองฝ่ายสู้กันจริง

เฉินเฟยฝึกวิชายุทธ์ทรงพลังและความเข้าใจเขายังสมบูรณ์แบบ แต่มันไม่ได้หมายความว่าศิษย์ขัดเกลาอวัยวะภายในของสำนักอื่นจะด้อยกว่า ท้ายที่สุดแล้วคนอื่นได้เริ่มฝึกยุทธ์เร็วกว่าเฉินเฟย ดังนั้นจึงเป็นธรรมดาที่พวกเขาจะมีเวลาฝึกฝนมากกว่า

ผู้มีพรสวรรค์อย่างแท้จริงไม่ใช่สิ่งขาดแคลน แม้จะพบวิชายุทธ์ที่เข้ากันได้สูง แต่มันเป็นเรื่องปกติที่จะฝึกฝนหลายวิชาถึงระดับรู้แจ้ง

ทุกสิ่งล้วนต้องทดสอบและได้เห็นก่อนจึงจะบอกได้

“ตามที่ศิษย์พี่กัวพูดในครั้งก่อน อีกประมาณยี่สิบวันดินแดนลับจะเปิดขึ้น ในระหว่างนี้นอกจากฝึกนอกจากฝึกสยบมังกรคชสารข้าสามารถไปหาผู้เฒ่าซือได้”

เฉินเฟยปลดคุณสมบัติพิเศษกำลังมหาศาลกระดูกเหล็กและเริ่มค้นคว้าสูตรโอสถอีกครั้ง

เข้าใกล้ขึ้นอีกนิด อีกเพียงนิดเดียวเฉินเฟยจะปรับปรุงสูตรโอสถได้สมบูรณ์ เฉินเฟยยังคงไม่ยอมแพ้เรื่องโอสถแรกเริ่ม

ในวันที่สิบสามของการทดสอบสูตรโอสถ ข้างบ่อน้ำพุร้อน เฉินเฟยขยับมือควบคุมความขัดแย้งของคุณสมบัติทางยาในเตาหลอม เผยให้เห็นคุณสมบัติทางยาของสมุนไพรมาถึงขีดจำกัด

กลิ่นสมุนไพรจางๆโชยมา เตาหลอมโอสถสั่นระริก เห็นได้ชัดว่าการเปลี่ยนแปลงภายในเตารุนแรงยิ่ง

“ปัง!”

เสียงระเบิดดังขึ้น กลิ่นไหม้ลอยออกมาจากเตา

เฉินเฟยเปิดฝาเตาอย่างไม่เต็มใจและเห็นโอสถดำคล้ำอยู่ในเตาหลอม เขายังคงล้มเหลว

ด้วยวิธีหลอมโอสถของเฉินเฟย เป็นไปไม่ได้ที่การหลอมโอสถธรรมดาจะล้มเหลว แต่เฉินเฟยบีบคุณสมบัติทางยาของสมุนไพรจนถึงขีดสุดทำให้คุณสมบัติทางยาขัดแย้งกันโดยคาดหวังจะได้คุณสมบัติทางยาที่แรงขึ้น มันจึงเป็นธรรมดาที่จะเกิดปัญหา

คราวนี้เตาหลอมระเบิดเพราะสมุนไพรถูกบีบมากเกินไป และเมื่อมันเริ่มไหม้ สมุนไพรอย่างอื่นก็ไหม้ตามจนเกิดความล้มเหลว

“คนคนนั้นทำได้อย่างไร?”

เฉินเฟยสับสน เขาไม่รู้ว่ามีปัญหากับสัดส่วนของสมุนไพรหรือวิธีหลอม เรื่องจากเฉินเฟยยังไม่เคยเห็นสูตรโอสถของอีกฝ่ายจึงไม่รู้ว่าตัวเองพลาดตรงไหน

“ไปรับการประเมินนักหลอมโอสถระดับเจ็ดก่อนแล้วกัน”

ตอนนี้ยังหาความจริงได้ เฉินเฟยคิดอยู่ครู่หนึ่งและตัดสินใจไปเลื่อนระดับเป็นนักหลอมโอสถระดับเจ็ดก่อน เฉินเฟยยังจำหน้าต้วนมู่โหยวซึ่งเป็นผู้ดูแลครั้งก่อนได้

เฉินเฟยกังวลว่าหากเขาค้นคว้าสูตรโอสถได้จะทำให้คนเกิดความสงสัยในภายหลัง ดังนั้นจึงเป็นการดีกว่าที่จะผ่านการประเมินนักหลอมโอสถระดับเจ็ดเพื่อปิดปากคนเหล่านั้น

เมื่อเฉินเฟยมาถึงสมาคม เขาก็ได้ยินหลายคนพูดถึงภารกิจปรับปรุงโอสถทะยานเนินเขา โดยเฉพาะนักหลอมโอสถเพียงคนเดียวที่ทำได้ตามข้อกำหนด ซือชางจี้

“ข้าได้ยินมาว่ามีตระกูลมากมายรับสมัครซือชางจี้ แถมข้อเสนอที่มอบให้ยังสูงมาก”

“จุดประสงค์น่าจะเป็นโอสถแรกเริ่ม เพราะมันเป็นโอสถศักดิ์สิทธิ์ในการักษา”

“นั่นเป็นเรื่องจริง ซือชางจี้ยอดเยี่ยมอย่างไม่ต้องสงสัย นอกจากนี้เขายังหนุ่มอยู่ด้วย การจับคู่แต่งงานย่อมเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาได้อย่างสมบูรณ์”

เฉินเฟยฟังการสนทนาและไปหาฉินจิ้งหลัน

“คุณชาย ท่านต้องการรับการประเมินเพื่อเป็นนักหลอมโอสถระดับเจ็ดหรือ?”

ฉินจิ้งหลันมองเฉินเฟยอย่างประหลาดใจ ฉินจิ้งหลันพบว่าเฉินเฟยจะสร้างความประหลาดใจให้นางทุกครั้งที่เขามาสมาคม ครั้งก่อนเป็นสูตรโอสถที่ปรับปรุง ครั้งนี้เป็นรับการประเมินนักหลอมโอสถระดับเจ็ด

มีนักหลอมโอสถเก่าสักกี่คนที่ปรับปรุงโอสถเหนือสามัญได้ นอกจากนี้เพิ่งผ่านมาไม่กี่เดือนเองที่เฉินเฟยรับการประเมินเป็นนักหลอมโอสถระดับแปด

เมื่อคิดได้ดังนั้นสายตาฉินจิ้งหลันที่มองเฉินเฟยก็อ่อนโยนมากกว่าเดิม ในดวงตานางราวกับมีคลื่นไหลผ่าน

“ช่วยจัดการเรื่องนี้ให้ข้าด้วย” เฉินเฟยพูดด้วยรอยยิ้ม

“โปรดรอสักครู่!” ฉินจิ้งหลันโค้งคำนับเล็กน้อยแล้วรีบไปรายงานผู้ดูแล

หลังจากนั้นไม่นานมีนักหลอมโอสถคนหนึ่งเดินมาหาเฉินเฟย เฉินเฟยประหลาดใจเมื่อเห็นว่าคนที่มาคือถูจี้หลินที่เคยพบกันมาก่อน

“ข้าบังเอิญเห็นเจ้ามารับการประเมินนักหลอมโอสถเจ็ด ข้าจึงรับเรื่องเป็นพิเศษ”

ถูจี้หลินมองเฉินเฟยและพูดด้วยรอยยิ้ม “ตอนนี้มีนักหลอมโอสถหนุ่มเช่นเจ้าเข้ามาอีกคน สมาคมต้องพัฒนาขึ้นแน่นอน”

“นักหลอมโอสถถูกำลังพูดถึงผู้ที่ทำตามข้อกำหนดภารกิจปรับปรุงโอสถทะยานเนินเขาได้?” เฉินเฟยถามอย่างสงสัย

“ซือชางจี้นั้นยอดเยี่ยมจริง แต่เจ้าก็ไม่เลวเช่นกัน เจ้าตกผลึกอีกหลายปีน่าจะตามเขาทัน” ถูจี้หลินให้กำลังใจ

เฉินเฟยตะลึงเมื่อได้ยินสิ่งนี้ ถูจี้หลินกำลังบอกว่าเขาด้อยกว่าซือชางจี้คนนั้น

เฉินเฟยไม่ได้โต้แย้งและเดินตามฉินจิ้งหลันไปที่ห้องหลอมโอสถ เลือกสมุนไพรสำหรับหลอมโอสถทะยานเนินเขา จากนั้นตรวจสอบเตาหลอมโอสถ เมื่อไม่พบปัญหาใดจึงเริ่มตั้งเตา

ถูจี้หลินมองการเคลื่อนไหวของเฉินเฟยแล้วพยักหน้า เขาทำได้อย่างเป็นธรรมดชาติ การประเมินโอสถทะยานเนินเขานี้คงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเฉินเฟย

แต่ติดอยู่อย่างหนึ่ง ถูจี้หลินมองเปลวไฟใต้เตาหลอมเกือบจะปกคลุมทั่วเตาแล้วขมวดคิ้ว

นี่เป็นครั้งแรกที่ถูจี้หลินเห็นวิธีหลอมโอสถแบบนี้ มันหยาบเกินไปจริงๆ แม้นักหลอมโอสถคนอื่นจะมั่นใจในการหลอม แต่พวกเขายังต้องควบคุมความร้อน นี่เป็นนิสัยที่พวกเขาสร้างขึ้นตั้งแต่ได้สัมผัสการหลอมโอสถ

รอบคอบและทำอย่างพิถีพิถัน นี่คือสิ่งที่นักหลอมโอสถพูดถึง

วิธีของเฉินเฟยนั้นดี แต่ทำไมมันถึงดูเหมือนการทำอาหารมากกว่าการหลอมโอสถ? วิธีหลอมแบบนี้แปลกเสียจริง เขาไปเรียนรู้มาจากไหนกัน

สีหน้าฉินจิ้งหลันไม่แปลกใจแม้แต่น้อย นางเคยเห็นเฉินเฟยหลอมโอสถสองครั้ง และทั้งสองครั้งใช้วิธีหยาบกร้าน แต่โอสถทุกเม็ดที่หลอมได้ในแต่ละครั้งล้วนให้ผลดีที่สุด

“เหมือนเขาจะดูดีขึ้นมาก เป็นเพราะข้าไม่ได้เจอเขานานหรือ?”

ขณะที่มองเฉินเฟยหลอมโอสถอย่างเงียบๆ ฉินจิ้งหลันก็ประหลาดใจเมื่อพบว่าเฉินเฟยดูหล่อกว่าครั้งก่อนและใบหน้าเขายังมีรูปทรงชัดเจนขึ้น

“ปัง!”

เสียงที่ดังขึ้นขจัดความคิดของฉินจิ้งหลัน ฉินจิ้งหลันเงยหน้ามอง เห็นเฉินเฟยหลอมโอสถทะยานเนินเขาเสร็จแล้ว

เมื่อเตาหลอมถูกเปิดออก กลิ่นหอมสมุนไพรก็ลอยโชยมา สีหน้าฉินจิ้งหลันเปลี่ยนไป เมื่อโอสถทะยานเนินเขาหลอมเสร็จมันจะส่งกลิ่นหอมอย่างรุนแรง แล้วทำไมตอนนี้ถึงมีกลิ่นสมุนไพรน้อยนัก?

ถูจี้หลันสูดดมแล้วเกิดความสับสน เฉินเฟยหลอมโอสถทะยานเนินเขาสำเร็จแน่นอน เรื่องนี้ถูจี้หลันไม่ได้เข้าใจผิด แต่กลิ่นของมันเหมือนจะผิดไปเล็กน้อย

เฉินเฟยหยิบโอสถทะยานเนินเขาออกมาจากเตาหลอม มองโอสถที่มีลวดลายอยู่ครึ่งหนึ่งอย่างแปลกใจ ไม่นานมานี้เฉินเฟยได้ลองหลอมโอสถด้วยวิธีบับคุณสมบัติทางยาให้ถึงขีดสุด

วันที่มารับการประเมินนักหลอมโอสถระดับเจ็ด เฉินเฟยก็บีบคุณสมบัติทางยาของสมุนไพรโดยไม่รู้ตัว และด้วยสมุนไพรที่นำมาหลอมโอสถทะยานเนินเขามีอายุมามันจึงมีคุณสมบัติทางยารุนแรง

เนื่องจากมีอายุมากพอ เมื่อบีบคุณสมบัติทางยาของสมุนไพร ขีดจำกัดในการรองรับจึงสูงขึ้น

ด้วยเหตุผลหลายอย่างเฉินเฟยจึงได้หลอมโอสถทะยานเนินเขาที่มีลวดลายครึ่งหนึ่งออกมา ตามจริงแล้วเรื่องนี้เกินความคาดหมายเฉินเฟยเช่นดัน

“ลวดลายโอสถ!”

ถูจี้หลินมองโอสถในจานและหันไปมองเฉินเฟยอย่างประหลาด จากนั้นเขาหยิบโอสถตรงหน้ามาตรวจสอบอย่างรอบคอบ พบว่ามันเป็นลวดลายโอสถจริง

ทันใดนั้นถูจี้หลินก็ตระหนักได้ ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมกลิ่นหอมสมุนไพรถึงเบาบาง นั่นเป็นเพราะลวดลายโอสถดูดซับกลิ่นหอมสมุนไพรรวมเข้ากับผลของโอสถแล้ว

“น่าทึ่งนัก เจ้าหลอมโอสถทะยานเนินเขาแบบมีลวดลายโอสถได้”

ถูจี้หลินวางโอสถทะยานเนินเขาลง มองเฉินเฟยด้วยสายตาประหลาดใจ ถูจี้หลินดูขั้นตอนการหลอมทั้งหมดจึงรู้ว่าเฉินเฟยไม่ได้โกง

มันเป็นการใช้วิธีหลอมขั้นสุดยอดเพื่อบีบคุณสมบัติทางยาของสมุนไพร โอสถทะยานเนินเขาจึงออกมาเป็นเช่นนี้

“ข้าคงต้องคืนคำพูดแล้ว แม้จะไม่ตกผลึกความรู้เจ้าก็ตามซือชางจี้ทัน” ถูจี้หลินพูดอย่างเสียใจ

สีหน้าเฉินเฟยเปลี่ยนไป สูตรโอสถของซือชางจี้เป็นไปตามข้ำกำหนดของภารกิจปรับปรุงโอสถทะยานเนินเขา เฉินเฟยลองทำเช่นกัน แต่เขาไม่อาจสร้างโอสถทะยานเนินเขาที่ให้ผลเจ็ดส่วนและใช้ต้นทุนน้อยลงห้าส่วนได้

“นักหลอมโอสถถู ซือชางจี้ใช้สูตรโอสถแบบใดถึงตรงตามข้อกำหนดของภารกิจ?” เฉินเฟยถาม เฉินเฟยรู้สึกอยู่เสมอว่าเขามองข้ามบางอย่างไป

“เช่นเดียวกับเจ้า ใช้สมุนไพรธรรมดาในการหลอมโอสถทะยานเนินเขามีลวดลายครึ่งหนึ่ง”

ถูจี้หลินมองเฉินเฟยและพูดอย่างเสียใจ “สูตรโอสถของพวกเจ้าอยู่ในระดับเดียวกันแต่เขารายงานเรื่องนี้ก่อน เว้นแต่สูตรโอสถของเจ้าจะมีข้อได้เปรียบอื่น ไม่เช่นนั้นภารกิจนี้เขาจะเป็นผู้ทำสำเร็จ”

ดวงตาของเฉินเฟยเบิกกว้าง เยี่ยมจริงๆ แบบนี้ยังจะทำภารกิจนี้ให้สำเร็จได้อยู่ไหม ครั้งก่อนที่บอกว่าต้องลดต้นทุนห้าส่วนและต้องให้ผลเจ็ดส่วน เฉินเฟยถึงกับต้องดันทุรังทำให้เต็มที่แล้ว

“โอ้ สิ่งที่ข้าบอกเจ้าครั้งก่อนเป็นเพียงแนวทาง หากทำตามแนวทางนั้นได้จะมีโอกาสสำเร็จมากขึ้น” ถูจี้หลินยังจำสิ่งที่บอกเฉินเฟยในครั้งก่อนได้

เฉินเฟยยิ้มขมขื่น แนวทางที่บอกในครั้งก่อนยากเกินไปจนไม่มีใครทำได้ แต่ซือชางจี้ใช้สมุนไพรแบบเดียวกันในการหลอมโอสถที่แรงกว่าและได้ตามข้อกำหนดของภารกิจ

ท้ายที่สุดแล้วภารกิจนี้คือการปรับปรุงโอสถทะยานเนินเขา การเพิ่มผลโอสถทะยานเนินเขาย่อมเป็นการปรับปรุง แม้ว่าราคาจะไม่เปลี่ยนก็ตาม

สำหรับนักยุทธ์แล้ว บางครั้งโอสถที่ให้ผลแรงจะเป็นประโยชน์ต่อการบ่มเพาะมากกว่า โดยเฉพาะตอนทะลวงระดับ

ซือชางจี้หลอมโอสถมีลวดลายครึ่งหนึ่ง และเฉินเฟยหลอมมันได้เช่นกัน

แต่ตอนนี้เฉินเฟยยังไม่ได้ออกแรง