ตอนที่ 134 อันตรายรอบด้าน

เฉินเฟยสัมผัสชิ้นส่วนในแขนเสื้อ แน่นอนว่าชิ้นส่วนลูกปัดจิตใจถูกนำเข้ามาด้วย แต่เขาไม่รู้ว่าเมื่อตกอยู่ในอันตรายแล้วมันจะส่งผลต่อโลกหัวใจประหลาดหรือไม่

รอบด้านล้วนเงียบสงบ เสียงเดินของเฉินเฟยทั้งสองหายไปอย่างไร้ร่องรอยด้วยผลเทียนจิต

เฉินเฟยรู้ว่าสถานการณ์ของตัวเองแตกต่างอย่างมากเมื่อเทียบกับโลกจิตใจที่พบหลวงจีนในครั้งก่อน อย่างน้อยตอนนั้นเฉินเฟยยังสัมผัสถึงเลือดลมของตัวเองได้

แต่ในโลกหัวใจประหลาดแห่งนี้ร่างกายเหมือนจะอยู่ห่างไกล ตอนนี้เฉินเฟยรู้สึกตัวลอยอยู่ ความรู้สึกติดดินหายไปซึ่งทำให้ค่อนข้างอึดอัด

เฉินเฟยเดินตามซืออี้หนานไปตลอดทาง แต่ผ่านไปครู่หนึ่งสีหน้าเฉินเฟยก็เปลี่ยนไป

เดิมทีเฉินเฟยคิดว่าโลกจิตใจจะเป็นแบบจำลองของโลกความจริง แม้เมืองเซียนเมฆาจะไม่มีอยู่แต่ที่ตั้งของภูเขาแทบจะหมือนกัน

แต่เฉินเฟยเดินมาเพียงหนึ่งเค่อแล้วได้เห็นเนินเขา เนินเขานี้อยู่ห่างจากเมืองเซียนเมฆาหลายสิบลี้และมีชื่อว่าเนินเจียงจวิน

ด้วยฝีเท้าของเฉินเฟยทั้งสองที่ไม่ได้ใช้ท่าร่าง การก้าวเดินของคนธรรมดาจะเดินทางได้สิบลี้ในหนึ่งเค่อได้อย่างไร?

เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร โลกหัวใจประหลาดย่อมเกี่ยวข้องกับโลกความจริง แต่มันไม่เกี่ยวข้องกันโดยสมบูรณ์

เฉินเฟยมองรอบด้านเป็นครั้งคราวเพื่อเปรียบเทียบสภาพแวดล้อม ทันใดนั้นเฉินเฟยรู้สึกชาไปทั่วตัว เฉินเฟยเปลี่ยนสีหน้าและหยุดซืออี้หนานตรงหน้าไว้

ซืออี้หนานมองเฉินเฟยอย่างสับสน นางสงสัยว่าทำไมเฉินเฟยถึงหยุดกะทันหัน

เฉินเฟยทำท่าทางเพื่อบอกว่ามีอันตรายอยู่ด้านหน้า

ซืออี้หนานมองด้านหน้าด้วยความสงสัย มีหมอกลอยอยู่ตรงนั้น มองจากระยะไกลดูไม่ต่างจากเส้นทางที่เคยผ่านมา

เฉินเฟยจ้องตรงไปยังด้านหน้า ร่างกายและจิตใจเฉินเฟยรู้สึกเหมือนโดนเข็มทิ่ม หากเขาคิดเดินไปข้างหน้าความจะรู้สึกเสี่ยวซ่าเป็นเท่าตัว

เห็นได้ชัดว่าจิตใจเฉินเฟยกำลังเตือนว่ามีอันตรายใหญ่หลวงอยู่ด้านหน้าและไม่สามารถต้านทานมันได้

เฉินเฟยส่งสัญญาณให้ซืออี้หนานใช้ทางอ้อม ซืออี้หนานพยักหน้า ทั้งสองเดินอ้อมไปด้านซ้ายจากตำแหน่งด้านหน้า

ก่อนจะเดินก้าวสองเฉินเฟยก็หยุดซืออี้หนานอีกครั้ง

ด้านหน้ายังมีอันตรายอยู่ แม้ตรงนี้จะอ่อนแอกว่าเมื่อครู่แต่การเข้าไปอย่างรีบร้อนยังคงสร้างอันตรายให้กับทั้งสอง

ซืออี้หนานไม่คัดค้าน โลกหัวใจประหลาดเต็มไปด้วยอันตราย ไม่อย่างนั้นสองครั้งก่อนซืออี้หนานคงไม่ถูกบังคับให้ออกไปหลังเข้ามาได้ไม่นานส่งผลให้เหลือเพียงโอกาสเดียว

เดินไปทางซ้ายต่อไป คราวนี้ทั้งสองเดินอ้อมไปอีกเล็กน้อยก่อนจะเดินต่อ แต่สีหน้าเฉินเฟยกลับมืดลง มันยังเป็นความรู้สึกเสียวซ่าที่คุ้นเคยซึ่งทำให้เฉินเฟยรู้ว่ามีอันตรายอยู่ด้านหน้า

ถ้าไม่มั่นใจในตัวเองมากพอ เฉินเฟยคงสงสัยว่ามีบางอย่างผิดปกติกับการรับรู้ของตัวเอง แม้จะเดินอ้อมมาแล้วแต่เส้นทางด้านหน้ายังไม่อาจไปได้

ซืออี้หนานมองเฉินเฟยอย่างช่วยไม่ได้ เฉินเฟยมองเทียนจิตใจในมือซืออี้หนาน ในช่วงเวลาที่ผ่านมาเทียนจิตใจเผาไหม้ไปสามส่วน

“อีกไกลแค่ไหน?” เฉินเฟยพูดด้วยท่าทางปากโดยไม่ส่งเสียง

“ไม่รู้ ระยะตรวจจับของปานจื่อยังอยู่อีกไกล”

ซืออี้หนานตอบด้วยการขยับปาก สีหน้างนางเต็มไปด้วยความสับสน ผ่านเส้นทางด้านหน้าไม่ได้แล้วจะตามหาท่านปู่ได่อย่างไร ถ้ายังล่าช้าแบบนี้พวกเขาจะต้องออกจากโลกหัวใจประหลาดเมื่อเทียนดับ

ไม่อย่างนั้นหากไม่มีการปิดบังของเทียนจิต ต่อให้สิ่งแปลกประหลาดไม่มาเอง สภาพแวดล้อมของโลกหัวใจประหลาดก็จะส่งผลต่อจิตใจอย่างมาก จิตใจธรรมดาจะแย่ลงและพังทลาย

“กลับไป!”

เฉินเฟยลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะทำท่าชี้ทาง เนื่องจากการอ้อมซ้ายใช้เวลามากเกินไป เขาจึงทำได้เพียงอ้อมขวา

แน่นอนว่าเขาสามารถเดินต่อไปทางซ้ายได้ แต่เฉินเฟยรู้สึกคลุมเครือว่าเส้นทางนี้เป็นทางตัน

สัญชาตญาณยากที่จะอธิบายให้ชัดเจน แต่สำหรับนักยุทธ์โดยเฉพาะนักยุทธ์แข็งแกร่งจะมีสัญชาตญาณที่แม่นยำขึ้น สิ่งนี้เกี่ยวข้องกับการเติบโตของพลังจิตใจ

ซืออี้หนานพยักหน้าเห็นด้วย ทั้งสองเริ่มเดินกลับเส้นทางเดิมและอ้อมไปทางขวา

หลังเดินไปได้สักพักทั้งสองก็ได้ยินเสียงน้ำ เฉินเฟยตระหนักได้ว่านี่อาจเป็นแม่น้ำสุ่ยหยุนใกล้เมืองเซียนเมฆา ผู้คนในเมืองเซียนเมฆามักจะใช้น้ำจากแม่น้ำสุ่ยหยุนแห่งนี้

ไม่คิดเลยว่าแม่น้ำสุ่ยหยุนจะปรากฏในโลกหัวใจประหลาดด้วย

พวกเขาไม่ได้ไปถึงริมแม่น้ำและอ้อมไป ทั้งสองเคลื่อนที่ไปข้างหน้า ครั้งนี้ราบรื่นขึ้นมาก ผิวหนังเฉินเฟยไม่รู้สึกแจ๊บแปล๊บ

ซืออี้หนานยิ้มออกมา

ด้วยเสียงแม่น้ำที่ก้องอยู่ในหู ซืออี้หนานสัมผัสได้ถึงความรู้สึกจากนิ้วมือและเดินไปข้างหน้าต่อ เวลาผ่านไป เทียนจิตกำลังเผาไหม้ ทั้งสองเข้าใกล้จิตวิญญาณซือหยวนไห่มากขึ้น

เฉินเฟยหยุดกะทันหัน มองเงาดำตรงหน้าด้วยสีหน้าน่าเกลียด

ความรู้สึกโดนเข็มแทงบนหน้าผากและลูกตาเกิดขึ้นอีกครั้ง โลกหัวใจประหลาดผิดปกติขนาดนี้เชียวหรือ ขนาดเดินอ้อมมาไกลยังหลีกเลี่ยงไม่ได้

ซืออี้หนานมองเทียนจิตในมือ มันเหลือไม่ถึงสี่ส่วนจากของเดิม จาทางเดิมที่ผ่านมาซืออี้หนานแทบจะสัมผัสถึงจิตวิญญาณของซือหยวนไม่ได้

แต่ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไปมันอาจสายเกินไป

ซืออี้หนานมองเฉินเฟยอย่างทำอะไรอะไรถูก สายตานางฉายแววไม่รู้จะทำอย่างไร

หากเดินไปข้างหน้าจะพบอันตราย แต่ถ้าหลีกเลี่ยงจะสายเกินไป

“วิ่ง!”

เฉินเฟยคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดออกมา

ในโลกหัวใจประหลาด การวิ่งจะทำให้จิตใจเหนื่อยล้าอย่างรุนแรง และเทียนจิตที่สั่นไหวจะง่ายต่อการดึงดูดสิ่งแปลกประหลาดและทำให้เกิดอันตรายโดยไม่จำเป็น

ดังนั้นทั้งสองจึงเลือกเดินซึ่งเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุดในโลกหัวใจประหลาด

แต่เห็นได้ชัดว่าตอนนี้มีเวลาไม่พอสำหรับการเดินอย่างสงบ ยิ่งไปกว่านั้นเฉินเฟยก็ไม่กล้าฝ่าฉากมืดที่อยู่ข้างหน้า

เมื่อเทียบกับความอันตรายก่อนหน้านี้ที่สัมผัสได้หลายครั้ง ฉากมืดนี้เหมือนจะกลืนกินคนทั้งคนซึ่งน่ากลัวมาก

“ขึ้นหลังข้ามา!”

เฉินเฟยทำท่าทางแล้วนั่งลง ซืออี้หนานพยักหน้าและกระโดดขึ้นไปบนหลังเฉินเฟย

ครู่ต่อมาเฉินเฟยวิ่งไปทางซ้าย ฉากมืดขยายตรงไปยังริมแม่น้ำซึ่งทำให้อ้อมไปด้านขวาไม่ได้อีก

ตอนนี้การค้นหาจิตวิญญาณซือหยวนไห่ก่อนเทียนจิตจะดับลงเป็นการแข่งกับเวลา

เฉินเฟยวิ่งอย่างมั่นคงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่หัวใจเขายังคงเต้นอย่างรุนแรง เสียงกระซิบรอบตัวเริ่มดังเข้าหูเฉินเฟยอย่างแผ่วเบา

ในตอนที่เขาเดินอย่างสงบมันไม่เคยเกิดสิ่งนี้

เสียงกระซิบเหล่านี้เป็นเหมือนเสียงปีศาจที่พยายามเข้าไปในจิตใจ หลังได้ฟังครู่หนึ่งเฉินเฟยก็เริ่มหงุดหงิด เพียงแค่มองเทียนจิตในมือก็อยากจะทุบมันทิ้ง

ความเย็นแผ่ซ่านออกมาจากร่างกายและขจัดความหงุดหงิดนี้ เคล็ดสงบต้นกำเนิดสัมผัสได้ถึงอันตรายจึงเริ่มหมุนเวียนเองอยู่ในใจเฉินเฟย

ทันใดนั้นแสงเทียนจิตอ่อนลง เฉินเฟยสะดุ้งและหันไปมอง เทียนจิตในมือซืออี้หนานเกือบถูกซืออี้หนานบดขยี้

เฉินเฟยหยิบเทียนจิตมา ซืออี้หนานต่อต้านโดยไม่รู้ตัวและพยายามทำลายเทียนจิตด้วยซ้ำ แต่เฉินเฟยส่งเสียงต่ำทำให้ซืออี้หนานได้สติกลับมา

มือซืออี้หนานค้างอยู่กลางอากาศ ดวงตานางกลับมาชัดเจน เมื่อนึกถึงสิ่งที่เพิ่งทำไปสีหน้าซืออี้หนานก็เปลี่ยนไป ดวงตานางเต็มไปด้วยความกลัว

หากเมื่อครู่เฉินเฟยตอบสนองช้ากว่านี้ เทียนจิตจะถูกทำลายและสิ้นสุดอยู่ในโลกหัวใจประหลาด

เสียงกระซิบรอบตัวยังดังก้องหูเป็นครั้งคราว ซืออี้หนานกุมปานจื่อในมือและต่อสู้กับเสียงกระซิบต่อไป

โชคดีที่นักควบคุมความประหลาดคุ้นเคยกับภาพลวงตาในโลกหัวใจประหลาด เมื่อโดนโจมตีอย่างกะทันจึงทำให้ลืมมันไป ซืออี้หนานหมุนเวียนความคิดตัวเองจนกระทั่งไม่ถูกรบกวนอีก

หลังเดินไปทางซ้ายสักพักสีหน้าเฉินเฟยก็เปลี่ยนเป็นน่าเกลียด โลกหัวใจประหลาดผิดปกติขนาดนี้ยิ่งนัก ด้านหน้ายังจะมีอีก

ปกติแล้วนักควบคุมความประหลาดจะเคลื่อนไหวในโลกหัวใจประหลาดอย่างไร ในสภาพแวดล้อมเลวร้ายแบบนี้ แค่เดินไปเล็กน้อยก็ไปต่อไม่ได้ แบบนี้คนยังเคลื่อนไหวได้อีกหรือ?

เหมือนซืออี้หนานจะรับรู้ถึงสีหน้าเฉินเฟย ความรู้สึกของนางได้มาถึงจุดต่ำสุด ขนาดขอให้คนมาช่วยก็ยังช่วยท่านปู่ไม่ได้หรือ?

เฉินเฟยมองเทียนจิตในมือ ในช่วงเวลาสั้นๆนี้เทียนจิตเผาไหม้ไปเยอะมาก

เฉินเฟยมองหมอกด้านหน้าและรู้สึกว่าอาจต้องเข้าปะทะ นั่นเป็นจุดที่อันตรายน้อยสุดที่เฉินเฟยสัมผัสได้

หากยังอ้อมต่อไป เวลาของเทียนจิตคงไม่เพียงพอ

ในที่สุดเฉินเฟยก็เข้าใจว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะเดินในโลกหัวใจประหลาดโดยไม่เสี่ยง

เฉินเฟยสงบลง มองหมอกสีดำตรงหน้าและเดินเข้าไป การเดินช้ากว่าการวิ่งเล็กน้อย แต่อย่างน้อยก็ไม่ทำให้แสงเทียนจิตผันผวน

เมื่อเข้าไปในหมอกดำ ซืออี้หนานเหมือนจะตระหนักได้ถึงอันตรายจึงรีบปิดตาะปิดหู

สิ่งนี้สามารถหลีกเลี่ยงผลกระทบจากสภาพแวดล้อมโดยรอบได้ในระดับหนึ่ง

ซืออี้หนานรู้ว่านางช่วยอะไรไม่ได้จึงทำได้เพียงลดผลกระทบต่อเฉินเฟยให้เหลือน้อยที่สุด

เฉินเฟยมองไปรอบด้าน เสียงกระซิบคลุมเครือดังขึ้นอีกครั้ง ความถี่ยังสูงขึ้นกว่าเดิมมาก

โชคดีที่เคล็ดสงบต้นกำเนิดป้องกันการเสียงเหล่านี้ได้อย่างสมบูรณ์จึงทำให้เฉินเฟยมีสติและไม่ได้รับผลกระทบ

ภายในหมอก แสงเทียนถูกบีบอัดให้อยู่ใกล้เฉินเฟยทั้งสอง เฉินเฟยมองเห็นสิ่งต่างๆที่อยู่ในระยะสิบหมี่เท่านั้น ในระยะไกลกว่านี้ล้วนเห็นเป็นหมอกปกคลุม

ทันใดนั้นเฉินเฟยหยุดฝีเท้าลง ห่างไปสิบหมี่มีร่างหนึ่งปรากฏขึ้น