ตอนที่ 265 ใครจะเป็นผู้ตัดสินขึ้นลง

เมื่อข้อมูลนี้ถูกนำกลับมา ทุกคนที่ได้รู้ต่างก็ตกตะลึง

ระดับขัดเกลาทวารถือเป็นแกนนำในแต่ละสำนัก การสูญเสียไปหนึ่งคนแทบทำให้เจ็บสาหัส

ในเมืองเซียนเมฆา สำนักเล็กหลายสำนักอาจมีระดับขัดเกลาทวารเพียงหนึ่งถึงสองคนเท่านั้น หากเสียไปคนหนึ่งจะทำให้สำนักตกอยู่ในอันตรายหรือแม้กระทั่งล่มสลาย

ระดับขัดเกลาทวารเป็นเช่นนี้ และระดับรวมทวารเป็นการดำรงอยู่ที่กดข่มโชคชะตาของทุกสำนัก เหตุผลที่สำนักกระบี่เซียนเมฆาสามารถกดข่มไปหลายพันลี้ ส่วนหนึ่งมาจากจุดแข็งที่ครอบคลุมทุกด้าน แต่สิ่งสำคัญคือสำนักกระบี่เซียนเมฆามีผู้แข็งแกร่งรวมเกลาทวาร

หนึ่งคนหนึ่งสำนัก ระดับรวมทวารมีความมั่นใจและความแข็งแกร่งแบบนั้น

สำนักกระบี่เซียนเมฆามีระดับรวมทวารสองคน ด้วยภูมิหลังเช่นนี้ สำนักรอบเมืองเซียนเมฆาจึงทำได้เพียงยอมจำนนเพราะไม่สามารถต่อต้าน

หากสำนักกระบี่เซียนเมฆาโกรธ ระดับรวมทวารแค่คนเดียวก็กวาดล้างได้ทุกสำนัก เช่นเดียวกับสำนักฉางหงและสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว พวกเขาจะไม่มีโอกาสเป็นครั้งสอง ต่อให้คอยปกป้องอยู่ที่ประตูเขาก็เปล่าประโยชน์

สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวมีค่ายกลชั้นยอด ที่น่ากลัวกว่านั้นคือหอคุมวิญญาณ แต่สิ่งเหล่านี้ไม่มีผลต่อระดับรวมทวารมากนัก

หากระดับรวมทวารมาหาถึงหน้าประตู การปิดล้อมให้อยู่ในสำนักและป้องกันไม่ให้ออกจะไม่เกิดขึ้น พวกเขาจะใช้พลังทำลายค่ายกล หอคุมวิญญาณ และทั้งสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว

ระดับรวมทวารมีพลังดังกล่าว สำนักรอบเมืองเซียนเมฆาไม่เคยสงสัยเรื่องนี้

แต่ตอนนี้ระดับรวมทวารที่คอยกดข่มทุกสำนักตายไปหนึ่งได้ แม้สำนักกระบี่เซียนเมฆาจะมีระดับรวมทวารอีกคน แต่การสูญเสียนี้ทำให้สำนักกระบี่เซียนเมฆาไม่อาจดึงสติกลับมาได้

สำนักกระบี่เซียนเมฆาไม่อาจดึงสติกลับมา สำนักรอบเมืองเซียนเมฆาเป็นเช่นเดียวกัน

ขณะที่ข่าวนี้กระจายต่อไป สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนั้นจึงเริ่มปรากฏต่อสายตาทุกคน

ในเวลานั้นสำนักเพลิงเทพถูกพันธมิตรสำนักปิดล้อมอยู่ในภูเขาไท่เยี่ยน การต่อสู้เป็นไปอย่างรุนแรง ผู้คนระดับขัดเกลาอวัยวะภายในจำนวนมากล้มตายทุกวัน แม้แต่ระดับขัดเกลาทวารยังได้รับบาดเจ็บ

แต่แนวโน้มโดยรวมคือเป็นพันธมิตรสำนักยังคงได้เปรียบ หากพวกเขาต้องการทำลายสำนักเพลิงเทพ ความสูญเสียของแต่ละสำนักจะไม่น้อยแน่นอน

ในฐานะผู้นำ เป็นไปไม่ได้ที่สำนักกระบี่เซียนหยุนจะซ่อนตัวอยู่ข้างหลังและควบคุมทุกอย่างโดยไม่ลงสนามเอง แม้การสูญเสียหลักยังอยู่กับสำนักอื่น แต่ศิษย์สำนักกระบี่เซียนเมฆาตายไปไม่น้อยเช่นกัน

ในบรรดาระดับขัดเกลาหกคนที่ตายไป คนหนึ่งมาจากสำนักกระบี่เซียนเมฆา

ด้วยเหตุนี้ระดับรวมทวารของสำนักกระบี่เซียนเมฆาจึงลงมือ หนึ่งคนหนึ่งสำนัก ระดับรวมทวารมีความมั่นใจและความแข็งแกร่งดังกล่าว คนของพันธมิตรสำนักล้วนอยู่ในภูเขาไท่เยี่ยน

ในสถานการณ์ปกติอาจใช้เวลาไม่กี่ชั่วยามในการกวาดล้างสำนักเพลิงเทพ

เมื่อผู้แข็งแกร่งรวมทวารมาถึงภูเขาไท่เยี่ยนและเข้าร่วมการต่อสู้ สถานการณ์จึงพัฒนาไปในทิศทางนี้

“ไล่ตามไปจนสุดทาง ไม่เห็นศัตรูแม้แต่คนเดียว!”

โจวฉุนซานนึกถึงเหตุการณ์ในเวลานั้นด้วยสายตาหวาดกลัวต่อระดับรวมทวาร โจวฉุนซานผู้นำโถงสืบทอดเป็นหนึ่งในระดับขัดเกลาทวารสามคนที่ถูกส่งไป เขาอยู่ในภูเขาไท่เยี่ยนและเห็นเหตุการณ์ในเวลานั้น

“แล้วต่อจากนั้นเกิดอะไรขึ้น?” ฉวีชิงเซิงพูดเสียงทุ้ม

“คนของสำนักเพลิงเทพถอยไปทีละขั้น แม้ระดับขัดเกลาทวารหลายคนโจมตีพร้อมกันก็ยังถูกซินจื่อชิงกวาดล้างในกระบวนท่าเดียว จนกระทั่งมีคนหนึ่งใช้ประโยชน์จากความวุ่นวายพุ่งมาตรงหน้าซินจื่อชิงแล้วแทงกระบี่ใส่”

โจวฉุนซานนึกถึงกระบี่เล่มนั้น ร่างกายเขาก็สั่นเทาเหมือนโดนกระบี่เล่มนั้นแทงเอง กระบี่เล่มนั้นทำให้ทุกคนกระเด็นไปไกลนับร้อยหมี่ ระดับขัดเกลาทวารก็เช่นกัน

“ซินจื่อชิงตายเพราะกระบี่เล่มนั้น?” อู๋กวงอินเห็นโจวฉุนซานเสียสติจึงรีบถาม

“เขายังไม่ตาย ซินจื่อชิงหลบได้ส่วนหนึ่ง แต่กระบี่และคนคนนั้นแข็งแกร่งเกินไป พวกเราทุกคนต้องยืนห่างหลายร้อยหมี่และไม่อาจเข้าใกล้”

โจวฉุนซานหายใจออกแล้วพูดเสียงทุ้ม “กระบี่เล่มนั้นเป็นสมบัติเวท วิญญาณควบแน่นจนเป็นสมบัติ ซินจื่อชิงไม่สามารถป้องกันกระบี่นี้และบาดเจ็บสาหัสจากการลอบโจมตี ดังนั้น...”

โจวฉุนซานไม่ได้พูดต่อ แต่ทุกคนในสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวเข้าใจดีว่าเกิดอะไรขึ้น

สำนักเพลิงเทพส่งผู้แข็งแกร่งรวมทวารพร้อมกับสมบัติเวทออกมาโจมตีซินจื่อชิง

“มีสมบัติเวทด้วย!”

ทุกคนมองหน้ากันด้วยความเงียบ ถัดจากอาวุธวิญญาณคือสมบัติเวท กระบี่วิญญาณของคนส่วนใหญ่เป็นเพียงอาวุธวิญญาณระดับต่ำ

เมื่อกระบี่เฉียนหยวนของเฉินเฟยพัฒนาขึ้น มันจะเปลี่ยนจากอาวุธกึ่งวิญญาณเป็นอาวุธวิญญาณระดับต่ำ

อาวุธวิญญาณแบ่งออกเป็นสี่ระดับได้แก่ต่ำกลางสูงและสูงสุด หอคุมวิญญาณของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวเป็นอาวุธวิญญาณระดับสูงสุดเมื่ออยู่ในมือของผู้ก่อตั้ง

แต่ด้วยสิ่งที่เกิดขึ้นกับสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หอคุมวิญญาณได้ปกป้องสำนักอยู่หลายครั้งจึงเกิดความเสียหาย เนื่องจากวัตถุวิญญาณกับพลังซ่อมแซมตัวเองของหอวิญญาณที่มีไม่มากพอ ด้วยเหตุนี้หอคุมวิญญาณจึงถดถอยจนกลายเป็นอาวุธวิญญาณระดับสูง

ถึงอย่างนั้นพลังของหอคุมวิญญาณซึ่งกลายเป็นอาวุธวิญญาณระดับสูงยังคงน่าประหลาดใจอยู่ดี ย้อนกลับไปตอนที่เป็นอาวุธวิญญาณระดับสูงสุด พลังของมันเกินจริงยิ่งกว่านี้มาก

นอกจากสำนักกระบี่เซียนเมฆา อาวุธวิญญาณระดับสูงสุดเป็นอาวุธที่แข็งแกร่งที่สุดของสำนักอื่น สำหรับสมบัติเวท ตามจริงแล้วสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวเคยมีมันมาก่อน แต่สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวส่งมันไปพร้อมกับผู้แข็งแกร่งรวมทวาร

หากไม่มีระดับรวมทวารในตอนนั้นก็คงไม่มีวิชาคัมภีร์กระบี่เริ่มดวงดาวหลงเหลืออยู่เลย

ด้วยการจากไปของผู้แข็งแกร่งรวมทวารและไม่มีผู้สืบทอดคนใหม่ การสูญเสียสมบัติเวทจึงเป็นผลลัพธ์ที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง เพราะสำนักไม่สามารถเก็บมันไว้ได้

พูดอีกอย่างคือสมบัติเวทเป็นตัวปัญหาสำหรับสำนักที่ไม่มีระดับรวมทวาร ดังนั้นจึงไม่ต้องการมีมันเพื่อให้ตัวเองเป็นที่จดจำ

สำนักกระบี่เซียนเมฆามีสมบัติเวทเช่นกัน เจ้าปกครองหลายพันลี้และมีผู้แข็งแกร่งรวมทวาร พวกเขาจะไม่มีสมบัติเวทได้อย่างไร

แต่สิ่งที่แปลกคือวันนั้นซินจื่อชิงไม่ได้นำสมบัติเวทไปด้วย เพียงนำอาวุธวิญญาณระดับสูงสุดไปเท่านั้น ผลคือเขาถูกสำนักเพลิงเทพโจมตีและตายอยู่ในภูเขาไท่เยี่ยน

เฉินเฟยยืนอยู่ด้านหลัง ฟังเรื่องราวของโจวฉุนซานด้วยสีหน้าสงบ

เดิมทีสำนักกระบี่เซียนเมฆามีผู้แข็งแกร่งรวมทวารสองคนจึงสามารถยับยั้งความไม่พอใจทั้งหมดในพื้นที่โดยรอบ แต่ตอนนี้ตายไปหนึ่งคนและกำลังถูกสำนักเพลิงเทพจับตามอง สถานการณ์กลายเป็นซับซ้อนทันที

มีข่าวลือว่าซือจื่อชิงมีอายุสองร้อยต้นๆเท่านั้น ด้วยอายุขัยสามร้อยปีของระดับรวมทวาร ซือจื่อชิงอาจก้าวหน้าไม่ได้อีก

ในทางกลับกันถงจ้งชิวระดับรวมทวารอีกคนของสำนักกระบี่เซียนเมฆา เขาไม่ได้ออกไปไหนมาหลายปีและอยู่ในสำนักกระบี่เซียนเมฆาเสมอ มีข่าวลือว่าเขาเหลือเวลาอีกยี่สิบสามสิบปีเท่านั้น

ถงจ้งชิวไม่ชอบไปไหนมาไหนเพราะใกล้หมดอายุขัย เมื่อใกล้หมดอายุขัย พลังต่อสู้ของร่างกายจึงลดลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ดังนั้นเมื่อจำเป็นต้องให้ระดับรวมทวารลงมือ ซินจื่อชิงจะเป็นผู้ออกไป ท้ายที่สุดสถานการณ์ของสำนักไม่ได้ตกอยู่ในอันตรายจึงไม่จำเป็นต้องส่งถงจ้งชิวออกไป

คาดไม่ถึงว่าจะเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น พูดอีกย่างคือมันไม่ใช่เรื่องไม่คาดฝัน แต่เป็นกับดักที่สำนักเพลิงเทพตั้งใจวางไว้และรอให้ระดับรวมทวารของสำนักกระบี่เซียนเมฆามาเหยียบ

ตราบใดที่อยู่เพียงคนเดียว หนึ่งในนั้นไม่ว่าจะเป็นถงจ้งชิวหรือซินจื่อชิงก็ต้องตาย

ใครจะคิดว่าสำนักเพลิงเทพซึ่งถูกสำนักกระบี่เซียนเมฆาผลักดันมาตลอดหลายปีจะมีผู้แข็งแกร่งรวมทวาร หากเป็นเพียงระดับรวมทวารคงไม่สำคัญเท่าไหร่ แต่อีกฝ่ายยังครอบครองสมบัติเวทด้วย

ด้วยพลังแบบนั้นบวกกับการลอบโจมตีโดยพิจารณาไว้ก่อน ไม่ว่าเป็นใครก็ต้องถูกฝังลงดิน

สุดท้ายสิ่งที่ทุกคนเข้าใจเกี่ยวกับสำนักเพลิงเทพได้ถูกแก้ไข ทุกคนคิดว่าสำนักเพลิงเป็นเพียงหนูที่ต้องซ่อนตัวในความมืดและไม่กล้าให้สำนักกระบี่เซียนเมฆาจับหางได้

ตราบใดที่ถูกจับก็จบลงด้วยทางตัน มันเป็นแบบนี้มาหลายปีแล้ว

สิ่งที่คิดไว้กลับเปลี่ยนไปหมด!

“สมบัติเวท!”

ผู้อาวุโสในห้องโถงหลักถอนหายใจ วันนี้เกิดการเปลี่ยนแปลงจริงๆ ระดับรวมทวารถือสมบัติเวท เมื่อเทียบกับสิ่งนี้ สำนักกระบี่เซียนเมฆาไม่มีข้อได้เปรียบอีกแล้ว

ไม่เพียงไม่มีข้อได้เปรียบ แต่หากต้องสู้แบบหนึ่งต่อหนึ่ง มันจะเป็นคำถามว่าถงจ้งชิวที่อายุมากยังแข็งแกร่งมากเพียง

ข้อได้เปรียบเพียงอย่างเดียวของสำนักกระบี่เซียนเมฆาในตอนนี้คือประตูสำนักที่เปิดมาหลายปี ต่อให้ระดับรวมทวารมาเยือนพร้อมกับสมบัติเวท ถงจ้งชิวสามารถขับไล่อีกฝ่ายออกไปหรือแม้แต่สังหาร

แต่หากพบกันในป่า นั่นก็ยากจะบอกได้ว่าใครชนะใครแพ้

“น้องอู๋ เจ้าไปสำนักกระบี่เซียนเมฆาเถอะ”

ฉวีชิงเซิงมองอู๋กวงอิน สำนักกระบี่เซียนเมฆาเพิ่งสูญเสียผู้แข็งแกร่งรวมทวาร สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวย่อมไม่อาจทำเป็นไม่เห็นและต้องส่งคนไปแสดงจุดยืน

“ได้!”

อู๋กวงอินพยักหน้า ร่างวูบไหวหายไปจากโถงหลัก

“ตอนนี้เป็นช่วงเวลาสำคัญ! ประกาศห้ามศิษย์สาวกออกไปข้างนอก เรื่องนี้ยังไม่จบ!” ฉวีชิงเซิงมองทุกคนและพูดอย่างเคร่งขรึม

สำนักเพลิงเทพมีระดับรวมทวารและยังฆ่าซินจือชิงได้อีก ความขัดแย้งระหว่างสำนักเพลิงเทพกับสำนักกระบี่เซียนเมฆาถึงขั้นเห็นหน้ากันไม่ได้แล้ว

“รับคำสั่งเจ้าสำนัก!”

ทุกคนกุมมือตอบรับแล้วทยอยออกจากโถงหลัก

อู๋กวงอินมาถึงสำนักกระบี่เซียนเมฆาอย่างรวดเร็ว เขาเห็นว่าบรรยากาศของสำนักกระบี่เซียนเมฆาเปลี่ยนไป มีทั้งเศร้าโศรกเสียใจและโกรธแค้น

เห็นได้ชัดว่าซือจื่อชิงถูกหลอกไปสังหาร สำนักกระบี่เซียนเมฆาที่มีความภาคภูมิใจจะยอมรับเรื่องนี้ได้อย่างไร

ผู้อาวุโสสำนักภายนอกต้อนรับอู๋กวงอินและพาเขาไปที่โถงต้อนรับซึ่งมีผู้คนจากสำนักอื่นรออยู่ก่อนแล้ว

อู๋กวงอินกับกับคนเหล่านั้นมองหน้ากันและยืนเงียบๆอยู่ในห้องโถง

ห่างออกไปหลายร้อยลี้ ในภูเขาไท่เยี่ยน สมาชิกที่เหลือของสำนักเพลิงเทพบนภูเขาต่างแสดงความยินดี

ด้วยการตายของซินจื่อชิง หมายความว่าในที่สุดสำนักเพลิงเทพก็สามารถยืนภายใต้แสงแดดได้แล้ว ใครจะเป็นผู้คุมเมืองเซียนเมฆาในอนาคตยังไม่อาจรู้ได้

ถงจ้งชิวใกล้สิ้นอายุขัย หากสำนักกระบี่เซียนเมฆาไม่ให้กำเนิดรวมทวารคนใหม่ภายในสามสิบปี ในอนาคตสำนักเพลิงเทพจะกลายเป็นเจ้าปกครองที่กดข่มไปหลายพันลี้แทน!