ตอนที่ 155 ในสมัยโบราณนักธนูจะสู้ระยะประชิด

“รนหาที่ตาย!”

ซุนจงไห่ตะคอกเย็นชาแล้วแทงหอกออกไป เงาหอกนับไม่ถ้วนแทงตามร่างกายกัวหลินซานทั้งบนทั้งล่าง

กัวหลินซานแกว่งกระบี่กว้างป้องกันอย่างยากลำบาก แม้จะไม่อยากยอมรับมัน แต่กัวหลินชานรู้ตัวดีว่ารับอีกไม่กี่กระบวนท่าเขาคงไม่รอด

มันช่างน่าเศร้าที่ลากซุนจงไห่หรือใครสักคนไปพร้อมกันไม่ได้ ซุนจงไห่ทั้งสองยังคงระวังตัวมากจนไม่เปิดโอกาสให้ทำร้ายได้เลย

“ชึกชึกชึก!”

รอยเลือดเริ่มปรากฏบนตัวกัวหลินซาน ความเจ็บปวดรุนแรงทำให้การเคลื่อนไหวกัวหลินซานผิดรูปและป้องกันการโจมตีซุนจงไห่ยากขึ้น

ในเวลานี้เองหยูเพ่ยเยี่ยนคอยเฝ้าระวังให้อยู่และไม่ได้เข้าโจมตีด้วย ตอนนี้ความแข็งแกร่งของกัวหลินซานอยู่ในจุดสิ้นสุดแล้ว เขามีพลังน้อยกว่าสามส่วนจากการต่อสู้ก่อนหน้า

แม้ตอนนี้เขาจะทนได้อีกระยะหนึ่ง แต่มันเป็นเพราะซุนจงไห่ไม่ต้องการฆ่ากัวหลินซาน

เป็นเช่นเดียวกับที่ซุนจงไห่ทั้งสองคุยกันเมื่อครู่ พวกเขาต้องการจับกัวหลินซานแบบมีชีวิต เมื่อถึงเวลาพวกเขาจะโยนกัวหลินซานลงไปในสระน้ำแล้วไปเอาดอกบัวฝันหวาน

เลือดลมของนักยุทธ์ขัดเกลาอวัยวะภายในอย่างกัวหลินซานเป็นของโปรดปรานของสัตว์อสรูใต้สระน้ำ บางทีหากเห็นชัดเจนว่ามันเป็นสัตว์อสรูอะไรจะได้วางแผนรับมือ

“ค่อก!”

กัวหลินซานพ่นหมอกเลือดออกมาเต็มปากแล้วเดินเซถอยหลังไปหลายก้าว ร่างกายเขาแทบพังทลาย แม้แต่ดวงตาที่มองซุนจงไห่ก็ยังพร่ามัว

เป็นดั่งที่ซุนจงไห่ทั้งสองพูดไว้ กัวหลินชานอยู่ในสภาพไม่อาจช่วยเหลือตัวเอง หากไม่ใช่เพราะศรัทธาอันแรงกล้าของกัวหลินซานที่ไม่ต้องการล้มลงตรงหน้าซุนจงไห่ ป่านนี้เขาคงสลบไปแล้ว

“ทนทานจริงๆ หวังว่าเจ้าจะไม่ตายระหว่างทางไปสระน้ำแล้วกัน”

หยูเพ่ยเยี่ยนหัวเราะเบา ทันใดนั้นนางก็โผล่ไปอยู่ด้านหลังกัวหลินซานและใช้มีดสั้นในมือแทงกระดูกสันหลังส่วนคอโดยหวังจะทำให้กัวหลินซานพิการ

หากยังต่อสู้ต่อไปหยูเพ่ยเยี่ยนกังวลว่ากัวหลินซานจะตาย หากนักยุทธ์ตายเลือดลมจะนิ่งสงบทำให้ยากต่อการดึงดูดสัตว์อสูร ซึ่งหยูเพ่ยเยี่ยนไม่ต้องการให้เป็นเช่นนั้น

“ฟิ้ว!”

ทันใดนั้นก็มีเสียงแหลมดังขึ้น หยูเพ่ยเยี่ยนเปลี่ยนสีหน้า นางหยุดขยับกะทันหัน จากนั้นลูกธนูก็พุ่งผ่านใบหน้าหยูเพ่ยเยี่ยนไป

ลมที่พัดมาจากลูกพนูตัดเส้นผมหยูเพ่ยเยี่ยน เส้นผมหนึ่งร่วมหล่น

“ใครกัน!”

สีหน้าซุนจงไห่เปลี่ยนไป เขาหันมองไปทางขวา มีร่างหนึ่งยืนอยู่บนยอดต้นไม้โดยถือธนูเล็งใส่พวกเขา ช่วงเวลาต่อมาลูกธนูหลายดอกพุ่งมาหาพวกเขาทั้งสอง

“ระดับขัดเกลาไขกระดูก? อวดดีนัก!”

หยูเพ่ยเยี่ยนรู้สึกถึงลมปราณเฉินเฟยจึงพูดอย่างเย็นชา นางสั่นไหวพุ่งไปมาเฉินเฟย แต่เพียงครู่เดียวหยูเพ่ยเยี่ยนก็ถูกลูกธนูของเฉินเฟยยิงใส่จนทำให้นางต้องหยุดเท้า

ท่าร่างหยูเพ่ยเยี่ยนนั้นดีมาก ลูกธนูธรรมดาไม่อาจตามตัวนางได้ หยูเพ่ยเยี่ยนสามารถหลบมันได้อย่างง่ายดายจนเข้าไปถึงตัวนักธนู

แต่ลูกธนูของเฉินเฟยไม่เพียงเร็วเท่านั้น แต่ยังทรงพลังอย่างน่าเหลือเชื่อ ที่สำคัญกว่านั้นลูกธนูยังคาดเดาการเคลื่อนไหวของนางได้เสมอ ดังนั้นหยูเพ่ยเยี่ยนจึงต้องจับลูกธนูที่พุ่งเข้ามาตรงหน้า

แค่ปัดเพียงไม่กี่ครั้งแรงกระแทกก็ทำให้มือขวาหยูเพ่ยเยี่ยนชา นางต้องวิ่งไปซ้ายขวาเพื่อหลบลูกธนูหลายดอก การก้าวไปข้างหน้าไม่อาจทำได้เลย

ไม่ใช่แค่หยูเพ่ยเยี่ยนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงซุนจงไห่ที่ถูกโจมตีจนต้องถอยหลังไปไกลกว่าสิบหมี่หลังจากก้าวไปข้างหน้าสองสามก้าว เมื่อเทียบกับท่าร่างหยูเพ่ยเยี่ยนแล้ว ซุนจงไห่นั้นแย่กว่า

การฝ่าเข้าไปเป็นไปไม่ได้เลย ในเวลานี้สามารถทำลายลูกธนูเฉินเฟยด้วยกำลังเท่านั้น และพลังของลูกธนูแต่ละดอกยังทำให้ซุนจงไห่ต้องประหลาดใจ

นักยุทธ์ขัดเกลาไขกระดูกยิงลูกธนูอันนี้หรือ? ต่อให้อยู่ในระดับขัดเกลาอวัยวะภายในสูงสุด หากต้องการทำให้ได้เช่นนี้จะต้องหมกมุ่นกับการฝึกธนูเท่านั้น

“สหาย มีเรื่องเข้าใจผิดหรือไม่ เจ้ากับข้าไม่ได้รู้จักกัน!” ซุนจงไห่ถอยหลังไปหลายก้าวแล้วพูด

ฝีมือธนูแบบนี้น่ากลัวเกินไป ขนาดสู้สองต่อหนึ่งยังกดดันพวกเขาจนไม่อาจก้าวไปข้างหน้า หากเป็นการสู้ตัวต่อตัวมันจะลำบากยิ่งกว่านี้

ในเวลานี้ไม่สามารถอธิบายพลังอันน่าหวาดกลัวของเฉินเฟยด้วยระดับขัดเกลาไขกระดูกได้อีกต่อไป ซุนจงไห่จึงตัดสินใจเจรจา

เฉินเฟยไม่ตอบ เมื่อเห็นสภาพอันน่าเศร้าของกัวหลินซานด้านล่าง ธนูในมือเฉินเฟยก็ไม่หยุดหย่น เมื่อเวลาผ่านไปซุนจงไห่ทั้งสองป้องกันลูกธนูจนแขนแข็งทื่อทำให้การเคลื่อนไหวผิดไปเล็กน้อย

ไม่เพียงแต่เฉินเฟยเท่านั้นที่รู้ ซุนจงไห่ทั้งสองก็ตระหนักถึงเรื่องนี้เช่นกัน พวกเขามองไม่เห็นเลยว่าเฉินเฟยเหลือลูกธนูอีกเท่าไหร่

แต่เห็นได้ชัดว่าพวกเขาไม่ต้องการโดนทุบตีเช่นนี้ หากมีอะไรผิดพลาดพวกเขาอาจตายได้

“สหาย ในเมื่อไม่อยากคุยก็ออกไปซะ!”

ซุนจงไห่ตะโกนแล้วก้าวไปข้างหน้าสองสามก้าวโดยหวังจะเข้าใกล้ห่ออีกสามสามหมี่ ห่อนั้นเป็นของกัวหลินซานซึ่งเก็บหญ้าพันผาเอาไว้

นี่เป็นวิธีที่พวกเขาสร้างความมั่นใจให้กัวหลินซานจากนั้นค่อยลอบโจมตี ตอนนี้ซุนจงไห่หวังจะเอาหญ้าพันผาคืนมา

“ปัง!”

ลูกธนูแทงทะลุด้านหน้าห่อ พลังอันน่าสะพรึงระเบิดพื้นจนเกิดหลุมลึกทำให้ซุนจงไห่ต้องหยุดอยู่กับที่

“ได้โอกาสแล้ว!”

ดวงตาหยูเพ่ยเยี่ยนสว่างขึ้น แก้มนางเปลี่ยนเป็นสีแดงทันใด ร่างกายนางเหมือนจะกลายเป็นสายลมพุ่งเข้าหา เฉินเฟยอย่างรวดเร็ว

ลมหวนโลดแล่น!

เปลี่ยนรูปร่างเป็นสายลมทั้งตัวทำให้ตรวจจับรูปร่างแท้จริงได้ยาก ในขณะเดียวกันยังเพิ่มความเร็วของตัวเองได้อย่างมาก หมอกไร้ควันแบบนี้ช่างเข้าใจได้ยาก

เพียงชั่วพริบตาหยูเพ่ยยเยี่ยนก็ข้ามระยะทางหลายสิบหมี่มาถึงตัวเฉินเฟย

“ระวัง!”

เมื่อกัวหลินซานฟื้นแรงกลับมาและเห็นสถานการณ์โดยรอบ เขาเห็นหยูเพ่ยเยี่ยนพุ่งเข้าไปหาเฉินเฟยจึงรีบตะโกนออกมา ในเวลาเดียวกันยังเห็นซุนจงไห่กำลังจะเข้าไปโจมตีด้วย กัวหลินซานคำรามและเข้าไปหยุดอยู่ตรงหน้าซุนจงไห่

“ไสหัวไป!”

ซุนจงไห่เห็นกัวหลินซานจึงตะโกนด้วยความโกรธ ซุนจงไห่โดนลูกธนูเฉินเฟยยับยั้งอยู่นานจนรู้สึกกดดัน ในเวลานี้หยูเพ่ยเยี่ยนหาโอกาสได้แล้ว ซุนจงไห่จะปล่อยโอกาสนี้ไปได้อย่างไร

เป็นเพียงระดับขัดเกลาไขกระดูกแท้ๆ กลับคิดว่าตัวเองเก่งธนูจนสามารถยับยั้งพวกเขาได้ตลอดเวลาแบบนี้ ตอนนี้ซุนจงไห่อยากให้เฉินเฟยตาย

ดังนั้นเมื่อเห็นกัวหลินซานปิดทางด้านหน้าซุนจงไห่จึงโกรธอย่างยิ่ง เขาแทงหอกใส่แขนขาทั้งสี่ของกัวหลินซาน ทำให้พิการก่อนแล้วค่อยกลับมาจัดการทีหลัง

สถานการณ์ในสนามเหมือนจะเปลี่ยนไปอีกครั้งในพริบตา

หยูเพ่ยเยี่ยนรีบวิ่งไปตรงหน้าเฉินเฟยด้วยใบหน้าแดงก่ำ ใบหน้านางงดงามเหลือล้น ดวงตานางเต็มไปด้วยอารมณ์เหมือนกำลังวิ่งไปหาคนรัก นางใช้ทักษะด้านเสน่ห์อย่างเต็มที่และรอให้เฉินเฟยเสียสติไป

เฉินเฟยมองดูหยูเพ่ยเยี่ยนอย่างสงบ ดวงตาเต็มไปด้วยความชัดเจน เขาปล่อยธนูยาวในมือซ้าย กระบี่ยาวเล่มหนึ่งปรากฏขึ้นในมือขวา

หยูเพ่ยเยี่ยนหรี่ตาลงเล็กน้อย นางคิดไม่ถึงว่าทักษะเสน่ห์ที่สร้างความสับสนให้กับระดับขัดเกลาอวัยวะภายในจะใช้ไม่ได้ผลกับระดับขัดเกลาไขกระดูก

แต่ตอนนี้นางอยู่ตรงหน้าเฉินเฟย หากนักธนูเสียระยะก็จะเสียภัยคุกคามที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของตัวเองไปโดยปริยาย แม้เฉินเฟยจะถือกระบี่แต่เขาจะทำอะไรได้?

“เคร้ง!”

เสียงเหล็กปะทะกันดังขึ้น เมื่อมีดสั้นในมือหยูเพ่ยเยี่ยนกระเด็นออกไป โล่กระบี่ก็ปรากฏต่อหน้า

จังหวะที่โล่กระบี่ปรากฏนั้นดีมากจนหยูเพ่ยเยี่ยนเปลี่ยนกระบวนท่าไท่ทันทำให้มีดสั้นปะทะเข้ากับโล่กระบี่

เพียงปะทะครั้งเดียวหยูเพ่ยเยี่ยนถึงกับเปลี่ยนสีหน้า ไม่ใช่เพราะโล่กระบี่นี้หนาและเจาะทะลุได้ยาก แต่เป็นเพราะพลังกระบี่มหาศาลที่สะท้อนกลับมาโดนมีดสั้นของนาง

หยูเพ่ยเยี่ยนรู้ว่าเฉินเฟยมีพละกำลังมาก จุดนี้เห็นได้จากพลังของลูกธนูเมื่อครู่ แต่การมีพละกำลังมากไม่ได้หมายความว่าจะเปลี่ยนไปใช้ทักษะกระบี่ที่ต้องใช้ความละเอียดอ่อนในกระบวนท่าได้

นักยุทธ์ขัดเกลาไขกระดูกจะบรรลุทักษะธนูชั้นหนึ่งกับทักษะกระบี่เกินจริงแบบนี้ได้อย่างไร สิ่งนี้จำเป็นต้องใช้เวลาฝึกฝนหลายปี

เว้นแต่อีกฝ่ายจะเป็นอัจฉริยะแท้จริง แต่หากเป็นอัจฉริยะแล้วทำไมถึงอยู่แค่ระดับขัดเกลาไขกระดูก?

ความคิดทุกอย่างแวบเข้ามาในใจหยูเพ่ยเยี่ยน ก่อนที่หยูเพ่ยเยี่ยนจะดึงมีดสั้นในมือกลับมา ทันใดนั้นมีแสงวาบผ่านต่อหน้านาง

“ไม่ดีแล้ว!”

หยูเพ่ยเยี่ยนหวาดกลัว นางพยายามดึงมีดสั้นกลับมาป้องกันด้านหน้าอย่างสิ้นหวัง

คืนสู่รัง!

ท่าร่างป้องกันพิเศษที่ช่วยปลดปล่อยพละกำลังต้านทานการโจมตีที่เกินกว่าพลังของตัวเอง

ระดับขัดเกลาอวัยวะภายในทำให้หยูเพ่ยเยี่ยนมีความสามารถควบคุมร่างกายที่ดีในช่วงเวลาวิกฤติ นางดึงมีดสั้นกลับมาปิดกั้นแสงวาบได้ทัน

“เคร้ง!”

พลังมหาศาลที่เกินกว่าจินตนาการออกมาจากมีดสั้น คืนสู่รังช่วยหยูเพ่ยเยี่ยนต้านทานพลังจำนวนมาก แต่พลังที่เหลืออยู่ยังเกินความสามารถที่หยูเพ่ยเยี่ยนจะป้องกัน

หยูเพ่ยเยี่ยนไม่อาจควบคุมมีดสั้นในมือขวาได้ มีดสั้นนั้นย้อนกลับมาแทงเข้าอกนางโดยตรง หยูเพ่ยเยี่ยนพ่นไอเลือดออกมาเต็มปาก

ท่าร่างที่ใช้สำหรับป้องกันถูกทำลายในกระบวนท่าเดียว

“เข้าใจผิด…”

หยูเพ่ยเยี่ยนเห็นการจ้องมองที่เย็นชาของเฉินเฟยจึงตะโกนเสียงดัง แต่สิ่งที่ตอบกลับนางคือแสงกระบี่อันเยือกเย็น

หนังศีรษะหยูเพ่ยเยี่ยนชาวาบ ลมหวนโลดเล่นถูกใช้อย่างบ้าคลั่ง หยูเพ่ยเยี่ยนกลายเป็นสายลมเคลื่อนไหวไปด้านหลัง

“ชึก!”

แสงกระบี่วาบผ่าน เฉินเฟยไม่ได้ตามนางไปและหันไปมองซุนจงไห่

หลังจากซุนจงไห่ล้มกัวหลินซานเสร็จก็รีบวิ่งไปหาเฉินเฟย ไม่จำเป็นต้องยุ่งกับกัวหลินซานต่อ เขาใกล้จะตายอยู่แล้วจึงไม่อาจขัดขวาดอะไรได้

ในทางกลับกัน เฉินเฟยที่เพิ่งปรากฏตัวเป็นภัยคุกคามอย่างยิ่งและจำเป็นต้องฆ่าทิ้ง ไม่อย่างนั้นหากเฉินเฟยหนีไปได้ ถ้าเฉินเฟยปรากฏตัวในช่วงเวลาสำคัญของการต่อสู้ในอนาคตมันจะทำให้เกิดปัญหาใหญ่แน่นอน

แต่พอซุนจงไห่เข้าไปได้ไม่กี่สิบหมี่ เขาเห็นหยูเพ่ยเยี่ยนโดนกระบี่ไล่ออกมาจนถึงกับต้องใช้ลมหวนโลดเล่นถอยหนีอย่างบ้าคลั่ง สิ่งนี้ทำให้ซุนจงไห่หยุดเท้าลงและเกิดลางสังหรณ์ไม่ดีในใจ

“จงไห่!”

หยูเพ่ยเยี่ยนปรากฏตัวและมองซุนจงไห่อย่างเศร้าใจ หยูเพ่ยเยี่ยนเหมือนจะหลบเจ็ดกระบี่ของเฉินเฟยพ้น แต่นางไม่ได้หลับมันพ้นจริง ในเวลานี้ช่องท้องของนางเกิดบาดแผลขนาดใหญ่

มันทะลุจากด้านหน้าไปด้านหลังและไม่อาจรักษาให้หายขาด

ดวงตาซุนจงไห่เบิกกว้าง เขาไม่แม้แต่มองมือขวาที่หยูเพ่ยเยี่ยเหยียดออกมาด้วยซ้ำ ร่างกายเขาวูบไหววิ่งหนีอย่างบ้าคลั่ง

ทักษะธนูของเฉินเฟยน่ากลัว แต่ทักษะกระบี่น่ากลัวยิ่งกว่า แค่สามกระบวนท่าหยูเพ่ยเยี่ยนถึงกับเจ็บสาหัสจนใกล้ตาย ด้วยพลังต่อสู้แบบนี้ หากหยูเพ่ยเยี่ยนไม่บาดเจ็บซุนจงไห่ก็คงมีความกล้าอยู่สู้ต่อ

แต่ตอนนี้หยูเพ่ยเยี่ยนกำลังจะตายและไม่เหลือพลังต่อสู้อีก แล้วซุนจงไห่จะกล้าอยู่ต่อได้อย่างไร?

ใครจะคิดว่าทักษะสู้ระยะประชิดของนักธนูจะเกินจริงยิ่งกว่าทักษะธนูแบบนี้ ไม่มีเหตุผลเอาซะเลย!