ตอนที่ 156 ผลาญอายุขัย

หยูเพ่ยเยี่ยนมองซุนจงไห่อย่างไม่อยากเชื่อและล้มลงด้วยใบหน้าเศร้าโศก

ซุนจงไห่ไม่ฟังคำพูดหยูเป่ยเยี่ยน เขาไม่คิดจะจับกัวหลินซานมาเป็นตัวประกันด้วยซ้ำเพราะไม่รู้ว่าจุดประสงค์ของเฉินเฟยเป็นการช่วยชีวิตคนหรือป้ายเหล็กของทั้งสาม

ซุนจงไห่ไม่กล้าเดิมพันกับเรื่องนี้ แม้ว่ากัวหลินซานใกล้จะตายแต่เขายังมีความมุ่นมั่นและเหลือพลังต่อสู้อยู่บ้าง หากเขาจะใช้กัวหลินซานคุกคามเฉินเฟยก็ต้องใช้เวลาพักหนึ่ง และในเวลานั้นเฉินเฟยอาจตามตัวเขาได้ทัน

เมื่อทั้งสองโจมตีขนาบข้าง ซุนจงไห่จะไม่มีโอกาสให้หลบหนีอีก

“คิดจะหนีหรือ!”

กัวหลินซานเห็นการเคลื่อนไหวซุนจงไห่จึงต้องการไปสกัดกั้น แต่อาการบาดเจ็บอวัยวะภายในทำให้เขากระอักเลือดออกมาเต็มปาก เมื่อก้าวเท้าขวาไปก็แทบล้มลงกับพื้น

เฉินเฟยวูบไหวผ่านร่างหยูเพ่ยเยี่ยน คอหยูเพ่ยเยี่ยนหลั่งเลือดไหลออกมา นางไม่ได้มองเฉินเฟยแม้แต่น้อย แต่มองซุนจงไห่แล้วทรุดตัวลงพื้น

ซุนจงไห่ได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวจากด้านหลัง เลือดในร่างกายเขาเดือดพล่านและกลายเป็นเงาเลือดวิ่งไปข้างหน้า

สิบทิวทัศน์เทียนหู่!

หนึ่งก้าวหนึ่งภาพ หนึ่งภาพหนึ่งเลือด ด้วยการผลาญเลือดลมและอายุขัยของตัวเองจึงได้รับความเร็วสูงสุด เพียงไม่กี่ก้าวซุนจงไห่ก็ไปไกลร้อยหมี่

เฉินเฟยบมองกัวหลินซานอย่างลังเลและไม่ไล่ตามซุนจงไห่ไป

ด้วยความเร็วที่ซุนจงไห่แสดงออกมา เฉินเฟยไล่ตามได้ทันแน่นอนแต่คงต้องใช้เวลาสักพัก แต่ตอนนี้กัวหลินซานบาดเจ็บสาหัสจนใกล้ตาย

เกรงว่าเมื่อเฉินเฟยกลับมาหลังฆ่าซุนจงไห่ กัวหลินซานอาจทนรอไม่ไหว ยิ่งไปกว่านั้นดินแดนลับยังเต็มไปด้วยภัยอันตราย แม้กัวหลินซานจะยังอยู่ แต่มันไม่รับประกันว่าเรื่องอื่นจะไม่เกิดขึ้น

เมื่อเฉินเฟยหยุดชะงักซุนจงไห่ก็หายตัวไป

พูดได้ว่าท่าร่างนี้ทรงพลังมาก แม้เฉินเฟยไม่รู้ว่าจะต้องจ่ายไปเท่าไรแต่พิจารณาจากลมปราณที่ปล่อยออกมาแล้วเกรงว่าผลที่ตามมาคงร้ายแรง

หากซุนจงไห่ใช้ท่าร่างนี้ในระหว่างการต่อสู้เมื่อครู่ เฉินเฟยคงไม่ชนะหยูเพ่ยเยี่ยนอย่างง่ายดาย น่าเสียดายที่ซุนจงไห่เต็มใจหลบหนีเพื่อเอาชีวิตรอดแต่เวลาต่อสู้แลกชีวิตกลับไม่เด็ดขาด

เฉินเฟยเดินไปหากัวหลินซานแล้วหยอดโอสถรักษาเข้าปาก ในเวลาเดียวกันใช้ยาจินฉวงทาบนแผลกัวหลินซาน

หลังจัดการอย่างง่ายเสร็จ เฉินเฟยเดินไปหาหยูเพ่ยเยี่ยนและถอดป้ายเหล็กกับห่อด้านหลังของนางออก

ศิษย์ศาลาเฉินสุ่ยมีความรักอย่างลึกซึ้ง นางมองแผ่นหลังซุนจงไห่จนกระทั่งหมดลมหายใจ แม้ซุนจงไห่จะทอดทิ้งนางแต่นางก็ไม่ได้ด่าทอเขา น่าเสียดายที่ความไว้วางใจนั้นไม่ได้ใช้กับคน

“ศิษย์พี่กัว ไปกันเถอะ!”

เฉินเฟยพยุงกัวหลินซานและวูบไหวหายไปจากจุดนั้น

หนึ่งชั่วยามต่อมา เฉินเฟยพากัวหลินซานกลับมาที่ถ้ำก่อนหน้า นี่เป็นสถานที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับเฉินเฟย อย่างน้อยการบ่มเพาะในช่วงไม่กี่วันทีผ่านมาก็ไม่มีสิ่งใดมารบกวน

กัวหลินซานสลบอยู่ โชคดีที่อาการบาดเจ็บของเขาคงที่และไม่แย่ลง ในขณะเดียวกันพลังเข้าใจต้นกำเนิดในร่างของกัวหลินซานได้หมุนเวียนเองและช่วยฟื้นฟูอาการบาดเจ็บด้วย

พลังชีวิตของนักยุทธ์ขัดเกลาอวัยะภายในแข็งแกร่งมาก ตั้งแต่ภายนอกถึงภายในล้วนได้รับการขัดเกลา ดังนั้นตราบใดที่อาการบาดเจ็บไม่ถึงชีวิต หากรักษาทันเวลาก็จะดีขึ้นเอง

โดยเฉพาะพลังเข้าใจต้นกำเนิดซึ่งหมุนเวียนทั้งภายในและภายนอก ผลฟื้นฟูอาการบาดเจ็บน่าอัศจรรย์นัก

เฉินเฟยนั่งสมาธิด้านข้าง สองชั่วยามต่อมา ในที่สุดกัวหลินซานก็ตื่น

เมื่อตื่นขึ้น กัวหลินซานลุกพรวดทันทีแล้วมองไปรอบด้านอย่างระวัง เขาไม่ผ่อนคลายจนกระทั่งเห็นเฉินเฟย เห็นได้ชัดว่ากัวหลินซานยังไม่ออกจากสถานะต่อสู้

“โชคดีที่เจ้ามาทัน” กัวหลินซานมองเฉินเฟย ค่อยๆเอนหลังพิงกำแพงแล้วถอนหายใจโล่งอก

กัวหลินซานคิดจริงๆว่าตัวเองไม่รอดแน่ สำหรับการเหนี่ยวนำของหินแฝด ในเวลานั้นกัวหลินซานไม่รับรู้ถึงมันเลย ความสนใจทั้งหมดของเขาอยู่กับซุนจงไห่ทั้งสอง

“หมายความว่าชีวิตของท่านยังไม่ถึงคาดไงล่ะศิษย์พี่!” เฉินเฟยยื่นถุงน้ำแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม

“เพียงแค่โชคดี ข้ายังไม่อยากตายจึงได้แต่กลั้นใจเอาไว้”

กัวหลินซานรับถุงน้ำแล้วเงยหน้าดื่มน้ำทั้งหมดในครั้งเดียว

วันนี้อันตรายยิ่งนัก เพราะกัวหลินซานยังรู้จักมนุษย์ไม่ดีพอจึงคิดว่าซุนจงไห่ทั้งสองเพิ่งมาเจอกันครั้งแรก คาดไม่ถึงว่าซุนจงไห่กับหยูเพ่ยเยี่ยนจะรู้จักกันก่อนแล้ว และกำลังรอให้คนอื่นตกหลุมพราง

เฉินเฟยยิ้ม ยื่นห่อของให้กัวหลินซาน ในขณะเดียวกันก็ค้นดูห่อของหยูเพ่ยเยี่ยน

ในห่อหยูเพ่ยเยี่ยนไม่มีอะไรมาก มีเพียงสมุนไพรสองสามต้นและข้าวของของนาง เฉินเฟยมองดูครั้งหนึ่งแล้วโยนห่อทิ้งไป

“ศิษย์น้องเก็บป้ายเหล็กนี้ไว้เถอะ”

กัวหลินซานเปิดห่อตัวเองและเห็นป้ายเหล็กหยูเพ่ยเยี่ยนอยู่ข้างใน เขาส่ายหน้าพูด “เจ้าช่วยชีวิตข้าไว้ ข้าจะรับป้ายเหล็กนี้ได้อย่างไร”

กัวหลินซานพูดจบก็โยนป้ายเหล็กให้เฉินเฟย เฉินเฟยรับมันและมองสีหน้ากัวหลินซาน พอเห็นว่าเขาเอาจริงเฉินเฟยจึงพยักหน้าเก็บมันโดยไม่ปฏิเสธ

“นี่คือหญ้าพันผา มันเป็นวัตถุวิญญาณเช่นกัน” กัวหลินซานหยิบสมุนไพรจากห่อวางไว้ตรงหน้าเฉินเฟย

“เสริมสร้างกระดูกและเลือด ศิษย์พี่ใหญ่ พรุ่งนี้ท่านกินได้เลย มันช่วยรักษาอาการบาดเจ็บได้”

เฉินเฟยมองหหญ้าพันผา นี่เป็นวัตถุวิญญาณหายากที่สมุนไพรธรรมดาเทียบไม่ติด แต่เมื่อเทียบกับผลแดงชาดแล้ว มูลค่าผลหญ้าพันผาจะด้อยกว่าเล็กน้อย

“การกินโดยตรงสิ้นเปลืองเกินไป หากนำกลับไปยังสำนักจะสามารถแลกเป็นค่าผลงานได้หกพันคะแนน” กัว หลินซานยิ้มแล้วส่ายหัว

“มากขนาดนั้นเชียว!” เฉินเฟยประหลาดใจ แม้จะเป็นวัตถุวิญญาณ แต่ค่าผลงานของมันก็ยังมากจนน่าตกใจ

“เพราะมันเป็นสมุนไพรในการหลอมโอสถทะลวงทวาร สำนักจึงให้มากเช่นนี้”

กัวหลินซานเห็นสีหน้าเฉินเฟยจึงอธิบาย “ครั้งล่าสุดที่ข้าบอกเจ้าเรื่องดินแดนลับ มีอีกสิ่งหนึ่งที่ข้าลืมพูดถึง หากเจ้ากลายเป็นศิษย์แท้จริงของสำนักได้ สำนักจะมอบโอสถทะลวงทวารให้ นี่คือสิ่งสำคัญนอกเหนือจากมรดกแท้จริง”

“โอสถทะลวงทวารจะช่วยทะลวงเข้าระดับขัดเกลาทวารหรือ?”

เมื่อได้ยินชื่อของโอสถเฉินเฟยก็เดาได้ทันที

“ใช่ เมื่อถึงระดับขัดเกลาอวัยวะภายในสูงสุด สามารถใช้โอสถทะลวงทวารแปลงจิงชี่เสินในร่างกายเป็นพลังจิตใจเพื่อให้พลังจิตใจมากขึ้นและใช้จุดนี้วัดจุดทวารกับขุดจุดทวาร!”

กัวหลินซานพยักหน้า “พลังจิตใจของพวกเรานักยุทธ์ระดับปรับแต่งร่างกายค่อนข้างอ่อนแอ การทะลวงระดับทวารจึงยากยิ่ง โอสถทะลวงทวารจะเพิ่มโอกาสในการทะลวงระดับอย่างมาก ดังนั้นนั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมโอสถทะลวงทวารเป็นสิ่งล้ำค่าและสำนักเต็มใจมอบค่าผลงานให้กับสมุนไพรที่ใช้หลอมโอสถทะลวงทวาร”

เฉินเฟยพยักหน้า การเป็นศิษย์แท้จริงจะได้รับผลประโยชน์ดังกล่าว เฉินเฟยนึกถึงเก่อหงเจี๋ยและคนอื่นที่ทำได้เพียงใช้พลังของตัวเองในการทะลวงระดับ

“แต่ตอนนี้ศิษย์พี่อย่างเพิ่งคิดถึงค่าผลงานเลย หญ้าพันผานี้เร่งการฟื้นฟูอาการบาดเจ็บของท่านได้ ดังนั้นกินเข้าไปเถอะ”

เฉินเฟยคิดอยู่ครู่หนึ่งและแนะนำ ในดินแดนลับ การยึดมั่นกับอาการบาดเจ็บเป็นสิ่งที่อันตรายยิ่ง

แม้ถ้ำแห่งนี้จะดูค่อนข้างปลอดภัย แต่อุบัติเหตุอาจเกิดขึ้นในเวลาถัดไป แนวคิดของเฉินเฟยคือจงใช้สิ่งที่เปลี่ยนเป็นพลังได้ทันที

กัวหลินซานคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพยักหน้า กัวหลินซานมองหญ้าพันผาตรงหน้า ขยับมือดึงส่วนเล็กของมันออกมาและมอบส่วนที่เหลือให้เฉินเฟย

“แค่นี้ก็พอใช้ฟื้นฟูแผลแล้ว”

กัวหลินซานมองเฉินเฟยและพูดด้วยรอยยิ้ม “แม้หญ้าพันผาจะไม่ช่วยให้พลังภายในก้าวหน้า แต่การเสริมสร้างกระดูกและเลือดจะเพิ่มรากฐานตัวเองและความแข็งแกร่ง เจ้าเอาไปกินด้วยเถอะ!”

เฉินเฟยสะดุ้ง เมื่อเขากำลังจะพูดกัวหลินซานก็โบกมือชิงพูดก่อน “เจ้าแข็งแกร่งกว่าข้า ดินแดนลับนี้เปลี่ยนไปแล้ว ยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเท่าไรก็ยิ่งดี ข้ายังต้องการให้เจ้าดูแลข้ามากกว่านี้”

กัวหลินซานพูดจบก็หัวเราะ จากนั้นกินหญ้าพันผาในมือและเริ่มหลับตาฟื้นฟูอาการบาดเจ็บ

การฟื้นฟูคงต้องรอจนถึงพรุ่งนี้ แต่ถ้ามีสิ่งนี้ในมือมันจึงไม่ใช่ปัญหาใหญ่

เฉินเฟยรู้จักนิสัยกัวหลินซานดี เขามองหญ้าพันผาในมือ ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกัดมันหนึ่งคำ

พลังรักษาอันอบอุ่นแผ่ออกมาจากท้อง สุดท้ายหญ้าพันผาก็ไม่ได้กลายพันธุ์และเป็นสุมนไพรปกติ ครู่ต่อมาเฉินเฟยลืมตาขึ้นและกินหญ้าพันผาที่เหลือ

พลังรักษาแล่นผ่านแขนขากระดูกทำให้ร่างกายเฉินเฟยอบอุ่นตลอดเวลา ความรู้สึกผ่อนคลายกระจายอยู่ภายใน มันคล้ายกับความรู้สึกตอนดูดซับผลแดงชาดแต่ก็ไม่เหมือนกัน สิ่งนี้ยากจะอธิบายด้วยคำพูด

ไม่รู้เวลาผ่านไปเท่าไหร่ เฉินเฟยลืมตาขึ้นและหายใจออกยาว

เฉินเฟยมองระบบและสีหน้าเปลี่ยนไป พลังภายในไม่ได้เพิ่มขึ้น แต่ขีดจำกัดในการทะลวงระดับขัดเกลาอวัยวะภายในลดลง

พลังเข้าใจต้นกำเนิดขั้นห้ามีผลลดขีดจำกัดของการทะลวงระดับ ผลของหญ้าพันผาจึงชัดเจนยิ่งขึ้นราวกับมันปรับปรุงฐานกระดูกของเฉินเฟย

หลังดูดซับผลแดงชาด ความก้าวหน้าในระดับขัดเกลาไขกระดูกของเฉินเฟยคือสี่ส่วนครึ่ง เนื่องจากขีดจำกัดการทะลวงระดับลดลง ควากม้าวหน้าจึงไปถึงครึ่หนึ่งซึ่งช่วยปรับปรุงพลังของเฉินเฟย

สามวันผ่านไปในพริบตา ในที่สุดกัวหลินซานก็หายดี

ผ่านมาสิบวันแล้วตั้งแต่เข้าดินแดนลับ การเหนี่ยวนำของป้ายเหล็กที่เฉินเฟยค้นพบนั้นรุนแรงขึ้น ในเวลานี้กัวหลินซานตกใจเช่นกันที่ป้ายเหล็กทำแบบนี้ได้

“ทิศทางนี้เหมือนจะเป็นสระน้ำ”

กัวหลินซานสัมผัสได้ถึงความผันผวนจากป้ายเหล็ก ในขณะนี้ความผันผวนของป้ายเหล็กที่อยู่ใกล้พวกเขาที่สุดได้รวมตัวอยู่ในพื้นที่เดียวกันและมีจำนวนมาก

“สระน้ำ ที่นั่นมีอะไรหรือ?” เฉินเฟยสัมผัสได้ว่าป้ายเหล็กจำนวนมากอยู่รวมกัน

“ข้าได้ยินจากซุนจงไห่ว่ามีดอกบัวฝันหวานอยู่ที่นั่น” กัวหลินซานกระซิบ

“ดอกบัวฝันหวาน?” สีหน้าเฉินเฟยเปลี่ยน มันเป็นวัตถุวิญญาณที่เป็นประโยชน์ต่อพลังจิตใจอย่างมาก

เมื่อเปรียบเทียบกับวัสดุทางจิตวิญญาณอื่นๆ ที่สามารถช่วยในการบ่มเพาะ เมล็ดพันธุ์ที่แท้จริงหวังว่าจะได้รับพลังทางจิตที่ทรงพลังเช่นนี้ เพราะนี่คือการปูทางสำหรับการฝึกความเฉียบแหลมในอนาคต

ห่างออกไปกว่าสิบไมล์มีสระน้ำ

ผู้คนมากกว่า 20 คนรวมตัวกัน มองดูสระน้ำที่อยู่ไกลๆ ที่นั่นเงียบสงัด ยกเว้นชี่เหมิงเหลียนที่ไหวตามสายลม