ตอนที่ 264 วงแตก

หนึ่งเดือนต่อมา สำนักกระบี่เซียนเมฆาส่งข้อมูลไปยังสำนักรอบเมืองเซียนเมฆาโดยหวังว่าแต่ละสำนักจะส่งกำลังคงไปช่วยปิดล้อมสำนักเพลิงเทพ

เนื้อหาในข้อความไม่ได้รุนแรง เป็นเพียงคำเชิญปิดล้อมสำนักเพลิงเทพด้วยกัน แต่เมื่อได้รับคำเชิญนี้ก็ไม่มีสำนักไหนกล้าปฏิเสธหรือส่งคนขาดไปสักคน

ระดับเจ้าปกครองสุภาพด้วยเพราะเป็นรูปแบบของพวกเขา มันไม่ได้หมายความว่าจะปฏิเสธได้ หากปฏิเสธ สำนักกระบี่เซียนเมฆาอาจไม่ลงมืออะไรทันที

แต่ไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต บางทีอาจกลายเป็นสำนักเพลิงเทพรายต่อไป?

สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวตอบรับคำเชิญและส่งระดับขัดเกลาทวารสามคนกับนักยุทธ์ขัดเกลาอวัยวะภายในสิบคนไปยังสำนักกระบี่เซียนเมฆา กำลังคนที่สำนักอื่นส่งไปเทียบเท่ากับสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว

เฉินเฟยไม่ได้อยู่ในรายชื่อโดยธรรมชาติ เขายังคงบ่มเพาะอยู่ในสำนักต่อไป

สิบวันก่อน ต้องขอบคุณโชคลาภของการหลอมโอสถหลิงเสวี่ย ในที่สุดเฉินเฟยก็เติมจุดทวารที่หนึ่งจนเต็ม ในวันเดียวกันนี้เองเขาได้เปิดจุดทวารที่สองสำเร็จโดยไม่พบสิ่งกีดขวาง

เห็นได้ชัดว่ากระบี่จ้งหยวนระดับเชี่ยวชาญและพลังจิตวิญญาณของเฉินเฟยที่เหนือกว่าระดับบ่มเพาะในปัจจุบันทำให้เขาเปิดจุดทวารที่สองอย่างเป็นธรรมาชาติ

แม้ต้องใช้เวลาอีกนานที่จุดทวารที่สองจะเต็ม แต่เฉินเฟยยังรับรู้ถึงความก้าวหน้าในขอบเขตได้อย่างชัดเจน

ระดับขัดเกลาทวารต้องขัดเกลาพลังจิตวิญญาณอย่างต่อเนื่องจึงค่อยเปิดจุดทวาร ขอบเขตสูงต่ำวัดด้วยจำนวนจุดทวาร เรื่องนี้เข้าใจได้ง่าย

บ่มเพาะมาเดือนกว่า นอกจากเพิ่มระดับบ่มเพาะ เฉินเฟยไม่ทิ้งกระบี่จ้งหยวนและเดินหนีสวรรค์ไว้ข้างหลังเช่นกัน

กระบี่จ้งหยวนยังห่างจากระดับสมบูรณ์ แต่เดินหนีสวรรค์อยู่ไม่ไกลแล้ว

ตั้งแต่ทำให้เดินหนีสวรรค์เป็นแบบง่าย ความเร็วในฝึกฝนก็มั่นคงมากและไม่พบอุปสรรคใด เช่นเดียวกับกระบี่จ้งหยวนที่ก้าวหน้าต่อเนื่องอย่างก้าวกระโดด

นอกจากนี้ยังมีสูตรโอสถหลิงเสวี่ย ด้วยการหลอมโอสถทะยานเนินเขาอย่างต่อเนื่อง ความชำนาญของโอสถหลิงเสวี่ยจึงเริ่มเข้าใกล้ระดับรู้แจ้ง ผลพวงจากความสำเร็จนี้คือจำนวนโอสถหลิงเสวี่ยที่หลอมได้เพิ่มขึ้น

เมื่อสูตรโอสถหลิงเสวี่ยถึงระดับสมบูรณ์ เฉินเฟยต้องการหลอมโอสถให้ได้สี่เม็ดต่อเตา แต่สิ่งนี้มีโอกาสมากกว่าครึ่งเพียงเล็กน้อย ในการหลอมสิบเตาจะมีประมาณห้าถึงหกเตาที่หลอมได้สี่เม็ด ส่วนที่เหลือเป็นสามเม็ด

ตอนนี้เฉินเฟยหลอมโอสถหลิงเสวี่ยสิบเตา จำนวนที่หลอมได้สี่เม็ดเพิ่มเป็นเจ็ดถึงแปดเตา

เห็นได้ชัดว่าเมื่อความชำนาญสูตรโอสถหลิงเสวี่ยใกล้ถึงระดับรู้แจ้ง เฉินเฟยจะเชี่ยวชาญการหลอมโอสถหลิงเสวี่ยมากขึ้น

คนอื่นขึ้นอยู่กับสถานะ เฉินเฟยเกือบทำให้สถานะนี้คงอยู่เหมือนเดิม นี่เป็นพลังวิเศษของระบบ เมื่อบรรลุถึงระดับจะไม่มีการพลิกผัน

เมื่อเวลาผ่านไปฝีมือจะไม่ขึ้นเป็นสนิม ทำครั้งเดียวใช้ได้ตลอดชีพ!

ชื่อของเฉินเฟยเริ่มแพร่ไปยังนักหลอมโอสถหลายคนและมีแนวโน้มที่จะแพร่กระจายต่อไป

การปรับปรุงโอสถทะยานเนินเขาโดยนักหลอมโอสถระดับเจ็ดทำให้เฉินเฟยมีชื่อเสียง แต่มีการพูดถึงเพียงช่วงหนึ่งจากนั้นก็สงบลง

แต่ตอนนี้เฉินเฟยกลายเป็นนักหลอมโอสถระดับหกซึ่งอยู่ในประเภทนักหลอมโอสถระดับสูง ในสมาคมนักหลอมโอสถถือเป็นการดำรงอยู่ของระดับสูงและถูกมองโดยนักหลอมโอสถระดับต่ำจำนวนมาก

และช่วงนี้เฉินเฟยยังรับภารกิจหลอมโอสถหลิงเสวี่ยอย่างบ้าคลั่ง เขารับภารกิจหลอมโอสถหลิงเสวี่ยเกือบทั้งหมด

สิ่งสำคัญคือเฉินเฟยทำภารกิจสำเร็จทุกครั้งและได้รับค่าผลงานจำนวนมาก นั่นจึงทำให้นักหลอมโอสถหลายคนอิจฉา

ในสายตานักหลอมโอสถหลายคน นอกจากการได้รับค่าผลงานจำนวนมาก เฉินเฟยควรได้รับโอสถหลิงเสวี่ยด้วย โอสถหลิงเสวี่ยหนึ่งเม็ดมีมูลค่าสามหมื่นตำลึง การหลอมได้เพิ่มหนึ่งเม็ดถือเป็นกำไรมหาศาล

แค่คิดเรื่องนี้ก็ทำให้นักหลอมโอสถหลายคนอิจฉาแล้ว

หลายคนอยากรู้ว่าเฉินเฟยได้รับโอสถหลิงเสวี่ยจากการหลอมมากเท่าไหร่ น่าเสียดายที่เฉินเฟยไม่บอกเรื่องนี้กับใคร

แม้แต่ตอนอยู่ในสมาคม เมื่อนักหลอมโอสถคนอื่นถามเรื่องนี้ เฉินเฟยเพียงแค่ยิ้มและไม่ตอบ

การพูดความจริงจะทำร้ายผู้คน คาดว่านักหลอมโอสถหลายคนจะไม่เชื่อและคิดว่าเฉินเฟยกำลังโม้ ในเมื่อเป็นแบบนั้นก็ปล่อยให้เดาเอาเองดีกว่า

เฉินเฟยบ่มเพาและหลอมโอสถที่เต็มไปด้วยความน่าเบื่อทุกวัน นั่นเป็ฯเพราะเฉินเฟยสามารถเห็นความก้าวหน้าของตัวเองทุกวันและความก้าวหน้านี้เหมือนจะไร้ขีดจำกัด

ตราบใดที่ทุ่มเทก็จะได้รับรางวัล

คนอื่นอาจไม่ได้รับรางวัลสำหรับความพยายาม แต่สำหรับเฉินเฟย ตราบใดที่ทำงานหนักจะได้รับผลตอบแทน!

นอกจากการบ่มเพาะ เฉินเฟยยังให้ความสนใจกับการต่อสู้ระหว่างสำนักกระบี่เซียนเมฆากับสำนักเพลิงเทพ ทุกวันนี้คนในเมืองเซียนเมฆาต่างสนใจเรื่องนี้

เรื่องนี้อยู่เหนือคาดหมายของใครบางคนเล็กน้อย ในการต่อสู้ระหว่างสำนักกระบี่เซียนเมฆากับสำนักเพลิงเทพ สำนักเพลิงเทพดื้อด้านไม่น้อย

เดิมทีคิดว่าการรวมตัวของสำนักกระบี่เซียนเมฆากับสำนักอื่นจะทำลายสำนักเพลิงเทพเหมือนเศษผ้าและมีผลลัพธ์เหมือนกับการปิดล้อมทุกครั้งในอดีต

แต่ความจริงคือมีหลายสำนักต้องคอยผลักดันบังคับให้สำนักเพลิงถอยไปทีละก้าว แต่การบาดเจ็บล้มตายในแต่ละวันยังค่อนข้างสูง คนเหล่านั้นล้วนมาจากสำนักเพลิงเทพและสำนักพันธมิตร

ในบรรดาผู้คนที่สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวส่งไป ผู้อาวุโสคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสจนต้องกลับมารักษาตัวที่สำนัก ภายใต้การกระตุ้นของนิกายกระบี่เซียนเมฆา สำนักกระบีเริ่มดวงดาวจึงส่งผู้อาวุโสอีกคนไปใหม่เพื่อให้รวมแล้วมีสามคน

สำหรับเหล่าศิษย์ขัดเกลาอวัยวะภายใน ความสูญเสียของพวกเขามีมากยิ่งกว่า

ไม่เพียงแค่สำนักกระบี่เริ่มดวงดาว สำนักอื่นอีกหลายแห่งเสียคนไปไม่น้อย แม้แต่สำนักกระบี่เซียนเมฆาก็เช่นกัน

แต่ด้วยแนวโน้มในปัจจุบัน สุดท้ายสำนักเพลิงเทพจะถูกทำลาย เพียงแค่แต่ละสำนักอาจสูญเสียมากสักหน่อย

เดิมทีคนของสำนักเพลิงเทพต้องการสลายตัวเหมือนเมื่อก่อน

แต่ไม่รู้ว่าเพราะครั้งนี้สำนักกระบี่เซียนเมฆาเตรียมตัวมาดีหรือเปล่า พวกเขาไม่ให้โอกาสนั้นแก่สำนักเพลิงเทพและไล่ตามไปตลอดทางเพื่อไม่ให้อีกฝายหลบหนี

ตอนนี้กองกำลังทั้งสองฝ่ายกำลังเข้าใกล้ภูเขาไท่เยี่ยน มีข่าวลือว่าที่ตั้งของสำนักเพลิงเทพอาจอยู่ที่นั่น ไม่มีใครรู้ว่าเรื่องนี้เป็นจริงหรือไม่ แต่ทั้งสองฝ่ายกำลังเข้าใกล้ไปในทิศทางนั้น

คนของสำนักเพลิงเทพยายามหลบหนีไปยังสถานที่อื่นหลายครั้ง แต่พวกเขาถูกหลายสำนักบีบให้ไปทางภูเขาไท่เยี่ยน

“แกรกแกรกแกรก!”

ในห้องลับของบ้าน เฉินเฟยใช้เคล็ดเก็บกระบี่เพื่อทำให้กระบี่เฉียนหยวนดูดซับทองศิลาสวรรค์

ตอนนี้ทองศิลาสวรรค์ซึ่งครั้งหนึ่งเคยใหญ่เท่ากำปั้นมีขนาดเล็กกว่านิ้ว ส่วนที่ขาดหายไปได้อยู่ในตัวกระบี่เฉียนหยวนแล้ว

กระบี่เฉียนหยวนเปล่งแสงจาง พลังวิญญาณของลมปราณกระจายไปทั่วบริเวณ หากไม่สังเกตให้ดีจะคิดว่ากระบี่เฉียนหยวนเป็นอาวุธทางวิญญาณ

แต่ตอนนี้มันใกล้ถึงจุดนั้นแล้ว ด้วยเคล็ดเก็บกระบี่ระดับรู้แจ้ง ผลในการอุ่นบำรุงกระบี่เฉียนหยวนจึงน่าทึ่งมาก และยังมีทองศิลาสวรรค์ซึ่งทำให้เส้นทางพัฒนาของกระบี่เฉียนหยวนราบรื่นและเร็วขึ้น

ตามการคาดเดาของเฉินเฟย กระบี่เฉียนหยวนจะพัฒนาเป็นกระบี่วิญญาณในเวลาไม่เกินหนึ่งเดือน

ใช้เวลาน้อยกว่าที่เฉินเฟยคาดไว้ตอนแรกหลายเดือน

เวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่า เฉินเฟยไปสมาคมนักหลอมโอสถทุกสองสามวันเพื่อทำภารกิจหลอมโอสถหลิงเสวี่ย จากนั้นเก็บโอสถหลิงเสวี่ยกลับมา

เงินที่เก็บในระบบมีมากขึ้น นอกจากเฉินเฟยจะขายโอสถหลิงเสวี่ยเป็นครั้งคราว รายได้ที่สำคัญสุดยังคงมาจากโอสถทะยานเนินเขา

ราคาของโอสถทะยานเนินเขายังสูงมากเสมอ แต่ที่เฉินเฟยไม่หลอมโอสถทะยานเนินเขาขายเพราะถูกจำกัดด้านแหล่งสมุนไพร

อย่างไรก็ตามหลังจากช่วงนี้แลกเปลี่ยนสมุนไพรกับสมาคมนักหลอมโอสถ ปัญหาแหล่งที่มาของสมุนไพรจึงได้รับการแก้ไข การหลอมโอสถทะยานเนินเขาไม่เพียงเพิ่มความชำนาญโอสถหลิงเสวี่ย โอสถทะยานเนินเขายังเป็นของมีค่า

ด้วยความเร็วในการหาเงินเช่นนี้ อีกไม่นานอาจได้แยะแยะสยบมังกรคชสาร หากเก็บออกมากขึ้นอาจมีเงินสำหรับทำให้สยบมังกรคชสารเป็นแบบง่ายด้วย

ผ่านไปอีกสิบวันในพริบตา ในที่สุดหลายสำนักได้เข้าปิดหลอมสำนักเพลิงเทพไว้ในภูเขาไท่เยี่ยน สภาพแวดล้อมทางทางภูมิศาสตร์ของภูเขาไท่เยี่ยนไม่ดี การถูกปิดล้อมที่นี่จะไม่มีทางล่าถอย สำนักเพลิงเทพไม่มีที่ให้หลบหนีอีกต่อไป

นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมหลายสำนักต้อนสำนักเพลิงเทพไปทางภูเขาไท่เยี่ยน ไม่ว่าภูเขาไท่เยี่ยนจะเป็นที่ตั้งของสำนักเพลิงเทพหรือไม่ สำนักกระบี่เซียนเมฆาก็ไม่ต้องการปล่อยให้คนของสำนักเพลิงเทพที่พบเจอรอดไปได้

เหมือนพวกเขาจะเข้าใจสถานการณ์ของตนเอง ในภูเขนไท่เยี่ยน คนของสำนักเพลิงเทพมีจิตใจแห่งการต่อสู้อันน่าทึ่ง ในสถานการณ์ที่สิ้นหวังนี้พวกเขาอยู่ในทางตันกับผู้คนจากหลายสำนัก

จากมุมมองของคนในเมืองเซียนเมฆา คาดว่าทางตันนี้จะพังทลายภายในไม่กี่วัน แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดคือทางตันนี้ต้อใชเวลาเกือบครึ่งเดือน

ภายในครึ่งเดือน ภูเขาไท่เยี่ยนเหมือนเป็นเครื่องบดเนื้อ นักยุทธ์ขัดเกลาอวัยวะภายในจำนวนมากล้มตาย ไม่เพียงแค่ระดับขัดเกลาอวัยวะภายใน ในช่วงสิบวันที่ผ่านมายังมีนักยุทธ์ขัดเกลาทวารยังตายไปหกคน

หกคนนี้มาจากสำนักเพลิงเทพและสำนักอื่น

โชคดีที่ผู้อาวุโสสามคนของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวเพียงได้รับบาดเจ็บ

สำนักกะบี่เซียนเมฆาออกคำสั่งใหม่โดยเรียกร้องให้สำนักอื่นส่งคนมาเพิ่ม สำนักกระบี่เซียนเมฆาก็ส่งคนมาเพิ่มเช่นกัน

แต่เป็นอย่างที่ทุกคนเดาไว้ก่อนหน้านี้ ภูเขาไท่เยี่ยนเหมือนจะเป็นอาณาเขตของสำเพลิงเทพ แม้สำนักอื่นจะส่งคนมาเพิ่มก็ยังไม่สามารถทำลายได้การหยุดชะงัก

แม้ว่าจะเข้าใกล้ขึ้นเรื่อยๆ แต่ความเร็วนี้ช้าเกินไปและยังสูญเสียมากเกินไป

จนกระทั่งผู้แข็งแกร่งรวมทวารของสำนักกระบี่เซียนเมฆาลงมือ!

บางคนเห็นแสงเหนือสำนักกระบี่เซียนเมฆาบินไปทางภูเขาไท่เยี่ยน

ท้องฟ้าเป็นของผู้แข็งแกร่งรวมทวาร ระดับขัดเกลาทวารสามารถลอยอยู่ในอากาศได้ในช่วงเวลาสั้นๆเท่านั้นและยังห่างไกลจากการบินได้อย่างอิสระ ดังนั้นจึงเห็นได้ชัดว่าสำนักกระบี่เซียนเมฆาเคลื่อนไหวขั้นสูงสุดแล้ว

คนในเมืองเซียนเมฆารู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง ผ่านมาหลายปีแล้วตั้งแต่ที่สำนักกระบี่เซียนเมฆาให้ผู้แข็งแกร่งรวมทวารลงมือ เห็นได้ชัดว่าสำนักกระบี่เซียนเมฆาไม่ต้องการให้ยืดเยื้อต่อไปอีก

หนึ่งวันต่อมา เกิดแสงสว่างขนาดใหญ่บนภูเขาไท่เยี่ยน

การสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงนี้สามารถสัมผัสได้ชัดเจนแม้จะอยู่ห่างกันหลายสิบลี้

สองวันต่อมา นักยุทธ์สำนักต่างๆหนีกลับไปยังสำนักของตนด้วยความตื่นตระหนกและบอกข่าวที่น่าตกใจ ผู้แข็งแกร่งรวมทวารของสำนักกระบี่เซียนเมฆาตายแล้ว