ในสนามประลอง เฉินเฟยยืนรอหวังกุ้ยหวู่ใช้แรงสู้ลี้ลับจนเสร็จ
“พร้อมยัง?” เฉินเฟยมองหวังกุ้ยหวู่แล้วถามอย่างผ่อนคลาย
ข้าให้เจ้าใช้กระบวนท่าแข็งแกร่งที่สุดแล้วค่อยเอาชนะเจ้า
เฉินเฟยไม่ได้พูดคำนี้ แต่ทุกคนที่ดูการต่อสู้ล้วนเข้าใจว่าเฉินเฟยหมายถึงอะไร
ศิษย์สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวไม่น้อยรู้สึกตื่นเต้น บางคนถึงกับขนลุกชัน นานแค่ไหนแล้วที่สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวไม่ให้กำเนิดศิษย์แท้จริงเช่นนี้
บอกต่อหน้าศิษย์แท้จริงของสำนักกระบี่เซียนเมฆาให้เตรียมตัวให้พร้อม เมื่อเจ้าพร้อมแล้วเราจะสู้กันอีกครั้ง!
ช่างมั่นใจในตัวเองเสียจริง!
“ข้าจะฆ่าเจ้า!”
หวังกุ้ยหวู่คำรามขึ้นฟ้า ก้าวเท้าขวาถอยหลังแล้วมาปรากฏด้านหน้าเฉินเฟยทันที พลังดุร้ายราวกับหมอกเลือดปะทุกระทบเข้าใบหน้าเฉินเฟย
ช่วงเวลานิรันดร์!
เคล็ดพันต้นกำเนิดตรวนใจโคจรอย่างรวดเร็ว เฉินเฟยไม่ได้รับผลกระทบจากพลังของหวังกุ้ยหวู่แม้แต่น้อย ขณะนี้ในโลกของเฉินเฟยหยุดนิ่งไปแล้ว
เฉินเฟยเห็นรายละเอียดทุกอย่างรวมถึงจุดอ่อนและช่องโหว่ของหวังกุ้ยหวู่
เวลานักยุทธ์ต่อสู้ วิธีทำให้ใช้พลังน้อยสุดคือการใช้จุดแข็งโจมตีช่องโหว่ นักยุทธ์หลายคนเข้าใจความจริงข้อนี้และพยายามฝึกทำแบบนั้น แต่น่าเสียดายที่มันทำได้ยากยิ่ง
โดยเฉพาะการสู้กับคนระดับเดียวกัน เหตุการณ์แบบนั้นแทบไม่เกิดขึ้น
เนื่องจากทุกคนมีจุดแข็งคล้ายกันจึงไม่สามารถคว้าโอกาสที่เกิดขึ้นเพียงชั่วขณะ หากยืนกรานมองหาช่องโหว่ของผู้อื่น สุดท้ายตัวเองจะเป็นผู้เสียเปรียบ
แต่เฉินเฟยมีพลังจิตวิญญาณแข็งแกร่งและทักษะจิตวิญญาณช่วงเวลานิรันดร์ เขาจึงพบช่องโหว่ของอีกฝ่ายได้ในพริบตา
“เคร้ง!”
เสียงเหล็กปทะดังขึ้น หวังกุ้ยหวู่วิ่งเข้ามาอย่างบ้าคลั่งแต่ถูกกระบี่เฉินเฟยหยุดไว้
หวังกุ้ยหวู่สับสน เห็นได้ชัดว่าพลังของตัวเองเพิ่มขึ้น พอตัดสินจากพลังที่เฉินเฟยใช้ มันก็ไม่ได้แข็งแกร่งกว่าเดิมนัก แล้วทำไมตัวเองยังถึงโดนหยุดอีก?
ก่อนหวังกุ้ยหวู่จะเข้าใจ กระบี่เฉินเฟยก็ฟันเข้ามา
“เคร้ง!”
หวังกุ้ยหวู่ถอยหลังกลับ มือขวาซึ่งถือกระบี่เนื้อเหวอะและเลือดนองในบางส่วน
“ทำไมเจ้าไม่ออกแรงอีกหน่อยเล่า!”
เฉินเฟยถามอย่างสงบเหมือนหวังกุ้ยหวู่ตะโกนถามเหมียวเต๋าซิน
“อ๊าก!”
หวังกุ้ยหวู่คำรามอย่างบ้าคลั่งแต่โดนกระบี่ของเฉินเฟยฟันกลับ มีใจจะทำแต่กำลังไม่พอ[1] หวังกุ้ยหวู่คำรามอย่างบ้าคลั่ง แต่ทำได้เพียงรับกระบี่ของเฉินเฟยครั้งแล้วครั้งเล่าเท่านั้น
ทุกก้าวของหวังกุ้ยหวู่ทำให้เกิดหลุมลึกลง แต่ทุกก้าวนี้ไม่อาจช่วยหยุดหวังกุ้ยหวู่
“ไม่เห็นจะเท่าไหร่เลย อ่อนแอยิ่งนัก!”
เฉินเฟยส่ายหัวเล็กน้อย ในดวงตาที่เส้นเลือดเกือบแตกเห็นกระบี่หนึ่งพุ่งเข้ามา หวังกุ้ยหวู่ยกกระบี่ป้องกัน พอรู้ตัวอีกทีตัวเองก็ลอยออกไปแล้ว
หวังกุ้ยหวู่กลางอากาศรู้สึกตัวเบาและโล่งสบาย หน้าอกชาจนไม่รู้สึกเจ็บปวด แต่เขาจำได้ว่าเมื่อครู่เพิ่งโดนกระบี่ตัวเองกระแทกหน้าอก
“ปัง!”
หวังกุ้ยหวู่กระแทกลงพื้นนอกสนามประลอง
แรงสู้ลี้ลับยังโคจรอยู่ หวังกุ้ยหวู่ยืนขึ้นอย่างสั่นเทา ดวงตาพล่ามัวไปหมด พอเห็นเฉินเฟยในระยะไกลก็ไม่อาจกลั้นเลือดในปากจนต้องพ่นออกมา ร่างเอนไปกระแทกพื้นข้างหลังและหมดสติไป
เสียงหวังกุ้ยหวู่ล้มลงพื้นทำให้หัวใจศิษย์หลายสำนักเต้นผิดจังหวะ รอบด้านถึงกับเงียบไปครู่หนึ่ง
ผู้อาวุโสสำนักกระบี่เซียนเมฆาปรากฏด้านข้างหวังกุ้ยหวู่ ป้อนโอสถและใช้พลังหยวนช่วยย่อยสลาย อาการบาดเจ็บหวังกุ้ยหวู่คงที่ทันใด
ผู้อาวุโสสำนักกระบี่เซียนเมฆามองเฉินเฟยโดยไม่พูดอะไรและออกไปจากสนามประลองพร้อมหวังกุ้ยหวู่
เหล่าศิษย์สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวต่างตื่นเต้น หากไม่ช่ว่าโอกาสนี้ไม่เหมาะสม พวกเขาคงตะโกนโห่ร้องไปแล้ว
หวังกุ้ยหวู่ปฏิบัติต่อเหมียวเต๋าทั้งสองอย่างอวดดี และเฉินเฟยคืนทั้งหมดให้หวังกุ้ยหวู่โดยไม่พลาดแม้แต่คำเดียว ไม่มีอะไรน่าสะใจไปมากกว่านี้แล้ว
ผู้นำศิษย์แท้จริงอีกสามสำนักมองเฉินเฟยอย่างเคร่งขรึม แม้ไม่อยากยอมรับ แต่พลังของเฉินเฟยแทบเป็นการบดขยี้
หากเปลี่ยนเป็นพวกเขา เกรงว่าคงไม่ดีไปกว่าหวังกุ้ยหวู่มากนัก
เฉินเฟยแข็งแกร่งกว่าพวกเขา
หลังผ่านมาหลายสิบปี คาดไม่ถึงจริงๆที่สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวให้กำเนิดศิษย์แท้จริงเช่นนี้
ไม่ใช่เพียงพวกเขาคาดที่ไม่ถึง แต่ยังรวมถึงผู้อาวุโสสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวต่างคาดไม่ถึงเช่นกัน แม้จะรู้ว่าเฉินเฟยมีพรสวรรค์และสามารถเชี่ยวชาญกระบี่จ้งหยวนในเวลาไม่กี่เดือน
แต่คิดไม่ถึงว่าเฉินเฟยสามารถบรรลุได้ถึงขั้นนี้ เฉินเฟยได้รับวิชามรดกยังไม่ถึงครึ่งปีด้วยซ้ำ
ในสนามประลอง สีหน้าเฉินเฟยยังคงสงบ เขาหันไปมองฝั่งศิษย์แท้จริงของสำนักกระบี่เซียนเมฆาแล้วพูดขึ้น “ไม่ทราบว่าศิษย์พี่ท่านใดยินดีให้คำชี้แนะข้าบ้าง?”
ศิษย์แท้จริงของสำนักกระบี่เซียนเมฆาต่างมองเฉินเฟย กล้ายิ่งนัก เพิ่งสู้กันเสร็จก็ท้าทายพวกเขาต่อทันที
โดยปกติแล้วสิ่งนี้เป็นการกระทำของสำนักกระบี่เซียนเมฆา คาดไม่ถึงว่าตอนนี้ศิษย์สำนักอื่นเป็นคนทำ
ศิษย์แท้จริงสิบอันแรกที่เหลือของสำนักกระบี่เซียนเมฆาหันมองหน้ากัน อันดับเก้าและแปดไม่จำเป็นต้องลงไปสู้ พลังของหวังกุ้ยหวู่ในตอนท้ายเกินสองอันดับนี้ไปแล้ว
ศิษย์แท้จริงอันดับเจ็ดค่อนข้างเป็นไปได้ แต่มีโอกาสไม่มากนัก หากไม่ระวังและแพ้ให้เฉินเฟยอีก ภาพนั้นคงดูน่าไม่น้อย
“ข้าเอง ศิษย์แท้จริงสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว ฮึ่ม!”
เนี่ยไห่ชุนยืนขึ้น มองเฉินเฟยด้วยสายตาเย็นชา
“ศิษย์น้องเนี่ย อย่าได้ประมาท!” เหวินฮุ่ยเชากล่าวเตือน แม้เขาไม่ชอบเฉินเฟย แต่เฉินเฟยแข็งแกร่งจริงจำเป็นต้องระวังตัวเอาไว้เพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาด
“วางใจได้!”
เนี่ยไห่ชุนพยักหน้า ร่างวูบไหวมาอยู่บนสนามประลอง
“เชิญ!” เฉินเฟยพูดพร้อมกุมมือ
“รับมือ!”
เนี่ยไห่ชุนพูดอย่างเสแสร้ง เขาก้าวมาอยู่ด้านหน้าเฉินเฟยและแทงกระบี่ใส่
กระบี่นี้ธรรมดามาก อย่างน้อยเมื่อเทียบกับกระบี่ขุนเขาสวรรค์ของหวังกุ้ยหวู่ ท่ากระบี่ของเนี่ยไห่ชุนนั้นดูธรรมดา มันธรรมดาจนเหมือนคนธรรมดาไม่มีความรู้เรื่องวรยุทธ์
“หืม?”
สีหน้าเฉินเฟยเปลี่ยนไป ร่างกายสั่นไหวอย่างฉับพลัน ทันใดนั้นเงาลวงตานับสิบของเฉินเฟยปรากฏขึ้น ครู่ต่อมาปลายกระบี่โผล่มาจากอากาศแทงทะลุหนึ่งในเงาลวงตาของเฉินเฟย
“เฮ้อ เจ้าเห็นจริงด้วย!” เนี่ยไห่ชุนถอนหายใจอย่างประหลาดใจ
ภาพอันน่าทึ่งปรากฏต่อสายตาคนดู ไม่รู้ว่าปลายกระบี่ในมือเนี่ยไห่ชุนหายไปเมื่อใด แต่ในนี้มันได้พุ่งโจมตีเฉินเฟยจากจุดอื่น
เมื่อเนี่ยไห่ชุนพูดจบ ปลายกระบี่เจ็ดอันได้ปรากฏรอบตัวเฉินเฟยและแทงเข้าไปพร้อมกัน
“กระบี่ข่มจิต นั่นคือกระบี่ข่มจิตของสำนักกระบี่เซียนเมฆา!”
“วิชากระบี่ที่ผสานจริงเท็จน่ะหรือ? แล้วสิ่งที่เราเห็นตอนนี้เป็นภาพลวงตาหรือเปล่า?”
“เป็นไปได้! คงมีเพียงระดับขัดเกลาทวารที่เห็นของจริง!”
บางคนจำได้ว่าวิชากระบี่ที่เนี่ยไห่ชุนใช้คือวิชามรดกหลักของสำนักกระบี่เซียนเมฆา กระบี่ข่มจิต
สร้างความสับสนให้ศัตรูด้วยการข่มจิตใจ! มีศิษย์แท้จริงของสำนักกระบี่เซียนเมฆาเพียงไม่กี่คนที่ฝึกกระบี่ข่มจิต การได้เห็นคนที่บรรลุวิชานี้จึงยากขึ้นไปอีก
เนี่ยไห่ชุนฝึกจนถึงขั้นส่งผลต่อสายตาคนดู จากจุดนี้จะเห็นได้ว่าเฉินเฟยกำลังเผชิญหน้ากับการกดข่มจิตใจแบบใด
ในสนามประลอง เฉินเฟยมองกระบี่เจ็ดเล่มที่เข้ามาโจมตี ร่างกายหยุดสั่นไหว ฟันกระบี่เฉียนหยวนใส่กระบี่เล่มหนึ่งตรงหน้า
“เคร้ง!”
กระบี่นั้นถูกหยุดเอาไว้ เฉินเฟยไม่สนใจกระบี่อีกหกเล่ม กระบี่เหล่านั้นฟาดฟันใส่เฉินเฟยอย่างบ้างคลั่งแต่บนตัวเฉินเฟยกลับไร้ซึ่งบาดแผล
ร่างเนี่ยไห่ชุนหยุดสั่นไหว เขามองเฉินเฟยอย่างประหลาดใจ
มองออกครั้งแรกอาจเป็นเรื่องบังเอิญ แต่ครั้งนี้พิสูจน์แล้วว่าเฉินเฟยมองกระบี่ข่มจิตของเขาออก
แต่มันเป็นไปได้อย่างไร เพราะการเผชิญเรื่องไม่คาดฝันจึงทำให้จิตวิญญาณของเนี่ยไห่ชุนแข็งแกร่งกว่าระดับขัดเกลาอวัยวะภายในมาก ดังนั้นเขาจึงเลือกฝึกกระบี่ข่มจิต นอกจากศิษย์แท้จริงของสำนักกระบี่เซียนเมฆาสองสามคน คนอื่นล้วนไม่อาจมองออก
“ทำได้แค่นี้หรือ?” เฉินเฟยถามอย่างสงบ
“ป้องกันได้กระบวนท่าเดียว เจ้าคิดว่าชนะข้าได้แล้ว? อวด…”
เนี่ยไห่ชุนยังไม่ทันพูดจบ เฉินเฟยรีบออกไปทางขวากว่าสิบหมี่ ห่อหุ้มกระบี่เฉียนหยวนจนดำสนิทแล้วฟันไปด้านหน้า
“เคร้ง!”
อากาศเกิดความบิดเบี้ยว ร่างหนึ่งถูกตีกระเด็นออกมา หากมองให้ดีจะเห็นว่าเป็นเนี่ยไห่ชุน ส่วนเนี่ยไห่ชุนซึ่งกำลังเผชิญหน้ากับเฉินเฟยเมื่อครู่ได้สลายหายไป
ศิษย์รอบด้านต่างร้องด้วยความประหลาดใจ ในเวลานี้พวกเขาพบว่าเนี่ยไห่ชุนตัวจริงซ่อนตัวอยู่ไกลมาก
หากให้พวกเขาขึ้นไปประลองคงได้โดนเนี่ยไห่ชุนหลอกจนตาย เพราะสุดท้ายก็ยังไม่รู้ว่าเนี่ยไห่ชุนอยู่ตรงไหน
สิ่งที่เห็นอาจเป็นเพียงสิ่งที่เนี่ยไห่ชุนต้องการให้เห็น
เมื่อคิดได้แบบนั้นหลายคนถึงกับหดคอลง ต่อให้ตายไปแล้วก็ไม่รู้ว่าตัวเองตายอย่างไร แบบนี้น่ากลัวยิ่งกว่าการสู้กับหวังกุ้ยหวู่เสียอีก
อย่างน้อยหวังกุ้ยหวู่ยังทำให้รู้ว่าตายอย่างไร ไม่เหมือนการตายโดยไม่รู้อะไรเช่นนี้
“เป็นไปไม่ได้ เจ้ามองกระบี่ข่มจิตออกได้อย่างไร?”
เนี่ยไห่ชุนถอยกลับไปกว่าสิบหมี่ถึงหยุดพลังมหาศาลของเฉินเฟยได้ แต่ถึงอย่างนั้นแขนของเขายังคงรู้สึกชา สิ่งที่ทำให้เนี่ยไห่ชุนสับสนมากกว่าคือเขาไม่รู้ว่าตัวเองถูกพบเจอได้อย่างไร
“มันยากขนาดนั้นเลยหรือ?”
ร่างเฉินเฟยวูบไหวไปขอบสนามประลอง สนามแรงถ่วงเข้าปกคลุมไปทุกทางทันใด ร่างหนึ่งปรากฏออกมา
ไม่รู้ว่าเนี่ยไห่ชุนซ่อนร่างจริงไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่เฉินเฟยยังค้นพบเขาอยู่ดี
ครั้งนี้เนี่ยไห่ชุนมองเฉินเฟยเหมือนเห็นผี
“ตู้ม!”
ครั้งนี้เฉินเฟยฟันกระบี่ออกไปโดยไม่ให้โอกาสเนี่ยไห่ชุนอีก เนี่ยไห่ชุนกระอั่กเลือดเต็มปากและลอยออกไปจากสนามประลอง เขากลิ้งอยู่หลายครั้งถึงหยุดลง
อาการบาดเจ็บไม่รุนแรงเท่าหวังกุ้ยหวู่ แต่ผลกระทบต่อจิตใจด้านเส้นทางยุทธ์แทบเหมือนกัน!
กระบี่ข่มจิต?
เฉินเฟยขัดเกลาพลังจิตวิญญาณในโลกจิตความประหลาดอยู่บ่อยครั้งและยังได้รับการป้องกันจากเคล็ดพันต้นกำเนิดตรวนใจ เฉินเฟยไม่กลัวทักษะจิตวิญญาณจากระดับเดียวกัน ต่อให้นั่นจะเป็นวิชามรดกหลักของสำนักกระบี่เซียนเมฆาแล้วมันจะทำไม!
[1]มีใจจะทำแต่กำลังไม่พอ ใจอยากจะทำแต่ไม่อาจทำได้
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved