ตระกูลอื่นในเมืองฉินไห่ต่างรู้ว่าหรวนเจียวฉวินกลับมา แต่พวกเขาไม่ได้เคลื่อนไหวใด ท้ายที่สุดมันไม่เกี่ยวข้องกับพวกเขา แต่พอรู้ว่ามีผู้แข็งแกร่งขัดเกลาทวารอายุน้อยมาตระกูลหรวนด้วย ทุกตระกูลก็ตื่นตัวทันที
ตระกูลต่างๆส่งคนไปที่ตระกูลหรวนเพื่อต้อนรับหรวนเฉียวจวินกลับมา แต่แท้จริงแล้วพวกเขาต้องการเข้าใกล้ผู้แข็งแกร่งขัดทวารคนนั้น
แต่เฉินเฟยไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้นเพราะไม่มีความจำเป็น
เมืองฉินไห่คล้ายกับเมืองซิ่งเฝินที่ไม่มีผู้แข็งแกร่งขัดเกทลวารประจำการ ส่วนใหญ่เป็นเพียงผู้ผ่านทางเท่านั้น พวกเขาจะอยู่เมืองฉินไห่สองสามวันแล้วจากไป
ทุกตระกูลรู้จักคนระดับขัดเกลาทวารเช่นกัน แต่แทบไม่เคยติดต่อพวกเขาเลย มีเพียงช่วงเวลาวิกฤติเท่านั้นถึงจะใช้บุญคุณครั้งก่อนเพื่อขอให้ระดับขัดเกลาทวารช่วยเหลือ
ตระกูลหรวนรู้จักคนระดับขัดเกลาทวาร เขาไม่ได้อยู่ในเมืองฉินไห่แต่อยู่ห่างออกไปกว่าร้อยลี้ นั่นเป็นบุญคุณของพ่อหรวนเฉียวจวินซึ่งเก็บไว้ใช้เมื่อตระกูลตกอยู่ในอันตราย
ทองศิลาสวรรค์ชิ้นนั้นก็มีเผื่อเอาไว้ หากบุญคุณไม่เพียงพอค่อยเพิ่มทองศิลาสวรรค์เข้าไป เช่นนั้นจึงสามารถให้ระดับขัดเกลาทวารลงมือ
หรวนตงไหลสนใจเฉินเฟยอย่างยิ่ง พูดอีกอย่างคือตระกูลหรวนสนใจเฉินเฟย ท้ายที่สุดเขาเป็นระดับขัดเกลาทวารตั้งแต่อายุยังน้อย ผู้หญิงวัยเหมาะสมจำนวนมากต่างมาแสดงตัวต่อหน้าเฉินเฟย
ความหมายนั้นชัดเจน หากมีโอกาสทำให้เฉินเฟยฝากสายเลือดไว้ในตระกูลหรวนได้ ตระกูลหรวนจะสร้างโชคลาภครั้งใหญ่ เฉินเฟยไม่จำเป็นต้องสนใจทายาทคนนั้น ขอแค่จุดธูปสาบานก็พอ
บอกเลยว่าสตรีของตระกูลหรวนงดงามทุกคน ซึ่งรวมถึงหรวนเฉียวจวินด้วย
ท้ายที่สุดพวกเขาคือตระกูลในมือง การแต่งภรรยาและนางสนมจึงมีทางเลือกมากมาย ในระยะยาวย่อมไม่มีลูกหลานหน้าตาน่าเกลียด
เมื่อประกอบกับเสื้อผ้า อาหารชั้นดี ไม่ต้องทำงานหนัก และความงามตามธรรมชาติที่ขาวผ่อง นั่นจึงทำให้ผู้คนตั้งตารอได้พบเจอ รูปร่างหน้าตาพวกนางล้วนเป็นตัวเลือกยอดเยี่ยม
เมื่อสตรีเหล่านี้เห็นเฉินเฟย ใบหน้างดงามพวกนางก็เปลี่ยนเป็นสีแดงและรู้สึกหวั่นไหว
ก่อนจะมาที่นี่พวกนางคิดว่าจะได้เห็นชายวัยกลางคน อย่างไรแล้วระดับขัดเกลาทวารคนส่วนใหญ่ที่เห็นในอดีตล้วนมีรูปร่างหน้าตาเช่นนี้
เป็นธรรมดาที่สตรีในตระกูลหรวนไม่ตำหนิเรื่องนี้ ไม่ว่าระดับขัดเกลาทวารจะอายุเท่าไหร่พวกนางก็จะเข้าหา หากพวกนางสามารถเป็นที่โปรดปรานและร่วมหลับนอนได้ สถานะของพวกนางจะพุ่งทะยานทันที
ตอนนี้พวกนางพบว่าเฉินเฟยอายุยังน้อยและดูไม่แก่กว่าพวกนางนัก ที่สำคัญกว่านั้นเฉินเฟยยังหล่อเหลา
ภาพนี้ลงตัวกับจินตนาการของอีกครึ่งหนึ่งของชีวิตอย่างสมบูรณ์
นั่นเป็นผลให้ทัศนคติที่สนใจอยู่แล้วกลายเป็นรุกเข้าหามากขึ้นโดยหวังว่าเฉินเฟยจะเห็นพวกนางและพาไปกับเขาด้วย
แต่น่าเสียดายที่เฉินเฟยไม่ได้พาไปด้วย แม้สตรีเหล่านี้จะน่าพอใจและเฉินเฟยไม่ต้องรับผิดชอบก็ได้ แต่พวกนางขัดแย้งกับค่านิยมของเฉินเฟย
สิ่งนี้ไม่ต่างจากเที่ยวฟังเพลงเข้าหอนางโรม
เช้าวันรุ่งขึ้น หรวนเฉียวจวินพาเฉินเฟยไปห้องสมบัติตระกูลหรวน
เช้านี้หรวนเฉียวจวินอารมณ์ดีอย่างอธิบายไม่ถูกเมื่อรู้ว่าเฉินเฟยไม่ได้มาสตรีนางใดเข้านอนด้วย
หรวนเฉียวจวินแอบมีความรักต่อเฉินเฟยโดยไม่รู้ตัวเช่นกัน ในช่วงวิกฤต ภาพลักษณ์ของเฉินเฟยที่ยืนอยู่เบื้องหน้าขัดขวางพายุทั้งหมดได้ฝังอยู่ในใจหรวนเฉียวจวินแล้ว
สำหรับเฉินเฟย หรวนเฉียวจวินไม่ได้มีความคิดแบบเดียวกับตอนที่เผชิญหน้าอาวุโสอีก เพียงแค่หรวนเฉียวจวินยังไม่รู้ตัว
“ผู้อาวุโส นี่คือทองศิลาสวรรค์”
หรวนเฉียวจวินหยิบกล่องไม้จากช่องลับในห้องสมบัติแล้วมอบให้เฉินเฟย ในตระกูลหรวนมีเพียงสามคนที่รู้เรื่องช่องลับ แต่หลังจากพ่อของนางและลุงอีกคนเสียชีวิต หรวนเฉียวจวินจึงเป็นคนเดียวที่รู้เรื่องนี้
หากมีคนรู้เรื่องนี้มากกว่านี้ ความแข็งขันและจำนวนมือสังหารจากหอพิรุณที่ไล่ล่าหรวนเฉียวจวินในครั้งนี้อาจเพิ่มเป็นสองเท่า
เฉินเฟยเปิดกล่องไม้ มองทองศิลาสวรรค์ด้านในด้วยรอยยิ้ม
ทองศิลาสวรรค์ชิ้นนี้จะช่วยเฉินเฟยพัฒนากระบี่เฉียนหยวนเป็นอาวุธวิญญาณได้ในหนึ่งปี ในเวลานั้นค่ายกลกระบี่จะได้รับการสนับสนุนจากอาวุธวิญญาณทำให้พลังของมันเพิ่มมากขึ้น
พลังต่อสู้ของนักยุทธ์เพิ่มขึ้นทีละขั้นด้วยวิธีนี้
“ผู้อาวุโส นอกจากทองศิลาสวรรค์ชิ้นนี้ ท่านพ่อยังทิ้งแผนที่ของสถานที่ที่เขาพบทองศิลาสวรรค์ด้วย แต่ท่านพ่อบอกว่าเขาไม่แข็งแกร่งพอจึงไม่สามารถเข้าไปลึก”
หรวนเฉียวจวินพูดจบก็หยิบแผนที่หนังจากช่องลับมอบให้เฉินเฟย
สีหน้าเฉินเฟยขยับเล็กน้อย เขากางแผนที่ออกและตรวจสอบอย่างรอบคอบ พบว่าตำแหน่งที่ทำเครื่องหมายบนแผนที่อยู่ห่างจากเมืองฉินไห่เกือบสองร้อยลี้
เฉินเฟยสามารถไปถึงที่นั่นภายในหนึ่งวัน เขาคิดเรื่องนี้อยู่ครู่หนึ่งก่อนจะล้มเลิกความคิดนี้
แม้พละกำลังมหาศาลของสยบมังกรคชสารทำให้เฉินเฟยไม่อ่อนแอในระดับขัดเกลาทวารขั้นต้นและยังสังหารผู้ฝึกตนทั่วไปบางคนได้
แต่พลังดังกล่าวยังทำให้เฉินเฟยไม่พอใจ เพราะหากเขาพบกับอันตรายร้ายแรง เฉินเฟยอาจไม่สามารถหลบหนีได้อยู่ดี
เนื่องจากพลังเพิ่มขึ้น วิสัยทัศน์จึงสูงขึ้นตาม ผลประโยชน์ทั่วไปไม่สามารถทำให้เฉินเฟยพอใจได้อีก อันตรายที่เขาเผชิญจึงเพิ่มขึ้นด้วย
ฝีเท้าไล่ล่าวิญญาณด้อยลงไม่น้อย แทนที่จะนั่งรอความตาย เฉินเฟยจำเป็นต้องมีพลังในการหลบหนีเมื่อเผชิญกับอันตรายร้ายแรงที่ไม่สามารถต้านทาน
“ขอบคุณ!”
เฉินเฟยมองหรวนเฉียวจวินและพูดอย่างจริงใจ ทองศิลาสวรรค์ไม่ได้สร้างความปั่นป่วนเป็นพิเศษ เฉินเฟยกำลังอยู่ในช่วงอารมณ์ดี
นอกจากนี้ยังมีแผนที่ซึ่งไม่อยู่ในข้อตกลงและถือเป็นของขวัญพิเศษ มันมีค่าไม่น้อยสำหรับเฉินเฟย
“ผู้อาวุโสเกรงใจแล้ว” เมื่อเห็นเฉินเฟยพอใจ หรวนเฉียวจวินจึงยิ้มและรู้สึกมีความสุขอยู่ในใจ
“หากเจ้าต้องการควบคุมตระกูลหรวน ข้าเกรงว่าคงไม่ง่ายนัก” เฉินเฟยมองหรวนเฉียวจวิน คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วบอก
“ผู้เยาว์เข้าใจ”
หรวนเฉียวจวินถอนหายใจ เนื่องจากเฉินเฟยพานางกลับมา หรวนเฉียวจวินจึงสามารถขึ้นเป็นผู้นำตระกูลได้แน่นอน แต่บางครั้งผู้นำตระกูลก็เป็นเพียงตำแหน่ง สิทธิ์สั่งการไม่จำเป็นต้องอยู่ในมือผู้นำตระกูลเสมอไป
หลังกลับมาเพียงหนึ่งวัน หรวนเฉียวจวินพบว่าสมาชิกตระกูลหรวนรายงานหลายสิ่งให้นาง แต่พวกเขากลับตัดสินใจก่อนที่จะมาถามนาง
นางเห็นสิ่งต่างๆมากมายจากเรื่องนี้เพียงอย่างเดียว แม้หรวนเฉียวจวินจะหลงไหลวรยุทธ์ แต่นางคาดเดาหลายสิ่งได้
“เว้นแต่การบ่มเพาะของเจ้าอยู่ในระดับขัดเกลาทวารจึงสามารถควบคุมได้” เฉินเฟยพูด
การบ่มเพาะของหรวนเฉียวจวินอยู่ในระดับขัดเกลาไขกระดูกขั้นปลาย ด้วยระดับบ่มเพาะเช่นนี้ถือว่าเป็นผู้มีพรสวรรค์ในเมืองฉินไห่อย่างแน่นอน ด้วยเหตุนี้เองหรวนเฉียวจวินจึงไปเมืองเซียนเมฆา
หลังไปได้ไม่กี่ปีก็มีบางอย่างเกิดขึ้นกับตระกูลหรวนทำให้ต้องกลับมา
ไม่อย่างนั้นหากหรวนเฉียวจวินอยู่ในเมืองเซียนเมฆาอีกสองสามปี นางย่อมทะลวงระดับขัดเกลาอวัยวะภายในได้ ในเวลานั้นการกลับมายึดตระกูลหรวนคืนจะง่ายกว่า
บางครั้งระดับบ่มเพาะไม่ได้หมายถึงทุกอย่าง แต่มันเป็นตัวแทนได้มากกว่าเก้าส่วน
ใบหน้าหรวนเฉียวจวินเศร้าหมองเมื่อได้ยินคำพูดของเฉินเฟย นางเข้าใจความจริงเรื่องนี้ แต่การบ่มเพาะของนางไม่เพียงพอ ไม่ว่าจะเข้าใจมากแค่ไหนก็ทำอะไรไม่ได้
“เจ้าต้องการทะลวงระดับขัดเกลาอวัยวะภายในหรือไม่?” เฉินเฟยมองหรวนเฉียวจวินแล้วถาม
วันนี้หรวนเฉียวจวินให้แผนที่เพิ่ม หากคนอื่นปฏิบัติต่อเฉินเฟยอย่างจริงใจ เฉินเฟยก็สามารถช่วยเหลือเพิ่มเติมตามความสามารถของเขา
หรวนเฉียวจวินกำลังก้มหน้า แต่พอได้ยินคำพูดนั้นก็เงยหน้ามองเฉินเฟยและพูดอย่างตื่นเต้น “ผู้อาวุโส ท่านช่วยข้าทะลวงระดับขัดเกลาอวัยวะภายในได้หรือ!?”
“ทำได้!”
เฉินเฟยพยักหน้ายืนยัน “แต่การทะลวงแบบนี้จะทำให้รากฐานของเจ้าไม่มั่นคง หากต้องการก้าวหน้าในอนาคตจะใช้เวลามากขึ้น”
ระดับขัดเกลาขั้นปลายยังไม่ถึงขั้นสูงสุด การทะลวงระดับขัดเกลาอวัยวะภายในในเวลานี้ยังข้างห่างไกล แต่นั่นไม่ใช่เรื่องยากสำหรับระดับขัดเกลาทวาร
สำหรับเฉินเฟยยิ่งง่ายขึ้นไปอีก
แต่คนของสำนักไม่มีใครทำเช่นนี้เพราะมันส่งผลต่อการบ่มเพาะในภายหลัง มันมีข้อเสียมากกว่าข้อดี
แต่ตอนนี้พิจารณาจากสถานการณ์ของหรวนเฉียวจวิน การทะลวงระดับขัดเกลาอวัยวะภายในมีข้อดีมากกว่าข้อเสีย
“ผู้อาวุโสโปรดลงมือ!”
หรวนเฉียวจวินมีความสุขมาก ขณะที่นางกำลังจะกุมมือโค้งคำนับ เฉินเฟยก็คว้าแขนนางไว้
“ตระกูลหรวนเก็บสมุนไพรที่ดีที่สุดไว้ในห้องนี้หรือเปล่า?” เฉินเฟยกระจายพลังจิตวิญญาณรับรู้ทุกสิ่งในห้อง
“ใช่ พวกมันทั้งหมดถูกเก็บไว้ที่นี่ หากผู้อาวุโสต้องการอะไรอีกข้าจะให้คนไปเตรียมให้” เมื่อแขนนางถูกเฉินเฟยจับไว้ ไม่รู้ว่าหรวนเฉียวจวินคิดอะไรอยู่ แต่ใบหน้าของนางเปลี่ยนเป็นสีดอกกุหลาบ
“มีสมุนไพรพอแล้ว ให้คนเตรียมเตาหลอมที่แข็งแรงกว่านี้แล้วนำมันไปวางที่ลานบ้านข้า”
เฉินเฟยขยับมือขวา กล่องหยกหลายสิบกล่องลอยมาจากชั้นวางและตกลงในมือเฉินเฟย ทั้งหมดนี้เป็นสมุนไพรอายุสิบปี
หนึ่งเค่อต่อมา ในลานบ้านที่เฉินเฟยอาศัย กองไฟถูกก่อ เตาหลอมงดงามถูกวางไว้เหนือกองไฟ เฉินเฟยโยนสมุนไพรนับสิบลงไป
เพียงครู่เดียวกลิ่นหอมสมุนไพรโชยออกมาจากเตาหลอม แต่ทันใดนั้นกลิ่นหอมก็หายไปราวกับถูกโอสถดูดซับไว้จนหมด
หรวนเฉียวจวินยืนมองเฉินเฟยหลอมโอสถจากด้านข้าง นี่เป็นครั้งแรกที่นาฃได้เห็นวิธีหลอมโอสถที่มีเปลวไฟปกคลุมทั้งเตาหลอมจาก ดวงตานางเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
นอกลานบ้าน สายตาหรวนตงไหลดูเคร่งขรึม จิตใจเขากำลังกระสับกระส่าย
“คาดไม่ถึงว่าผู้อาวุโสคนนี้จะหลอมโอสถเป็นด้วย ช่างเก่งกาจยิ่งนัก หากข้าคำนับเขาเป็นอาจารย์ได้ก็ไม่มีอะไรต้องเสียใจแล้ว!” หรวนป๋อจุ้นพูดด้วยความชื่นชม
ในช่วงสองวันที่ผ่านมาหรวนป๋อจุ้นทำตัวดีอย่างยิ่ง เขาไม่ทุบตีดุด่าคนใช้ตามใจชอบหรือรังแกผู้หญิงและเด็กเพราะกลัวว่าจะเป็นการรบกวนเฉินเฟย
“หลอมโอสถในเวลาแบบนี้...” หรวนตงไหลหงุดหงิดและรู้สึกไม่ดีอยู่เสมอ แต่เขาไม่รู้ว่ามันเกิดจากอะไร
“ปัง!”
ทันใดนั้นเสียงดังมาจากลานบ้าน กลิ่นหอมสมุนไพรหายไปในพริบตา หรวนตงไหลทั้งสองตกใจ พวกเขากำลังจะดมกลิ่นแต่ก็ไม่สามารถดมกลิ่นได้ทัน
ในลานบ้าน เฉินเฟยมองโอสถทะยานเนินเขาซึ่งมีลวดลายโอสถสามเส้นในมือ
เมื่อพลังจิตวิญญาณเพิ่มขึ้น เฉินเฟยจึงหลอมโอสถทุกประเภทได้ดีกว่าเดิม แม้สมุนไพรบางอย่างขาดหายไปก็ไม่ส่งผลต่อการหลอมและยังคงมีลวดลายโอสถ
“รับไป ข้าจะช่วยเจ้ากลั่นฤทธิ์ยา!”
เฉินเฟยมอบโอสถให้ หรวนเฉียวจวินรับมาจากนั้นอ้าปากกลืนมันโดยไม่ลังเล
“ฟู่ม!”
ราวกับมีเปลวไฟระเบิดตรงหน้าอก หรวนเฉียวจวินรู้สึกเหมือนร่างกายถูกไฟแผดเผา
“ตั้งสติสงบอารมณ์ โคจรวิชาเสีย!”
เสียงของเฉินเฟยเหมือนกับเสียงระฆังดังก้องในหูหรวนเฉียวจวิน นางได้สติและเริ่มโคจรวิชาของตัวเองโดยพยายามกลั่นฤทธิ์ยานี้
แต่ฤทธิ์ยานี้เหมือนสัตว์ยักษ์ในป่า มันไม่ได้อยู่ในการควบคุมของนาง ชั่วขณะหนึ่งหรวนเฉียวจวินรู้สึกเจ็บปวดเส้นลมปราณ
ขณะที่หรวนเฉียวจวินไม่รู้ว่าจะจัดการมันอย่างไร พลังเย็นถ่ายเทมาจากด้านหลังและชี้แนะหรวนเฉียวจวินให้โคจรตามวิชาและรวมฤทธิ์ยาทั้งหมดไว้ที่เส้นลมปราณ
หรวนเฉียวจวินใช้พลังภายในโคจรวิชาเร็วขึ้น ลมปราณจากตัวนางเริ่มเพิ่มขึ้น ในชั่วขณะหนึ่งหรวนเฉียวจวินรู้สึกว่าทะเลจิตสำนักกำลังสั่นเทา
ในตอนนั้นเองนางได้ทะลวงจากระดับขัดเกลาไขกระดูกสู่ระดับขัดเกลาอวัยวะภายใน
นอกลานบ้าน หรวนตงไหลสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงลมปราณของหรวนเฉียวจวิน สีหน้าเขาเปลี่ยนไปทันที ในที่สุดเขาก็รู้ว่าความรู้สึกไม่ดีนี้มาจากไหน
แต่ตอนนี้ต่อให้หรวนตงไหลมีความกล้าแบบเสือดาว เขาก็ไม่กล้าบุกเข้าไปป้องกันไม่ให้หรวนเฉียวจวินทะลวงระดับสำเร็จ
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved