ตอนที่ 356 ไล่ตาม

ดวงตาเหลียงจงผู่เบิกกว้างจนขอบตาแทบแตก สำนักหยาซานถือเป็นสำนักใหญ่ในพื้นที่โดยรอบ แต่ตามจริงแล้วในสำนักมีระดับขัดเกลาทวารไม่มากนักและไม่มีผู้แข็งแกร่งขัดเกลาทวารขั้นปลายคอยดูแลเลย

สำหรับสำนักหยาซาน ระดับขัดเกลาทวารขั้นต้นนั้นมีคุณค่ามาก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงระดับขัดเกลาทวารขั้นกลาง ในสำนักหยาซานมีระดับขัดเกลาทวารขั้นกลางเพียงสามคนเท่านั้น

ในระหว่างการปิดล้อมเมืองซ่างอู๋เมื่อไม่นานนี้ หนึ่งในนั้นได้รับบาดเจ็บและยังพักฟื้นอยู่ในคฤหาสน์เจ้าเมือง

และตอนนี้จี้จั่วเหวินถูกฆ่าต่อหน้า เหลียงจงผู่จะยอมรับเรื่องนี้ได้อย่างไร

ดวงตาหงหยวนเฟิงหรี่ลง มองเฉินเฟยอย่างเย็นชา

เฉินเฟยตั้งใจฆ่าคนต่อหน้าแบบนี้เพราะจะสู้จนตัวตาย? ส่วนในมุมมองหงหยวนเฟิง ถึงปลาจะตายแต่อวนต้องไม่เป็นไร

เฉินเฟยไม่พูด เพียงมองเหลียงจงผู่กับหงหยวนเฟิง เก็บอาวุธวิญญาณที่อยู่ในมือจี้จั่วเหวิน ร่างวูบไหววิ่งตรงไปด้านนอกของเมือง

ที่นี่คือค่ายทหาร ทหารจึงเข้ามาปิดล้อม หากในเวลานั้นถูกปิดล้อมและตกอยู่ในขบวนทัพ เฉินเฟยจะไปไหนไม่ได้

“สารเลว หยุดให้ข้า!”

เหลียงจงผู่คำรามด้วยความโกรธ ร่างกายวูบไหวไล่ตามเฉินเฟย สังหารคนสำนักหยาซานของเขา จากนั้นจะมาก็มาจะไปก็ไป!

หงหยวนเฟิงไม่พูด เพียงวิ่งตามหลังเหลียงจงผู่ไป วันนี้เฉินเฟยต้องตาย

จี้จั่วเหวินถูกสังหาร พลังต่อสู้ของเฉินเฟยอยู่เหนือความคาดหมายหงหยวนเฟิง สุดท้ายแล้วนั่นคือระดับขัดเกลาทวารขั้นกลาง แม้จี้จั่วเหวินจะทะลวงระดับขัดเกลาทวารได้ไม่นานแต่ขอบเขตก็อยู่ตรงนั้น

เฉินเฟยทะลวงระดับขัดเกลาทวารนานเท่าไหร่เอง ตอนนี้ยังสังหารระดับขัดเกลาทวารขั้นกลางได้อีก หากก้าวหน้าต่อไปจะไปได้ไกลแค่ไหน?

ถ้าวันนี้เฉินเฟยหนีไปได้และกลับไปซ่อนตัวอยู่ในสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว หงหยวนเฟิงคงไม่มีโอกาสสร้างปัญหาอีก

แจ้งสำนักกระบี่เซียนเมฆาว่าเฉินเฟยเป็นภัยคุกคาม? ตอนนี้ภัยคุกคามที่ใหญ่สุดสำหรับสำนักกระบี่เซียนเมฆามีเพียงสำนักเพลิงเทพกับตระกูลหยูที่เหมือนจะเป็นกลางเท่านั้น

เป็นไปไม่ได้เลยที่จะโจมตีสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว ท้ายที่สุดแล้วสิ่งที่สังหารคือคนสำนักหยาซาน สำนักกระบี่เซียนเมฆาไม่ได้สูญเสีย ขอบเขตกับพลังการต่อสู้ของเฉินเฟยอยู่ในระดับขัดเกลาทวารขั้นกลาง ในสายตาของผู้นำอาวุโสระดับสูงของสำนักกระบี่เซียนเมฆามันไม่ได้สำคัญเลย

สิ่งที่สำนักกระบี่เซียนเมฆาขาดคือระดับรวมทวาร ระดับขัดเกลาทวารนั้นไม่ขาดแคลนและยังมีนักยุทธ์ขัดเกลาทวารขั้นสูงสุดอยู่หลายคน

พูดตามตรงคือระดับขัดเกลาทวารขั้นสูงสุด ตราบใดที่ลงมืออย่างถูกต้องก็สามารถกลืนกินสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวจนตายโดยที่ตัวเองไม่บาดเจ็บ

นี่คือความมั่นใจ

ดังนั้นหงหยวนเฟิงจึงต้องฆ่าเฉินเฟยวันนี้ ไม่เช่นนั้นจะทำได้เพียงเฝ้าดูเฉินเฟยก้าวหน้าขึ้นเท่านั้น ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องดีเลย

หากวันหนึ่งเฉินเฟยกลายเป็นระดับขัดเกลาทวารขั้นปลาย หงหยวนเฟิงคงต้องระวังเรื่องความปลอดภัยของตัวเอง สุดท้ายแล้วในสายตาสำนักกระบี่เซียนเมฆา ตราบใดที่สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวไม่ทำผิดพลาดเรื่องสำคัญก็สามารถยอมรับได้

ผลประโยชน์ส่วนตัวของหงหยวนเฟิงไม่ใช่ผลประโยชน์ส่วนรวมของสำนักกระบี่เซียนเมฆา

เว้นแต่สำนักกระบี่เซียนเมฆาจะพบว่าเฉินเฟยสังหารคนในสำนักพวกเขา นั่นจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะเข้าโจมตี

หงหยวนเฟิงจะไม่ยอมปล่อยภัยคุกคามอย่างเฉินเฟยอยู่ต่อ ใช้ประโยชน์จากวันนี้ ใช้ประโยชน์จากการอยู่ในเมืองฉินไห่ฆ่าเฉินเฟยโดยไม่มีใครเห็น

เมื่อสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวหาหลักฐานไม่ได้ พันธมิตรสำนักกระบี่เซียนเมฆาจะไม่ได้รับผลกระทบมากนัก และเขาสามารถกำจัดอันตรายซ่อนเร้นนี้ได้อย่างสมบูรณ์

ไม่อย่างนั้นหงหยวนเฟิงคงกินไม่ได้นอนไม่หลับ!

ซูเหยียนซินไปหาเฉิงเหิงจงที่ได้รับบาดเจ็บ เขาโล่งใจเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายได้รับความช่วยเหลือจากทหารคนอื่นและพ้นจากอันตรายชั่วคราว

เพียงแค่อาการบาดเจ็บของเฉิงเหิงจงทำให้ความมั่นใจของซูเหยียนซินหายไป ซูเหยียนซินไม่รู้ว่าเฉินเฟยเอาชนะเฉิงเหิงจงจนอยู่ในสภาพนี้ได้อย่างไร พอได้รับข่าวพวกเขาคฤหาสน์เจ้าเมืองก็รีบมาที่นี่ทันทีซึ่งใช้เวลาไม่นานนัก

ในช่วงเวลาสั้นๆเฉินเฟยทำให้เฉิงเหิงจงบาดเจ็บสาหัส จากนั้นสังหารจี้จั่วเหวินต่อหน้าพวกเขา

เป็นไปไม่ได้เลยที่พลังต่อสู้แบบนี้จะเป็นระดับขัดเกลาทวารขั้นกลางทั่วไป

เมื่อนึกถึงเหลียงจงผู่กับหงหยวนเฟิงที่ไล่ตามไป ซูเหยียนซินเกิดความลังเลก่อนจะกัดฟันวิ่งตามไป เฉินเฟยจะแข็งแกร่ง แต่เหลียงจงผู่ไม่ได้อ่อนแอ อย่างน้อยยังแข็งแกร่งกว่าจี้จั่วเหวินซึ่งเป็นระดับขัดเกลาทวารเหมือนกัน

นอกจากนี้ยังมีหงหยวนเฟิง นี่คือยอดฝีมือสืบทอดวิชาขั้นสูงของสำนักกระบีเซียนเมฆา เขาแข็งแกร่งกว่าระดับขัดเกลาทวารขั้นกลางทั่วไปมาก

เมื่อทั้งสองร่วมมือกันจะต้องจับเฉินเฟยได้แน่

ตามข้อมูลที่ได้รับ เฉินเฟยเพิ่งทะลวงระดับขัดเกลาทวารเพียงสามปี สำหรับระดับขัดเกลาทวารหลายคน เวลาเท่านี้คาดว่าเพียงพอทำให้การบ่มเพาะมั่นคงและเปิดจุดทวารหนึ่งหรือสองจุด

ความแข็งแกร่งของเฉินเฟยในตอนนี้ไปไกลกว่าจุดนั้นและมาถึงระดับขัดเกลาทวารขั้นกลาง แต่พอคิดดูแล้วนี่ควรจะเป็นขีดจำกัด

ด้วยการปิดล้อมของเหลียงจงผู่กับหงหยวนเฟิง ซูเหยียนซินไม่เชื่อว่าเฉินเฟยจะสร้างปัญหาได้

ซูเหยียนซินคิดแบบนั้น เหลียงจงผู่กับหงหยวนเฟิงก็คิดแบบเดียวกัน ผ่านไปสามปีทะลวงระดับขัดเกลาทวารขั้นกลาง เรื่องนี้เกินจริงพอแล้ว ในช่วงเวลานี้คงอ่อนแอไม่น้อย

แน่นอนว่าพรสวรรค์นี้น่ากลัวอย่างยิ่ง หากเฉินเฟยมีเวลาเพียงพอที่จะเติบโต เทพรู้ดีว่าเขาจะเติบโตไปถึงไหน

ขณะนี้ทั้งสองฝ่ายเป็นศัตรูไม่ตายไม่เลิกรา ไม่มีทางจับมือสร้างสันติอย่างแน่นอน ในเมื่อเป็นเช่นนั้นจะต้องฆ่าเฉินเฟยที่นี่ก่อนเขาจะแข็งแกร่งขึ้น

ไม่อย่างนั้นเฉินเฟยจะไม่ใช่แค่อันตรายซ่อนเร้นของหงหยวนเฟิง แต่ยังเป็นปัญหาของกองทัพหยาซานด้วย!

เฉินเฟยกลายเป็นภูตผี ด้วยการกระโดดไม่กี่ครั้งก็ตกไปนอกกำแพงเมือง เมื่อมาถึงที่นี่เฉินเฟยยังไม่หยุดและวิ่งไปข้างหน้าต่อ

เหลียงจงผู่กับหงหยวนเฟิงกระโดดข้ามกำแพงเมือง ตามหลังเฉินเฟยอย่างใกล้ชิดเพื่อไม่ให้ละสายตาจากเฉินเฟย

สักพักต่อมาซูเหยียนซินข้ามกำแพงเมืองออกมา ซูเหยียนซินสบายใจขึ้นเมื่อเห็นเฉินเฟยยังคงวิ่งต่อไปจนทั้งสามตรงหน้ากลายเป็นจุดสีดำ เห็นได้ชัดว่าเฉินเฟยไม่สามารถเอาชนะทั้งสองคนได้จึงวิ่งหนีไปแบบนั้น

ในเมืองชินไห่ ในเวลานี้ร่างแยกเฉินเฟยพาคนตระกูลหร่วนนับสิบกระโดดออกจากกำแพงเมืองอีกฝั่ง สุดท้ายไปหยุดอยู่บนที่ราบลุ่มภูเขา

จุดนี้ห่างจากเมืองฉินไห่กว่าสิบลี้ ไม่มีสิ่งกีดขวางระหว่างเมืองฉินไห่อีก หากคนจากเมืองฉินไห่ไล่ตามมาจะเห็นได้ทันที

“พี่ใหญ่เฉิน ท่านเป็นร่างแยกหรือ?” ฉู่หลันถามอย่างระวัง คนตระกูลหรวนที่เหลือหันไปมองเฉินเฟบเช่นกัน

เมื่อครู่เหยี่ยวล่วงหล่นกระต่ายลุกยืน สิ่งต่างๆเกินจะรับมือได้ แต่โดยทั่วไปแล้วพวกเขายังเข้าใจว่าคนที่อยู่ตรงหน้าและคนที่ปรากฏด้านหลังคือเฉินเฟย

ในโลกวิถียุทธ์เลียนแบบได้เหมือนจริงอย่างยิ่ง นั่นเป็นสิ่งเหนือจินตนาการและน่าหลงใหล แต่น่าเสียดาย ผู้สามารถไปถึงจุดนั้นเป็นคนกลุ่มน้อยเสมอ

“อืม ร่างหลักพาคนเหล่านั้นไปแล้ว” เฉินเฟยพยักหน้า

“จะเป็นอันตรายหรือไม่?” ฉู่หลันถามอย่างกังวล สำนักหยาซานมีระดับขัดเกลาทวาร ในความทรงจำของฉู่หลัน เฉินเฟยคือระดับขัดเกลาทวารใหม่ของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว

การบ่มเพาะฉู่หลันไม่สูงนัก แต่ความรู้วิถียุทธ์บางอย่างยังคงมีอยู่ เมื่อเทียบผู้ฝึกฝนหลายปีเฉินเฟยควรมีช่องว่างขนาดใหญ่

“ไม่หรอก” เฉินเฟยลูบหัวฉู่หลานแล้วยิ้ม

ห่างออกไปสิบลี้ เฉินเฟยวิ่งเข้าไปในป่าทึบ หยุดบนก้อนหินแล้วหันไปมองด้านหลัง หากเฉินเฟยใช้เดินหนีสวรรค์ระดับรู้แจ้ง เหลียงจงผู่กับหงหยวนเฟิงจะตามไม่ทัน

เฉินเฟยแขวนเหลียงจงผู่กับหงหยวนเฟิงตลอดเวลา จุดประสงค์นั้นง่ายมาก นั่นคือพาพวกเขามาฝังที่นี่

ในค่ายทหารเมื่อครู่นี้ คนที่เห็นเฉินเฟยล้วนถูกสังหารไปแล้ว วันนี้เพียงต้องฆ่าเหลียงจงผู่กับหงหยวนเฟิงที่นี่แล้วค่อยกลับไปฆ่าระดับขัดเกลาทวารกับกองทัพหยาซานให้หมด

เพียงเท่านี้เรื่องนี้จะสิ้นสุด

เหมือนกับที่หงหยวนเฟิงกล้าวางกับดักเฉินเฟยในเมืองฉินไห่ เพราะอยู่ห่างจากเมืองเซียนเมฆามาไกล สำหรับหลายเรื่อง ตราบใดที่ทำความสะอาดตั้งแต่ต้นจนจบ ข่าวจะแพร่กระจายไปถึงเมืองเซียนเมฆาได้ยาก

ดวงตาเหลียงจงผู่หรี่ลงเมื่อเห็นเฉินเฟยหยุดเท้า ในใจพลันเกิดความระวัง แต่เมื่อนึกถึงหงหยวนเฟิงที่อยู่ด้านข้าง เหลียงจงผู่เลยโล่งใจเล็กน้อย

สำนักกระบี่เซียนเมฆาปกคลุมหลายพันลี้ ระดับรวมทวารเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเรื่องนี้ แต่ระดับขัดเกลาทวารในสำนักยังแข็งแกร่งกว่าระดับเดียวกันในสำนักอื่น

นี่เป็นข้อได้เปรียบเรื่องวิชายุทธ์ซึ่งสำนักอื่นเทียบไม่ได้ สถานการณ์นี้จะชัดเจนขึ้นในระดับขัดเกลาทวารขั้นปลาย

“ไม่หนีแล้ว?” หงหยวนเฟิงมองเฉินแล้วพูดเยาะเย้ย

ด้วยท่าร่างที่เฉินเฟยแสดงเมื่อครู่ หงหยวนเฟิงกังวลจริงๆว่าหากเฉินเฟยจะวิ่งต่อไปแล้วเกิดเรื่องไม่คาดฝัน เขาอาจพลัดหลงกับเฉินเฟย

ตอนนี้เฉินเฟยกล้าหยุดและท้าทายพวกเขา ขณะที่หงหยวนเฟิงเยาะเย้ยอยู่ในใจก็รู้สึกโล่งใจเช่นกัน

สำหรับโอกาสที่เฉินเฟยจะฆ่าพวกเขาแทน? คิดว่าการฝึกฝนของเขาตลอดหลายปีที่ผ่านมาเป็นของปลอมหรือไง! ยิ่งไปกว่านั้นด้านข้างยังมีเหลียงจงผู่ซึ่งทะลวงระดับขัดเกลาทวารขั้นกลางมาหลายปีอยู่ด้วย

ด้วยความแข็งแกร่งของทั้งสองยังไม่สามารถฆ่าเฉินเฟยอีกหรือ?

“จุดนี้ไกลพอแล้ว!”

เฉินเฟยมองหงหยวนเฟิง ปราณหยวนรอบตัวผันผวน ค่ายกลกระบี่ดำเคลื่อนลงมาจากท้องฟ้า แรงกดดันมหาศาลแผ่ขยายไปทุกทางครอบคลุมทั้งสองคน

“ค่ายกลกระบี่จ้งหยวน? อยากเรียนรู้มานานแล้ว!”

เหลียงจงผู่ตะโกนเบา เงากระบี่พุ่งขึ้นไปบนฟ้า ใต้เงากระบี่เกิดคลื่นซัดผ่าน นั่นคือกระบี่คลุมทะเล เมื่อเทียบกับที่จี้จั่วเหวินใช้ กระบี่คลุมทะเลของเหลียงจงผู่ทรงพลังกว่ามาก

คลื่นปั่นป่วนกระทบชายฝั่งราวกับว่ามีทะเลจริง เหลียงจงผู่ปกคลุมมันไว้และซัดใส่ค่ายกลกระบี่

หงหยวนเฟิงก้าวเท้าซ้ายไปข้างหน้ากำลังจะพุ่งเข้าโจมตีเฉินเฟยอย่างสุดกำลัง ทันใดนั้นพลันตกใจแล้วเงยหน้ามอง

ในความคิดหงหยวนเฟิง ค่ายกลกระบี่จ้งหยวนควรโดนกระบี่คลุมทะเลของเหลียงจงผู่สกัดไว้ แต่ในขณะนี้มันบดขยี้เงากระบี่ของเหลียงจงผู่ทันที เพียงพริบตาเดียวค่ายกลกระบี่ดำก็แผ่ไปทั่ว

ใบหน้าเหลียงจงผู่ซีดเซียว ลมปราณวุ่นวาย สิ่งที่วุ่นวายกว่าลมปราณคือสภาพจิตใจเหลียงจงผู่

กระบี่คลุมทะเลใช้การป้องกันนำไปสู่การโจมตี แม้การเผชิญหน้าในตอนนี้จะไม่ใช่สถานะแข็งแกร่งสุดของ กระบี่คลุมทะเล แต่เหลียงจงผู่ยากจะยอมรับได้ว่ามันถูกทำลายอย่างง่ายดาย

ในการรับรู้ของเหลียงจงผู่ ค่ายกลกระบี่นั้นเหมือนภูเขาจริงที่กำลังกดทับลงมาและไม่อาจต้านทาน