ตอนที่ 260 วงจร

ใบหน้าฉินจิ้งหลันแดงเล็กน้อย นางพาเฉินเฟยไปหน้าโต๊ะรับรองและมอบป้ายใหม่ให้เฉินเฟย

เขายังเป็นนักหลอมโอสถระดับเจ็ดเช่นเดิม แต่ลวดลายของป้ายเปลี่ยนไปเล็กน้อย แม้แต่ในสมาคมนักหลอม ตัวตนระดับขัดเกลาทวารยังแตกต่างออกไป

“คุณชาย ตอนนี้ท่านสามารถรับภารกิจหลอมโอสถเหล่านี้ได้แล้ว อย่างไรก็ตามข้อกำหนดสำหรับภารกิจเหล่านี้เข้มงวดมาก ทุกเตามีข้อกำหนดเกี่ยวปริมาณโอสถ หากทำได้ไม่เพียงพอค่าผลงานจะลดลงครึ่งหนึ่งและถูกห้ามไม่ให้รับภารกิจเดิมเป็นเวลาหนึ่งปี”

ฉินจิ้งหลันเปิดขยายรายการภารกิจให้เฉินเฟยและชี้ภารกิจพิเศษบางช่อง

เฉินเฟยเหลือบมอง พบว่าทั้งหมดเป็นภารกิจหลอมโอสถด้วยสมุนไพรวิญญาณ ในภารกิจบอกรายละเอียดจำนวนโอสถที่ต้องหลอมให้ได้ในแต่ละเตาไปจนถึงรูปลักษณ์

ค่าผลงานในแต่ภารกิจนั้นสูงมาก ตัวอย่างเช่นโอสถหลิงเสวี่ยที่เฉินเฟยคุ้นเคยเป็นอย่างดี หากหลอมโอสถหลิงเสวี่ยได้ตามที่กำหนดจะได้รับค่าผลงานสามพันคะแนน

ค่าผลงานของสมาคมนักหลอมโอสถมีประโยชน์อย่างยิ่ง มันใช้แลกเปลี่ยนของในสมาคมได้หลายอย่างรวมถึงสมุนไพรวิญญาณและโอสถ เช่นเดียวกับเคล็ดพันไหมที่เฉินเฟยเคยแลก

เคล็ดพันไหมมีทั้งหมดเก้าขั้น ยิ่งขั้นสูงราคาแลกเปลี่ยนยิ่งเกินจริง หากไม่เก็บสะสมค่าผลงานหลายปีคงแลกเคล็ดพันไหมส่วนหลังได้ยาก

“โอสถหลิงเสวี่ยสามเม็ดทุกเตา หากนักหลอมโอสถทำได้ดีจะหลอมได้มากสุดกี่เม็ด?” ทางสว่างแวบขึ้นในใจเฉินเฟย เขาหันไปถามฉินจิ้งหลันทันที

ฉินจิ้งหลันตกตะลึงเมื่อถูกถาม นางไม่รู้เรื่องนี้เพราะนักหลอมโอสถระดับนั้นไม่ใช่สิ่งที่ฉินจิ้งหลันสามารถติดต่อได้ในวันปกติ

“เรียนคุณชาย นักหลอมโอสถเก่งกาจบางคนสามารถหลอมโอสถหลิงเสวี่ยได้สี่เม็ดในหนึ่งเตา” สตรีคนหนึ่งหลังโต๊ะรับรองตอบเฉินเฟย

นับตั้งแต่เฉินเฟยปรากฏตัวจนกระทั่งรับป้ายนักหลอมโอสถซึ่งเป็นตัวแทนของระดับขัดเกลาทวาร ผู้ดูแลที่โต๊ะรับรองหลายมองก็จ้องมองเฉินเฟยด้วยสายตาลุกเป็นไฟโดยไม่ปกปิดเลยแม้แต่น้อย

“สี่เม็ด!”

ใบหน้าเฉินเฟยเผยรอยยิ้มโดยรู้ตัว ตามภารกิจนี้ ตราบใดที่จำนวนโอสถได้ตามข้อกำหนดของภารกิจ นักหลอมโอสถสามารถนำส่วนเกินไปได้ซึ่งถือเป็นน้ำใจ

ท้ายที่สุดการหลอมโอสถสามเม็ดในหนึ่งเตาก็เข้มงวดอยู่แล้ว หากนักหลอมโอสถอยู่ในสภาพดีและหลอมเกินหนึ่งเม็ด แสดงว่าคุณภาพของสามเม็ดที่เหลืออยู่ในระดับสูงเช่นกัน

สำหรับสมาคม สิ่งนี้ไม่ขาดทุนแถมยังได้กำไรเล็กน้อย

สำหรับนักหลอมโอสถที่อุทิศตนอย่างสุดใจเพื่อหลอมโอสถ หากวิธีการของเขาดีจริงก็มีโอกาสเก็บเกี่ยวโอสถเพิ่ม

นั่นเป็นสถานการณ์ที่ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่ายและทั้งสองฝ่ายเต็มใจทำ

คนอื่นหลอมโอสถหลิงเสวี่ยได้สี่เม็ดในหนึ่งเตา แล้วเฉินเฟยล่ะ?

หากไม่ใช่เพราะผิดโอกาสเฉินเฟยคงจะหัวเราะเสียงดัง เมื่อพูดถึงวิธีหลอมโอสถ ตราบใดที่มีสูตรโอสถมันก็ไม่ต้องทำงานหนัก!

สำหรับคนอื่น การได้โอสถหลิงเสวี่ยสี่เม็ดในหนึ่งเตาเป็นเรื่องยากเกินไป หมายความว่ามันเป็นสิ่งที่พบได้แต่ไม่อาจแสวงหา ท้ายที่สุดการหลอมโอสถด้วยสมุนไพรวิญญาณนั้นยากกว่าโอสถธรรมดา

ความขัดแย้งทางวิญญาณสามารถระเบิดจนทำให้นักหลอมโอสถหมดสติ มีเพียงนักยุทธ์ขัดเกลาทวารที่พลังจิตวิญญาณเปลี่ยนแปลงแล้วเท่านั้นที่สามารถรับมือกับการระเบิดวิญญาณประเภทนี้

บางทีอาจพอมีหวังที่จพได้ฝึกวิชาเคล็ดพันไหมขั้นสูงอยู่ แต่เคล็ดพันไหมต้องการค่าผลงานมหาศาลในการแลก นักหลอมโอสถธรรมดาจะมีค่าผลงานขนาดนั้นได้อย่างไร

“คุณชายควรระวังให้มากขึ้นเมื่อรับภารกิจประเภทนี้”

ฉินจิ้งหลันด้านข้างเตือนเสียงต่ำ แม้เฉินเฟยจะเป็นระดับขัดเกลาทวาร แต่เขาเป็นนักหลอมโอสถระดับเจ็ดเท่านั้น สำหรับภารกิจเหล่านี้เพิ่งเข้าถึงเกณฑ์ขั้นต่ำ

การทำภารกิจเหล่านี้อย่างน้อยต้องเป็นนักหลอมโอสถระดับหก ฉินจิ้งหลันเชื่อในพรสวรรค์ของเฉินเฟย ตราบใดที่เฉินเฟยใช้เวลาฝึกฝน เขาสามารถพัฒนาทักษะหลอมโอสถได้แน่นอน

แต่ถ้ารับภารกิจตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับโชคไม่มากก็น้อย แม้เฉินเฟยจะเรียนรู้โอสถนี้มากก่อน แต่อัตราสำเร็จอาจต่ำมากเพราะระดับบ่มเพาะ

“ขอบคุณที่เตือน”

เฉินเฟยยิ้ม แน่นอนว่าเขายังไม่รับภารกิจตอนนี้ เฉินเฟยไม่เคยเห็นสูตรโอสถหลิงเสวี่ยด้วยซ้ำ แต่นั่นเป็นเพียงชั่วคราว เฉินเฟยแทบรอไม่ไหวแล้วที่จะกลับไปเพิ่มความชำนาญโอสถอีกครั้ง

หนึ่งเค่อต่อมา เฉินเฟยออกจากกสมาคมนักหลอมโอสถ ยื่นป้ายตัวเองให้ฉือเต๋อเฟิงและบอกให้เขารวบรวมวัตถุดิบสำหรับโอสถหลิงเสวี่ยโดยเฉพาะ หลังจากนั้นเฉินเฟยกลับไปยังสำนัก

เมื่อเฉินเฟยมาถึงประตูภูเขา สิ่งแรกที่เขาทำคือไปที่หอตำรา

ศิษย์ทุกคนที่เห็นเฉินเฟยต่างโค้งคำนับและแสดงความเคารพ เฉินเฟยพยักหน้าตอบรับเช่นกัน

“สูตรโอสถหลิงเสวี่ย? มีขอรับ ผู้นำโถงเฉินโปรดตามข้ามา” ศิษย์ดูแลของหอตำราพูดเสียงแผ่วเบา

ผู้นำโถงเป็นตำแหน่งทรงเกียรติที่มอบให้กับเฉินเฟย ตำแหน่งว่างภายในสำนักที่เฉินเฟยเข้ารับคือผู้นำโถงทิงเฟิง

อย่างไรก็ตามโถงทิงเฟิงนี้ไม่มีอำนาจแท้จริง ตอนที่สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวอยู่ในจุดสูงสุด โถงทิงเฟิงอาจมีบทบาทสำคัญ แต่ตอนนี้กลายเป็นความทรงจำในอดีตไปแล้ว

เฉินเฟยคัดลอกสูตรโอสถหลิงเสวี่ยและออกจาหอตำรา

หลังจากเฉินเฟยทะลวงระดับขัดเกลาทวาร สำนักจะมอบค่าผลงานให้กับเฉินเฟยในครั้งเดียวซึ่งสะดวกสำหรับเฉินเฟยที่จะใช้เมื่อเขาต้องการ ดังนั้นเฉินเฟยจึงแลกสูตรโอสถโดยไม่กดดัน

กลับมาที่บ้าน เฉินเฟยศึกษาสูตรโอสถหลิงเสวี่ยอย่างรอบคอบ เมื่อเทียบกับโอสถระดับปรับแต่งร่างกายอย่างโอสถทะยานเนินเขา สูตรโอสถหลิงเสวี่ยซับซ้อนกว่าหลายเท่า

ต่อให้เป็นทักษะหลอมโอสถของเฉินเฟนในตอนนี้ แต่หากให้เห็นสูตรโอสถแล้วต้องการเริ่มต้นได้ทันทีคงทำไม่ได้ เขาต้องลองหลอมมันหลายครั้งก่อนถึงจะพบความรู้สึกนั้น

แต่สมุนไพรวิญญาณมีราคาแพง การใช้มันหลอมหมายถึงความล้มเหลว ความล้มเหลวหมายถึงการทำลายสมุนไพรวิญญาณคือเงินจำนวนมาก

ในบรรดาผู้ฝึกตนทั่วไป การได้พบนักหลอมโอสถชั้นยอดเป็นเรื่องยากเพราะเงื่อนไขไม่เอื้ออำนวย

[การหลอมโอสถ: สูตรโอสถหลิงเสวี่ย(ยังไม่เริ่ม)]

“ค้นพบสูตรโอสถ ต้องการใช้เงินหนึ่งแสนตำลึงทำให้โอสถหลิงเสวี่ยเป็นแบบง่ายหรือไม่?”

ค่าทำให้เป็นแบบง่ายหนึ่งแสนตำลึง เทียบกับวิชายุทธ์แล้วถือว่าน้อยกว่ามาก แต่สิ่งที่น่าอึดอัดคือในกระเป๋าเงินและแผงระบบของเฉินเฟยมีรวมกันไม่ถึงแสนตำลึง

ท้ายที่สุดเขาเพิ่งกลับมาได้ไม่นาน แม้ช่วงนี้จะหลอมโอสถบ้างแล้วแต่เก็บได้เพียงสองหมื่นตำลึง บวกกับของเก่าก็ยังขาดอีกเยอะ

ตามความเร็วในการหลอมโอสถตอนนี้ เกรงว่าต้องใช้เวลาสองสามเดือนในการเก็บให้ถึงหนึ่งแสน

เฉินเฟยต้องรออีกสองสามเดือนในการทำให้สูตรโอสถเป็นแบบง่าย นอกจากนี้เดินหนีสวรรค์ยังไม่เป็นแบบง่าย สยบมังกรคชสารยังไม่ได้แยกแบะ และมีวิชาอีกมากมายที่กำลังรออยู่ แบบนี้จะไม่ทำให้เฉินเฟยกังวลได้อย่างไร

“ข้ารอไม่ไหวแล้ว ขายวัตถุวิญญาณสักสองสามชิ้นแล้วกัน!”

เฉินเฟยไม่ลังเล เขานึกถึงของขวัญที่ได้รับ หงายมือขึ้น สมุนไพรวิญญาณหลายชนิดปรากฏในมือ

ก่อนหน้านี้ตั้งใจจะใช้สมุนไพรวิญญาณหลอมโอสถใช้เอง แต่ตอนนี้มีตัวเลือกที่ดีกว่า เฉินเฟยจึงไม่ยึดติดกับการตัดสินใจครั้งก่อน

หนึ่งชั่วยามต่อมา เฉินเฟยกลับมาที่ลานบ้าน ในแผงระบบมีเงินหนึ่งแสนตำลึงและถือถุงสมุนไพรใบใหญ่กลับมาด้วย

“สูตรโอสถหลิงเสวี่ยแบบง่าย...ทำให้เป็นแบบง่ายสำเร็จ...สูตรโอสถหลิงเสวี่ยแบบง่าย → โอสถทะยานเนินเขา!”

ตามที่คิดเอาไว้ โอสถทะยานเนินเขาเป็นตุ๊กตาแม่ลูกดก คิดไว้แล้วว่าจะเป็นแบบนี้เฉินเฟยจึงให้ฉือเต๋อเฟิงรวบรวมสมุนไพรของโอสถทะยานเนินเขาไว้ก่อน

โอสถทะยานเนินเขาต้องใช้สมุนไพรมีอายุซึ่งหาได้ไม่ง่ายเพราะถูกควบคุมโดยร้านขายสมุนไพรชั้นสูง แต่ถ้ายินดีจ่ายราคาพิเศษก็สามารถซื้อได้

ในอดีตเฉินเฟยไม่ได้ซื้อมันเพราะมันไม่คุ้มค่า แต่ตอนนี้เพื่อเพิ่มความชำนาญของโอสถหลิงเสวี่ย ต่อให้เป็นราคาพิเศษก็มองข้ามได้

แต่การซื้อของฉือเต๋อเฟิงยังไม่เพียงพอ เฉินเฟยใช้ค่าผลงานของตัวเองแลกสมุนไพรที่หอสมบัติโดยตรง

เมื่อเทียบกับสมุนวิญญาณแล้ว สมุนพไรอายุมากมีราคาถูกกว่าอย่างเห็นได้ชัด แต่สุดท้ายก็ต้องนำค่าผลงานไปใช้อยู่ดี

ค่าผลงานของสำนักหาได้ไม่ง่าย ในอดีตเฉินเฟยไม่เคยใช้ค่าผลงานแลกกับสมุนไพรสำหรับหลอมโอสถขาย เพราะวิธีนี้ทำเงินได้ไม่มากและยังต้องใช้กำลังคนและทรัพยากร

จุดไฟตั้งเตาหลอม เฉินเฟยเริ่มหลอมโอสถอย่างเต็มกำลัง ตราบใดที่ความชำนาญโอสถหลิงเสวี่ยถึงระดับสมบูรณ์ เฉินเฟยจะไปรับภารกิจนี้ที่สมาคมทันที

โอสถหลิงเสวี่ยระดับสมบูรณ์ทำให้มีโอกาสหลอมโอสถได้สี่เม็ดในหนึ่งเตา มันยังไม่แน่นอนนัก แต่ยังดีกว่านักหลอมโอสถระดับหกส่วนใหญ่มาก

ในภารกิจนี้ เฉินเฟยไม่เพียงได้รับค่าผลงานสามพันคะแนนแต่ยังมีโอกาสที่จะได้รับโอสถหลิงเสวี่ยด้วย ค่าผลงานสามารถใช้แลกสมุนไพรหลอมโอสถทะยานเนินเขา นั่นจึงทำให้เกิดวงจร

ยี่สิบวันผ่านไปในพริบตา ความชำนาญโอสถหลิงเสวี่ยถึงระดับเชี่ยวชาญ เฉินเฟยใช้ค่าผลงานที่ได้จากสำนักไปครึ่งหนึ่งแล้ว

การรวบรวมสมุนไพรของฉือเต๋อเฟิงเป็นไปอย่างราบรื่น เนื่องจากราพิเศษนั้นสูงมาก ร้านขายสมุนไพรเหล่านั้นจึงยินดีมอบส่วนสมุนไพรส่วนหนึ่งทุกวันเมื่อได้รับราคานี้

และด้วยสมุนไพรราคานี้จึงทำให้เฉินเฟยทำเงินจากการหลอมโอสถขายได้น้อยมาก มันได้กำไรน้อยกว่าโอสถเหนือสามัญเสียอีก

แต่เฉินเฟยไม่สนใจ การลงทุนครั้งนี้ไม่นับว่าเป็นอะไร

ในยี่สิบวันนี้นอกเหนือจากความชำนาญโอสหลิงเสวี่ยที่เพิ่มขึ้น ความชำนาญของกระบี่จ้งหยวนเพิ่มขึ้นมากเช่นกัน แต่มันยังห่างไกลจากระดับเชี่ยวชาญมากนัก

กระบี่เฉียนหยวนยัดูดซับวัตถุวิญญาณและต้องใช้เวลาในการพัฒนาเป็นอาวุธวิญญาณ

เนื่องจากเดินหนีสวรรค์ไม่ถูกทำเป็นแบบง่าย ความเร็วในการฝึกฝนจึงลดลงอย่างต่อเนื่อง ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาความเร็วเริ่มคงที่ ด้วยความเร็วเท่านี้จะต้องใช้เวลามากกว่าสิบปีในการฝึกเดินหนีสวรรค์ถึงระดับรู้แจ้ง

และสิ่งนั้นจะเกิดขึ้นเมื่อความเร็วของความเข้าใจไม่ช้าลง ไม่เช่นนั้นเวลาจะยืดออกไปอีก และถ้าติดจุดใดจุดหนึ่งก็เป็นไปได้สูงที่จะไม่เข้าใจอะไรอีกเลย

นั่นคือสภาพปกติของนักยุทธ์ส่วนใหญ่ ไม่ใช่ทุกคนที่ฝึกวิชาทุกชุดได้ถึงจุดสูงสุด การติดชะงักถือเป็นเรื่องปกติเช่นกัน

สามเดือนต่อมา กระบี่จ้งหยวนถึงระดับเชี่ยวชาญ ในที่สุดโอสถหลิงเสวี่ยก็ถึงระดับสมบูรณ์