ตอนที่ 96 ออกเดินทาง!

“ นายพลเชสเตอร์ ท่านสมาชิกวุฒิสภาได้แจ้งมาว่าให้ท่านบอกกับ พลตรีไคล์ ว่าถึงเวลาแล้วที่เขาจะต้องออกไปทำภารกิจให้กับประเทศ”

ในห้องทำงานของผู้บัญชาการทหารสูงสุด เชสเตอร์ ยืนหันหน้าไปทางประตูและยืนอยู่ข้างหน้าต่าง หลังจากฟังข้อความจากทหารแล้วเขาก็พยักหน้า "ฉันรู้แล้ว บอกให้ ร้อยเอกฟิวรี พาทีมไปรับเขา”

ทหารสื่อสารชะงักและลังเลจากนั้นก็พูดขึ้น“เอ่อคือว่า..ท่านลืมไปแล้วเหรอ? ร้อยเอกฟิวรี ลาออกเมื่อวันก่อนและท่านก็เป็นผู้เซ็นอนุมัติ ตอนนี้เขาออกจากฐานไปแล้ว”

“โอ้ ฉันลืมไปแล้วจริงๆ” นายพลเชสเตอร์ ถอนหายใจอย่างเหนื่อยล้า จากนั้นก็กล่าวว่า:“ ส่งทีมติดอาวุธของฉันไปรับเขา จากนั้นพาไปที่สนามบินทันที การส่ง พลตรีไคล์ ไปญี่ปุ่นถือเป็นเรื่องสำคัญเตรียมการทุกอย่างเอาไว้ให้พร้อม”

“ครับ! ผมจะจัดการให้ทันที!” ทหารสื่อสารออกจากห้องไปทันที

ห้องทำงานเงียบอีกครั้ง เงียบเป็นเวลานานและในที่สุดก็มีเสียงพึมพำของ นายพลเชสเตอร์ ดังขึ้น“ขอให้คุณกลับมาอย่างปลอดภัย…”

หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วโมง

รถหุ้มเกราะกันกระสุน 5 คันจอดอยู่ที่หน้าบ้านพักธรรมดา ทหารติดอาวุธชั้นยอดหลายสิบนายยืนอย่างเรียบร้อยโดยหันหน้าไปทางประตูหน้าบ้านที่ปิดสนิทรอคอยคนที่พวกเขาเคารพอย่างอดทน

'แอ๊ด!'

ประตูบ้านถูกเปิดออก

ชายหนุ่มรูปหล่อผมบลอนด์สวมชุดรบสีดำ เดินออกมาอย่างช้าๆ

ช่วงเวลาที่เขาปรากฏตัว. ทหารที่อยู่รอบๆหรือแม้แต่ทหารชั้นยอดที่รับฟังคำสั่งของนายพลระดับห้าดาวโดยตรงก็ยกมือขึ้นทำท่าวันทยาหัตถ์อย่างจริงจังและพวกเขาก็ตะโกนออกมาอย่างพร้อมเพรียงกัน“ท่านนายพลไคล์!”

ชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าพวกเขาคือจักรพรรดิแห่งสหรัฐ ซุปเปอร์ฮีโร่แห่งอเมริกา! ในสายตาของทหารทุกคนมันคือสัญลักษณ์แห่งตำนาน!

ไคล์ มองพวกเขาด้วยสายตาเย็นชา เขาไม่ได้พูดอะไรมาก ในตอนนี้เขายังเป็นทหารสหรัฐ แต่ในชุดรบสีดำของเขาไม่มีตราสัญลักษณ์ของกองทัพสหรัฐฯอีกต่อไป

และสงครามครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อสหรัฐอเมริกา แต่เพื่อตัวเขาเอง!

“ เป้าหมายโตเกียว” ไคล์ ดูเย็นชาและนั่งอยู่บนเบาะหลังของรถหุ้มเกราะตรงกลาง

ในไม่ช้ารถหุ้มเกราะทั้ง 5 คันก็เรียงแถวกันบนถนนมุ่งหน้าไปยังสนามบินของฐานทัพทหาร

บนชั้น 2 ของวิลล่า ลูซี่ ดึงผ้าม่านตรงหน้าต่างกระจกขึ้นและมองดูอย่างไม่เต็มใจจนกระทั่งรถหุ้มเกราะทั้ง 5 คันหายไปที่มุมถนน

เมื่อขับเข้าสู่ถนนสายหลักของนิวยอร์ก ฉากทั้งสองฝั่งของถนนก็เปลี่ยนไปทันที

ไม่เหมือนกับฉากถนนที่บ้านของ ไคล์ ที่ถูกทิ้งร้างเนื่องจากการปิดล้อมของทหาร ตอนนี้ฝูงชนจำนวนมากแน่นขนัดไปจนสุดลูกหูลูกตาทำให้ถนนสายหลักพลุกพล่านไปด้วยผู้คน

หลายคนถือรูปของ ไคล์ มองดูรถหุ้มเกราะที่ผ่านมาต่างตะโกนกรีดร้องด้วยอารมณ์ บางคนร้องไห้ออกมาอย่างช่วยไม่ได้

"ท่านนายพลไคล์..!”

“ขอให้คุณปลอดภัย..”

“เราจะรอการกลับมาของคุณ..”

………..

เสียงตะโกนดังสนั่นไปทั่วทั้งมหานครนิวยอร์คแม้แต่ภายในรถหุ้มเกราะซึ่งกันกระสุนและกันเสียงก็ยังได้ยินอย่างแผ่วเบา

“ ทำไมพวกเขาถึงรู้ว่าฉันจะเดินทางในวันนี้” ไคล์ ตกตะลึงดวงตาของเขามองออกไปนอกหน้าต่างป้องกันและเห็นสองฝั่งข้างถนนเต็มไปด้วยผู้คนมากมายนับไม่ถ้วน

ดูเหมือนว่าผู้คนที่อาศัยอยู่ในนิวยอร์กซิตี้ครึ่งหนึ่งกำลังมาที่นี่เพื่อส่งเขา

“ ไม่ใช่แค่วันนี้ แต่พวกเขามาที่นี่ทุกวัน” พลขับลังเลเล็กน้อยและพูดต่ออีกว่า“ เนื่องจากพวกเขารู้ว่าคุณต้องไปที่ญี่ปุ่นเพียงคนเดียวและครึ่งหนึ่งของถนนแถวบ้านพักของคุณถูกกองกำลังทหารปิดกั้น พวกเขาจึงมารออยู่ที่ถนนเส้นนี้ทุกวันและจำนวนผู้คนก็มากมายมหาศาลทอดยาวไปไกล”

“ ทำไมถึงเป็นแบบนี้…” ไคล์ เงียบและมองไปด้านนอก

ถนนสายหลักมีความยาวไม่กี่ไมล์ มันเป็นถนนที่คึกคักของนิวยอร์ก

ไม่ว่าพื้นที่จะกว้างและยาวแค่ไหนทางเท้าก็เต็มไปด้วยผู้คนที่เต็มไปด้วยความคาดหวังและความรู้สึกขอบคุณ พวกเขาถือป้ายและตะโกนให้กำลังใจ ไคล์ และตะโกนสาปแช่งต่อความอยุติธรรมที่เกิดขึ้น บางพื้นที่ก็เกือบเกิดการจราจล เป็นผลให้ทุกๆ 10 เมตรต้องมีตำรวจจราจรและตำรวจจำนวนมากคอยปราบปรามฝูงชนที่ต้องการหยุดรถหุ้มเกราะของทหาร

"ท่านนายพลไคล์ โปรดกลับมา!”

“ อ่าฮ่าฮ่าฮ่า ท่านนายพลจะต้องสอนบทเรียนให้กับไอ้พวกซามูไรญี่ปุ่นได้อย่างแน่นอน!”

“ เมื่อคุณกลับมาโลกจะต้องสงบสุข…”

หลายคนตะโกนออกมาจากใจ พวกเขาไม่ได้ฝากความหวังให้กับกองทัพ แต่พวกเขาวางความหวังความฝันอันยิ่งใหญ่เพื่อให้โลกนี้เกิดสันติภาพไว้ที่คนๆเดียวเป็นครั้งแรก

ไคล์ มองเหล่าผู้คนที่ออกมาเพื่อเขาและก็รู้ทันทีว่าบางทีนี่อาจเป็นเสน่ห์เฉพาะตัวของซูเปอร์ฮีโร่

ตราบใดที่มีความยุติธรรมก็จะมีประชาชนออกมาปกป้องด้วยรักและศรัทธา

ซูเปอร์ฮีโร่ในโลกมาร์เวลเปรียบเสมือน 'พระเจ้า'ที่ต้องคอยปกป้องผู้คนทั้งกลางวันและกลางคืนจากเหล่าร้ายโดยไม่หยุดหย่อน

“แต่น่าเสียดายที่ฉันไม่ใช่ซุปเปอร์ฮีโร่ที่ต้องคอยปกป้องผู้คน และฉันก็ไม่อยากทำอะไรแบบนั้น” ไคล์ พึมพำกับตัวเอง

จนกระทั่งรถหุ้มเกราะแล่นออกจากถนนสายหลักเสียงโห่ร้องของผู้คนก็บางเบาลงและพลขับรถก็ไม่กล้าชักช้าเขาเร่งนำรถหุ้มเกราะเข้าไปในฐานทัพ

เจ้าหน้าที่ทหารในฐานทัพได้เตรียมการเอาไว้แล้วล่วงหน้า มีการตั้งแนวป้องกันของตำรวจ ทหาร อยู่รอบๆสนามบิน

โดยรวมแล้วมันไม่เหมือนการจัดคนออกไปทำภารกิจ แต่มันเหมือนการควบคุมตัวนักโทษมากกว่า

ไคล์ ต้องเผชิญกับความเย็นชาตลอดทางเดินอย่างเงียบ ๆ และขึ้นท้ายเครื่องบินรบขนส่งภายใต้การดูแลของทหารติดอาวุธ

หลังจากนั้นไม่กี่นาที.

สหรัฐอเมริกาผลิตเครื่องบินรบขนส่งรูปแบบใหม่ที่สามารถเดินทางได้ไกลที่สุดและบินได้สูงที่สุดได้พาวีรบุรุษแห่งสงคราม ไคล์ ดอฟเฟอร์ บินออกจากฐานทัพในนครนิวยอร์กของสหรัฐฯ

เมื่อเครื่องบินพุ่งเข้าสู่กลุ่มเมฆในระดับสูง บุคลากรทั้งหมดของกองทัพในฐานทัพนิวยอร์กต่างก็จ้องมองขึ้นไปบนท้องฟ้าสีครามด้วยหัวใจที่ว่างเปล่า

ในเวลาเดียวกัน อีวาน ซึ่งได้รับข่าวนี้ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ท้ายที่สุดตราบใดที่ ไคล์ จากไปและเข้าสู่พื้นที่ของศัตรูมันก็จะกลายเป็นชัยชนะของเขาอย่างสมบูรณ์

ส่วน ไคล์ จะกลับมาได้หรือไม่นั้นเขาก็ไม่กังวล แม้ว่า ไคล์ จะแข็งแกร่งเพียงใดแต่จะสู้กับอำนาจการสู้รบของประเทศทั้งประเทศได้อย่างไร

อีวาน ยิ้มแล้วเดินไปล็อกประตูห้องทำงานจากนั้นหยิบเครื่องโทรเลขออกมาจากตู้เซฟแล้วเคาะโทรเลข:

“ เครื่องบินรบขนส่งของเป้าหมายออกจากนิวยอร์กแล้วและกำลังมุ่งตรงไปที่ญี่ปุ่น…”