ค่ำคืนอันยาวนานผ่านพ้นไป
อาคารหลักของคฤหาสน์เกือบถล่มลงมา เขม่าควันคละคลุ้งไปทั่วทั้งบริเวณ เลือดไหลนองเต็มพื้นบนชั้น1 และ บนชั้น 2 มีซากศพหลาย 100 คน กองอยู่ที่มุมด้านในและด้านนอกของคฤหาสน์
ในช่วงรุ่งเช้าเจ้าหน้าที่จากหน่วย S.H.I.E.L.D ได้มาล้อมรอบพื้นที่และทำการเก็บกู้ซากศพทีละคนเพื่อยืนยันตัวตนพร้อมกับทำความสะอาดและฆ่าเชื้อ
เฮลิคอปเตอร์ที่พัฒนาขึ้นใหม่บินลงบนลานกว้าง ลมจากใบพัดได้กวาดพัดฝุ่นและใบไม้ให้ปลิวกระจายออกไปรอบๆ จากนั้น ฟิวรี ที่สวมเสื้อกันลมสีดำได้ออกมาจากห้องโดยสารของเฮลิคอปเตอร์ด้วยท่าทางที่ดูดุดันขึงขัง โดยมี นาตาชา ที่สวมชุดรัดรูปสีดำติดตามมาอย่างใกล้ชิด
“ท่านผู้อำนวยการ! ท่านรองผู้อำนวยการ!”
เจ้าหน้าที่ที่เฝ้าอยู่ทางเข้าคฤหาสน์ แพทย์และพยาบาลที่กำลังชันสูตรพลิกศพเมื่อเห็นทั้ง 2 คนมาถึงจึงรีบกล่าวทักทายพวกเขาด้วยความกลัว
และตรงบริเวณขั้นบันไดของคฤหาสน์มีชายวัยกลางคนในชุดสูทสีดำคนหนึ่งยืนอยู่ที่นั่นพร้อมกับเผยสีหน้าที่ไม่ค่อยจะสู้ดีนัก
“ เลขามาร์ติน ตรวจสอบสภาพภายในแล้วเป็นอย่างไรบ้าง?” เมื่อ ฟิวรี ก้าวเข้ามาเขาก็เอ่ยถามพร้อมกับเผยแววตาที่คมกล้า
“ อา ท่านผู้อำนวยการคุณเองก็อยู่ที่นี่” เลขาตกใจเมื่อได้ยินเสียงนี้ใบหน้าที่ซีดขาวก็ยิ่งขาวขึ้นกว่าเดิมและเขาก็พูดขึ้นว่า“ณ ตอนนี้เท่าที่เจ้าหน้าที่กำลังนับดูมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 105 คน และผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นสายลับจากสหภาพโซเวียตและนินจาจากญี่ปุ่น…..”
“ โอ้?” ฟิวรี จ้องมองเขาอย่างมีความหมาย
“เอ่อ…มีอะไรเหรอครับ ท่านผู้อำนวยการฟิวรี” เลขาเช็ดเหงื่อเย็นจากหน้าผากของเขาหลังจากเห็นการจ้องมองของ ฟิวรี
ฟิวรี กล่าวขึ้นว่า:“ฉันไม่เห็นนายพูดถึงผู้ตายที่เป็นคนขององค์กรไฮดร้า? เออจริงสิ ฉันมีเรื่องอยากจะถามนายหน่อย นายว่าในหน่วยของเรามีคนขององค์กรไฮดร้าแฝงตัวอยู่ไหม?”
“ท่านผู้อำนวยการล้อเล่นแล้ว ผมจะไปรู้ได้อย่างไรว่าในหน่วยของเราจะมีคนของไฮดร้าแฝงตัวอยู่หรือไม่” เลขานุการยิ้มอย่างน่าเกลียดและ ฟิวรี เดินมาตบบ่าของเขาแล้วพูดว่า“เอาล่ะ อย่าได้เสแสร้ง ผู้บริหารระดับสูง และ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยภายใน เพิ่งถูกฉันจับกุมไป ในตอนนี้ก็เหลือแค่นายเพียงคนเดียวที่เป็นสายลับไฮดร้า”
หลังจากได้ยินคำพูดนี้ของ ฟิวรี ร่างกายของเลขานุการก็ทรุดลงไปที่พื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง
นาตาชา มีสติมาก เธอเดินเข้าไปหาเลขานุการพร้อมกับสวมกุญแจมือโดยไม่ต้องรอให้ ฟิวรี ออกคำสั่ง จากนั้นเจ้าหน้าที่อยู่ข้างๆเธอก็พาเลขานุการขึ้นไปบนเฮลิคอปเตอร์
“วันนี้แล้วสินะที่เขาจะจากไป” ฟิวรี หยุดอยู่หน้าประตูถอนหายใจออกมา
“ ใกล้จะถึงเวลาแล้ว” นาตาชา พยักหน้าแล้วเดินไปยืนเคียงข้างกับ ฟิวรี และมองไปที่คฤหาสน์อย่างเงียบๆ
“ ผู้คนในโลกนี้อาจยังไม่ตระหนักถึงว่ามีสิ่งหนึ่งกำลังจะเกิดขึ้น”ฟิวรี ส่ายหน้าอย่างอธิบายไม่ถูกและน้ำเสียงของเขาสั่นเครือเล็กน้อย:
“ วันนี้ 11 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1945 พระเจ้าที่เหลืออยู่ของมนุษย์กำลังจะจากไป….”
…………...
ในเวลานี้ในพื้นที่ห่างไกลของมหาสมุทรแอตแลนติก บนเกาะเต่ามังกรที่ถูกอำพรางด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงเป็นเกาะน้ำแข็ง
ที่ชั้นบนสุดของอาคารป้อมปราการ ไคล์ ยืนอยู่คนเดียวตรงกลางโดยที่ด้านข้างมี ลูซี่ เรน โลแกน และ ฮาเวิร์ด
สำหรับ ไคล์ มีคนไม่มากนักที่เขาจะอำลา และแค่เพียง 4 คนที่อยู่ที่นี่ก็เพียงพอแล้ว
“ ไคล์” “ไคล์” “ เจ้านาย” “ เจ้านาย”
ทั้ง 4 คนเรียก ไคล์ ด้วยคำพูดที่ต่างกันแต่น้ำเสียงของแต่ละคนมีแต่ความเศร้าโศกเหมือนๆกัน พวกเขากำหมัดเอาไว้แน่นและพยายามปกปิดความเศร้าโศกและความรู้สึกที่ต้องแยกจากกันเอาไว้
“ อย่าพูดอะไรเกี่ยวกับการลาจากเพราะฟังแล้วมันดูไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ และอย่าได้เศร้าใจไปสักวันหนึ่งผมจะกลับมา” ไคล์ เผยรอยยิ้มออกมาพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าลึกๆจากนั้นก็ก้าวเดินไปข้างหน้า 2-3 ก้าว
เขาให้เวนอมเปลี่ยนเป็นชุดรบสีดำและที่นิ้วมือซ้าย 2 นิ้วสวมแหวนเวทย์มนต์ มือขวาติดตั้งเกราะแขนไวเบรเนี่ยม และที่น่องทั้งสองข้างมีปืนพกเลเซอร์คู่สอดเอาไว้อยู่ในซอง
ส่วนดาบเหล็กกล้าโซเดียมคาร์บอนสอดอยู่ในฝักด้านหลัง
“คงถึงเวลา…ที่ต้องไปจริงๆแล้ว”ไคล์ อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาพร้อมกับดึงการ์ดที่เก็บเอาไว้ด้านบนสุดในพื้นที่มิติเก็บการ์ด
การ์ดใบนั้นกลายเป็นการ์ดจริงมันเป็นการ์ดใสและเปล่งประกายคริสตัลออกมา ไคล์ ถือมันด้วยมือขวาของเขา
การ์ด[อัญมณีอวกาศ]
อัญมณีที่สามารข้ามท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวอันไร้ขอบเขตและเดินทางไปยังดาวเคราะห์ดวงอื่นที่อยู่อีกฟากหนึ่งของจักรวาล
“ ไคล์ นั่นคือสิ่งที่จะพาคุณไปจากโลกเหรอ?” ฮาเวิร์ด จ้องมองการ์ดอัญมณีอวกาศ ด้วยดวงตาที่เป็นประกาย
ไคล์ พยักหน้าและอธิบายว่า:“สิ่งที่อยู่ในการ์ดคริสตัลนี้เรียกว่า อัญมณีอวกาศ เป็น 1 ใน 6 อัญมณีที่มีพลังไม่มีที่สิ้นสุด ซึ่งการมีอยู่ของมันมีมานานนับตั้งแต่ยุคสร้างโลก”
“พลังของมันมีมากมายและมีเพียงบุคคลที่มีชีวิตที่ไม่ธรรมดาในจักรวาลเท่านั้นที่จะสามารถควบคุมมันได้”
หลังจากจ้องไปที่การ์ดคริสตัลในมือ เขาไม่แน่ใจ เขาไม่แน่ใจว่าตอนนี้เขาจะเป็นบุคคลที่มีชีวิตที่ไม่ธรรมดาที่จะสามารถทนต่อพลังของอัญมณีอวกาศนี้ได้หรือไม่
แต่เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากใช้มัน และพยายามควบคุมมันให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้เท่านั้น
เนื่องจากเขาได้เลือกเส้นทางนี้แล้ว ไคล์ จึงไม่ลังเลที่จะเปลี่ยนการ์ดในมือให้กลายเป็นของจริงอีกต่อไป
ภายใต้สายตาจ้องมองของ ลูซี่ และคนอื่น ๆ พวกเขาเห็นอัญมณีสีฟ้าขนาดเล็กปรากฏขึ้นบนฝ่ามือขวาที่มีเกราะแขนไวเบรเนี่ยมของ ไคล์ มันเปล่งประกายแสงสีฟ้าแพรวพราวเหมือนเวทมนตร์ ดูประหลาดและลึกลับ
ในเวลานี้ อาศรมคามาร์ทาจ ที่อยู่ห่างไกลออกไปครึ่งซีกโลก
แอนเชี่ยนวัน ที่นั่งหลับตาทำสมาธิได้รู้สึกได้ถึงบางสิ่งบางอย่างเธอลุกขึ้นยืนด้วยความแปลกใจและไม่สามารถเข้าใจได้ ดวงตาที่สง่างามของเธอหันไปทางทิศตะวันตกและจ้องมองออกไปราวกับว่ากำลังมองผ่านกำแพงข้ามมหาสมุทรและผืนดินตกลงที่อัญมณีสีฟ้า
………….
บนฐานเกาะเต่ามังกรอัญมณีอวกาศที่ส่องประกายแสงสีฟ้าแวววาวออกมาได้เริ่มปกคลุมร่างกายของ ไคล์
“ทุกคนถอยไป หากเกิดอะไรขึ้นอย่าเข้ามาใกล้ฉัน! เรน โลแกน ฝากดูแล ลูซี่ ด้วย!” เมื่อพูดจบ ไคล์ ก็ยกมือซ้ายขึ้นไปจับอัญมณีอวกาศที่มือขวาจากนั้นก็ชูขึ้นจนสุดแล้วบีบอัญมณีอวกาศที่อยู่ในฝ่ามือของเขา
ในชั่วอึดใจเดียวมีพลังอวกาศที่แข็งแกร่งทะลุเข้าไปในมือซ้ายของ ไคล์ และชุดรบเวนอมที่ปกคลุมบริเวณไหล่ซ้ายไม่สามารถทนต่อพลังที่แข็งแกร่งนี้ได้ และมันได้จางหายไปเผยให้เห็นแขนที่สมบูรณ์
พลังอันรุนแรงยังคงหลั่งไหลออกมาจากฝ่ามือซ้ายและ ไคล์ ก็ขบฟันฝืนความเจ็บปวดของร่างกายที่กำลังจะฉีกขาดและพังทลายลง
แขนซ้ายและใบหน้าครึ่งซ้ายของเขาโปร่งแสงสามารถมองเห็นเส้นเลือดภายในได้อย่างชัดเจน พลังงานสีฟ้าของอัญมณีอวกาศได้แทรกซึมเข้าไปในร่างกายของเขาอยู่ตลอดเวลา การกลายพันธุ์ และ การรักษาตัวเองที่อัดอั้นมานานนั้นก็ยากที่จะต่อต้าน และในตอนนี้ด้วยความเจ็บปวดที่เขาได้รับ ก็ทำให้เขาทรุดลงไปนั่งยองๆกับพื้น
“ อ้าาาาาาา!” ไคล์ อดไม่ได้ที่จะกรีดร้อง กล้ามเนื้อเปื่อยยุ่ยโครงกระดูกถูกบดขยี้ เลือดกำลังระเหย ยีนกำลังถูกทำลาย และร่างกายสลายตัวเต็มที่ความเจ็บปวดนั้นเจ็บปวดมากกว่าครั้งไหนๆ
อย่างไรก็ตามเขายังคงไม่ยอมแพ้ ยังคงนั่งกัดฟันฝืนทน
“ ไคล์!” น้ำตาของ ลูซี่ ไหลออกมามากมายเธออดไม่ได้ที่จะรีบวิ่งไปที่ลำแสงสีฟ้า แต่ก็ถูก โลแกน และ เรน หยุดเอาไว้อย่างรวดเร็ว
ช่วงเวลาต่อมาลำแสงที่ปกคลุมร่างของ ไคล์ ก็พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าบนทางช้างเผือก
ร่างกายของ ไคล์ เป็นเหมือนหมอกสีขาวในดวงอาทิตย์ มันค่อยๆสลายไปจากอากาศบางๆ จนในที่สุดก็หายไปไม่เหลือแม้แต่เศษธุรี
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved