ตอนที่ 315 ในค่ำคืนที่มืดมิด!

“ โอ้ ทีม F เจอเป้าหมายแล้ว”

“ไปเร็ว ไปดูกัน ฉันอยากรู้ว่า ซิมไบโอต ที่ท่านผู้นำสูงสุดสนใจจะเป็นอย่างไร”

“ให้ไวเลยเดี๋ยวทีมของ เรดไนน์ จะจัดการกับเป้าหมายไปซะก่อน”

เมื่อได้รับการแจ้งข้อมูลจาก ทีม F ในมุมมืดของเมืองนิวยอร์คหรือหลังคาด้านบนอาคารต่างๆได้ปรากฏบุคคลในเสื้อหนังสีดำใบหน้าสวมหน้ากากปีศาจปรากฏขึ้นเป็นระยะๆและพวกเขาต่างพากันมุ่งหน้าไปยังจุดที่ทีม F อยู่

ไม่ถึง 10 นาที.

ทีมการ์ด เกือบ 4 ทีมมาถึงที่เกิดเหตุในเวลาเดียวกันและหลังจากเจอหน้ากันพวกเขาก็พยักหน้าทักทายและมองดูบริเวณถนนรอบๆที่ตอนนี้ตกอยู่ในความเงียบงันของบรรยากาศในยามวิกาล

มีบางอย่างไม่ถูกต้อง!

ที่นี่เงียบเกินไปอย่างน้อยๆมันต้องมีร่องรอยของการต่อสู้ที่ไม่ธรรมดา แต่... พวกเขากลับมองไม่เห็นเงาของใครเลย การต่อสู้ที่ดุเดือดที่พวกเขาคิดเอาไว้ก็ไม่มี ซึ่งมันแปลกมาก

“พวกเขาจัดการเป้าหมายได้รวดเร็วขนาดนี้เลยเหรอ?” หนึ่งใน การ์ด เอ่ยออกมา

“เอ๊ะ! ที่นั่นมีสัญญาณชีวิต” การ์ด อีกคนที่มีเครื่องมือตรวจจับได้ร้องตะโกนขึ้นพร้อมกับชี้นิ้วไปที่ตรอกอันมืดมิด

'ฟุบ! '

เงาของ การ์ด หลายเงากระพริบและเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วไปที่ตรอกมืดๆที่อยู่ห่างออกไป 10 กว่าเมตรในทันที

เมื่อมองเข้าไปในตรอกอันมืดมิด รูม่านตาของพวกเขาก็หดตัวลงพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าไปอย่างหนาวเหน็บ

ด้านในตรอกซอกซอยแคบ ๆ มีกำแพงที่หนาทึบทั้ง 2 ด้านได้พังทลายลง พื้นคอนกรีตก็เต็มไปด้วยรอยเท้าขนาดยักษ์เป็นหลุมเป็นบ่อ รอยที่เกิดจากอาวุธปืน ดาบ และหมัดก็มีอยู่ทั่วไปไม่ว่าจะดูยังไงมันก็ไม่ใช่ฝีมือของมนุษย์อย่างแน่นอน และยังเป็นการต่อสู้ล้างผลาญที่ดุเดือดมากเลยทีเดียว

ร่างกายขนาดใหญ่ของหัวหน้าทีม F เรดไนน์ เต็มไปด้วยเลือด เขานอนจมอยู่ในหลุมลึกและดาบอัลลอยด์ไฮเทคบิดงอและหักมันถูกทิ้งไว้อยู่ด้านข้าง

เรดเท็น นอนจมอยู่ในกองกรวดและเศษกระเบื้องที่แตก มือข้างหนึ่งหักมีกระดูกสีขาวโผล่ออกมาและปืนไรเฟิลบาร์เร็ตต์ที่เขาใช้ก็ถูกทุบทำลายกลายเป็นเศษขยะ.

ผู้หญิงคนเดียวในทีม F เรดอีเลฟเว่น ที่สวมชุดหนังสีดำมีผิวสีขาวเป็นยองใยและมีหุ่นผอมบางนอนหมดสติอยู่บนชั้นสามของอาคารด้านข้าง หน้ากากปีศาจของเธอหายไปนานแล้ว เผยให้เห็นใบหน้าที่สวยงาม

นี่เป็นสภาพของทีม F ที่ไม่ว่าจะดูยังไงมันก็คือความพ่ายแพ้!

ทีมการ์ดทั้ง 3 ทีมไม่ลังเลที่จะก้าวไปข้างหน้าและเข้าช่วยเหลือทีม F ทีละคน หลังจากการตรวจสอบอย่างรอบคอบ เรดไฟว์ ในฐานะผู้นำทีม B ก็ถอนหายใจ “ โชคดีที่พวกเขาแค่บาดเจ็บสาหัสและหมดสติไปเท่านั้น ไม่เป็นอันตรายต่อชีวิต”

เรดฟิฟตี้ ครุ่นคิดและเอ่ยขึ้นว่า:“ จากการสื่อสารทางโทรศัพท์ของทีม F เมื่อเรามาถึงที่นี่ผ่านไปแค่เพียง 8 นาที ในช่วงเวลาสั้น ๆ ทีม F กลับพ่ายแพ้และได้รับบาดเจ็บสาหัสแล้ว?"

“ ไม่” ใบหน้าของ เรดไฟว์ ดูเคร่งขรึมและพูดว่า“ ถ้าไม่ใช่เพราะ เรดไนน์ ได้รายงานว่าพบเป้าหมายก่อนจนมันรีบหนีไปคาดว่าพวกเขาน่าจะตายไปแล้วด้วยซ้ำ”

กลุ่มการ์ดตกอยู่ในความเงียบและตกใจเป็นอย่างมาก

พวกเขาอยู่ในระดับแนวหน้าของวิวัฒนาการมนุษย์โลก ทั้งการกลายพันธุ์และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยกว่าใครๆ ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไม ‘การ์ด’ จึงปกครองโลกใต้ดินของโลกมานานหลายทศวรรษ

กรณีเกิดการต่อสู้จากภารกิจตามปกติไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้กับ มาเฟีย องค์กรนักฆ่า หรือองค์กรอำนาจรัฐพวกเขาจะทำการเข่นฆ่าอย่างไร้ความปรานีอยู่ฝ่ายเดียว

แต่ค่ำคืนนี้มีศัตรูเพียงคนเดียว แต่การ์ดทั้ง 3 กลับย่อยยับในเวลาไม่ถึง 10 นาที …

การ์ดคนหนึ่งกล่าวว่า:“ นี่มันเกินจริงเกินไปสัตว์ประหลาดแบบใดกันที่พวกเขาเจอ?”

ไม่ใช่แค่เขาที่สงสัย การ์ด คนอื่นๆที่อยู่ในบริเวณก็สงสัยเช่นกัน

แน่นอนว่าความตื่นตัว ความหงุดหงิด โดยรวมของพวกการ์ด คือสิ่งที่ ไคล์ ต้องการเห็น

อาศัยอยู่อย่างสงบสุขมาเป็นเวลานานในโลกจะทำให้พวกเขาหลงระเริงมากขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนที่สงครามการรุกรานของมนุษย์ต่างดาวจะเกิดขึ้นเขาจะทำให้การ์ดทุกคนได้รู้ว่ามนุษย์ต่างดาวที่กำลังจะรุกรานโลกนั้นมีความแข็งแกร่งและมีความน่ากลัวเพียงใด

อีกด้าน. บนดาดฟ้าของอาคารสูงตระหง่าน

ภายใต้ค่ำคืนที่หนาวเย็น สัตว์ประหลาดสีดำ ได้วิ่งและกระโดดซ้ำๆระหว่างตึกที่มีความสูง 10 เมตร

นอกจากนี้มันยังได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยอย่างเห็นได้ชัดหากสังเกตุจากพื้นที่มันวิ่งผ่านจะเห็นได้ว่ามีของเหลวสีดำได้หยดลงมา

เบน(ความหายนะ) ได้พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้งว่า:“ ทำไมตอนนั้นแกไม่ฆ่าทั้ง 3 คนล่ะ? พวกมันสามารถทำร้ายฉันได้ ศัตรูที่แข็งแกร่งเช่นนี้ควรให้เกียรติและให้ความเคารพโดยการฆ่า"

“นายมองไม่เห็นเหรอ? พวกเขาเป็นคนของสำนักงานพลังเหนือธรรมชาติ เมื่อเทียบกับพวกเขา ฉันและนายเป็นตัวร้ายอย่างไม่ต้องสงสัย ฉันต้องพูดคำนี้สักกี่ครั้งนายถึงจะเข้าใจ " เอ็ดดี้ กล่าวด้วยความโกรธ

เบน(ความหายนะ) แสดงความภาคภูมิใจในตัวเองว่า“ เราจะหนีไปทำไม? เพราะความแข็งแกร่งของพวกมันไม่คณามือฉันเลยสักนิด”

“แล้วถ้า สัญลักษณ์แห่งสันติภาพ ลงมือเองล่ะ” เอ็ดดี้ ถาม

“ สัญลักษณ์แห่งสันติภาพ…” เมื่อได้ยินชื่อนี้เสียงของ เบน(ความหายนะ) ก็อ่อนลงตั้งแต่มันมาถึงนิวยอร์กซิตี้มันก็ได้ยินตำนานวีรบุรุษไร้พ่ายคนนี้

แม้จะเชื่อมั่นในความแข็งแกร่งของตัวเอง แต่การกระทำในตำนานของสัญลักษณ์แห่งสันติภาพนั้นน่ากลัวเกินไปและดูเหมือนว่าผู้คนจะศรัทธาเขาในฐานะเทพเจ้าของมนุษย์

เบน(ความหายนะ) หยุดชั่วคราวและปากก็พูดออกมาว่า:“แม้ว่าตอนนี้ฉันไม่สามารถเอาชนะมันได้ แต่เชื่อเถอะว่าสักวันฉันจะเอาชนะมัน”

‘ฟุบ’

เอ็ดดี้ ไม่ได้พูดอะไรออกมา เขากำลังวิ่งอยู่บนหลังคาของอาคารสูงและเขาจะกระโดดไปที่อาคารตรงข้ามริมถนน

ในขณะที่กระโดดออกจากอาคารหนึ่งไปอีกอาคารหนึ่งในระดับความสูง 50 เมตรกลางอากาศ ทันใดนั้นสีหน้าของ เอ็ดดี้ ก็เปลี่ยนไปจู่ๆแรงโน้มถ่วงของโลกก็หนักหน่วงขึ้นมาทำให้ร่างกายที่ลอยอยู่กลางอากาศหล่นวูบลงไปที่พื้นด้านล่างโดยตรง

"นี่มันเกิดอะไรขึ้น?" เบน(ความหายนะ) ยังไม่ทันได้เตรียมตัวเอาไว้ล่วงหน้า สัตว์ประหลาดและมนุษย์ที่อยู่ในสถานะทางชีวภาพก็ร่วงหล่น

“อ๊ากกก ทำอะไรสักอย่างสิ!” เอ็ดดี้ ตะโกนร้องลั่นด้วยความตกใจ ท่ามกลางลมกระโชกแรงแขนขาแกว่งไปมาและพื้นผิวถนนด้านล่างก็ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

50 เมตร 40 เมตร 30 เมตร…

“ ฮึ่ม”

เมื่อเห็นว่าร่างกายกำลังตกลงอย่างรวดเร็ว เบน(ความหายนะ) ก็แค่นเสียงพร้อมกับโบกมือไปข้างหน้า แขนสีดำยืดออกราวกับยางมันยึดกับหน้าต่างของอาคารด้านหน้า

'ครื่น! '

แขนสีดำที่ยืดออกไปเกาะติดกับกรอบหน้าต่างและร่างกายได้แกว่งไปมาบนผนังด้านนอกของชั้นที่ 7 จากนั้นก็ส่งเชือกสีดำที่แข็งแกร่งราวกับหอกกระแทกเข้ากับผนังอาคารอย่างรุนแรงทำให้ความเร็วในการตกลดช้าลง

'ครึดดดด!'

ตลอดทางมันได้ไถผนังด้านนอกของอาคารลงไปข้างล่างกว่า 10 เมตร และในที่สุดก็หยุดอยู่ช่วงกลางของอาคาร.

“เกิดอะไรขึ้น?” เอ็ดดี้ มองไปรอบ ๆ พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้งของ เบน(ความหายนะ)

“ แน่นอนว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะจัดการ” เสียงผู้หญิงดังออกมาจากต้นไม้ใหญ่ข้างทาง

เสียงยังไม่ทันจางหายหญิงสาวผมสีเขียวที่สวมเสื้อเชิ้ตชายมีชุดสูทคลุมอยู่ด้านนอกเดินออกมาและมือขาวๆของเธอยังมีหมอกสีเขียวและดวงตาที่สวยงามก็เป็นประกายแวววาวราวกับอัญมณี

ในที่สุดก็พบมนุษย์ต่างดาวที่เจ้านายของเธอสนใจ