ใกล้ตรอกซอกซอยของโรงงาน.
ชายหนุ่มผมหยิกซึ่งเป็นเป้าหมายของทหารชั้นยอดคือ ดร.บรูซแบนเนอร์ ซึ่งพยายามอย่างยิ่งที่จะหลบหนี
'ปิ๊ป! ปิ๊ป!'
เนื่องจากความร้อนที่เกิดจากการวิ่ง ทำให้ บรูซ ถึงกับขมวดคิ้วและใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความสยดสยอง นาฬิกาที่ข้อมือซ้ายแสดงอัตราการเต้นของหัวใจเริ่มส่งเสียงเตือนและค่าข้างต้นมีถึง 200 แล้วในตอนนี้!
“ อย่าออกมา อย่าออกมา ทนไว้!”
บรูซ พึมพำออกมาพร้อมกับหอบหายใจอย่างหนักหน่วง ฝ่ามือข้างขวาก็จับหน้าอกบริเวณหัวใจที่กำลังเต้นระรัว
บรูซ พยายามอย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้มันออกมา.…
ในขณะเดียวกันเส้นทางด้านหน้ามีทหาร 2 นายเข้ามาสะกัดขัดขวางเขา"หยุด! อย่าขยับ!”
สีหน้าของ บรูซ เปลี่ยนไปเขาหันหลังกลับ แต่เสียงฝีเท้าหลายๆเสียงก็ดังขึ้นมาในตอนนี้ดูเหมือนว่าจะเขาถูกล้อมไว้หมดแล้ว
"ยกมือขึ้น! คุกเข่า! นายไม่มีทางหนีแล้ว!” เอ็มมี่ เดินมาข้างหน้าแล้วเล็งปืนไปที่ บรูซ แล้วเอ่ยขึ้น
“ อย่าบังคับฉันหากเป็นแบบนี้ มันจะออกมา…”
บรูซ ยกมือขึ้นอย่างช่วยไม่ได้และพูดด้วยท่าทางหวาดกลัว
‘ปิ๊ป! ปิ๊ป! ปิ๊ป!’
เสียงแจ้งเตือนจากนาฬิกาข้อมือดังขึ้นถี่ๆในตอนนี้หากดูดีๆตัวเลขมันเกิน 200 ไปแล้ว
“พูดอะไรของนาย อะไรจะออกมา?” เอ็มมี่ ขมวดคิ้วแต่เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดเขาเหนี่ยวไกในทันที
กระสุนอัมพาตถูกยิงเข้าที่คอของ บรูซ อย่างแม่นยำ เปลือกตาของ บรูซ พลิกขึ้น ร่างกายขยับเขยื้อนไม่ได้เพราะเส้นประสาทชาด้าน เขาล้มลงบนพื้นของตรอกที่มืดมิด
มีเพียงนาฬิกาวัดชีพจรหัวใจเท่านั้นที่ยังส่งเสียงเตือนและไม่มีใครสังเกตุเห็นว่าค่าข้างต้นใกล้เคียงกับจุดวิกฤต 300 จุดแล้ว
“ บุคคลเป้าหมายล้มลงแล้ว! เคลียร์” เอ็มมี่ รายงานผ่านวิทยุสื่อสารพร้อมกับกวักมือเป็นสัญญาณให้เพื่อนร่วมทีม 2 คน เข้าไปใส่กุญแจมือ
'แกร็ก! '
ทหารทั้ง 2 นายร่วมมือกันใส่กุญแจมือ บรูซ ที่นอนอยู่บนพื้น และในตอนนี้ทหารเกือบทั้งหมดรู้สึกว่าพวกเขาได้ทำภารกิจสำเร็จแล้ว
แต่…...
ในขณะที่พวกเขากำลังถอนหายใจอย่างโล่งอกสิ่งที่น่ากลัวก็เกิดขึ้น …
เสียงคำรามด้วยความโกรธดังกึกก้องไปทั่วท้องฟ้าในยามค่ำคืนกุญแจมือที่สวมอยู่พังทะลายและทหารทั้ง 2 นายที่เป็นผู้ใส่กุญแจมือก็ปลิวละลิ่วออกไปในอากาศเป็นระยะทางกว่า 10 เมตรเมื่อพวกเขาตกลงที่พื้นก็แน่นิ่งไปโดยไม่ขยับเขยื้อน!
เหงื่อเย็นไหลออกจากหน้าผากของ เอ็มมี่ เขาเห็นฉากสยองนี้และรู้ได้ในทันทีว่าเพื่อนร่วมภารกิจทั้ง 2 คนของเขามีโอกาสรอดเป็นศูนย์!
เขามองเข้าไปในความมืดที่เดิมที บรูซ นอนแน่นิ่งอยู่ที่นั่น แต่ในตอนนี้มีสัตว์ประหลาดตัวใหญ่ได้มายืนแทนที่
“ ยิง!” เอ็มมี่ ตะโกนสั่งและเหนี่ยวไกทันที เพื่อนร่วมทีมที่เหลืออยู่ก็พากันยิงเช่นกัน
ชั่วขณะหนึ่งกระสุนอัมพาตที่หนาแน่นได้เกี่ยวพันกันและตกลงบนผิวหนังของสัตว์ประหลาดที่ยืนอยู่ในตรอก แต่ทว่าลูกกระสุนทั้งหมดกลับกระเด็นกระดอนตกลงไปที่พื้นโดยไม่สามารถเจาะผิวหนังของสัตว์ประหลาดได้เลยแม้แต่น้อย
“ โฮกกก!”
สัตว์ประหลาดร้องคำรามราวกับฟ้าร้องและยกฝ่าเท้าขนาดใหญ่เหยียบกระสุนอัมพาตบนพื้นจนมันแหลกเป็นผุยผงและในที่สุดใบหน้าที่แท้จริงก็เผยให้เห็นภายใต้แสงไฟสลัวๆข้างถนน
"พระเจ้า!"
เอ็มมี่ สูดอากาศเข้าไปอย่างหนาวเหน็บ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าสิ่งมีชีวิตที่อยู่ตรงหน้ามันคือสัตว์ประหลาด!
ดวงตาสีเขียวจาง ๆ ร่างสูงใหญ่อ้วนสวมกางเกงตัวใหญ่สีดำผิวหยาบกร้านเป็นสีเขียวดูน่าเกลียด ร่างกายเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อที่ขยายใหญ่ ไม่มีใครจะสงสัยในอำนาจการทำลายล้างของมันเลยแม้แต่น้อย
ใบหน้าของมันเต็มไปด้วยความโกรธและดูน่ากลัวยิ่งกว่าสิ่งมีชีวิตใดๆในโลก
“ นายพลรอส.สัตว์ประหลาดสีเขียวนี่มันตัวอะไร?!” เอ็มมี่ พยายามระงับสติและถามอย่างใจเย็น
“ นั่นคือเป้าหมายในคืนนี้มันชื่อว่า ฮัค”
เสียงถอนหายใจจาก นายพลรอส ดังขึ้น เมื่อ ฮัค ปรากฏตัวมันก็หมายความว่าภารกิจของเหล่าทหารชั้นยอดล้มเหลว
“ ฮัค……”
เอ็มมี่ ไม่มีเวลาคิดให้มากความ ฮัค ที่อยู่ข้างหน้าเขาได้วิ่งเข้ามาหาพร้อมกับพื้นที่สั่นสะเทือน
“ ถอนตัวด่วน!” เอ็มมี่ ตะโกนแล้วหันหลังวิ่งหนี เพื่อนร่วมทีมที่มีปฏิกิริยาช้าถูก ฮัค กวาดตบจนร่างปลิวกระเด็นออกไปไกลๆ
เอ็มมี่ ไม่เคยเห็นการต่อสู้และสัตว์ประหลาดเช่นนี้มาก่อนในชีวิตนี้ เพียงแค่วิ่งออกไปได้ 10 เมตรเขาก็จะได้ยินเสียงของลมดังขึ้นที่ด้านหลัง
เขามองย้อนกลับไป และเห็นร่างของเพื่อนร่วมทีมถูกโยนเข้ามาเขาต่างอาวุธ
เอ็มมี่ ไม่มีเวลาหลบหนีได้แต่ยกมือขึ้นปิดกั้น แต่ด้วยพละกำลังอันมหาศาลที่ถาโถมเข้ามาพร้อมกับเพื่อนร่วมทีม ทำให้ร่างของเขาปลิวกระเด็นออกไปที่ด้านหลัง
เอ็มมี่ กลิ้งไปมาบนพื้นอย่างต่อเนื่องซี่โครงของเขาหักไปหลายซี่และในที่สุดร่างของเขาก็ชนเข้ากับกำแพง
สำหรับ ฮัค ที่มีพละกำลังมหาศาลคนธรรมทั่วไปอ่อนแอเหมือนมดไม่สามารถต้านทานการโจมตีเพียงครั้งเดียวได้!
“โฮกกกกก!!”
เสียงร้องคำรามอย่างโกรธเกรี้ยวของ ฮัค ดังขึ้น 2-3 ครั้งและมันเดินไปข้างหน้า 2-3 ก้าวเข้าไปใกล้ เอ็มมี่ ที่ล้มลงบนพื้น
“ สามารถตายในเงื้อมมือของสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังเช่นนี้ก็ถือว่าไม่เลว…” เอ็มมี่ แสยะยิ้มและหลับตาลง
หลังจากนั้นไม่กี่วินาทีเขาก็ยังไม่ตายและเขาก็ลืมตาขึ้นด้วยความแปลกใจ
ฮัค หยุดอยู่ที่ด้านหน้าโดยเงาร่างใหญ่ของมันปกคลุมเขา แต่มันไม่แม้แต่จะมองเขาด้วยหางตา มันกำลังเงยหน้าขึ้นไปบนท้องฟ้ายามค่ำคืนโดยที่ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวได้แสดงอารมณ์อื่นออกมา
ความอยากรู้อยากเห็น ความป่าเถื่อนดุร้าย การกดขี่ข่มเหงที่แสนจะเย็นชาและมีเจตนาในการต่อสู้อยู่ในระดับสูง
เหนือท้องฟ้ายามค่ำคืน
ไคล์ ลอยอยู่บนอากาศ ผมสีเงินพริ้วไหวไปตามสายลมยามค่ำคืน ดวงตาสีทองราวกับเปลวไฟและปีกสีดำด้านหลังโบกสะบัดคลื่นลมสีขาวจนก่อให้เกิดพายุเฮอริเคนขนาดเล็ก
ไคล์ มองไปที่ ฮัค ฮัค มองไปที่ ไคล์ และทั้ง 2 มองกันแบบนี้โดยไม่สนใจสิ่งมีชีวิตที่อ่อนแออื่นใด
แรงกดดันที่ทั้ง 2 ปลดปล่อยกำลังถาโถมเข้าหากัน!
“ความรู้สึกที่ฉันสัมผัสได้มาจากแกนั่นเอง” ฮัค ส่งเสียงแหบต่ำ
หาก บรูซ ยังมีสติเขาจะต้องตกใจเป็นอย่างมาก ฮัค ที่รู้จักแต่ความโกรธและการทำลายล้าง ในตอนนี้กลับเอ่ยคำพูดออกมา!
“ตามฉันมา!” ไคล์ ยิ้มเบาๆ พร้อมกับโบกสะบัดปีกของเขาบินไปยังโรงงานข้างๆ
ฮัค แสยะยิ้มแล้วย่อเข่าลงเล็กน้อยจากนั้นก็กระโดดขึ้นไปบนท้องฟ้า!
ด้วยพลังกระโดดอันน่าทึ่ง ฮัค ข้ามตรอกซอยและตรงไปยังพื้นที่เปิดโล่งของโรงงานที่ ไคล์ ไปรออยู่ก่อนแล้ว
ร่างสูงใหญ่ของมันตกลงบนพื้นโล่งและพื้นที่ทำจากคอนกรีตไม่สามารถทนต่อแรงกระแทกนี้ได้ทำให้เกิดรอยแตกร้าว
ฮัค จ้องมองไปที่ ไคล์ ที่อยู่ห่างออกไปกว่า 10 เมตร อย่างเคร่งขรึมราวกับว่าความโกรธก่อนหน้านี้เป็นแค่ภาพลวงตา
“ มาเลย!”
ไคล์ หายใจเข้าลึกๆ และกำมือแน่น ของเหลวสีดำของ เวนอม ครอบคลุมทั่วร่างกายของเขา กลายเป็นสัตว์ประหลาดที่มืดมิดที่มีขนาดไม่แพ้ ฮัค!
การต่อสู้ในครั้งนี้ ไม่มีเทคโนโลยี ไม่มีเวทย์มนต์คาถา มันเป็นเพียงการต่อสู้ของสิ่งมีชีวิตที่กลายพันธุ์จนถึงขีดจำกัด !
นี่คือประวัติศาสตร์ของโลกมันจะเป็นการวัดกันระหว่าง พละกำลัง ความแข็งแกร่ง ความเร็ว ที่อยู่บนจุดสูงสุดของร่างกาย!
เช่นเดียวกับ สไปโนซอรัส ยุคครีเทเชียสไปจนถึง ไทแรนโนซอรัสทีเร็กซ์ แต่มันอาจจะแตกต่างกันโดยพื้นฐาน! เพราะก่อนหน้านี้พวกเขาทั้ง 2 คนเป็นแค่เพียงมนุษย์ธรรมดา!
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved