ชานเมืองนิวยอร์ก
บ้านหลังใหญ่ของตระกูลคาร์เตอร์ในเวลานี้ดูเหมือนจะมีบางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้น สมาชิกในครอบครัวทั้ง ชาย หญิง และเด็กมากกว่าหนึ่งโหลมารวมตัวกันอยู่ที่นี่
ใบหน้าของพวกเขาล้วนเศร้าโศก ทุกคนตาแดงและกำลังร้องไห้
'บรึ้น บรึ้น! '
ทันใดนั้นเองก็มีเสียงเครื่องยนต์ของรถจักรยานยนต์ดังอยู่ด้านนอกประตูในระยะไกลและเริ่มใกล้เข้ามาเรื่อยๆก่อนที่มันจะหยุดอยู่ที่หน้าประตูของบ้านหลังใหญ่
“ เด็กคนอื่น ๆ ที่ยังมาไม่ถึงเหรอ?” ชายวัยกลางคนเช็ดน้ำตาและถามขึ้นอย่างแปลกใจ
สมาชิกในครอบครัวที่อยู่ภายในห้องโถงมองไปรอบ ๆ และคิดไม่ออกว่าใครมา ดวงตาที่มีคราบน้ำตามองไปที่ทางเข้าประตูซึ่งในตอนนี้กำลังมีเงาร่างสูง 2 คนเดินใกล้เข้ามา
“ ขอโทษนะมีใครอยู่ไหม?” หนึ่งในสองตะโกนถามขึ้น
"พวกคุณเป็นใคร?แล้วมีธุระอะไร” ชายวัยกลาง ตะโกนถามด้วยน้ำเสียงห้วนๆ
“ นี่คือบ้านของ เพ็กกี้ คาเตอร์ หรือเปล่า” ชายหนุ่มผมบลอนด์เดินมาที่ประตูและทันใดนั้นก็ถอดแว่นตากันแดดออกหลังจากเห็นว่าด้านในบ้านกำลังจัดพิธีงานศพด้วยบรรยากาศที่เศร้าโศก
“ออกไป..…”
ชายวัยกลางคน ต้องการขับไล่คนๆ นั้น แต่แล้วเขาก็ถูกหญิงสาวดึงแขนเอาไว้“เดี๋ยวก่อนพ่อ!”
“ คุณ...คุณคือ..!” เอลลี เช็ดน้ำตาออกจากใบหน้าด้วยแขนเสื้อดวงตาที่ชุ่มฉ่ำของเธอเบิกกว้างเมื่อเห็นชายหนุ่มผมบลอนด์ที่อยู่ตรงหน้า
เมื่อเทียบกับสัญลักษณ์แห่งสันติภาพแล้ว รูปร่างหน้าตาของ สตีฟ ก็เหมือนกับในอดีตราวกับว่าเขาออกมาจากอนุสรณ์สถานสงคราม
ไม่เพียงแต่ เอลลี เท่านั้นแต่หลายคนในบ้านก็จดจำชายหนุ่มผมบลอนด์ได้และปากของพวกเขาก็อ้าค้าง
“ เอลลี?. ในเมื่อเธออยู่ที่นี่งั้นก็แสดงว่าเราไม่ได้มาผิดที่”
เมื่อคำพูดไม่แยแสดังขึ้นชายหนุ่มผมสีเงินอีกคนก็เดินตามหลังชายหนุ่มผมบลอนด์มาที่ประตูบ้าน
“ สัญลักษณ์แห่งสันติภาพและกัปตันอเมริกา…พระเจ้าของฉันนี่ฉันฝันไปใช่ไหม?” เอลลี อดไม่ได้ที่จะพึมพำออกมา
วีรบุรุษสงคราม 2 คนที่เปลี่ยนรูปแบบของสงครามโลกครั้งที่ 2 มาปรากฏตัวที่นี่!
“เธอกำลังจัดงานศพเหรอ?”
ไคล์ เลิกคิ้วและรู้สึกว่ามันไม่ใช่เวลาที่พวกเขาจะมา
"ใช่. คุณปู่ของฉัน มาดี้ คาเตอร์ ท่านเสียชีวิตไปเมื่อเช้านี้และตอนนี้เรากำลังจะนำท่านไปทำพิธีฝัง” เอลลี ตอบอย่างเศร้า ๆ
“ มาดี้. ที่เป็นน้องชายของ เพ็กกี้ ใช่ไหม?”เมื่อได้ยินแบบนี้ สตีฟ ก็ถามขึ้นพร้อมกับถอนหายใจ
เมื่อก่อนเขาเคยได้ยิน เพ็กกี้ พูดถึงน้องชายของเธอ ตอนที่ มาดี้ ยังอยู่ในโรงเรียนเธอบอกว่าน้องชายของเธอซนมากๆ ในพริบตาเดียวอีกฝ่ายก็จากโลกไปเสียแล้ว
"ใช่." เอลลี พยักหน้าอย่างเศร้า ๆ
ไคล์ และ สตีฟ มองหน้ากันและเข้าใจว่าอีกฝ่ายหมายถึงอะไร
สตีฟ พูดด้วยน้ำเสียงทุ้มว่า“ ไปส่งเขาเป็นครั้งสุดท้ายกันเถอะ” ไคล์ ก็พยักหน้าเห็นด้วยในเวลาเดียวกัน
ผู้คนในห้องโถงต่างตกใจและแม้แต่ความรู้สึกเศร้าก็หายไป นักข่าวอย่าง เอลลี ยิ่งพูดไม่ออกและไม่สามารถพูดได้
ฮีโร่ระดับตำนาน 2 คน มาร่วมงานศพซึ่งแม้แต่คนใหญ่คนโตระดับประเทศยังไม่ได้รับเกียรติถึงขนาดนี้!
พวกเขาจะรู้ได้อย่างไรว่านี่คือวิธีที่ ‘ชายชรา’2คน จะทำเพื่อน้องของผู้หญิงคนหนึ่งเป็นครั้งสุดท้าย
หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วโมง
ไคล์ และ สตีฟ แบกโรงศพด้วยไหล่ของพวกเขาและเดินไปกับกลุ่มครอบครัวคาร์เตอร์ไปยังสุสานอันยิ่งใหญ่
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีฝังศพสมาชิกในครอบครัวคาร์เตอร์ก็ยืนอยู่หน้าหลุมฝังศพและก้มศีรษะเพื่อแสดงความไว้อาลัย
"ที่นั่นคือ?" ไคล์ มองไปที่สถานที่แห่งหนึ่งในสุสาน
มีหลุมฝังศพเก่าจนหินอ่อนที่เคยเป็นสีขาวกลายเป็นสีเหลืองมันถูกปกคลุมไปด้วยวัชพืชสีเขียว ดูเหมือนว่าจะผ่านมาแล้วหลายปี
เอลลี ตอบว่า:“นั่นคือหลุมศพของ คุณย่าเพ็กกี้”
ไคล์ และ สตีฟ เงียบแล้วทั้ง 2 ก็มาที่หลุมฝังศพ
หลายปีผ่านไปแม้แต่หลุมฝังศพที่สร้างจากหินอ่อนก็ยังทิ้งร่องรอยของลมและฝนไว้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมามีเพียงรอยยิ้มของสาวงามในภาพถ่ายขาวดำเท่านั้นที่ยังคงอยู่
สตีฟ ไม่อาจต่อต้านอารมณ์ น้ำตาของเขาคลอเบ้าและเริ่มทำความสะอาดวัชพืชและฝุ่นบนหลุมฝังศพ
ไคล์ ไม่รู้สึกเศร้า หลังจากผ่านสงครามมามากมายและร่างกายก็กลายเป็นเทพเจ้าความรู้สึกของการเป็นมนุษย์ก็หายไปเรื่อยๆ
อย่างไรก็ตามเขาดึงการ์ดและเปลี่ยนเป็นช่อดอกไม้ที่ยังคงเต็มไปด้วยชีวิตชีวาและไวน์ที่เก่าแก่ที่สุด 2-3 ขวดออกมา
“เรามาดื่มให้เธอกันเถอะ”
ไคล์ และ สตีฟ นั่งอยู่หน้าหลุมศพของ เพ็กกี้ คุยกันเกี่ยวกับอดีตที่ผ่านมาพร้อมกับหยิบขวดไวน์ขึ้นแล้วดื่มมันลงไป
ไวน์รสเผ็ดทำให้ลำคอเปียกชุมและดวงตาสีแดงละเรือมีน้ำตาคลอเล็กน้อยก็เผยความจริงบางอย่าง
“ เพ็กกี้ เธอชอบนาย!” จู่ๆ สตีฟ ก็เอ่ยขึ้นมาและมีอาการเมาเล็กน้อย
ภายในใจของ ไคล์ สั่นไหวแต่เขาก็ทำได้เพียงพูดว่า:“นายเมาแล้ว”
“ ฉันไม่ได้เมา!” สตีฟ หัวเราะเอนหลังพิงพื้นหญ้าพร้อมกับยกขวดไวน์ขึ้นมาดื่ม
“ นายเมาแล้ว”
“ ฉันไม่ได้เมา!”
“แน่ใจ?”
“ก็ได้ ก็ได้ ดูเหมือนจะเมานิดหน่อย…”
พระอาทิตย์ตก.
ชายหนุ่ม 2 คนกำลังดื่มไวน์อยู่หน้าหลุมฝังศพในสุสานอันยิ่งใหญ่พร้อมกับพูดคุยถึงอดีตที่ผ่านมา
สมาชิกของครอบครัวคาร์เตอร์ปิดปากเงียบและเริ่มออกจากสุสานและกลับบ้าน พวกเขาไม่กล้าเข้าไปพูดคุยกับ ไคล์ และ สตีฟ
ทันใดนั้นพ่อของ เอลลี ก็ลดเสียงลงและพูดว่า“ คุณบอกว่าคนที่ทำให้ ป้าเพ็กกี้ ต้องตายคือหนึ่งในนั้นเหรอ?”
สมาชิกในครอบครัวที่มีอายุมากกว่าอีกคนหนึ่งพยักหน้า “ใช่ เป็นเช่นนั้นจริง”
“ คุณพ่อ คุณกำลังพูดถึงเรื่องอะไร” เอลลี เอ่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“ เกี่ยวกับ คุณย่าเพ็กกี้ ของเธอ” พ่อของ เอลลี ส่ายหน้าและพูดว่า“ คุณย่าเพ็กกี้ ที่ลาออกจากทหารตั้งแต่อายุยังน้อยท่านจะตายเพราะความเจ็บป่วยได้อย่างไร มันเป็นความลับที่ไม่เคยเปิดเผย มีแต่คนรุ่นเก่าของครอบครัวคาร์เตอร์เท่านั้นที่รู้”
“ คุณย่าเพ็กกี้ ท่านไม่ได้ตายเพราะป่วยเหรอ” เอลลี แทบจะอุทาน
“ ไม่แน่นอน เท่าที่พ่อรู้ท่านไม่ได้เสียเพราะโรค แต่ท่านตรอมใจเพราะผู้ชาย.…”
เมื่อ พ่อเอลลี เอ่ยออกมาเขาก็หยุดกลางคันและไม่พูดต่ออีก
“เพราะผู้ชาย?” เอลลี พึมพำเธอรู้สึกว่านี่เป็นความลับของครอบครัว
เมื่อพระอาทิตย์ตกดินความมืดก็เข้าปกคลุมสุสาน
ไคล์ ลืมตาขึ้นพร้อมกับเรียกใช้พลังศักดิ์สิทธิ์ขับแอลกอฮอล์ที่เหลืออยู่ในร่างกายให้สลายไปจนหมด
“ ได้เวลากลับแล้ว” เขาตบไหล่ของ สตีฟ ซึ่งนอนอยู่ข้างๆ
“ที่แรกมาแล้วต่อไปก็ที่ที่ 2” สตีฟ พยักหน้าและค่อยๆลุกขึ้นยืน
“ไม่มีปัญหา” ไคล์ จับเขาด้วยมือข้างเดียวและทั้ง 2 ก็เดินออกจากสุสานที่มืดมิด
หลังจากนั้นไม่นาน
รถจักรยานยนต์ 2 คันคำรามและแสงไฟสว่างจ้าส่องผ่านความมืดและวิ่งไปยังถนนที่ทอดยาวไปยังเมืองอย่างรวดเร็ว
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved