ตอนที่ 134 ผู้วิวัฒนาการ!

ไม่ว่าจะเป็นการกลายพันธุ์ เวทย์มนต์ หรือการพัฒนาความรู้ด้านเทคโนโลยีสีดำสิ่งเหล่านี้สามารถเปลี่ยนมนุษย์ธรรมดาได้ และเขาเรียกมันง่ายๆว่า 'ผู้วิวัฒนาการ'

การวิวัฒนาการอาจกล่าวได้ว่ามีอยู่ในสิ่งมีชีวิตทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นความแข็งแกร่งที่มากกว่าบุคคลอื่น ชีวิตที่ยืนยาวมากกว่าบุคคลอื่น

พลังวิเศษและชีวิตนิรันดร์ คือเป้าหมายสูงสุดของผู้วิวัฒนาการ!

และ ไคล์ บอกสมาชิกใหม่ของตระกูลอย่างตรงไปตรงมา ในตระกูลคาร์ลไม่เพียงแต่จะได้รับเงินและชื่อเสียงเท่านั้นแต่ยังมี ทักษะเวทมนตร์ เทคโนโลยีสระดับสูง หรือแม้แต่อายุขัยที่มากกว่ามนุษย์ปกติถึงสิบ 10 เท่าก็มีโอกาสที่จะได้รับเช่นกัน

[ซุปเปอร์สายลับ] การ์ดความสามารถสีฟ้าเป็นเพียงเส้นทางเริ่มต้นเพื่อไปสู่วิวัฒนาการของสมาชิกตระกูลคาร์ลและตอนนี้ ไคล์ ก็จุดไฟให้พวกเขาขึ้นบันไดพีรามิดเพื่อดูเป้าหมายสุดท้ายบนยอดพีระมิด

หากคุณต้องการขึ้นไปถึงจุดสูงสุดของพีระมิดและได้รับโอกาสในการพัฒนาคุณต้องพึ่งพามือและเท้าของคุณเองเพื่อไต่เต้าพีระมิดขึ้นไปทีละขั้น!

ไคล์ ได้เปิดประตูสู่โอกาสแล้วจะไม่ให้พวกเขาบ้าคลั่งได้อย่างไร? !

เด็กที่กลายเป็นสมาชิกในตระกูล 'คาร์ล' ต่างก็กระตือรือร้นและเต็มไปด้วยพลัง ทุกๆวันพวกเขาต้องการเป็น ‘ผู้วิวัฒนาการ’ ที่แข็งแกร่งของมนุษย์และพวกเขาจะไม่มีวันตาย …

ดังนั้นในตอนนี้ นาตาชา ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยครูฝึกได้ตระหนักถึงสิ่งที่น่ากลัวมาก….

สมาชิกใหม่ทุกคนมีความสามารถทางร่างกายเช่นเดียวกับเธอและมีเป้าหมายสูงสุด ตั้งแต่อายุน้อย ๆ และในตอนนี้พวกเขาก็เริ่มที่จะแข่งขันกัน!

ไม่ถึงครึ่งเดือนต่อมาในมุมมองของ นาตาชา สมาชิกด้านล่างของตระกูลคาร์ลเริ่มเทียบเท่าองค์กรห้องแดง ส่วนสาเหตุที่ยังไม่สามารถเทียบได้นั้นเป็นเพราะอายุของเด็กเหล่านี้น้อยเกินไปและประสบการณ์การต่อสู้นั้นเป็นศูนย์

แต่ปัญหาคือองค์กรห้องแดงสามารถยืนอยู่บนจุดสูงสุดขององค์กรธรรมดาและไม่สามารถพัฒนาได้อีกต่อไป แต่ตระกูลคาร์ลที่กำลังเริ่มต้นพัฒนาก็มีความแข็งแกร่งถึงเพียงนี้แล้ว และยังได้รับการฝึกฝนจากผู้ทรงพลังในระดับฮีโร่ที่แท้จริงอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

สิ่งนี้ทำให้ นาตาชา ตระหนักและเริ่มตกใจ เธอคิดว่าอย่างน้อยเธอก็เป็นซุปเปอร์สายลับ จากองค์กรห้องแดง หลังจากที่เธอเข้ามาในตระกูลคาร์ล สถานะของเธอก็ถือว่าไม่เลวแต่พอนานเข้าเธอไม่คิดเลยว่าสมาชิกใหม่ใน ตระกูลคาร์ล จะพยายามดิ้นรนเพื่อไล่ตามเธอให้ทัน

เห็นได้ชัดว่าในสายตาของตระกูลคาร์ลเมื่อเธอสูญเสียคุณค่าที่ เป็นไป สถานะในภายหลังของเธอก็จะยังคงลดลง ดังนั้นเธอจึงกลับมาอุทิศตัวเองให้กับงานผู้ช่วยครูฝึกเพื่อให้ตระกูลคาร์ลเห็นคุณค่าของเธอ

………..

นี่คือชั้นใต้ดินของคฤหาสน์และทางเข้าถูกปิดตาย

ก่อนหน้านี้มันมีแต่เศษซากเก่าๆกองอยู่ในห้อง หลังจากทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อมันก็สะอาดสะอ้านและว่างเปล่าโดยไม่มีการรั่วซึม

ฮาเวิร์ด ได้นำตู้แช่แข็งที่ล้ำสมัยมีรูปไม้กางเขนอยู่ด้านบนประตูมาวางตั้งอยู่กลางห้องอย่างโดดเดี่ยว เมื่อเปิดประตูตู้แช่แข็งออก มันก็มีไอเย็นสีขาวแผ่กระจายไปทั่วทั้งห้องใต้ดิน

ชายหนุ่ม 2 คนยืนอยู่ข้างตู้แช่แข็งและมองไปที่ไอเย็นสีขาวเบื้องหน้าของพวกเขาอย่างเงียบงัน

ไคล์ เงยหน้าขึ้นมอง บัคกี้ ที่แต่งตัวเป็นทหารพร้อมกับเอ่ยถามขึ้น:“ บัคกี้ นายตัดสินใจจริงๆแล้วใช่ไหม”

เขาหยุดและพูดต่อ:“ เมื่อนายเข้าไปในตู้แช่แข็งนายอาจจะหลับไปเป็นเวลา 10 ปีหรือ 50 ปีและเมื่อถึงเวลานั้นจะมีคนมาปลุกนายให้ฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง และก่อนที่นายจะถูกแช่แข็งฉันอยากจะถามนายว่า นายยังมีความปราถนาอะไรที่ยังทำไม่สำเร็จอยู่อีกหรือไม่?”

การนอนข้ามเวลาก็เหมือนการข้ามอนาคตมันเป็นเรื่องที่โหดร้ายมาก

บัคกี้ ไม่ตอบสนองเขายกแขนซ้ายจับประตูที่เย็นยะเยือกเบาๆ จากนั้นก็ถามขึ้นว่า:“ คุณคิดว่า สตีฟ ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่?”

“ ฉันเองก็ไม่รู้” ไคล์ ส่ายหน้าและพูดว่า“ แต่ฉันเชื่อว่าเขาจะไม่ตายง่ายๆ บางทีเขาอาจจะหลับไปในมุมหนึ่งของโลก และวันหนึ่งเขาจะตื่นขึ้นมาอีกครั้ง”

“ ฉันก็คิดเช่นนั้นเช่นกันดังนั้นฉันจะเลือกแช่แข็งนี้ตัวเอง”

บัคกี้ พยักหน้าและก้าวไปข้างหน้าโดยหันหลังให้ ไคล์ แล้วพูดว่า “ สงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลงแล้ว ฉันไม่มีความปรารถนาที่จะติดตามตอนจบของสงคราม ดังนั้นฉันขอนอนหลับพักผ่อนอยู่ที่นี่อย่างเงียบๆ”

“ ถ้า สตีฟ ยังมีชีวิตอยู่บางทีฉันอาจจะได้พบเขาในอนาคตและดื่มไวน์เพื่อเฉลิมฉลองจากนั้นก็จะพูดคุยเกี่ยวกับหัวข้อสันติภาพของโลกให้เขาฟังในอนาคต ”

หลังจากเอ่ยจบ บัคกี้ ก็นอนราบลงกับพื้นตู้แช่แข็ง

“ ลาก่อน บัคกี้ บาร์นส์” ไคล์ กดปุ่มเครื่องมือและประตูของตู้แช่แข็งก็เริ่มปิดลงอย่างช้าๆ จากนั้นก็พูดต่ออีกว่า:“ ฉันขอให้นายนอนหลับให้สบาย”

“ คุณต้องมีชีวิตที่ดีเช่นกัน พันตรีไคล์ ฉันเชื่อว่าพวกเราทั้ง 3 คนจะต้อง..…”

ประตูตู้แช่แข็งถูกปิดลงอย่างสนิททำให้ไม่ได้ยืนคำพูดของ บัคกี้ และเมื่อ ไคล์ มองผ่านกระจกเขาก็เห็น บัคกี้ นอนหลับตาและหลับไป อากาศที่เยือกแข็งในตู้แช่แข็งทำให้ร่างกายของเขามีน้ำแข็งบางๆเกาะอย่างรวดเร็ว .

ในตอนท้ายของปี 1944 บัคกี้ บาร์นส์ ถูกแช่แข็งในห้องใต้ดินของคฤหาสน์ตระกูลคาร์ล

ไคล์ บอกลาสหายเก่าในสงครามโลกครั้งที่ 2 และในไม่ช้าเขาก็ต้องจากโลกนี้ไปและก้าวเข้าสู่จักรวาลอวกาศที่ไม่รู้จัก

พวกเขาไม่ได้อยู่ในช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองและการดำรงอยู่ของพวกเขาเองก็แสดงถึงยุคสมัย! ยุคแห่งสงครามเลือด!

เป็นที่น่าเสียดายที่ยุคนี้ถึงเวลาที่ต้องมาพบกับการสิ้นสุดของสงคราม

“ลาก่อน กัปตันอเมริกา, วินเทอร์โซลเยอร์” ไคล์ พึมพำเบาๆ ความเศร้าเพียงแวบหนึ่งผ่านดวงตาสีฟ้าของเขาและในไม่ช้าก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย

จากนั้นแววตาที่มีแต่ความเชื่อมั่นและหนักแน่นก็ปรากฏขึ้นแทน

“ แม้ว่ายุคสงครามเลือดจะสิ้นสุดลง”

“ แต่การต่อสู้ของฉันมันเพิ่งจะเริ่มต้น!” ไคล์ เอ่ยขึ้นจากนั้นก็เปิดประตูมิติก้าวเดินเข้าไปโดยไม่หันกลับมามอง

เขาตัดสินใจเริ่มต้นการเดินทางของท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวในจักรวาลในไม่ช้า ไม่ว่าถนนจะมืดและห่างไกลเพียงใด เขาก็ต้องไปให้ถึงจุดหมายปลายทางนั้นให้ได้!

หลังจากที่ ไคล์ จากไปไฟในห้องใต้ดินก็ดับลง ทั่วทั้งห้องตกอยู่ในความมืดมิดและเงียบสงบ โดยมี บัคกี้ บาร์นส์ วินเทอร์โซลเยอร์ นอนหลับไหลอยู่ที่นั่นเพียงลำพัง…..