ตอนที่ 260 บัคกี้ หายไป!

น้ำหนักของค้อนยักษ์ที่ทุบลงนั้นมีมากกว่า 10 ตัน และพลังทำลายที่น่ากลัวนั้นยังรุนแรงไม่น้อยไปกว่าขีปนาวุธขนาดเล็กที่ทันสมัย

'ตูมมม! '

ราวกับกับเสียงฟ้าร้องและฟ้าผ่า คฤหาสน์เก่าแก่ทั้งหลังสั่นสะเทือน และประตูเหล็กที่ถูกปิดผนึกเอาไว้ก็พังทะลายเข้าไปด้านในห้องใต้ดิน

หลังจากทำทั้งหมดนี้ ไคล์ ก็ดึงมือขวากลับอย่างใจเย็นและค้อนยักษ์ก็จางหายไปในพริบตาและของเหลวสีดำก็รวมเข้ากับแขนเสื้อหนัง

พ่อบ้านที่ยืนอยู่ใกล้ๆก็ตกตะลึงและมองไปที่ ไคล์ อย่างคลั่งไคล้มากขึ้นเช่นเดียวกับผู้ศรัทธาที่มองขึ้นไปยังเทพเจ้าที่พวกเขาเคารพรบูชาที่สุดในชีวิตของพวกเขา

ความกังวลของ สตีฟ ไม่ได้อยู่ที่เรื่องนี้ หลังจากประตูเหล็กพังทะลายเขาก็เดินฝ่าฝุ่นที่ลอยออกมาและรีบเข้าไปในห้อง

ไคล์ เปิดสวิตช์ไฟและเดินตามเขาเข้าไปในห้องใต้ดิน

เมื่อเข้าไปข้างในใบหน้าของทั้ง 2 คนก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย

ฝุ่นที่หนาเตอะอยู่ห้องใต้ดินมานานกว่าครึ่งศตวรรษ

ภายใต้โคมไฟเก่าที่มีแสงสลัวมีแคปซูลแช่แข็งทรงลูกบาศก์อยู่ตรงกลางห้อง แต่สายไฟที่เชื่อมต่อกับช่องแช่แข็งนั้นถูกตัดการเชื่อมต่อทั้งหมดและประตูแคปซูลแช่แข็งเปิดอ้าออก เมื่อมองเข้าไปด้านในแคปซูลมันกลับไม่มีใครอยู่

“ ไคล์ มันเกิดอะไรขึ้น?” สตีฟ หันกลับไปถาม ไคล์ ด้วยความประหลาดใจ

ใบหน้าของ ไคล์ เปลี่ยนเป็นเย็นชาสายตาของเขามองเข้าไปข้างในและมันมีร่องรอยของคนนอกเข้ามาที่นี่

เขาตะโกนขึ้นอย่างใจเย็น:“พ่อบ้าน”

'ตุบ! '

พ่อบ้านคุกเข้าลงด้วยสีหน้าที่ซีดเผือดจากนั้นก็พูดด้วยความกลัวที่สั่นเทา:“ ท่านผู้นำสูงสุด ผมกล้าที่จะใช้ชีวิตของผมเป็นประกัน นับตั้งแต่คุณจากไปไม่เคยมีใครมาที่นี่...ไม่สิ จะว่าไปแล้วมันมีเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้น”

“ เหตุการณ์อะไร? บอกฉันว่าเกิดอะไรขึ้น” ไคล์ เอ่ยถาม

“ เมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้วจู่ๆป่าข้างๆก็เกิดไฟลุกไหม้ เพื่อป้องกันไม่ให้ไฟลุกลามมายังคฤหาสน์ สมาชิกในตระกูลที่มาพักที่นี่ต่างพากันไปช่วยกันดับไฟ ช่วงเวลานั้นจึงไม่มีใครอยู่ป้องกันคฤหาสน์เป็นเวลาครึ่งวัน” พ่อบ้านเล่าอย่างรวดเร็วและกล่าวว่า:“ หลังจากควบคุมไฟได้แล้วเราตรวจสอบอาคารหลักและไม่มีร่องรอยของทรัพย์สินใด ๆ ที่ถูกขโมย สำหรับโกดังเก่าเราไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาจึงไม่ได้เข้าไปตรวจสอบ”

คิ้วของ ไคล์ ขมวดขึ้นและนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งจากนั้นก็พูดกับ สตีฟ ว่า:“มีใครบางคนฉวยโอกาสนั้นเข้ามาที่นี่และลักพาตัว บัคกี้ ออกไป”

“ ไอ้พวกนั้นมันต้องการทำอะไรกับ บัคกี้?!” ใบหน้าหล่อเหลาของ สตีฟ เต็มไปด้วยความโกรธหมัดของเขากำแน่นและกระดูกของเขาก็ดังลั่นเกรียวกราว

“ช่วงเวลาแค่ 10 ปี มันไม่ยากที่จะตรวจสอบ”

ไคล์ เผยดวงตาที่เย็นชาเขาพูดอย่างเยือกเย็น:“นายไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้มีใครบางคนกล้าที่จะลองดีกับฉัน ฉันจะให้คำตอบที่น่าพอใจแก่นาย”

พ่อบ้านใจสั่นและก้มหน้าลงอย่างหวาดกลัวเมื่อรู้ว่าผู้นำสูงสุดกำลังโกรธ!

เมื่อผู้นำสูงสุดโกรธผลที่ตามมามันจะร้ายแรงมาก!

“ ไคล์ ฉันขอบคุณนายมาก แต่เรื่องของ บัคกี้ ปล่อยให้เป็นธุระของฉัน แม้ว่าความหวังจะริบหรี่แต่ฉันก็จะตามหาเขาให้พบจงได้! "

สตีฟ พูดพร้อมกับเดินไปที่ประตูห้องใต้ดินอย่างมั่นคงราวกับว่าหลังจากตื่นขึ้นจากการถูกแช่แข็งในที่สุดเขาก็มีเป้าหมายหลักของชีวิตแล้วในตอนนี้

ไคล์ ไม่หยุดเขาปล่อยให้ สตีฟ ออกไปก่อน

“ ฉันอยากใช้เวลาสงบที่หายากและปล่อยให้นายได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ ตอนนี้เมื่อนายเลือกที่จะลงมือนายจะไม่สามารถอยู่อย่างสงบและผ่อนคลายได้อีกต่อไป”

ไคล์ ลอบถอนหายใจดวงตาของเขาจ้องมองไปที่แคปซูลแช่แข็ง

เขาเอ่ยขึ้นอีกครั้ง:“พ่อบ้าน”

"ครับท่าน!" พ่อบ้านเงยหน้าขึ้น

ไคล์ กล่าวอย่างเย็นชา:“ แจ้งการ์ดทุกคนทำการค้นหา บัคกี้ บาร์นส์!”

“ครับท่าน ผมจะแจ้งภารกิจนี้ให้การ์ดทุกคนทราบในทันที!” พ่อบ้านพยักหน้าและรีบเดินออกไปจากชั้นใต้ดิน

จนกระทั่งออกจากโกดังเก่า.

พ่อบ้านถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเขาเช็ดเหงื่อเย็นที่หน้าผาก ใบหน้าที่อ่อนโยนและอ่อนน้อมถ่อมตนของเขาก่อนหน้านี้ ได้เปลี่ยนไป มันเต็มไปด้วยจิตสังหารที่รุนแรง!

บนโลก ความแข็งแกร่งส่วนตัวของ ไอเดน นั้นแข็งแกร่งและกองกำลังที่เขาควบคุมก็มีอยู่ทั่วโลก พวกเขาไม่สนใจอำนาจและกฎหมายและพวกเขาเป็นราชาแห่งโลกใต้ดินมานานหลายทศวรรษ

ทั้งหมดนี้มอบให้โดย ท่านผู้นำสูงสุดไคล์

'ราชา'ของพวกเขา ผู้ที่มีอำนาจสั่งการพวกเขาแม้จะบุกน้ำลุยไฟก็ไม่หวั่น!

ไอเดน ยิ้มอย่างเย็นชา“ ท่านผู้นำสูงสุดเพิ่งกลับมา ‘การ์ด’ หลายคนกำลังรอโอกาสที่จะแสดงพลัง เมื่อข่าวนี้แพร่ออกไปคาดว่าจะต้องมีผู้สังเวยชีวิตหลายคนจนเลือดไหลนองเป็นลำธาร”

ไม่มีใครรู้ว่าเมื่อพวกเขาลงมือโลกจะสั่นสะเทือนแค่ไหน

ในวันเดียวกัน ไคล์ ใช้เวลาหนึ่งคืนที่คฤหาสน์และกลับไปที่ตัวเมืองนิวยอร์กในเช้าวันรุ่งขึ้น

อาคารดอร์เซ็ต

นับตั้งแต่มีการก่อตั้งสำนักงานพลังเหนือธรรมชาติ ทุกๆวันจะมีผู้คนจากทั่วทุกมุมโลกมาที่นี่เพื่อปรึกษาเหตุการณ์เหนือธรรมชาติ

นอกจากนี้ยังมีมุขตลกมากมาย

ตัวอย่างเช่นบางคนบอกว่าพวกเขามีปัญหากับมหาอำนาจ ผลที่ตามมาคือโกหกหรือป่วยทางจิต ไม่นานนักพวกเขาจะถูก การ์ด ไล่ออกไป

นอกจากนี้ยังมีสายลับหรือบุคลากรด้านสื่อจำนวนมากมาจากประเทศต่างๆพวกเขาต้องการหาข้อมูลและความลับที่ซ่อนอยู่ ถึงกับแฝงตัวเข้ามาสืบเสาะ

แต่พวกเขาไม่รู้เลยว่า การ์ด ก็เป็นผู้เชี่ยวชาญของโลกใต้ดิน ซึ่งเป็นสุดยอดสายลับมืออาชีพ พ่อค้าอาวุธ และนักฆ่า ดังนั้นมันจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะรอดพ้นจากสายตาของเหล่าการ์ด

อย่างไรก็ตามแม้ว่า การ์ด จะขับไล่พวกเขาออกไป แต่จำนวนคนที่เข้ามาที่สำนักงานก็เพิ่มมากขึ้นทุกวันกลายเป็นประเด็นร้อนในนิวยอร์ก

ไคล์ ไม่สนใจมัน

เหตุผลที่เขาเปิดสำนักงานก็เพื่อสร้างสาขาของตระกูลในด้านสว่างเพื่อให้ผู้คนรู้ถึงการมีอยู่ของการ์ด ในขณะเดียวกันผู้คนจากทั่วโลกก็จะถูกใช้เป็นสายลับเช่นกันและจะเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลที่เป็นประโยชน์

แน่นอนว่ามันเป็นประโยชน์พิเศษที่สามารถดึงดูดการปรากฏตัวของมนุษย์กลายพันธุ์เช่น โลแกน ได้

ไคล์ หลีกเลี่ยงฝูงชนเดินเข้าลิฟต์ส่วนตัวไปชั้นบนสุด

ในขณะที่ยังคงอยู่ในลิฟต์ วิสท์ ที่เชื่อมต่อกับเครือข่ายภายในของอาคาร ก็เอ่ยขึ้น:“เจ้านาย ตอนนี้เลขาของคุณอยู่ในห้องทำงานชั้นบนสุด”

ไคล์ พยักหน้าบ่งบอกว่าเขาเข้าใจแล้ว

วิสท์ กล่าวต่อ:“สีหน้าของเธอดูเศร้าหมองเล็กน้อยราวกับว่ามีบางอย่างอยู่ในใจ”

“ …” ไคล์ เหลือบมองนาฬิกาอิเล็กทรอนิกส์บนข้อมือของเขาแล้วพูดด้วยความประหลาดใจ:“ ตอนนี้นายตัดสินการแสดงออกและมองความคิดของผู้คนเป็นด้วยเหรอ”

“ ทุกอย่างเรียนรู้จาก จาร์วิส” วิสท์ ผลักหม้อดำให้ จาร์วิส อย่างเงียบ ๆ

ไคล์ เอ่ยขึ้นอย่างเฉยชา:“ จาร์วิส ไม่ได้น่าเบื่อขนาดนั้น แต่ก็เอาเถอะ ตอนนี้ฉันมีงานให้นายไปทำ ไปเรียนรู้โครงสร้างชุดเกราะเหล็กและโครงสร้างของยานพาหนะทุกชนิดกับ โทนี่ เพื่อสร้างโหมดการต่อสู้ขึ้นมาใหม่ ในปัจจุบันรูปแบบการต่อสู้ของนายอ่อนแอที่สุด”

วิสท์ เงียบลงและไม่พูดอะไร

ในปัจจุบันรูปแบบของ เวนอม เต็มรูปแบบสามารถเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางด้านร่างกายได้เป็นอยากมาก ในด้านพลังอำนาจก็มีพลัง วัลแคน(เทพเจ้าแห่งไฟ) ที่แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆโดยไม่อาจหยุดยั้ง

แต่ด้านเทคโนโลยีไม่มีการพัฒนารูปแบบการต่อสู้ซึ่งที่มีอยู่มันล้าสมัยไปแล้ว