เมืองหลัก ดาวซาคาร์.
เมฆสีดำทมิฬและหลุมดำเล็ก ๆ ปรากฏอยู่ทั่วท้องฟ้าหลังจากค่ำคืนที่มืดมิดได้ย่างกรายเข้ามา
อาคารหลายๆหลังตั้งเรียงๆกันอย่างแออัดในเมืองหลัก และในเวลานี้แสงไฟนีออนส่องแสงระยิบระยับไปทั่วทั้งบริเวณ
บนถนนสายหลักที่มีแสงไฟสว่างไสวนั้นเต็มไปด้วยผู้คนมากมายหลายสายพันธ์ุกำลังเดินขวักไขว่กันไปมาไม่ว่าจะเป็น, มนุษย์ต่างดาวผิวสีฟ้า, มนุษย์หิน, มนุษย์ปลา, ฯลฯ , สิ่งมีชีวิตจากต่างดาวที่ทำลายขอบเขตของเชื้อชาติได้มารวมตัวกันอยู่ที่นี่, งานรื่นเริงบนท้องถนนที่น่าหลงใหลก็มีให้เห็นอยู่ทั่วไป
“ ดาวซาคาร์ เป็นดาวเคราะห์ที่ไม่มีชีวิตดังนั้นที่นี่จึงไม่มีชาวพื้นเมือง ทั้งหมดที่คุณเห็นเป็นสิ่งมีชีวิตทางชาติพันธุ์จากทั่วจักรวาล และดาวดวงนี้มีการแข่งขันกันสูงมาก ผู้แพ้จะล้มลง ผู้ชนะก็จะกลายเป็นเจ้าถิ่น”
ไวท์เวฟ พูดอธิบายพร้อมกับแบกกระสอบหนักที่มีขนาดใหญ่กว่าตัวเองถึง 5 เท่าด้วยความยากลำบากเล็กน้อย
ไคล์ เดินอยู่ข้างๆ ไวท์เวฟ เขาสวมเสื้อแบบมีฮู้ดและกางเกงยีนส์ถือกระเป๋าเป้ทหารที่ด้านในมีปืนเลเซอร์ 4 กระบอก
“ ยานอวกาศทั่วไปไม่สามารถออกไปจากที่นี่โดยผ่านกระแสน้ำวนของรูหนอนได้ ดังนั้นสิ่งมีชีวิตที่เข้ามาก็เหมือนนกที่ถูกขังอยู่ในกรง กรงที่เรียกว่าดาวซาคาร์ นอกจากนี้แหล่งอาหารก็ไม่ดีและมีราคาแพงมาก ด้วยแรงกดดันในการเอาชีวิตรอด ผู้คนที่นี่จึงดิ้นรนทุกวิถีทางไม่ว่าจะ ปล้น, ฆ่า, ดังนั้นถ้าจะเรียกดาวดวงนี้ว่าเป็นแหล่งรวมความชั่วร้ายก็ไม่ผิดมากนัก”
ไวท์เวฟ ถอนหายใจพา ไคล์ เดินไปรอบ ๆ ถนนสายหลักที่พลุกพล่านลึกเข้าไปในเมือง
แต่ทันใดนั้นคิ้วของ ไคล์ ก็ขมวดขึ้นและหยุดเดินมองไปที่มุมตึกด้านหลัง และเมื่อ ไวท์เวฟ เห็นท่าทางที่ผิดปกติของ ไคล์ เขาก็วางกระสอบลงและหันกลับมาถามว่า:“ คุณไคล์ มีอะไรอย่างงั้นเหรอ”
“ มีคนแอบตามเรามา” ไคล์ บอกตามตรง
ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ของเขาอยู่เหนือระดับที่ไม่ธรรมดาของมนุษย์มีความเฉียบแหลมมากกว่าสัตว์ป่าบางชนิดและการสะกดรอยตามของอีกฝ่ายนั้นหยาบและไม่ยากที่จะสังเกตุเห็น
"คุณแน่ใจเหรอ?" หน้าหมีของ ไวท์เวฟ เปลี่ยนไปเล็กน้อยและเอ่ยขึ้นเบาๆ:“ รีบใส่บัตรประจำตัวของ ผู้เก็บขยะ”
ไคล์ พยักหน้าแล้วดึงบัตรประจำตัวของหัวหน้าผู้เก็บขยะที่ถูกฆ่าตายก่อนหน้านี้ออกมาจากกระเป๋าแล้วติดไว้ที่อกซ้ายของเขาอย่างรวดเร็ว
หลังจากติดบัตรประจำตัวเสร็จ ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะรู้ตัวว่าตัวเองถูกค้นพบแล้วจึงเดินออกจากที่ซ่อนพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะเยาะออกมา
ไคล์ เหลือบมอง เอเลี่ยนตัวสีฟ้าตาโตเท่ากำปั้นผู้ใหญ่ ที่กำลังเดินออกมาจากที่ซ่อนด้วยแววตาที่เฉยชา
“ไวท์เวฟ วันนี้ดูเหมือนว่าแกจะได้ของดีมาไม่น้อย” ตาโตหัวเราะเบา ๆ
“แกสะกดรอยตามฉันมาทำไม?” ใบหน้าของ ไวท์เวฟ เต็มไปด้วยความรังเกียจและมือของเขาแตะไปที่ปืนเลเซอร์ที่อยู่ด้านแล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา:“ ถ้านี่ไม่ใช่ในเมืองฉันเป่าแกกระจุยแน่”
“อย่าปากดีไป แกก็ไม่สามารถโชคดีแบบนี้ได้ทุกวัน จำไว้ว่าอย่าให้ฉันได้เจอแกในป่าข้างนอกไม่เช่นนั้นฉันจะต้องได้ลิ้มรส รสชาติเนื้อของแก” ตาโต พูดพร้อมกับน้ำลายไหลออกมาจากปากและลิ้นใหญ่ก็ดูดกลับอย่างรวดเร็ว จากนั้นดวงตาของมันก็หันไปมอง ไคล์ และพูดด้วยความสงสัย:“คนใหม่อย่างงั้นเหรอ? มาจากดาวเคราะห์ดวงใด”
"มันไม่ใช่ธุระกงการของแก! คุณไคล์ เราไปกันเถอะ”ไวท์เวฟ แค่นเสียงอย่างเย็นชาพร้อมกับคว้ากระสอบแล้วก้าวออกไป
ไคล์ เหลือบมอง ตาโต แวบหนึ่งจากนั้นก็เดินตาม ไวท์เวฟ ไป
ข้างหลังเขายังมีเสียงตะโกนดังลั่น“ เฮ้อย่าให้ฉันเจอแกในป่าไม่งั้นฉันจะทำให้แกได้รู้ซึ้งว่านรกมันเป็นยังไง”
“ ไม่ต้องกังวลไปไม่มีใครกล้าทำอะไรเราในเมืองหลักของซาคาร์” ไวท์เวฟ ไม่สนใจคำขู่ที่ดังมาจากข้างหลัง เขาเอ่ยขึ้นในขณะเดิน
“ เป็นเพราะบัตรประจำตัวนี้หรือ? ที่นี่มีกฎอะไรหรือไม่?” ไคล์ ชี้ไปที่บัตรประจำตัวที่หน้าอกด้านซ้าย
“ บัตรประจำตัวคนเก็บขยะนี่เป็นหนึ่งในการรับประกันความอยู่รอดของชาวเมืองบนโลกใบนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ... สิ่งนั้น!” ทันใดนั้น ไวท์เวฟ ก็เงยหน้าขึ้นและชี้ไปที่ยานอวกาศบนท้องฟ้าที่กำลังบินลาดตะเวนในระดับความสูง 50 เมตรจากพื้นดิน และใต้ยานอวกาศมีแสงไฟกระพริบซึ่งกำลังตรวจตราถนนด้านล่างอยู่ตลอดเวลา
ไคล์ เฝ้าดูยานอวกาศลักษณะแผ่นดิสก์ที่มีสีเงิน มันมีความก้าวหน้ากว่ายุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ไปไกลมากหรือแม้แต่ วากานด้า เองก็ยังมีเทคโนโลยีไม่ถึงระดับนี้
ไวท์เวฟ เอ่ยเตือนเขาว่า:“ มันเป็นยานทหารรักษาการณ์ของเมืองหลักซาคาร์ ในป่าขยะด้านนอกคุณสามารถทำได้ตามความพึงพอใจ การฆ่าคน และ การปล้นสินค้า ถือเป็นเรื่องธรรมดา แต่ในเมืองหลักเป็นพื้นที่ปลอดภัยไม่ได้รับอนุญาตให้ต่อสู้หรือปล้นสะดม มิฉะนั้นผลที่ตามมาจะเลวร้ายยิ่งกว่าความตาย”
ไคล์ พยักหน้าอย่างเข้าใจพร้อมกับเผยแววตาที่เป็นประกายแวววาว ประโยคนี้มีความหมายอีกอย่างหนึ่งนั่นคือตราบใดที่ไม่ถูกทหารรักษาการณ์ตรวจพบก็สามารถเคลื่อนไหวใดๆก็ได้
“ เนื่องจากเรื่องนี้เป็นสิ่งสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งที่ฉันอยากจะเตือนคุณ นี่เป็นกฎที่สิ่งมีชีวิตทั้งหมดที่มาถึงดาวซาคาร์ ต้องปฏิบัติตาม
ไวท์เวฟ เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่จริงจังและพา ไคล์ เดินผ่านมุมถนนมุ่งตรงไปข้างหน้า
ไคล์ เงยหน้าขึ้นมองอาคารแปลก ๆ ที่ตั้งตระหง่านตรงศูนย์กลางของเมืองหลักมันเป็นอาคารที่สูงกว่าอาคารอื่นๆ หลาย 10 เท่า มันมีความโดดเด่นราวกับกระเรียนในฝูงไก่
ด้านหน้าของอาคารแปลกๆนั้นมีภาพโฮโลแกรมกำลังฉายภาพชายวัยกลางคนที่มีความสูงหลาย 100 เมตร แต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่สวยงามกำลังมองลงไปที่เมืองหลักและแม้แต่โลกทั้งใบ
ยานอวกาศแผ่นดิสก์หลาย 10 ลำบินอยู่รอบๆภาพเหมือนนั้นพร้อมกับทำการตรวจตราอย่างเข้มงวด
“ เขาเป็นคนแรกที่เข้ามายังดาวดวงนี้ และเป็นที่รู้กันดีว่าเขาอยู่รอดมาได้หลายล้านปีแล้ว เป็นตัวตนที่อยู่สูงสุดเป็นจ้าวผู้ครองนครซาคาร์แห่งนี้ ชาวเมืองที่นี่นับถือเขาเป็นอย่างมากและต่างพากันเรียกเขาว่า 'แกรนมาสเตอร์'!”
ไวท์เวฟ ก้มศีรษะลงและกล่าวต่ออีกว่า“ ทุกสิ่งในโลกนี้เป็นของเขา เขาปกป้องที่นี่และไม่มีใครกล้าต่อต้านหรือขัดขืนต่ออำนาจของเขา”
“ แกรนมาสเตอร์” ไคล์ ครุ่นคิดดวงตาสีฟ้าเป็นประกายลึกล้ำ เขารู้สึกได้ถึงเป้าหมายสูงสุดของการมาที่นี่
ไวท์เวฟ ไม่รู้ความคิดของ ไคล์ และเอ่ยเตือนอีกครั้ง:“ ถ้าคุณต้องการอยู่ที่นี่อย่าได้สร้างปัญหากับเขา แกรนมาสเตอร์ เป็นสิ่งมีชีวิตที่เลื่อนลอยของจักรวาล เจ้าอารมณ์และยากที่จะเข้าถึง
“ สบายใจได้ฉันไม่ได้โง่ขนาดนั้น” ไคล์ ดูสงบและเผยรอยยิ้ม
เขาจะไม่แตะต้อง แกรนมาสเตอร์ อย่างแน่นอนจนกว่าเขาจะมีความมั่นใจเพียงพอ
ในฐานะผู้ที่อยู่รอดมาหลายล้านปีมีชีวิตที่ยืนยาวระดับจักรวาล แกรนมาสเตอร์ อาจมีการ์ดความสามารถที่เหมาะสมกับตัวเขาอยู่ก็เป็นได้
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved