ตอนที่ 28 โยฮัน สมิทซ์

ในเวลาต่อ เกิดความวุ่นวายภายในโรงงาน

"เกิดเหตุฉุกเฉิน! เกิดเหตุฉุกเฉิน! นักโทษที่ถูกคุมขังอยู่ในชั้นใต้ดินของโรงงานได้ทำการหลบหนี ขอให้ทหารทุกนายทำการปราบปรามอย่าปล่อยให้พวกมันหนีรอดไปได้!”

ไฟสีแดงกระพริบเตือนอยู่บนผนัง พร้อมกับเสียงประกาศที่ดังกังวาลขึ้น และทหารที่อยู่ด้านในและด้านนอกโรงงานก็ตอบสนองอย่างรวดเร็ว

“ ดูเหมือนว่า สตีฟ จะปล่อยเหล่าทหารที่ถูกคุมขังออกมาแล้ว” เมื่อได้ยินเสียงแจ้งเตือนดังขึ้นมาก็ทำให้ ไคล์ รู้ได้ทันทีว่า สตีฟ ได้ช่วยเหลือเหล่าผู้ที่ถูกคุมขังออกมาแล้ว

เวลามันเร็วกว่าที่คาดไว้! จากนี้ไปคงจะวุ่นวายน่าดู!

ไคล์ เห็นทหารเยอรมันกลุ่มหนึ่งอยู่ข้างหน้าทางเดิน เขาจึงยกเลิกสถานะปกปิดซ่อนเร้นในทันที

เขาถือมีดไว้ในมือซ้ายของเขา และมือขวาถูกรวบเป็นหมัดจากนั้นก็พุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว

"ศัตรู!" ทหารเยอรมันที่อยู่ด้านหน้าเมื่อเห็น ไคล์ พุ่งเข้ามาก็ร้องตะโกนขึ้น พร้อมกับยกปืนแล้วยิงแสงเลเซอร์สีฟ้าขาวออกมาในทันที

เดิมทีทางเดินนั้นเป็นทางแคบ ๆ ดังนั้นจึงง่ายต่อการยิงให้ถึงเป้าหมายโดยไม่ต้องเล็ง รวมทั้งความเร็วของเลเซอร์นั้นเร็วกว่ากระสุนมาก หากต้องการหลบมันก็เป็นไปไม่ได้ เพราะแม้กระทั่ง สมิทซ์ ซึ่งเป็นผู้นำไฮดร้าและเป็นหัวหน้าพวกเขาก็ไม่สามารถทำได้

รู้ม่านตาของ ไคล์ หดแคบลง แสงเลเซอร์พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูง จนแทบมองไม่ทัน

แต่เขาไม่คิดที่จะหลบ เขาก้าวไปข้างหน้าราวกับว่าต้องการก้าวเข้าหาความตาย เมื่อเลเซอร์กำลังกระทบลงบนหน้าอก มือขวาของเขาก็โบกสะสบัดขึ้นอย่างรวดเร็ว

'ตูม! '

เลเซอร์ ที่สามารถละลายร่างกายของมนุษย์โดยตรง ถูกตีกลับโดยแขนข้างขวาของ ไคล์!

ทหารเยอรมัน ไม่ทันได้มีปฏิกริยาตอบสนองและมันสายเกินไปที่จะตอบโต้ ลำแสงเลเซอร์ที่ถูกตีย้อนกลับมากระทบถูกร่างกายของเขาและในพริบตาสั้น ๆ ร่างกายพร้อมกับ ชุด, หมวกเหล็ก,ถูกหลอมละลายกลายเป็นละอองเลือด

“ แสงเลเซอร์ถูกตีกลับ.…”

“ นี่มันยังเป็นคนอยู่ไหม?”

ทหารเยอรมันเผยสีหน้าหวาดกลัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน นับตั้งแต่ปืนเลเซอร์ที่มีพลังทำลายล้างสูงนี้ถูกผลิตขึ้น ก็มีผู้เสียชีวิตภายใต้มันมาแล้วจำนวนนับไม่ถ้วน แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เห็นว่าอาวุธที่ทรงพลังนี้ไม่สามารถฆ่าศัตรูที่อยู่ตรงหน้าและยังถูกตีโต้กลับมาอีกด้วย

“ถึงทีของฉันบ้าง!”

ไคล์ ไม่สนใจศัตรูว่าจะสูญเสียความตั้งใจในการต่อสู้หรือไม่ สำหรับเขาในตอนนี้ศัตรูทั้งหมดจะต้องถูกกำจัด …

ฟุบ!

ราวกับเสือชีตาห์กระโจนเข้าสู่ฝูงกระต่าย ไคล์ วิ่งเข้าไปในกลุ่มศัตรูและเริ่มเก็บเกี่ยวชีวิต มีดกรุตข่าเล็ก ๆ ราวกับเคียวของพญามัจจุราช ที่กำลังพรากดวงวิญญาณออกจากร่างกาย

ไกลเกินกว่าพลังของคนธรรมดาสามัญจะต่อต้านได้ ด้วยมีดที่รวดเร็วบวกกับทักษะในการสังหาร ร่างกายของศัตรูนั้นบอบบางราวกับกระดาษ และเลือดสีแดงฉานสาดกระเด็นไปตามทางเดิน

“ลาขาด!” ไคล์ กระซิบอย่างเย็นชามีดในมือของเขากระพริบตัดหัวทหารคนสุดท้ายลงไปกองกับพื้น หากมีใครมองมาที่ ไคล์ ในตอนนี้จะเห็นได้ว่าที่มือขวาของเขามีแสงสีทองสะท้อนแวววาวออกมา เนื่องจากผ้าพันแผลที่พันรอบๆแขนเอาไว้ถูกแสงเลเซอร์ทำลายมันจึงเผยให้เห็น เกราะแขนไวเบรเนี่ยม

แร่ไวเบรเนี่ยม หนึ่งในวัสดุที่หายากที่สุดในจักรวาลมาร์เวล มันมีคุณสมบัติดูดซับพลังความร้อนและพลังงานจลน์!

หลังจากจัดการกับทหารเยอรมัน ไคล์ ก็ไม่รอช้าเขารีบวิ่งไปที่ห้องควบคุมหลักของโรงงาน

เขาไม่ได้สังเกตุเลยว่าฉากสังหารศัตรูของเขา นั้นถูกมองผ่านกล้องวงจรปิดที่ติดอยู่บนผนังห้อง

ณ เวลานี้ภายในห้องควบคุมหลักของโรงงาน

เจ้าหน้าที่วัยกลางคนกำลังมองไปที่หน้าจอมอนิเตอร์หลายสิบจอที่อยู่ด้านหน้าเขา ใบหน้าใต้ผิวหนังปลอมนั้นเผยให้เห็นความหวาดกลัวเล็กน้อย

บุคคลนี้ก็คือ โยฮัน สมิทซ์ หรือ เรด สกัลล์ ผู้นำของไฮดร้า

“ ศัตรูสองคนบุกเข้ามาในโรงงาน?”

เหตุผลที่เขาบอกว่ามีสองคนนั้นก็เพราะว่าหน้าจอมอนิเตอร์หนึ่งในนั้นเป็นภาพของ สตีฟ ที่สวมชุดลายทางสีน้ำเงินขาวซึ่งอยู่ในชั้นใต้ดินและพึ่งลงมือสังหารทหารสองนายไปอย่างรวดเร็ว

ในอีกจอหนึ่งก็คือภาพของ ไคล์ ที่ลงมือสังหารทหารเยอรมันเจ็ดนายบนทางเดินและกำลังมุ่งหน้ามาที่นี่

“ คนแรกยังไม่เท่าไหร่ แต่คนที่สองทำไมมันถึงได้แข็งแกร่งมากถึงเพียงนี้…” สมิทซ์ มองหน้าจอมอนิเตอร์อย่างไม่น่าเชื่อ เขาถามตัวเองว่าถ้าเป็นตัวเขาจะสามารถต่อกรกับปืนเลเซอร์ได้อย่าง ไคล์ รึไม่ แน่นอนคำตอบก็คือไม่!

ร่างกายที่แข็งแกร่งกว่าเขา ควบคู่ไปกับการลงมือสังหารที่เด็ดขาด นี่เป็นเครื่องจักรสังหารในสงครามอย่างไม่ต้องสงสัย

ช่องว่างของความแข็งแกร่งระหว่างเขากับศัตรูห่างกันมากแค่ไหน?

แม้ว่าเขาจะได้รับการฉีดเซรุ่มเหนือมนุษย์ จนมีพลังที่แข็งแกร่ง แต่ในเวลานั้นมันยังอยู่ในขั้นตอนของการทดลองและยังไม่สมบูรณ์ ดังนั้นมันจึงเกิดผลข้างเคียง ทำให้ใบหน้าเสียโฉมและทั้งหัวกลายเป็นสีแดง แต่ก็โชคดีที่ความแข็งแกร่งของเขานั้นยังคงอยู่

สมิทซ์ สงบลงและไม่คิดอะไรให้มากความเขาเปิดสวิตช์ระเบิดเวลาเพื่อทำลายโรงงานแห่งนี้ ดร.โซล่า ที่อยู่ข้างหลังเขาเผยสีหน้าซีดขาวด้วยความกลัวและเอ่ยถามว่า:“ นั่นคุณกำลังจะทำอะไร!”

สมิทซ์ ชี้ไปที่หน้าจอมอนิเตอร์ซึ่งเป็นภาพของ ไคล์ ที่กำลังวิ่งมาที่นี่อย่างรวดเร็ว “ พวกทหารไม่สามารถหยุดไอ้หมอนั่นได้ แม้แต่ฉันเองก็ไม่สามารถทำได้เช่นกัน”

“ตอนนี้เราต้องถอย!” ในขณะที่พูดเขาเดินไปที่ผนังห้องควบคุมอย่างรวดเร็ว และกดปุ่มเปิดช่องลับและนำ เทสเซอร์แลกต์ รูปร่างสี่เหลี่ยมที่มีแสงสีฟ้าสาดกระจายไปทั่วทั้งห้องออกมา

ไม่ต้องพูดถึงโรงงานแห่งเดียว แม้จะมีอีกสิบโรงงานก็ยังไม่มีค่าพอเมื่ออยู่ต่อหน้า เทสเซอร์แลกต์ นี้

………………...

“ ห้องควบคุมหลักน่าจะอยู่ด้านหน้า!” ไคล์ เร่งฝีเท้าไปที่ห้องควบคุมหลักอย่างรวดเร็ว

ที่หน้าประตูของห้องควบคุมหลักในขณะนี้มีเจ้าหน้าที่ชาวเยอรมันคนหนึ่งถือกระเป๋าและนักวิทยาศาสตร์คนหนึ่ง กำลังออกมาจากห้องและทั้งสองกำลังเตรียมตัวหลบหนี

“อย่าได้คิดหนี! ส่ง เทสเซอร์แลกต์ มาซ่ะ!” ไคล์ ตะโกนอย่างเฉยเมยและรีบพุ่งเข้าไปหาอย่างรวดเร็ว

“ถ่วงเวลามันไว้!”สมิทซ์ ผลัก ดร.โซล่า เข้าหา ไคล์ ส่วนตัวเขารีบวิ่งไปในเส้นทางหลบหนี

"บัดซบ"

ดร.โซล่า หวาดกลัวเป็นอย่างมากขาของเขาไม่มีเรี่ยวแรงร่างกายของเขาก็ทรุดลงไปกองกับพื้น

“ฉันบอกว่าอย่าได้คิดหนี!” ไคล์ ติดตามอย่างเยือกเย็นเขามั่นใจว่าภายในกระเป๋าใบนั้นมันได้บรรจุ เทสเซอร์แลกต์ เอาไว้

“ไร้ประโยชน์สิ้นดี” สมิทซ์ หันกลับไปมอง ดร.โซล่า แต่เขาก็ไม่ได้คาดหวังอะไรกับชายชราคนนี้อยู่แล้ว

“ ลองนี่หน่อยเป็นไง”

โดยไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ สมิทซ์ ได้ถือ เทสเซอร์แลกต์ ซึ่งอัดแน่นไปด้วยพลังงานเอาไว้ในมือและหันหน้าไปทาง ไคล์

“อัญมณีอวกาศ” ไคล์ มอง เทสเซอร์แลกต์ ที่กำลังปลดปล่อยพลังงานสีฟ้าออกมาซึ่งแข็งแกร่งยิ่งกว่า เทสเซอร์แลกต์ ที่เขาเจอในฐานขนาดใหญ่ก่อนหน้านี้หลายเท่า

และพลังงานที่ปลดปล่อยออกมานั้นมันมีความเสถียรและสามารถหลอมรวมเข้ากับอาวุธได้โดยตรง

ในตอนนี้ ไคล์ เห็น สมิทซ์ ดึงปืนพกสีแดงเล็งมาทางเขาจากนั้นก็ควบคุมพลังงานที่เทสเซอร์แลกต์ปลดปล่อยออกมาให้หลอมรวมเข้ากับปืนพกและเหนี่ยวไกปืน ยิงออกมาทันที!

“ไอ้นี่บ้านี่….!” ไคล์ ตะโกนคำรามและก้าวไปข้างหน้าเขาคว้า ดร.โซล่า ที่ทางเดินมาไว้ด้านหน้าเขาเพื่อใช้เป็นเกราะมนุษย์

ในขณะเดียวกันกระสุนถูกยิงมาพร้อมกับก้อนพลังงาน

'ตูมมม! ! ! '

การระเบิดของก้อนพลังงานเป็นเหมือนคลื่นสึนามิมันกวาดทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้า!