สหรัฐอเมริกาฐานทัพที่ 2
เครื่องบินขนส่งขนาดใหญ่ลงจอดที่สนามบินอย่างช้าๆและรถพยาบาลทหารที่ได้รับแจ้งก็มารออยู่ก่อนแล้ว หลังจากประตูห้องโดยสารเปิดออกเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ก็รีบเข้ามาดูอาการของ เอ็มมี่ ที่ตอนนี้สลบไสลไม่ได้สติ .
นายพลรอส บอกให้ทหารติดอาวุธเข้าไปปลุก ไคล์ ที่นอนหลับสนิทอยู่ในห้องโดยสารของเครื่องบินขนส่ง เมื่อทหารได้รับคำสั่งเขาก็เดินเข้าไปปลุก ไคล์ ในทันที:“ คุณไคล์ เรามาถึงฐานที่ 2 แล้ว”
ทันทีที่สิ้นเสียงลง เสียงกระดูกที่แตกหักก็ดังขึ้นมาแทนที่เสียงปลุก ร่างกายของทหารติดอาวุธปลิวกระเด็นออกจากห้องโดยสารของเครื่องบินขนส่งไปไกลหลายเมตรและตกลงไปบนพื้นอย่างแรง
"แค๊กๆ. ทะ..ท่านนายพล ผม…” ทหารนายนั้นไอออกมาเป็นเลือดและสลบไป จากนั้นเขาก็ถูกเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ยกขึ้นเปลแล้วหามออกไป
อย่างไรก็ตาม ไคล์ ยังคงหลับอยู่บนรถบัญชาการที่จอดสนิทอยู่ในเครื่องบินขนส่งทางทหารขนาดใหญ่ เดิมทีทหารติดอาวุธต้องการปลุก ไคล์ และพาเขาออกจากรถ แต่ด้วยการป้องกันตัวเองโดยสัญชาตญาณและจิตใต้สำนึกของ ไคล์ ได้กระตุ้นให้เขายกมือขึ้นโดยสัญชาตญาณและกวาดตบทหารที่เข้ามาปลุกราวกับไล่แมลงวัน
ต้องรู้ก่อนว่าพละกำลังของ ไคล์ ในวันนี้อ่อนแอกว่า ฮัค เท่านั้น
การตบเบาๆด้วยมือของเขาอย่างน้อยๆก็มีน้ำหนักเป็นตันๆดังนั้นร่างกายมนุษย์ธรรมดาจะทนได้อย่างไร
เป็นผลให้ทหารติดอาวุธหลายนายไม่กล้าเข้าไปปลุก ไคล์ อีก
“ นี่…” นายพลรอส มองไปที่รถบัญชาการที่จอดนิ่งอยู่ในห้องโดยสารของเครื่องบินขนส่งโดยไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี
เขาเป็นถึง สัญลักษณ์แห่งสันติภาพ จะปล่อยทิ้งไว้บนเครื่องบินขนส่งอย่างงั้นเหรอ?
ในขณะที่ นายพลรอส กำลังมืดแปดด้านอยู่นั้น เงาสีดำที่สวยงาม เหยียบรองเท้าส้นสูงเดินเข้ามาจากสนามบินด้านนอก
ทหารที่เดินผ่านไปมานั้นล้วนตกตะลึงจนอ้าปากค้าง ทหารบางคนต้องการเข้ามาทักทายเพื่อทำความรู้จักแต่ก็ต้องหยุดลงเมื่อถูกปิดกั้นโดยกำแพงอากาศที่มองไม่เห็น
นายพลรอส ดูประหลาดใจมากและมองไปที่ หญิงสาวที่สวยงามในแบบตะวันออก ในขณะที่กำลังประหลาดใจเขาก็ตระหนักดีถึงอันตรายที่มองไม่เห็นจากตัวเธอ เขาอดไม่ได้ที่จะถามขึ้นว่า:“ คุณคือ?”
“สมาชิกตระกูลคาร์ล” เรน ยิ้มเบาๆยื่นนามบัตรสีดำทองแล้วนิ้วเรียวขาวชี้ไปที่รถบัญชาการที่ ไคล์ นอนอยู่
“ ฉันมารับท่านผู้นำสูงสุดของเรา”
………………..
แคลิฟอร์เนีย
บรูซ ที่สวมเพียงกางเกงขายาวหลวมๆบนร่างกายส่วนล่างและรวบผมของเขาไว้ใต้หมวกและในที่สุดตอนนี้เขาก็ได้มายืนอยู่ประเทศบ้านเกิดเมืองนอนที่ห่างหายไปนาน
เขาทำการหลบหนีมากว่า 4 ปี หากนี่ไม่ใช่เพราะการจู่โจมแบบถึงบ้านของทหาร ที่บีบบังคับให้เขาต้องหนีเขาจะไม่กลับมาที่ประเทศนี้อีกตลอดชีวิต
บรูซ ลดหมวกของเขาลงและซ่อนตัวอยู่ภายใต้เงามืดเพื่อหลีกเลี่ยงฝูงชนที่ส่งเสียงดังเอะอะอย่างระมัดระวัง
เขาเดินไปชั่วขณะโดยไม่มีจุดมุ่งหมายและเงยหน้าขึ้นมองด้วยความประหลาดใจและพบว่าตอนนี้เขามาถึงทางเข้าหลักของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
มหาวิทยาลัยคาลเวอร์.
ชะตากรรมของ บรูซ พลิกผันจากที่นี่
เมื่อ 4 ปีที่แล้วเขาได้จากที่นี่ไปจากชีวิตที่มีความรักและความสุขไปสู่อาชญากรสัตว์ประหลาดที่หลบหนีการจับกุม
มหาวิทยาลัยที่มีสวนดอกไม้และน้ำพุอยู่ท่ามกลางแสงแดดสีทองเด็กหนุ่มและเด็กสาวบนสนามหญ้ากำลังนั่งเล่นและทางเดินก็มีนักเรียนและอาจารย์เดินไปมา
บรูซ กลัวคนรู้จักและซ่อนตัวอยู่ในที่ร่มริมทางเดิน
ราวกับว่าพระเจ้ากำลังเล่นตลก อาจารย์สาวผมยาวสลวยเพิ่งจะออกมาจากประตูทางเข้าหลักของโรงเรียนโดยมีชายหนุ่มคนหนึ่งในชุดสูทซึ่งน่าจะเป็นบอดี้การ์ดเดินตามอยู่ใกล้ๆ.
อาจารย์สาวคนนั้นคือแฟนเก่าของเขา เบ็ตตี้ รอส ซึ่งเป็นลูกสาวของนายพล รอส
บรูซ ถอนหายใจและกำลังจะหันหลังจากไปก็มีสายลมพัดโปสเตอร์โฆษณาชวนเชื่อปลิวตกมาอยู่ในมือของเขา
'สำนักงานพลังเหนือธรรมชาติ'
มีข้อความบรรยายที่ บรูซ ไม่เคยได้ยินได้เห็นมาก่อนทำให้เขาขมวดคิ้วและเลื่อนสายตาลงอ่าน:
เมื่อคุณตื่นขึ้นมารู้สึกว่ามีความเชี่ยวชาญและมีความแข็งแกร่งทางร่างกายที่เหนือกว่าคนทั่วไปหรือไม่?
คุณเคยถูกสัตว์หรือแมลงกัดและได้รับความความสามารถของสัตว์หรือแมลงเหล่านั้นหรือไม่?
คุณกำลังประสบกับการเปลี่ยนแปลงของรังสีที่ไม่คาดคิดและร่างกายเริ่มมีการกลายพันธุ์ที่คาดเดาไม่ได้ซึ่งปลุกพลังพิเศษที่ยากจะควบคุมหรือไม่?
สำนักงานพลังเหนือธรรมชาติที่อุทิศตนเพื่อจัดการกับเหตุการณ์ที่ผิดธรรมชาติเหล่านี้ขอต้อนรับทุกท่านที่มีปัญหาข้างต้น เรายินดีให้ความเหลือ โทรสายด่วน 0001 เพื่อสอบถามรายละเอียด
“ นี่มัน สำนักงาน อะไร?”
หลังจากอ่านข้อความข้างต้นดวงตาของ บรูซ ก็เบิกกว้าง สำนักงานนี้มีไว้สำหรับคนอย่างเขา
แต่ 4 ปีที่ผ่านมาเขายังไม่เคยได้ยินชื่อ สำนักงานพลังเหนือธรรมชาติ
“มันคงเป็นเรื่องโกหก……”
บรูซ พึมพำพร้อมกับพลิกไปด้านหลังของโปสเตอร์และดวงตาของเขาก็ต้องตกใจอีกครั้ง ด้านหลังโปสเตอร์มีชื่อหน่วยงานที่น่าเชื่อถือต่างๆทำการรับรอง
สมาคมแห่งสหประชาชาติ, กองทัพสหรัฐ, CIA ของสหรัฐ, สำนักงานยุทธศาสตร์ที่ดินแห่งชาติ…
“ นี่คือสำนักงานเอกชนใช่ไหม มันคืออะไรกันแน่?"
บรูซ พยายามฝืนกลืนน้ำลายลงคอและมองโปสเตอร์ไม่วางตา
เกิดอะไรขึ้นระหว่างที่เขาไม่อยู่อเมริกา!
…………….
ฐานทหารที่ 2 ในนิวยอร์ก ห้องฉุกเฉินทางการแพทย์
แพทย์ทหาร ได้ยินเสียงฝีเท้าเดินใกล้เข้ามาและหันไปเห็น นายพลรอส เขาก็ลุกขึ้นยืนและทำความเคารพ“ นายพลรอส!”
“เอ็มมี่ เป็นอย่างไรบ้าง?” นายพลรอส เผยสีหน้าเคร่งขรึมมองผ่านหน้าต่างกระจกของห้องฉุกเฉินและมองไปที่ชายหนุ่มที่นอนอยู่บนเตียงซึ่งในตอนนี้มีสายระโยงระยางอยู่บนร่างกายของเขาเต็มไปหมด
“ ยังคงอยู่ในอาการโคม่าระดับรุนแรงและในร่างกายมีกระดูกหักหลายจุด แม้ว่าเขาจะตื่นขึ้นมาแต่สุดท้ายมันจะไม่เหมือนเดิม เขาจะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่บนรถเข็น” แพทย์ทหาร ไม่ได้ปกปิดและส่ายหน้าอย่างเสียใจ
นายพลรอส เงียบไปครู่หนึ่งและตัดสินใจบางอย่างจากนั้นก็พูดว่า:“ ลองฉีดเซรุ่มให้เขา”
“เซรุ่มนั่นเหรอ?” แพทย์ทหาร ตกตะลึงและเข้าใจมันอย่างรวดเร็ว เขาพูดด้วยความลังเลว่า“ ถ้ามันล้มเหลว เอ็มมี่ จะไม่มีวันตื่นขึ้นมาอีก”
"คงได้แต่ลองดู." นายพลรอส พูดด้วยน้ำเสียงทุ้มว่า“ คนอย่างเขาที่แข็งแกร่งและภาคภูมิใจในตัวเองเสมอมา เมื่อตื่นขึ้นและพบว่าตัวเองกลายเป็นคนพิการไปตลอดชีวิต เขาคงอยากตายมากกว่าอยู่ ในตอนนี้เราคงได้แต่ทำเช่นนี้มอบโอกาสนี้ให้เขา”
“ โอเค ผมเข้าใจ ผมจะเตรียมตัวเดี๋ยวนี้!” แพทย์ทหาร พยักหน้าและรีบไปที่ห้องเก็บเซรุ่ม
“ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับตัวนายเองแล้ว โอกาสที่นายจะได้มีพลังใกล้เคียงกับผู้ชายคนนั้น!” นายพลรอส มองไปที่ เอมมี่ ที่นอนหมดสติอยู่บนเตียงและพึมพำกับตัวเอง
หลายปีก่อนเขาได้รื้อฟื้นโครงการ ซุปเปอร์โซลเยอร์ ที่เกิดในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
แม้ว่า เซรุ่มซุปเปอร์โซลเยอร์ จะยังอยู่ในขั้นตอนของการทดลอง แต่ผลที่ได้ก็ถือว่าเป็นที่น่าพอใจและมีความใกล้เคียงกับ เซรุ่มซุปเปอร์โซลเยอร์ รุ่นแรกที่ กัปตันอเมริกา ใช้
หาก เอ็มมี่ สามารถเปลี่ยนจากสถานการณ์ที่สิ้นหวังและกลายเป็นซุปเปอร์โซลเยอร์รุ่นใหม่บางทีเขาอาจจะเป็นฮีโร่ที่เกิดในกองทัพที่มีพลังใกล้เคียงกับสัญลักษณ์แห่งสันติภาพ!
นายพลรอส เริ่มกระตือรือร้นมากขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่เขาเห็น ไคล์ ปราบ ฮัค ในประเทศบราซิล
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved