ตอนที่ 206 เทพผู้พิทักษ์ไคล์

“หวังว่าพระองค์จะยกโทษให้ผม!”

เสียงไม่ดังมากนัก แต่มันสามารถทำให้ห้องโถงใหญ่ของพระราชวังอมตะถึงกับเงียบสนิท เมื่อผู้คนที่ได้ยินคำตอบนี้นอกเหนือไปจาก โอดิน ทุกคนมีสีหน้าที่เปลี่ยนไป

ปฏิเสธ? !

โลกิ อ้าปากค้างอย่างตกใจเมื่อมอง ไคล์ ที่เอ่ยปฏิเสธเขาอยากจะถามออกไปดังๆว่า เจ้ารู้ไหมว่าเจ้าเพิ่งปฏิเสธอะไร!

เทพผู้พิทักษ์แห่งแอสการ์ด! ซึ่งเป็นตำแหน่งระดับสูง! แค่ต่ำกว่า โอดิน ธอร์ และ โลกิ เท่านั้น อีกทั้งเหล่าเจ้าชายก็ไม่สามารถออกคำสั่งผู้พิทักษ์ได้ ในตำแหน่งนี้มันเป็นตำแหน่งกิตติมศักดิ์เช่นเดียวกับราชวงศ์!

ยิ่งไปกว่านั้นงานที่ได้รับมอบหมายก็ไม่ใช่การดูแลสะพานสายรุ้งที่เป็นประตูเข้าสู่แอสการ์ด แต่เป็นการเฝ้าพิทักษ์พระวิหารแห่งวิญญาณ ซึ่งอยู่ในส่วนลึกของแอสการ์ด เป็นงานสบาย ๆ และมั่นคงที่สุด

ใบหน้าของ ธอร์ และ ฟิลด์ คราวนี้เคร่งเครียด ในตอนนี้ ไคล์ ปฏิเสธข้อเสนอของ โอดิน และอาจเป็นชนวนที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ!

ถ้า โอดิน พิโรธโลกทั้ง 9 ต้องสะเทือน!

มิฉะนั้นจอมเทพแห่งแอสการ์ดจะปกครองโลกทั้ง 9 ที่กว้างใหญ่ได้อย่างไร? แน่นอนว่าในช่วงหลายปีมานี้ โอดินได้รับบาดเจ็บภายใน อารมณ์ก็เปลี่ยนไปมากเช่นกันและมีแนวโน้มที่จะไม่รุนแรง

'ตึง! '

ไม้เท้าของ โอดิน กระแทกลงพื้นและเมื่อ ธอร์ เห็นว่าสถานการณ์ไม่ถูกต้อง เขารีบพูดออกหน้าให้กับ ไคล์ ว่า:“ ท่านพ่อ.ไคล์ อยากกลับไปยังโลกมาโดยตลอด ข้าเคยรับปากเขาว่าจะเปิดสะพานสายรุ้งและส่งเขากลับบ้านของเขา”

โอดิน เงียบและมองไปที่ ไคล์ อย่างสง่าผ่าเผยราวกับว่าเขาต้องการได้ยินคำตอบของเขา

ใบหน้าของ ไคล์ เต็มไปด้วยความหวังและดวงตาก็เป็นประกายแวววาวเขาพูดขึ้นว่า“ ผมจากโลกมานานแล้วจนไม่รู้ว่านานแค่ไหน ผมอยากกลับบ้าน ไม่ว่าที่ไหนก็ไม่สามารถเทียบได้กับโลกที่เรียกว่าบ้าน”

นี่คือความต้องการที่แท้จริงของเขาในตอนนี้!

โดยพื้นฐานแล้ว ไคล์ ไม่ต้องการตำแหน่งเทพผู้พิทักษ์แห่ง แอสการ์ด การที่จะให้เขาอยู่ในอาณาจักรของเทพเจ้าเพื่อพิทักษ์วิหารแห่งวิญญาณ? แน่นอนว่ามันเป็นไปไม่ได้!

มันไม่มีเหตุผลที่ฮีโร่ของโลก จะมารับหน้าที่เป็นเทพผู้พิทักษ์อยู่ที่นี่

โอดิน ไม่ได้พูดอะไรออกมาราวกับว่าเขากำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง!

“ ท่านพ่อ ในความคิดของข้ามันจะดีกว่าที่จะขังเขาไว้ด้วยแม่กุญแจแห่งท้องฟ้าและเปลี่ยนเขาเป็นจุดสืบทอดของเทพเจ้าแห่งไฟ” โลกิ เอ่ยคำแนะนำ

เจ้าคนชั่วร้ายฉันเคยไปทำอะไรให้นายกัน?

ไคล์ เหลือบมองไปที่ โลกิ และเขาก็แอบจดชื่อไว้ในบัญชีเล่มเล็กเพื่อชำระบัญชีในวันข้างหน้า

“ท่านพ่อ. ไคล์ ไม่ใช่บุคคลในโลกของเรา พลังของวัลแคนเป็นแค่เพียงอุบัติเหตุล้วนๆ ได้โปรดปล่อยให้เขากลับไปที่โลก” ธอร์ อ้อนวอน

โอดิน เงียบและหลับตาลง ไคล์ ที่เห็นเช่นนั้นเขาก็แอบถอนหายใจ โชคดีที่พลังของวัลแคน(เทพเจ้าแห่งไฟ)ติดอยู่ที่ผิวกายจึงช่วยปกปิดพลังภายในของตัวเขา

ถ้า โอดิน รู้ว่า ไคล์ เองก็เป็นโปรตอส มันอาจเป็นอีกสถานการณ์หนึ่งที่ยากต่อการรับมือ ท้ายที่สุดโปรตอสในแอสการ์ด และ โปรตอส ข้างนอกแอสการ์ด ส่วนใหญ่เป็นศัตรูกัน

“เจ้ากลับไปที่โลกได้”

โอดิน เอ่ยประโยคแรกออกมาทำให้ ไคล์ อดไม่ได้ที่ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกและประโยคหลังก็ตามมา:“ แต่เจ้ายังต้องยอมรับตำแหน่งเทพผู้พิทักษ์ไม่เช่นนั้นข้าจะไม่ปล่อยให้เจ้าออกจากแอสการ์ดแม้แต่ก้าวเดียว”

“พระองค์หมายความว่าไง” ไคล์ ถามอย่างจริงจัง

“เจ้าจะสามารถได้รับสิทธิ์บางอย่างของ เทพผู้พิทักษ์ เช่นการใช้สะพานสายรุ้งเข้าและออกจากแอสการ์ด หรือเข้าสู่ พระราชวังอมตะ ภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบก็คือเมื่อแอสการ์ดเผชิญหน้ากับศัตรูและเผชิญกับหายนะเจ้าจะต้องเป็นเทพผู้พิทักษ์และคอยปกป้องแอสการ์ด ”

หลังจาก โอดิน พูดจบไม่เพียงแค่ ไคล์ ที่ตกตะลึง แม้แต่ ธอร์ และ โลกิ ก็แสดงสีหน้าเหลือเชื่อเช่นกัน

กฎหย่อนยานเกินไป…หรือเงื่อนไขที่เสนอใจดีเกินไป

ในตอนนี้ทั้ง ธอร์ และ โลกิ ต่างก็สงสัยว่าตั้งแต่พวกเขาเกิดมาและเติบโตมาจนถึงปานนี้ ยังไม่เคยเห็นพ่อของเขายินยอมอ่อนข้อให้ใครและประนีประนอมมากถึงเพียงนี้มาก่อน

แต่ตอนนี้มีแล้วและยังเป็นมนุษย์โลกเพียงคนเดียวอีกด้วย!

“ มันง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ?” ไคล์ ถามแปลก ๆ และมองไปที่ โอดิน อย่างสงสัย

“ใช่ มันง่ายแบบนั้นแหละ” โอดิน พยักหน้า

“ ถ้าอย่างนั้นผมก็สัญญาว่าจะรับตำแหน่งเทพผู้พิทักษ์นี้” ไคล์ พยักหน้ารับ เกี่ยวกับเรื่องนี้อาจพูดได้ว่าง่ายอย่างคาดไม่ถึง

“ถือเป็นการตัดสินใจที่ดี” น้ำเสียงของ โอดิน อ่อนลงเล็กน้อย

“รองผู้บัญชาการฟิลด์...” โอดิน ตะโกนเรียก ฟิลด์ ที่กำลังหมอบอยู่ที่พื้น

“พะย่ะค่ะ!” ฟิลด์ ตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่สั่นเทา

“เจ้าพา ไคล์ ไปที่คลังสมบัติของเทพเจ้าให้เขาเลือกสิ่งของและนำไปเป็นสัญลักษณ์ประจำตัวของเทพผู้พิทักษ์” โอดิน กล่าว

"รับด้วยเกล้า!" ฟิลด์ รู้สึกยินดีพร้อมกับลุกขึ้นยืนราวกับว่าเขาได้รับรางวัลเอง เขาดึงมือของ ไคล์ ออกจากห้องโถงทองคำอันวิจิตรงดงามอย่างรวดเร็ว

จนกระทั่งเหลือพวกเขา 3 คนพ่อลูก ธอร์ ก็ลุกขึ้นยืนส่วน โลกิ ยังอยู่ในอาการสับสนเขามอง โอดิน ที่นั่งบนบัลลังก์

“เจ้าทั้งคู่รู้จักโลกไหม” โอดิน กล่าวอย่างใจเย็น

“ สถานที่ที่ท่านพ่อเคยไปปราบยักษ์น้ำแข็ง”

“โลกมนุษย์ตั้งอยู่ที่ขอบกาแลคซีทางช้างเผือกดินแดนที่รกร้างด้านอนารยชน”

ธอร์ และ โลกิ ให้คำตอบแยกกัน

“เหล่าผู้คนบอกว่าแอสการ์ดของเราเป็นส่วนหัวของโลกทั้ง 9 แต่ในความเป็นจริงโลกมนุษย์ต่างหากที่เป็นส่วนหัวของโลกทั้ง 9 ”

โอดิน หยุดชั่วคราวดวงตาข้างเดียวเผยให้เห็นความหมายที่ซับซ้อน“ โลกมนุษย์เป็นศูนย์กลางของจักรวาลจึงเป็นดาวที่มีศักยภาพในการพัฒนาอย่างรวดเร็ว…..”

ธอร์ และ โลกิ พยายามทำความเข้าใจกับสิ่งที่ได้ยิน แต่พวกเขาก็ยังไม่เห็นด้วย บางครั้งแนวคิดที่ยึดมั่นมาเป็นเวลาหลายพันปีก็ไม่สามารถลบล้างด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำ

“ เพียงเพราะเขามาจากโลก ท่านพ่อจึงเลือกที่จะปล่อยเขาไป?” โลกิ เอ่ยถามขึ้น

“ แน่นอนว่ามันไม่ใช่เหตุผลง่ายๆเช่นนั้น” โอดิน ส่ายหน้าและมองไปที่ลูกชายสุดที่รักทั้ง 2 คนแล้วเขาก็พูดอย่างลึกลับขึ้นว่า:“พวกเจ้าจะรู้เองเมื่อถึงเวลา..."

“ ไคล์…ไม่ได้ยินชื่อนี้มานานแล้ว…”

ห้องใต้ดินของ พระราชวังอมตะ ซึ่งเป็นที่เก็บสมบัติของ โอดิน

ภายในทางเดินที่นำไปสู่คลังสมบัติมีการปูพื้นสีอ่อนๆเย็น ๆ และเปลวไฟสีฟ้าพลิ้วไหวทั้งสองด้าน องครักษ์ร่างสูงยืนนิ่งเงียบราวกับประติมากรรม

“นี่พี่ชายไคล์…ไม่สิควรเรียกว่า เทพผู้พิทักษ์ไคล์!” ฟิลด์ ยิ้มและพูดกับ ไคล์ อย่างกระตือรือร้น:“ ท่านอย่าลืมดูแลน้องชายคนนี้ในอนาคตด้วยนะ”

"น้องชาย?" ไคล์ ชำเลืองมองใบหน้าที่ดูเชยและคร่ำครึมีหนวดเคราดกหนาของ ฟิลด์ แล้วถอนหายใจจากนั้นก็พูดว่า:“ ในเมื่อมีคุณเป็นพี่น้องแน่นอนว่าต้องดูแลซึ่งกันและกัน”

“ ฮ่า ๆ ๆ ให้มันได้อย่างนี้สิ” ฟิลด์ หัวเราะออกมาอย่างเต็มที่:“ วันนี้องค์ราชาทรงอารมณ์ดี อีกทั้งยังให้เจ้าเป็นเทพผู้พิทักษ์และยังอนุญาตให้มาที่นี่เพื่อเลือกสมบัติออกไป”

“มันไม่ใช่เรื่องปกติ” ไคล์ ยักไหล่และรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย

ไม่ว่าเขาจะมองอย่างไรเรื่องราวก่อนหน้านี้ไม่ควรแก้ไขได้ด้วยสันติวิธีแบบง่ายๆ

เป็นไปได้ไหมที่ โอดิน จะมองเห็นอนาคตอย่าง 'บทภาพยนต์'?

โลกนี้ควรมีเพียง ไคล์ เท่านั้นที่รู้อนาคตของเทพเจ้า