ศัตรูของศัตรูไม่ใช่มิตร
ลอร์นา และ เอ็ดดี้ ต่างก็เป็นมนุษย์ แม้ว่าก่อนหน้านี้พวกเขาจะเป็นศัตรูกัน แต่เมื่อ เอเลี่ยนซิมไบโอต อีกตัวปรากฏขึ้นมันก็เหมือนกับรหัสภายนอกที่สอดคล้องกันและมีเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ เท่านั้นที่จะบรรลุฉันทามติแห่งความร่วมมือ
“พวกแกคิดว่ามีเพียงพวกแก 2 คน ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจะสามารถทำอะไรฉันได้เหรอ?”
โลลิผมสีบลอนด์ เลียมุมริมฝีปากของเธอ และดวงตาที่แดงก่ำเผยให้เห็นอารมณ์โหดเหี้ยมที่รุนแรงและนิ้วเล็ก ๆ ก็บีบแน่นเป็นหมัดจากนั้นร้องคำรามขึ้นว่า
“พวกแกยังเด็กเกินไปที่จะจัดการกับฉันคนนี้...”
ทันใดนั้นโซ่โลหะ 4 - 5 เส้นที่พันธนาการโลลิตัวน้อยได้ส่งเสียงลั่นเกรียวกราว จากนั้นร่างกายของเธอได้ขยายตัวเหมือนลูกโป่งที่พองได้และมันได้ระเบิดของเหลวสีแดงจำนวนมากผ่านกระโปรงห่อร่างเล็กจิ๋วของเธอ กลุ่มของเหลวได้แข็งตัวด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่ากลายเป็นกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่งสีแดงเข้มพร้อมกับเผยรูปลักษณ์ใบหน้ากระโหลกสีแดงที่น่าเกลียด
ในเวลาไม่ถึงนาที โลลิผมสีบลอนด์ ก็กลายเป็นสัตว์ประหลาดร่างสูงเกือบ 2 เมตร ผิวหนังที่แข็งแกร่งนั้นเต็มไปด้วยสีแดงเข้ม บางทีโฮสต์อาจเป็นเด็ก จึงทำให้ร่างกายและกล้ามเนื้อของมันผอมบางลงมาก
แม้จะมีรูปลักษณ์ที่เพรียวบางแต่พลังของมันก็ไม่อ่อนแอ
“ นี่ไม่ใช่เรื่องดีจริงๆ เบน ยังอยู่ไหม”
เอ็ดดี้ มองไปที่ ซิมไบโอต สีแดงที่ผิดรูปอย่างตื่นตระหนกและไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดีและในตอนนี้เขากำลังเรียก เบน(ความหายนะ) อย่างกระวนกระวายใจ
เบน(ความหายนะ) ที่เพิ่งพูดคุยโต้ตอบไปก่อนหน้านี้ดูเหมือนจะกลับเข้าสู่สภาวะที่อยู่เฉยๆอีกครั้ง
“แค๊กๆๆ”
ในตอนนี้ ลอร์นา ไม่สามารถหยุดไอที่เป็นเลือดได้แต่ใบหน้าของเธอยังคงสงบ และมือข้างหนึ่งยังคงยกขึ้นพยายามที่จะควบคุมโซ่โลหะอันทรงพลังเหล่านั้น
เธอรู้ดีว่าหากอีกฝ่ายเป็นอิสระทุกคนในที่นี้จะต้องตาย!
“ ประเมินขีดความสามารถของตนเองมากเกินไป ใช่ฉันลืมบอกแกฉันชื่อ 'พริซเซิน บลัด'(คุกเลือด) จงจดจำชื่อนี้เอาไว้ก่อนตาย " ซิมไบโอตสีแดง กำลังเยาะเย้ยพร้อมกับเกร็งกล้ามเนื้อเพื่อทำลายโซ่เหล็ก
'กึก! กึก! กึก!! '
โซ่โลหะที่มีแสงสีเขียวอ่อนครอบคลุมอยู่ด้านนอกส่งเสียงดังลั่นเกรียวกราว!
เห็นได้ชัดว่าก่อนหน้านี้โซ่กำลังจะขาดและแสงสีเขียวก็อ่อนลงเล็กน้อยแต่ทันใดนั้นโซ่เริ่มรัดแน่นขึ้นและรอยแตกของโซ่โลหะก็เริ่มหายเป็นปกติภายใต้แสงสีเขียวที่มีความเข้มข้นขึ้น
“ น่าสนใจดูว่าแกจะทนไปได้ซักกี่น้ำ”
เมื่อเห็นฉากมหัศจรรย์นี้ พริซเซิน บลัด ก็แสยะยิ้มโดยไม่กลัวที่จะสูญเสียกำลังกายที่เหลือเฟือของมันและแขนขายังคงดึงโซ่ที่หนาและยาวอย่างรุนแรง
พลังจากการกลายพันธ์ุและพลังทางชีวภาพกำลังต่อสู้กันอย่างหนักหน่วงและผลแพ้ชนะมันขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น
และแน่นอนว่าหากเป็นช่วงเวลาปกติ ลอร์นา อาจจะมีโอกาสชนะแต่ว่าในตอนนี้เธอได้รับบาดเจ็บสาหัส
ในตอนนี้ พริซเซิน บลัด ก็ไม่ได้เร่งรีบมันใช้เขี้ยวกัดโซ่จนเกิดเป็นประกายไฟ
“ อย่างมากก็เพียงแค่ถ่วงเวลา ฉันไม่สามารถพันธนาการร่างกายของมันได้อย่างสมบูรณ์ ร่างกายของฉันก็อ่อนแอลงมากจากการเสียเลือด ในครั้งนี้ฉันคงสร้างความผิดหวังให้กับเจ้านาย”
ลอร์นา ถอนหายใจอยู่ภานในใจเนื่องจากเธอสูญเสียเลือดไปมาก เธอจึงไม่สามารถประคองตัวเองได้เป็นเวลานาน
"นี่นาย….." ลอร์นา เงยหน้าขึ้นมองไปที่ เอ็ดดี้ ที่อยู่ข้างๆ พริซเซิน บลัด พร้อมกับเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนแรงว่า:“นายยังไม่รีบหนีออกไปจากที่นี่จะอยู่รอความตายรึยังไง?”
“หากผมหนีไป แล้วคุณจะทำยังไง?”
หัวใจของ เอ็ดดี้ สับสนเป็นอยากมากและไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดีและ เจ้าเบน(ความหายนะ) ก็เงียบโดยไม่ยอมพูดอะไรออกมาแม้แต่ครึ่งคำ
ลอร์นา พูดอย่างใจเย็น:“ ฉันจะถ่วงเวลามันเอาไว้ให้ อย่างไรก็ตามถ้าคุณอยากช่วยฉัน ให้กลับไปแจ้งข่าวที่สำนักงานพลังเหนือธรรมชาติ เพื่อให้ตระกูลคาร์ลมาล้างแค้นให้ฉัน”
เธอนั่งยองๆบนพื้นใบหน้าที่เย็นชาอันบอบบางเคลือบด้วยเลือด และผมสั้นสีเขียวก็ย้อมไปด้วยเลือดสีแดงเข้ม สภาพของเธอในตอนนี้ดูน่าสังเวชเป็นอย่างมากและเข้าใกล้ความตายไปทุกขณะจิต
ในตอนนี้ชีวิตของ ลอร์นา เป็นดั่งหญ้าที่อยู่ริมหน้าผาสูง มีเพียงหญ้านี้เท่านั้นที่เห็นแสงออโรร่าที่งดงามโดยไม่ได้ตั้งใจพยายามที่จะเดินตามรอยเท้าของดวงอาทิตย์ที่แผดเผาแม้ว่ามันจะอยู่ไกลก็ตาม
“ร่างกายของเธอแทบจะทนไม่ไหวแล้ว”
เอ็ดดี้ มองเธอพร้อมกับเอ่ยพึมพำขึ้น
และทันใดนั้นเสียงของ เบน ก็ดังอยู่ในความคิดของเขาและพูดกระตุ้นว่า“ ทำไมแกยังไม่รีบหนี! ผู้หญิงคนนั้นถ่วงเวลาให้แกอยู่ เธอมีชีวิตเดียวแต่แกมี 2 ชีวิตที่ต้องรับผิดชอบ!”
“นายฟื้นแล้วเหรอ” เอ็ดดี้ เหมือนคนจมน้ำแล้วคว้าฟางเส้นสุดท้ายเขากระซิบว่า“ นายสามารถเปลี่ยนกลับไปเป็นอาวุธได้หรือไม่? หรือนายควบคุมร่างกายของฉันพา ลอร์นา ไปยังที่ที่ปลอดภัยออกไปจากที่นี่”
เขากัดฟันและตัดสินใจ:“ หลังจากนั้นนายจะให้ฉันทำอะไรฉันก็จะไม่ขัด”
“ ไม่” เบน ปฏิเสธอย่างเด็ดขาดและกล่าวว่า:“ ถ้าฉันยังอยู่ในสถานะที่แข็งแกร่งฉันยินดีมากที่จะทำตามข้อตกลงนี้ น่าเสียดายที่ความเหนื่อยล้าทางร่างกายรุนแรงมากเกินไปและแกกับฉันก็ไม่สามารถเอาชนะมันได้ จำความรู้สึกนี้ไว้รอพรุ่งนี้ ค่อยกลับมาแก้แค้น!”
หลังจากพูดจบ เบนก็เข้าควบคุมร่างกายของ เอ็ดดี้ และที่ด้านหลังก็ปล่อยของเหลวสีดำยืดไปยังอาคารที่อยู่ห่างออกไปกว่า 10 เมตร จากนั้นก็ดึงร่างกายไปยังที่นั่น .
“ไม่ เบน ไม่! ช่วยพาเธอไปด้วย !!”
เสียงของ เอ็ดดี้ ดังผ่านท้องฟ้ายามค่ำคืนของทางหลวงแม้จะดังไกลออกไปเรื่อยๆแต่ก็ยังคงดังก้องอยู่จากนั้นก็ค่อยๆเงียบหายไป
บนถนนสายกว้างเหลือเพียง ลอร์นา และ พริซเซิน บลัด
เมื่อ ลอร์นา เห็น เอ็ดดี้ หนีไปใบหน้าซีดไร้สีเลือดของเธอก็ผ่อนคลายลงและหมอกแสงสีเขียวของเธอก็จางลงเช่นกัน
'กึก - กึก! '
พลังของเธออ่อนแรงลงทำให้โซ่หลายๆเส้นแทบจะพังทลายเป็นชิ้น ๆ บางส่วนของโซ่เริ่มร่วงหล่นกระจัดกระจายอยู่บนพื้น
“ ยอมเสียสละตนเองเพื่อให้คนอื่นหนีไป? เคี๊ยกๆ แกคิดว่าไอ้หมอนั่นจะกลับมาแก้แค้นให้แกเหรอ?”
เมื่อโซ่โลหะพังทลาย พริซเซิน บลัด ก็หลุดออกจากพันธนาการในตอนนี้มันเหมือนปีศาจจากนรกก้าวไปข้างหน้าด้วยฝีเท้าที่มั่นคงและมือซ้ายที่ยกขึ้นเริ่มเปลี่ยนเป็นเคียวรูปพระจันทร์เสี้ยวอันเยือกเย็น
"แกจะรู้อะไร?" ลอร์นา ส่ายหน้าและพูดอย่างใจเย็น:“ หลังจากคืนนี้แกจะต้องตายอย่างแน่นอนและจะเป็นความตายที่สยดสยองที่สุด”
พริซเซิน บลัด เคยได้ยินคำขู่ทางจิตวิทยามามากมาย มันคือคำสาปที่เคียดแค้นก่อนที่เหยื่อจะตายลง แต่ครั้งนี้ดูเหมือนว่าคำขู่ของ ลอร์นา จะเป็นความจริงและเป็นสิ่งที่มันกำลังจะเผชิญซึ่งทำให้ร่างกายและจิตใจของมันรู้สึกหนาวสั่น
ดูเหมือนว่าถ้ามันฆ่า ลอร์นา ก็จะมีสิ่งที่น่ากลัวอย่างมากเกิดขึ้น
แน่นอน แม้ว่ามันจะมาที่โลกได้แค่เพียงวันเดียว แต่มนุษย์ที่มันพบนั้นมีความแข็งแกร่งมากกว่าหนึ่งคน ซึ่งแปลกเกินไปและมันไม่ตรงกับข้อมูลที่มันได้รับก่อนมายังโลก
“ไม่ว่าจะยังไงแกก็ต้องตายก่อนฉันอยู่ดี”
พริซเซิน บลัด ทำให้สภาพจิตใจมั่นคงและลากเคียวไปข้างหน้าเคียวมีขนาดใหญ่เกินไปส่วนปลายได้ลากไปที่พื้นจนเกิดสะเก็ดไฟ
ลอร์นา ใช้พลังไปมากเกินไปในตอนนี้เธอทำได้เพียงแค่มองไปที่อีกฝ่ายอย่างยอมแพ้และหลับตาลง ใบหน้าสวยงามของเธอปรากฏแววเศร้าสร้อย
“ น่าเสียดายที่ฉันไม่ได้พบคุณอีกในวาระสุดท้ายของชีวิต…เจ้านาย”
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved