ตอนที่ 294 การต่อสู้ของ สตีฟ

“มันใกล้จะจบแล้ว”

น้ำเสียงที่เย็นชาของ ไคล์ ดังขึ้นมันปราศจากความเป็นมนุษย์และด้วยรูปลักษณ์ที่มืดมิดอันน่ากลัวมันเหมือนกับปีศาจร้ายที่กลับมาจากขุมนรก

นาตาชา และ แซม ยืนอยู่ข้างหลังเขาอย่างเชื่อฟังเพื่อรอให้ ไคล์ ออกคำสั่ง

“เจ้านาย ถ้าเราจมเรือเหาะลำนี้ที่นอกเมืองนิวยอร์ก แล้ว 2 คนนั้นจะทำอย่างไร” เมื่อ วิสท์ ถามคำถามและสายตาของหลายๆ คนก็มองไปในระยะไกล

ควันและเปลวไฟโหมกระหน่ำออกจากช่องแตกที่เกิดจากการทิ้งระเบิดขีปนาวุธและถูกเครื่องบินรบตกใส่

ภายในกลุ่มควันและเปลวไฟนั่นมีชายหนุ่มผมบลอนด์ตัวสูง 2 คนกำลังต่อสู้กันคนหนึ่งถือโล่อดาแมนคอยป้องกันและดูดซับ พลังงานจลน์ส่วนอีกคนมีแขนโลหะที่สามารถสร้างแรงกระแทกได้หลายตัน

พวกเขากำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือดและมีความยากลำบากในการต่อสู้ หยาดเหงื่อและเลือดของกันและกันเปรอะเปื้อนพื้นเหล็กไปทั่วทั้งบริเวณ

“ไม่ต้องกังวล การต่อสู้ของ สตีฟ และ บัคกี้ เป็นการต่อสู้เพื่อชีวิตและมิตรภาพจะไม่มีการสูญเสียแม้ว่า บัคกี้ จะถูกล้างสมอง แต่อีกไม่นานเขาจะสามารถจดจำ สตีฟ ได้”

ไคล์ ดูผ่อนคลายและไม่กังวล

ความเป็นเพื่อนของทั้ง 2 คนได้รับการพิสูจน์มานานกว่าครึ่งศตวรรษแล้ว

การตีความ 'ความรักและการฆ่า' นั้นไม่เหมือนกัน

ไคล์ โบกมือและพูดกับ วิสท์ ว่า:“ควบคุมเรือเหาะบรรทุกเครื่องบินให้ออกจากตัวเมืองนิวยอร์กและลงจอดในเขตชานเมืองที่ไม่มีใครอาศัยอยู่ สำหรับพวกเขาทั้ง 2 คนไม่ใช่คนธรรมดาคงจะไม่มาตายเพราะเรื่องง่ายๆแบบนี้”

"รับทราบครับเจ้านาย." วิสท์ พยักหน้าและควบคุมเรือเหาะในทันที

นาตาชา และ แซม มองหน้ากันและเงียบเป็นเวลา 3 วินาที

เรือเหาะสั่นเล็กน้อยและไม่ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าอีกต่อไปมันออกจากพื้นที่ 3 เหลี่ยมเดิมและเร่งเคลื่อนตัวออกไปนอกนิวยอร์กซิตี้

“ลำแรกจัดการเรียบร้อยแล้วและยังมีเหลืออีก 2…เราจะไปที่นั่น”

ใบหน้าของ ไคล์ ไม่แยแสเขากางปีกสีดำออก วิสท์ กระโดดขึ้นไปบนไหล่ซ้ายที่แข็งแกร่งของ ไคล์ จากนั้น ไคล์ ก็กระโดดขึ้นจากพื้นเหล็กโดยทิ้งรอยเท้า 2 รอยไว้บนดาดฟ้า

พร้อมกับลมที่รุนแรงเขามุ่งตรงไปที่เรือเหาะอีก 2 ลำด้วยความเร็วเหนือเสียงซึ่งสามารถมองเห็นได้เพียงลำแสงสีดำ

บนเรือเหาะบรรทุกเครื่องบินลำแรก.

“บัคกี้ พยายามนึกให้ออก! ฉันคือ สตีฟ! นายจำฉันไม่ได้เหรอ?”

สตีฟ ส่งโล่โจมตี บัคกี้ พร้อมกับพยายามเรียกสติแต่ดูเหมือนว่ามันจะไร้ผล บัคกี้ ยกหมัดซ้ายที่เป็นโลหะขึ้นแล้วกระแทกเข้าหาและเมื่อ สตีฟ เห็นเช่นนั้นก็ยกโล่ขึ้นป้องกัน

ตูม!

โล่ดูดซับพลังงานจลน์ส่วนใหญ่แต่ถึงอย่างนั้น สตีฟ ก็ยังถอยไปด้านหลัง 5-6 ก้าว

เปลวไฟที่โหมกระหน่ำไม่สามารถหยุด บัคกี้ ที่มีหัวใจเหมือนน้ำแข็งได้ ผู้ไร้ความรู้สึกเดินเข้าหา สตีฟ และต้องการที่จะฆ่าศัตรูที่ทำให้ภายในใจของเขาเกิดระลอกคลื่นบางอย่าง

ในระยะห่างประมาณ 20 เมตรมีคน 2 คนยืนมองการต่อสู้ที่ดุเดือดนี้อยู่และเมื่อ แซม เห็นสถานการณ์การต่อสู้เขาก็อดไม่ได้ที่จะถาม นาตาชา ว่า:“ เราจะไม่เข้าไปช่วยเหลือกัปตันจริงๆเหรอ?”

นาตาชา กัดริมฝีปากของเธอและพูดออกมาเบาๆว่า :“ ท่านผู้นำสูงสุดพูดถูก นี่คือการต่อสู้ของกัปตัน เราไม่สะดวกที่จะเข้าไปแทรกแซง เชื่อเขาเถอะว่าการต่อสู้นี้จะไม่เกิดการสูญเสีย”

“โอเค ผมก็เชื่อเขาเหมือนกัน!” แซม กดปุ่มที่แนบมากับฝ่ามือของเขา ทันใดนั้นกระเป๋าเป้โลหะที่ด้านหลังก็กางปีกเหล็กออกในทันที

“ ไปกันเถอะเร็วเข้า” แซม ยื่นมือซ้ายออกมา

นาตาชา จับมือของ แซม และพูดว่า“ท่านผู้นำไปที่เรือเหาะบรรทุกเครื่องบินลำที่ 2 เราจะตามไปดูสถานการณ์กันก่อน”

"ตกลง." ปีกโลหะเริ่มโบกสะบัดและ แซม ก็พา นาตาชา บินออกจากเรือเหาะบรรทุกเครื่องบินลำแรกและติดตาม ไคล์ ไป

เรือเหาะที่เต็มไปด้วยควันไฟหนาทับได้พา สตีฟ และ บัคกี้ บินไปทางทิศตะวันตกตามทิศทางของดวงอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้า

เรือเหาะลำที่ 2 อยู่ในระดับความสูง 2 กิโลเมตร

ภายในห้องควบคุมมีกองกำลังติดอาวุธ 4 นายทำหน้าที่คุ้มครองความปลอดภัยให้กับ เพียร์ซ

ในตอนนี้ เพียร์ซ ยืนอยู่คนเดียวที่หน้าคอนโซลควบคุมพร้อมกับแตะแป้นพิมพ์อย่างรวดเร็วด้วยมือทั้ง 2 ข้าง เขาต้องการควบคุมเรือเหาะลำนี้ด้วยตนเองเหมือนกับ วิสท์

ตามแผนการเดิมของไฮดรา เรือเหาะจำเป็นต้องลอยขึ้นไปที่ระดับความสูงของชั้นบรรยากาศโลกจากนั้นจึงจะเริ่มปฏิบัติการกวาดล้างโดยเริ่มจากเป้าหมายขนาดใหญ่ก่อนนั่นคือ อเมริกา.

อย่างไรก็ตามเรือเหาะยังไม่ถึงระดับความสูงที่กำหนดและยังไม่เริ่มแผนการอย่างเป็นทางการแต่ฐานของไฮดราที่มีอยู่เป็นจำนวนมากกลับถูกทำลายไปแล้ว

เพียร์ซ ถึงกับถอดเสื้อสูทออกโดยสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวยาวที่เปียกโชกไปด้วยเหงื่อ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเกลียดชังและไม่พอใจนิ้วทั้ง 10 กำลังพิมพ์ป้อนโปรแกรมคำสั่งลงบนแป้นพิมพ์คอนโซล

“ สัญลักษณ์แห่งสันติภาพไคล์ แกบีบบังคับฉันเอง! ฉันจะใช้เมืองนิวยอร์กทั้งเมืองเป็นที่ฝังศพของพี่น้องไฮดรา!”

เพียร์ซ ป้อนโปรแกรมคำสั่งใกล้ถึงขั้นตอนสุดท้ายและกำลังจะเสร็จสมบูรณ์

แต่ทันใดนั้นไฟฟ้าสีขาวก็พุ่งออกมาจากแป้นพิมพ์

เพียร์ซ ตกใจจนต้องถอนมือกลับเขามองไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์เขาเห็นการ์ดปีศาจที่กำลังแสยะยิ้ม

ในเวลาเดียวกันเสียงร่วงหล่นดังขึ้นข้างหลังเขาราวกับว่ามีบางสิ่งตกลงบนดาดฟ้าของเรือเหาะบรรทุกเครื่องบิน

เพียร์ซ มองกลับไปอย่างแข็งกร้าวและเห็นสิ่งมีชีวิตที่มืดมิดเจาะพื้นเหล็กของดาดฟ้าออกเป็นช่องแล้วใช้ดวงตาสีแดงสดที่เต็มไปด้วยความเย็นชาราวกับน้ำแข็งจ้องมองมาที่เขา

สัญลักษณ์แห่งสันติภาพมาถึงแล้ว!

กองกำลังติดอาวุธทั้ง 4 นายดึงไกปืนโดยไม่รู้ตัวและสาดกระสุนขึ้นไปที่ ไคล์

เมื่อกระสุนเหล็กกระทบกับผิวสีดำของ เวนอม มันก็ไร้ประสิทธิภาพอย่างสิ้นเชิง หัวกระสุนตกลงที่พื้นและส่งเสียงกรุ๊งกริ๊งอย่างต่อเนื่อง

ดวงตาสีแดงอันเฉียบคมของเขากวาดมองไปที่คนทั้ง 4 ภายใต้แรงกดดันอันทรงพลัง ร่างกายและจิตใจของพวกมันตกอยู่ในความหวาดกลัวจนคลายปืนออกจากมือและล้มลงบนพื้น

“ อเล็กซานเดอร์ เพียร์ซ นายยังมีไพ่อะไรอยู่อีกไหม? ถ้านายไม่เผยมันออกมานายก็จะไม่มีโอกาสอีกต่อไป”

ไคล์ ยืนอยู่ที่เดิมมองตรงไปที่ เพียร์ซ ที่ยืนอยู่บริเวณหน้าคอลโซลควบคุมพร้อมกับเอ่ยคำพูดที่ติดตลกเล็กน้อย

ตอนนี้นอกจากมหาจอมเวทย์ เอเชี่ยนวัน แล้วก็ไม่มีใครสามารถขัดขวางเขาได้!

เพียร์ซ กำหมัดเอาไว้แน่นอย่างไม่เต็มใจ เขาเป็นผู้นำชั่วคราวของ ไฮดรา และเป็นผู้อำนวยการ S.H.I.E.L.D. คนปัจจุบัน แม้ว่าเขาจะเผชิญกับสถานการณ์ใดก็ตามเขาจะไม่สูญเสียความสงบนิ่ง

แต่ในตอนนี้เมื่อมองไปที่ ไคล์ ซึ่งอยู่ตรงหน้าเขามันทำให้เขาไม่สามารถสงบลงได้

ฟันของ เพียซ เริ่มต่อสู้กันกล้ามเนื้อของร่างกายก็เริ่มสั่นเทาโดยไม่เต็มใจและวิญญาณของผู้ที่ไม่ยอมใครในก้นบึ้งของหัวใจของเขาก็เริ่มสั่นสะท้าน